One day trip ที่ บึงกาฬ ได้ครบทั้ง หินนาคา น้ำตกถ้ำพระ หินสามวาฬ ถนนคนเดิน ริมโขง รีวิวโดย Chai smile

One day trip ที่ บึงกาฬ ได้ครบทั้ง หินนาคา น้ำตกถ้ำพระ หินสามวาฬ ถนนคนเดิน ริมโขง จังหวัดบึงกาฬ คือ จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่เงียบสงบ ธรรมชาตสวยงาม ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาเที่ยวให้ได้ครับ เนื่องจากบึงกาฬมีสถานที่ท้องเที่ยวเด่นๆ หลายที่ แต่สำหรับคนที่มีเวลาน้อยๆ และสภาพร่างกายไม่พร้อม

One day trip ที่ บึงกาฬ ได้ครบทั้ง หินนาคา น้ำตกถ้ำพระ หินสามวาฬ ถนนคนเดิน ริมโขง

One day trip ที่ บึงกาฬ ได้ครบทั้ง หินนาคา น้ำตกถ้ำพระ หินสามวาฬ ถนนคนเดิน ริมโขง

 วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.35 น.

 วันที่เดินทาง 3 ต.ค. 2563

One day trip ที่ บึงกาฬ ได้ครบทั้ง หินนาคา น้ำตกถ้ำพระ หินสามวาฬ ถนนคนเดิน ริมโขง

จังหวัดบึงกาฬ คือ จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่เงียบสงบ ธรรมชาตสวยงาม ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาเที่ยวให้ได้ครับ เนื่องจากบึงกาฬมีสถานที่ท้องเที่ยวเด่นๆ หลายที่ แต่สำหรับคนที่มีเวลาน้อยๆ และสภาพร่างกายไม่พร้อมสำหรับเดินขึ้นเขาไกลๆ ผมแนะนำสถาที่หลักๆ ตามผมเลยครับ เลยเป็นที่มาของ “One day trip ที่ บึงกาฬ ได้ครบทั้ง หินนาคา น้ำตกถ้ำพระ หินสามวาฬ ถนนคนเดิน ริมโขง” ครับ ตามผมมานะครับ

  1. การเดินทางมา จังหวัดบึงกาฬ สามารถมาได้หลายทางทั้งรถไฟ กรุงเทพ - หนองคาย (ชั้น 2 ตู้นอนปรับอากาศ ราคา 8xx บาท เครื่องบิน กรุงเทพ - อุดรธานี ช่วงนี้โปร ภายในประเทศราคาดีเลยครับ หรือรถส่วนตัวก็สะดวก ใช้เส้นทาง โคราช ขอนแก่น อุดร หนองคาย บึงกาฬ รีวิวนี้จะไม่ระบุการเดินทางครับ แต่จะเน้น เที่ยวบึงกาฬภายใน 1 วันครับ แนะนำเหมารถตู้ VIP ไปเองจะสะดวกกว่าครับ ไปก้นหลายๆคนสนุกดี 
  2. ข้อแนะนำ การเลือกสถานที่ท่องเที่ยวภายใน 1 วัน ผมต้องเลือกสถานที่ทั้งหมดและสรุปจบให้ได้ภายใน 1 วัน ซึ่งหลักๆ คือ ภูทอก ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก สวยงามเป็นเอกลักษณ์ แต่การขึ้นภูทอกนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ถึงจะชมได้รอบและไม่เหนื่อยเกินไป ที่สำคัญอากาศต้องดี ถ้าฝนตกไม่แนะนำครับ อีกประการสุขภาพ ร่างกายต้องพร้อม ดังนั้นผมก็เลือกไปชมหินนาคาแทน เพราะใช้เวลาเดินไป กลับ ประมาณ 2 ชั่วโมง กำลังดี และยังได้ชมน้ำตกกินรีอีกด้วย ตัวอย่างโปรแกรมผม ตามนี้ครับ เช้า (09.00 -11.00 น.) ชมธรรมชาติ น้ำตกกินรี หินโลมา หินนาคา เที่ยงๆ (12.00 -15.00 น. รวมทานอาหารเที่ยง แนะนำไก่ย่างตัวละ 130-150 บาท อร่อยมาก) ไปเล่น สไลเดอร์ ที่น้ำตกถ้ำพระ บ่ายๆ (15.30 -17.00 น.) ภูสิงห์ หินสามวาฬ และ ค่ำๆ (18.00 -20.00 น.) ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ริมแม่น้ำโขง เดินเล่นชิวๆ ที่ถนนคนเดิน ถนนข้าวเม่าครับ จบ 1 วันแบบไม่เหนื่อยจนเกินไปครับ แนะนำหาที่พักใกล้ๆ ถนนคนเดินครับ ผมพักที่ บ้านตา ถิ่น Home sweet home ครับ ทำเลดีมาก อยู่ห่างถนนคนเดิน 200 ม. ฝั่งตรงข้ามถนนคือแม่น้ำโขง ตอนเช้าตักบาตรหน้าโรงแรมได้เลย ที่นี่มี 10 ห้องนอน ราคาห้องเริ่มที่ 700 บาท ครับ (ฟรีอาหารเช้า อาหารแห้งตักบาตร)
  3. เริ่มต้นโปรแกรมที่ 1 เวลา 09.00 -10.00 น. ทีมผม เดินทางมาจาก กทม. ออกจากรังสิต 3 ทุ่ม ทำให้ถึงบึงกาฬเช้า ล้างหน้าแปรงฟันที่ปั๊มน้ำมัน เปลี่ยนชุดพร้อมลุยครับ ที่แรก คือ น้ำตกกินรี ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา มีความสวยงาม ธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ ทางเดินไม่ลำบาก ไม่ชันมากนัก แต่บางจุดต้องปีนบันไดเหล็กสั้นๆ บางช่วงต้องเกาะเชือกไป แต่ทางไม่โหดเกินไป เด็ก ผู้สูงอายุเดินได้ครับ น้ำตกมีความสวยงามระดับหนึ่ง แต่ปลอดภัย น้ำไม่ลึก ทางเดินมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย นักท่องเที่ยวสามารถบริจาดเงิน สมทบทุนในการพัฒนาพื้นที่ สร้างบันไดทางขึ้นได้ตามจิตศรัทธาครับ แนะนำว่าห้ามไปเองโดยไม่มีไกด์เพราะใีทางเลี้ยวซ้าย ขวาหลายจุด อาจจะหลงป่าได้ เลยแนะนำให้ไปเช้าๆ ที่สำคัญมีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ พรรณไม้ เห็ดป่า กล้วยไม้ มอส เฟรื์น สวยงามมาก
  4. หินโลมา ต่อเนื่องจากน้ำตกกินรี เดินตามเป็นเส้นทางธรรมชาติ ประมาณ 20 นาที ช่วงนี้จะเหนื่อยนิดนึง พอได้เหงื่อครับ ระหว่างทางจะผ่านหินสิงโตอ้าปาก หินรูปงู แล้วก็จะถึงหินโลมา ซึ่งเรียกชื่อตามจินตนาการของผู้ค้นพบ จุดเด่นคือ น้ำใสและเย็นมาก เดินมาเหนื่อยๆ ได้ล้างหน้า แช่น้ำ จะสดชื่นมากๆ จุดนี้ไกด์ท้องถิ่น แนะนำว่า ห้ามสัมผัสกับหินโลมาครับ เพราะอาจจะเป็นการทำลายสภาพหินได้
  5. โปรแกรมที่ 2 เวลา 10.00 -11.30 น. ชมหินนาคา ซึ่งสามารถเดินต่อเนื่องตามเป็นเส้นทางธรรมชาติ ใช้เวลาเดินจากหินโลมาประมาณ 15 นาที ซึ่งหินนาคานั้น คนท้องถิ่นมีความเชื่อว่าเป็นกลุ่มหินศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อแต่โบราณ หินนาคา ลักษณะทางกสยภาพคล้ายเกล็ดพญานาค ผิวมันลื่น มีมอสขึ้นเป็นจุดๆ สีดำเข้ม ลวดลายถูกใจคอหวยแน่นอนครับ**** ข้อเท็จจริง ในเชิงทฎษฎี ทางธรณีวิทยา สามารถสรุปง่ายๆ คือ กลุ่มหินที่ผ่านกระบวนการผุพังทางกายภาพ คาดว่าอายุน่าจะพอๆกับหินปลาวาฬ คือ 75 ล้านปี โดยการปริแตกของพื้นผิวหินเริ่มต้นจากกระบวนการผุพังทางกายภาพ 2 รูปแบบ คือ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร้อน-เย็นสลับกัน ทำให้หินขยาย-หดตัว ซึ่งทำให้เกิดการผุพังปริแตกตามพื้นผิวโดยรอบหิน และการเปลี่ยนแปลงความชื้น คือ การผุพังที่เกิดจากการดูดซึม-ระเหยของน้ำในหินสลับกัน ทำให้หินมีการขยาย-หดตัว และผุพัง ทำให้เกิดเป็นลวดลายดังกล่าว ครับ ข้อห้าม ห้ามนักท่องเที่ยวสัมผัส ขูดขีด สลักชื่อเด็ดขาดครับ สถานที่นี้เพิ่งค้นพบเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ถือว่ายังบริสุทธิ์มากๆ ครับ
  6. โปรแกรมที่ 3 เวลา 12.00 -15.00 น. น้ำตกถ้ำพระ หรือน้ำตกถ้ำพระภูวัว ตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ไหลอยู่บนภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ หากเดินทางตามโปรแกรมผม ตอนนี้ทุกคนคงอยากเล่นน้ำมากๆ เพราะการเดินชมหินนาคานั้นได้เหงื่อพอสมควร ใจคงอยากลงแช่น้ำเย็นๆ แล้วละวันที่ผมไปตรงกับวันเสาร์ มีคณะนักเรียนมากันถึง 6 รถบัส รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัวที่มาเที่ยวชมความงามของน้ำตก นอกจากนี้ยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่และร่องน้ำธรรมชาติที่สามารเล่นเป็นสไลเดอร์ได้ ทำให้เล่นน้ำกันในลำธารกันได้อย่างสนุกสนาน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยในชั้นแรกๆ จะเป็นสไลเดอร์ร่องเล็กของเด็ก และชั้นบนสุดจะเป็นสไลเดอร์สำหรับผู้ใหญ่ น้ำตกจะมีน้ำมากในฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคม-ต้นตุลาคม เท่านั้น หากมาในช่วงเดือนอื่นน้ำค่อนข้างน้อยมาก จะทำให้เล่นสไลเดอร์ไม่สนุก การเดินทางเข้าถึงน้ำตกจะต้องจอดรถที่ลานจอดซึ่งจะมีอาหารขาย อาหารยอดนิยมคือไก่ย่าง ส้มตำครับ มีห้องน้ำฟรีบริการ ทำธุระ เตรียมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็ไปขึ้นเรือที่ท่า (มี 2 ท่าคือ ท่าสีเขียวและสีน้ำเงิน) จุดจอดรถที่ผมไปต้องขึ้นเรือสีเขียว ค่าบริการ ไป กลับ คนละ 30 บาท ถ้าไปตรงวันหยุด คนจะเยอะมาก เรือจะออกแทบจะทุกๆ 5 นาที ไม่ต้อรอนานครับ
  7. *** ข้อควรระวัง ในการเล่นสไลเดอร์ คือ ควรสวมกางเกงที่รัดกุม ไม่สั้นเกินไป และหนาพอสมควร เสื้อ ควรเป็นแขนยาว เพราะอาจมีกระแทกบริเวณข้อศอก สไลเดอร์สำหรับผู้ใหญ่ มี 2 ช่วง ช่วงแรก ไม่ชันมากนัก ผิวจะฝึดๆ แต่ปลายๆ จะชันและลื่นมาก จะสนุก ตื่นเต้นก็ช่วงนี้แหละ ช่วงนี้เด็กโตสามารถเล่นได้ แต่ช่วงที่ 2 มีหลุมลึกมาก 2 หลุม เด็กเล็กไม่ควรเล่นตามลำพังเด็ดขาด อันตรายมากเพราะเมื่อตกลงหลุมน้ำวน ยากที่จะดึงตัวขึ้นมาครับ วันนั้นมีเด็กเล็กจมน้ำตรงจุดนี้ด้วย ขนาดไปกับผู้ใหญ่ กว่าที่จะช่วยกันได้ เด็กน้อยก็คงกินน้ำไปหลายอึกครับ ดังนั้นไม่แนะนำให้เด็กเล็กเล่นครับ

    รูป จุดเริ่มต้น สไลเดอร์สำหรับผู้ใหญ่ ช่วงที่ 1 ครับ


    รูป จุดเริ่มต้น สไลเดอร์สำหรับผู้ใหญ่ ช่วงที่ 2 ครับ

  8. โปรแกรมที่ 4 เวลา 15.30 -17.00 น. หินสามวาฬ ภูสิงห์ หนึ่งใน Highlight สำคัญในพื้นที่ป่าภูสิงห์ ตั้งอยู่ในอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬ ประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งจุดเด่นคือ มีหินรูปทรงต่าง ๆ ที่สวยงามแปลกตา ตามแต่ที่คนจะจินตนาการ รวมถึงหินสามวาฬ (เรียกชื่อตามลักษณะทางกายภาพคือคล้ายปลาวาฬ พ่อ แม่ ลูก) วันที่ผมไปเป็นวันเสาร์บ่าย คนค่อนข้างเยอะ การขึ้นไปชมหิน ต้องเหมารถไป คิดราคาเหมา 500 บาท ต่อคัน นั่งได้ไม่เกิน 10 คน หากมาวันธรรมดา คนน้อย หากมากัน 2-3 คน อาจต้องเหมาในราคา 500 บาท เช่นกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ทางค่อนข้างลำบาก ต้องรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ระหว่างทาง (ขากลับ) จะมีจุดให้แวะชมวิวหลายจุด เช่น จุดชมวิวหัวช้าง ที่แนะนำคือ ประตูสวรรค์ ครับ ตามรูป
    จุดชมวิว ประตูสวรรค์ 

    แผนที่การเดินทาง จุดชมวิวต่างๆ ส่วนใหญ่รถจะจอดที่ประตูสวรรค์ครับ
     การถ่ายรูป บนจุดชมวิว สามารถทำท่าต่างๆ ตามจินตนาการ แต่ที่สำคัญคือ ให้ยืนอยู่ในกรอบเส้นสีเหลืองที่ขีดไว้เป็นช่วงๆ สำคัญมากนะครับ ซึ่งผมเลือกถ่ายที่ต้นๆ ทางเข้า ซึ่งคนจะไม่เยอะ ไม่อันตราย มีพื้นที่กว้าง ส่วนปลายๆ หัวปลาวาฬนั้น ไม่แนะนำให้ไป หรือจะถ่ายรูปก็ให้ยืนห่างๆ หน้าผา ช่วงฝนตกไม่แนะนำให้ไปครับเพราะจะอันตรายและเสียงต่อการตกหน้าผามาก เด็กเล็กไม่ควรให้เดินเล่นตามลำพังครับ
  9. หินสามวาฬ สามารถมาชมได้ตลอดทั้งวัน แต่ไม่เกิน 17.00 น. ผมแนะนำช่วงสายๆ บ่ายๆ เพราะแดดกำลังดี ถ่ายรูปจะสวยมาก บางคนแนะนำช่วงเย็นๆ เพื่อจะรอชมพระอาทิตย์ตกดิน แต่มีข้อจำกัดเยอะ คือ รถขากลับจะมีน้อย ทางขากลับมึดอันตราย แวะชมจุดต่างๆ ไม่ได้ การเดินบนหินสามวาฬอันตราย ดังนั้นแนะนำเป็นเช้า และบ่ายๆ ครับ ข้อแนะนำเพิ่มเติม ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ต้องยืนที่หินวาฬแม่และถ่ายมาจากหินวาฬพ่อ และถ้ามีโดรนรูปจะได้มุมกว้างสวยไปอีกแบบครับ ครับ
  10. โปรแกรมที่ 5 เวลา 18.00 -20.00 น. ถนนคนเดิน ซึ่งจะมีเฮพาะวันศุกร์และเสาร์เท่านั้น โดยจะเปิดตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป สินค้าที่จำหน่ายคือ สินค้าทั่วไป สินค้าเกษตร ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารพื้นเมือง เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า ผ้าซิ่น ผ้าพื้นเมืองพอมีบ้าง และอื่นๆ แต่ไม่มากเท่าถนนคนเดินตามเมืองใหญ่ๆ ครับ ที่สำคัญถนนคนเดินตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง อากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นฝั่งประเทศ สปป.ลาว ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม
  11. จบ 1 วัน ก็สามารถหาที่พักได้ทั่วไป ตลอดแนวริมแม่น้ำโขง จุดเด่น คือ วิวแม่น้ำโขงที่สวยงาม และการตื่นมาใส่บาตรในตอนเช้า เวลาประมาณ 06.00 - 06.20 น. ครับ ดังนั้น บึงกาฬ ก็เป็นอีก 1 จังหวัดที่ผมแนะนำให้มาครับสรุป คะแนนเต็ม 10 ให้ 8 ครับ (ได้คะแนนจากสวยงาม แปลกตา เล่นน้ำสนุก แต่โดนตัดคะแนนจากไกล เดินทางเหนื่อยครับ)
ความคิดเห็น