เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 9) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 9) highlights: ขึ้นสะพาน OCBC Skyway สูงม๊ากกกกฝนก็เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย คือตกแรงมากกกก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่ามาหม๊ดการแสดง แสง สี เสียง OCBC Light and Sound Showอีเว้นท์ตกรถรอบสุดท้ายจาก Garden by the bay ---------------------------------------------

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 9)

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 9)

 วันพฤหัสที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 21.58 น.

 วันที่เดินทาง 27 ต.ค. 2562

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 9)

highlights:

  • ขึ้นสะพาน OCBC Skyway สูงม๊ากกกก
  • ฝนก็เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย คือตกแรงมากกกก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่ามาหม๊ด
  • การแสดง แสง สี เสียง OCBC Light and Sound Show
  • อีเว้นท์ตกรถรอบสุดท้ายจาก Garden by the bay

---------------------------------------------------------------------------------

จากตอนที่แล้ว [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 8)] ด้วยความที่เราใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายอยู่ใน 2 โดมนานเกินไป ทำให้เราออกมาจากโดมช้ามากกก ตอนนั้นคือ 5 โมงเย็นแล้ว ถ้าเราไปหาอะไรกินก่อนที่จะไปขึ้นสะพาน OCBC Skyway ที่เราซื้อตั๋วมา คนก็อาจจะเยอะมากและเราจะไม่ได้ขึ้น 

ตอนนั้นทั้งเหนื่อยเดินแล้วก็ปวดหลังแบบสุดๆ มันทรมานมากจริงๆ นะ อาการปวดหลังเนี่ย 55555 ก็เลยตัดสินใจกันว่าไปขึ้นสะพาน OCBC Skyway ก่อน แล้วค่อยไปหาที่นั่งพักกันยาวๆ ถ้ามองจากหน้าโดมที่เราออกมาสะพานที่ว่าคืออยู่ไกลลิบเลยจ้าาา

เราก็เดินๆ กันมาเรื่อยๆ จนมาเจอกับโซนที่เป็น Supertree Grove ที่มีต้นไม้ปลอมอันใหญ่ๆ ตั้งอยู่เต็มเลย

แล้วคือคนที่รอต่อแถวขึ้นสะพาน OCBC Skyway คือเยอะมาก ถ้าออกมาช้ากว่านี้อีกนิดนึงนี่ได้ทิ้งตั๋วแน่นอน เพราะว่าสะพานนี้ปิดเร็วและเขาจะจำกัดคนขึ้นด้วย รวมถึงถ้าวันไหนลมแรงๆ หรือสภาพอากาศไม่ดีก็จะไม่ได้ขึ้นเลย ลุ้นเอาหน้างานได้อย่างเดียว

สะพานมันเล็กมาก แล้วก็ยาวมากก มนุษย์เราผู้ซึ่งกลัวความสูงจะรอดไหม 5555

ต่อแถวรออยู่ประมาณ 20 นาที ในที่สุดก็ได้ขึ้นมาแล้ววว วิวสวยม๊ากกกกกกกกกก ควรค่าแก่การซื้อบัตรขึ้นมาวัดใจตัวเอง 55555

คือทางเดินตอนแรกมันจะกว้างๆ หลอกให้เราตายใจก่อน เจอวิวสวยๆ ลมเย็นๆ ถ่ายรูปเล่นกันไปก่อน ยังไม่ทันได้โฟกัสกับความสูง

สักพักทางเดินมันเริ่มแคบลงแคบลงเรื่อยๆ เอาล่ะหว่า ใจเริ่มไม่ดีแล้ว ทางก็เล็ก ลมก็แรง ยิ่งมีคนเดินอยู่สะพานมันก็ยิ่งสั่น แถมมีคนเดินสวนทางมาด้วย แมรรรร่หนูจะตายไหมมมม 5555555

สูงใช้ได้เลยนะแมรรร่ รูปก็จะถ่าย กลัวก็จะกลัว เดินกลับตอนนี้เลยได้ป่ะ ค่าตั๋ว 8$ ไม่เสียดายแล้วได้ป่ะ 555555

ดูดิ สะพานมันยังอีกไกลเลยอะ ฮรืออออออกลัววว คือ ณ จุดนั้นมันตีกันระหว่างค่าตั๋ว (อันนี่แหละประเด็นใหญ่ 8$ มันคือแพงมากเลยนะกับสะพานแค่นี้) กับการเอาชนะความกลัวของตัวเองแล้วเดินออกไป วัดใจกันเลยจริงๆ ว่ามาถึงนี่แล้วจะเดินต่อหรือจะเดินกลับ

แต่สุดท้ายแล้วเราก็ถือคติว่า "ไหนไหนก็มาแล้ว" ก็เลยเดินจับราวมาจนสุดทาง เย้ นายเก่งมาก ซึ่งสะพานนี้มีความความอยู่ที่ 128 เมตร แล้วก็สูง 22 เมตร ถ้าเทียบก็ประมาณตึก 5 ชั้น ถือว่าไม่สูงมากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเราคือสูงม๊ากกกกกกก

แล้วประเด็นก็คือสะพานนี้แค่ลมพัดมันยังสั่นมากแล้ว แต่มันดันเกิดอีเว้นท์มนุษย์ 5 คน กระโดดถ่ายรูปบนสะพานนน ทำให้สะพานมันก็ยิ่งสั่นเข้าไปอี๊กกกกก โอ่ยแมรรร่เจ้าหน้าที่อยู่ไหนนน ฉันจะฟ้องงง 55555555

หลังจากถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว บวกกับปวดหลังมากกกกก และหิวข้าวมากกกก ก็เลยลงไปหาอะไรกินก่อนแล้วกันน

ตอนแรกเราคิดว่าร้านอาหารหรือศูนย์อาหารจะต้องอยู่ไกลมากแน่ๆ เลย แต่ที่ไหนได้ แค่ลงจากต้นไม้ก็เจอเลย ซึ่งศูนย์อาหารนี้ชื่อว่า Supertree food hall ถ้าหาในแมพก็จะเจอแต่ไก่ Texas 55555

อาหารอันนี้เป็นบะหมี่หมูแดง 8.5$ หน้าตาดูน่ากินมากกกก ชิมเข้าไปคำแรก จืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดสนิท 555555555 8.5$ ของเราาาา แต่ยังดีที่มีน้ำพริกเผาให้กินพอกล้อมแกล้มก็เลยไม่แย่สะทีเดียว 555 อาหารจีนนี่ไว้ใจไม่ได้จริงๆ ทั้งจีนสิงคโปร์ จีนมาเลเซีย คือหน้าตาน่ากินแต่รสชาตินี่จืดสนิทเหมือนกันเลย น้ำตาจะไหล

แล้วด้วยความที่อยากกินลูกชิ้นทอดมากๆ ก็เลยซื้อเกี๊ยวทอดมากินแก้หายอยาก ราคาก็ไม่ธรรมดาเลยจ้าาา จัดไปเบาๆ 6 ชิ้น 6.5$ = 143.85฿ เกิดมาเพิ่งเคยกินเกี๊ยวที่แพงขนาดนี้ 55555

นั่งไปนั่งมาสักพัก ฝนก็เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย คือตกแรงมากกกก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่ามาหม๊ด คนที่อยู่ข้างนอกก็เลยกรูกันมาหลบฝนกันในศูนย์อาหาร ซึ่งเราโชคดีมากที่เข้ามาก่อน ไม่งั้นไม่มีที่นั่งแน่นอน

แล้วเราก็ต้องมาลุ้นกันอีกว่าฝนจะหยุดตกก่อนที่การแสดง แสง สี เสียง OCBC Light and Sound Show ไหมม คือแพลนเดิมเรากะว่าจะไปนอนอยู่ใต้ต้นไม้แล้วดูไฟกันไง ถ้าฝนตกเราก็จะได้ดูอยู่ไกลๆ ที่ศูนย์อาหาร ฮรืออออออ

แต่จนแล้วจนรอดฝนก็ไม่ยอมหยุดตกสักที จนการแสดงรอบแรกตอน 19.45 เริ่ม คนจากในศูนย์อาหารก็พากันออกไปยืนถ่ายรูป เราก็เลยตามๆ เขาไปบ้าง 

คือมันเป็นการแสดงที่ดีงามพระรามแปดมากกกก ควรค่าแก่การมาดูอีกแล้วววว และที่สำคัญก็คือฟรีอีกแล้วนะจ๊ะ ณ จุดนั้นคือ ฝนก็จะตก รูปก็จะถ่าย การแสดงก็อยากดู คือดี คือสวย ถ่ายไปถ่ายมา ถ่ายติดช่วงฟ้าผ่าเป็นสายมาด้วยย เรานี่ไม่กล้าออกนอกชายคาศูนย์อาหารเลย 55555 

มันสวยมากจริงๆ เราก็เลยอยู่ดูทั้งสองรอบเลย ทั้งรอบ 19:45 และ 20:45 รอบละ 15 นาที

ด้วยความที่อยู่ดูการแสดงทั้งสองรอบนี้แหละทำให้เกิดอีเว้นท์อีกแล้วนะจ๊ะ เรื่องมันมีอยู่ว่าการแสดงรอบสุดท้ายมันจบตอน 3 ทุ่มตรง กว่าจะเดินกว่าจะรอคน กว่าจะหลายๆ กว่าจะ แล้วเราก็เสริซข้อมูลแค่เรื่องรถเข้ามาว่าขึ้นที่ไหน ราคาเท่าไหร่ แต่ดันไม่ได้เสริซว่าตอนกลับต้องไปขึ้นที่ไหนกี่โมง

ก็เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นว่าจะต้องไปขึ้นรถที่ไหน สิ่งที่เขาตอบมาคือ "ไม่มี รถเที่ยวสุดท้ายหมดไปแล้วตอน 3 ทุ่มตรง" ห๊ะ รถหมดเที่ยวสุดท้ายตอนสามทุ่มตรง แต่การแสดงมันก็จบสามทุ่มตรงพอดีเลยนะ โหดร้ายเกินไปแล้ววว TT^TT เราก็เลยถามใหม่ว่า แล้วจะต้องไปขึ้นรถเมล์หรือ MRT อะไรได้ที่ไหนบ้าง ซึ่งมันก็คือกับอีกทางนึงที่เราไม่อยากเดินเข้ามานั่นแหละ หยั่งไกลอะ TT^TT

คือทางนี้จากจุดที่เราอยู่มันจะใกล้กับป้ายรถเมล์ Gdns by the Bay ที่รถหมดตอน 4 ทุ่ม แต่ความใกล้ที่สุดคือเราต้องเดินกัน 450 m โอ้พระเจ้าาา

แล้วระหว่างทางที่เราเดินมาก็เจอกับคนที่รอต่อคิวขึ้น Taxi กันยาวมากกกกกก แต่พอผ่านจุดนั้นมาคือไม่มีใครเดินตามเรามาแล้วนะ ไม่มีคนเดินนำด้วย กลัวก็กลัว เปลี่ยวก็เปลี่ยว คือถ้าจะย้อนกลับไปต่อแถวขึ้น Taxi ก็ไม่รู้จะได้ขึ้นตอนกี่โมง ก็เลยกลั้นใจเดินมาจนถึงป้ายรถเมล์

คือป้ายนี้คนไม่ค่อยรู้จักกันรึเปล่าก็ไม่รู้นะ ทั้งเงียบทั้งเปลี่ยว ทั้งไม่ค่อยมีรถผ่าน คือโคตรน่ากลัวอะ ทั้งป้ายมีแค่เรากับเพื่อนสองคน ก็ได้แต่ลุ้นว่ารถเมล์มันจะมาจอดตรงหน้าเราอย่างที่นังกลูเกิ้ลเพื่อนร๊ากกกกบอกจริงๆ ใช่ไหม 

นั่งรอกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดการรอคอยของเราก็สิ้นสุดลงสักที รถเมล์สาย 400 มาแล้ววว แล้วก็มีอากงอาม่าที่เดินออกมาจากไหนไม่รู้เต็มเลย มาขึ้นรถเมล์คันเดียวกันกับเรา คืออาม่าไม่ออกมารอเป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรกเล่าา ปล่อยให้เราใจเสียอยู่ได้สะตั้งนาน คือออกมาแบบตรงเวลาเป๊ะเลยนะ หรือว่าที่นี่เขาจะมีแอพดูรถเมล์แบบแม่นยำมากๆ ทำให้คนไม่ต้องออกมารอก่อนเวลาก็ไม่รู้นะ

เรานั่งรถเมล์จากป้าย Gdns by the Bay มาลงที่ป้าย Downtown Stn เพื่อต่อ MRT Downtown สายสีน้ำเงินกลับที่พัก

เอาจริงๆ คือเราต้องขอบคุณสิงคโปร์นะ ที่ทำให้เราไม่กลัวการขึ้นรถเมล์ แล้วก็ไม่กลัวการเปลี่ยนรถระหว่างทาง ตอนแรกก่อนไปคือเราลองแพลนแล้วและว่าการไปไหนในแต่ละที่คือมันไม่มีคำว่าต่อเดียวถึง เราก็แอบจะกลัวๆ อยู่หน่อยๆ ว่าจะรอดไหม เปลี่ยนรถเมล์ต่อ MRT 

แต่พอได้ลองมาจริงๆ แล้ว เห้ยยย มันไม่ได้น่ากลัวนี่นา แถมยังประหยัดแรงไปได้เยอะเลย ซึ่งทำให้เรากล้าขึ้นรถเมล์ที่กรุงเทพแบบไม่คิดมาก ถ้าหลงก็แค่เปลี่ยนรถไงจะไปยากอะไรล่ะ ใช่ไหม 55555 แล้วเราก็ได้ไปผจญภัยกับรถเมล์กรุงเทพฯ ได้จริงๆ ด้วย ต้องขอบคุณคุณสิงคโปร์มากจริงๆ >//<

ส่วนตอนหน้าเราจะไปที่ไหนเราจะไปลำบากยังไง ติดตามได้ในตอน [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 10)] และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น