พาไปทิ้งตัวที่ คิดถึง คอทเทจ โฮมสเตย์เล็กๆ และเที่ยวแนววิถีชุมชน รอบเกาะกลาง กระบี่... ไปเองแล้วจะตกหลุมรัก <3 รีวิวโดย Happy Go Around

สวัสดีค่ะ&nbsp; &nbsp; มาเจอกันอีกแล้ว..&nbsp;รอบนี้&nbsp;แป้งจะพาทุกคนวาร์ปไปเที่ยว&nbsp;จ.กระบี่ค่า!!&nbsp; ปล.&nbsp;ทริปนี้&nbsp;แป้งไปเที่ยวแบบ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;(เที่ยว&nbsp;2&nbsp;ที่)&nbsp; แต่จะแยกรีวิวออกเป็น&nbsp;2&nbsp;กระทู้นะคะ&nbsp;&nbsp; เพราะสไตล์ของทั้ง&nbsp;2&nbs

พาไปทิ้งตัวที่ คิดถึง คอทเทจ โฮมสเตย์เล็กๆ และเที่ยวแนววิถีชุมชน รอบเกาะกลาง กระบี่... ไปเองแล้วจะตกหลุมรัก <

พาไปทิ้งตัวที่ คิดถึง คอทเทจ โฮมสเตย์เล็กๆ และเที่ยวแนววิถีชุมชน รอบเกาะกลาง กระบี่... ไปเองแล้วจะตกหลุมรัก <3

 วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 21.42 น.

 วันที่เดินทาง 28 ต.ค. 2563


สวัสดีค่ะ 
 
มาเจอกันอีกแล้ว.. รอบนี้ แป้งจะพาทุกคนวาร์ปไปเที่ยว จ.กระบี่ค่า!! 
ปล. ทริปนี้ แป้งไปเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน (เที่ยว 2 ที่) 
แต่จะแยกรีวิวออกเป็น 2 กระทู้นะคะ  
เพราะสไตล์ของทั้ง 2 ที่มีความ contrast กันสูงมากกกกก 
 
ท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน @ เกาะกลาง จ.กระบี่ 

 

ข้อมูลเบื้องต้นก่อนไปเที่ยว: 

เกาะกลางเป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ประชากรโดยส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม (ประมาณ 95%) 

ดังนั้น การแต่งกายหรือการปฏิบัติของนักเที่ยวท่องเที่ยวหลายคนอาจต้องปรับตัวกันหน่อย 

เช่น สาวๆ ต้องแต่งตัวมิดชิด ไม่ใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น 

ไม่นำแอลกอฮอล์ขึ้นไปดื่มบนเกาะ ไม่แสดงพฤติกรรมเชิงชู้สาวในสถานที่สาธารณะ 

ที่นี่ไม่มีน้องหมา แต่จะมีน้องแพะวิ่งเล่นแทน 

 

เริ่มออกเดินทางกันเลยนะคะ  

เราเริ่มออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปลงที่สนามบินกระบี่ 

 

เมื่อเครื่องบินจอดที่สนามบินกระบี่ปุ๊บ  

เดินออกมา แล้วมองหาเคาน์เตอร์ Shuttle Bus เพื่อซื้อตั๋วเข้าตัวเมือง 

แจ้งว่า ไปลงท่าเรือเจ้าฟ้า (ค่าโดยสารคนละ 90 บาท) 

ต้องขอบคุณพี่คนขับ Shuttle Bus มากเลย ช่วยถามคนที่ท่าเรือมาช่วยดูแลเราต่อให้ 

 

นี่คือเรือที่เราจะนั่งไปเกาะกลางค่ะ เรียกว่า “เรือหัวโทง”  

ลืมถามชื่อคนคนขับเรือมา  
ขออนุญาตเรียกบังเฉยๆ นะคะ (“บัง” เป็นภาษาอิสลาม แปลว่า พี่ชาย) 


ถ้าจะเหมาเรือเพื่อไปเกาะกลาง คิด 100 บาทค่ะ ถ้าไม่รีบก็รอไปพร้อมกับคนอื่นได้ 
ส่วนเราเหมาแบบให้พาไปถ่ายรูปกับเขาขนาบน ชมป่าชายเลนก่อนค่ะ 
แล้วค่อยไปส่งที่เกาะกลางต่อ 
 

เขาขนาบน้ำ 

เป็นเขา 2 ลูกตั้งอยู่ขนาบแม่น้ำกระบี่ 
ถือเป็น Signature อย่างหนึ่งของเมืองกระบี่เลย 
 

ป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ดีเลยค่ะ 

มองธรรมชาติสีเขียวๆ ในวันอากาศไม่ร้อนแผดเผา ช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าไปได้เยอะเลยค่ะ 

เสียดายที่ช่วงท้ายๆ ฝนตก เลยอดถ่ายตอนอยู่ในป่าชายเลน T.T 

 

หลังจากนั้น บังก็มาส่งเรือที่เกาะกลาง

ลงจากท่าเรือ เราเดินไปเก็บของที่ที่พักกันก่อนค่ะ 

(ที่พักอยู่ห่างจากท่าเรือนิดดดดดดเดียว)


ที่นี่ชื่อว่า คิดถึง คอทเทจ 

เป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ที่เอาบ้านเก่าของครอบครัวมาทำเป็นโฮมสเตย์  

ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวตัวน้อยๆ แบบเรา   


มีบริเวณสวนข้างหน้า มองเข้าไปเป็นตัวบ้าน ลานข้างบ้านสำหรับนั่งเล่น ทานอาหาร 


ส่วนกลางของบ้านจะมีเตียงให้นอนกลิ้งเล่น มีโซฟาให้นั่งอ่านหนังสือ 

มีพื้นที่สำหรับทำละหมาด 

 

แวะทักทายพี่มัตถ์ เจ้าของโฮมสเตย์ได้แปปเดียว ก็รีบออกไปหาข้าวกินก่อนค่ะ 

เพราะความหิวก่อตัวรุนแรงมากกก 

 

เราเดินมากินมื้อเที่ยง+มื้อเย็น (รวบมื้อ 55) ที่ร้านมะหญิง 


ระหว่างนั่งทานอาหาร จะมาเรือของนักเที่ยวท่องมาแวะจอด และทานอาหารที่นี่เรื่อยๆ เลย 
เรากินไป ดูวิวไป ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง อากาศดี เพลินมากเลย 
 
เดินกลับมาที่คิดถึงคอทเทจด้วยความอิ่ม เลยแอบงีบไปนิดหน่อย 
แล้วออกมานั่งคุยกับพี่มัตถ์ก่อนเข้าไปงีบต่อ 
ตื่นมาอีกทีก็มืดเลย อดไปกินโรตี ฮืออออ... T.T 
 
ตื่นเช้ามาเจอกับคุณพ่อของพี่มัตถ์ค่ะ 
พาหลานๆ มาเดินชมสวนใกล้บ้านและเที่ยวบ้านเก่ากัน 
เราเลยได้น้ำมะพร้าวมาเป็นของแถมจากการที่เด็กๆ ไปเดินสวนด้วย อิอิ 
 

มื้อเช้าของเราในวันนี้มีข้าวหมกไก่ ไก่ทอด ขนมจีน  

ข้าวยำแบบท้องถิ่น ขนม และ “โรตี” 

เรามากันแค่ 2 คน พี่มัตถ์เลยมานั่งกินกับเราด้วยค่ะ 

เพราะอยากให้ทานอาหารหลากหลายหน่อย 

 

หลังจากมื้อเช้า  

เรามีไกด์ท้องถิ่นที่มีความรู้แน่นมาก 

มาพาเราเที่ยวรอบเกาะกลางด้วยสามล้อคันนี้ 


ไกด์ของเรา คือ บังดัสค่ะ  

 

ก่อนจะมานี่ เราอ่านรีวิวจากเว็บไซต์มาบ้างแล้วแหละ  

ก็รู้สึกเหมือนจะไปเที่ยวปกติ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก 

แต่พอมาฟังเรื่องราวของ “เกาะกลาง” จากปาก “ชาวเกาะกลาง” เอง  

ทำให้ตกหลุมรักที่นี่ไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ  

 

ต้องยอมรับอย่างนึงว่า เกาะกลาง เป็นชุมชนมุสลิมที่มีอัตลักษณ์ในตัวเองสูงมากเมื่อเทียบกับหลายท้องที่ 

แม้ว่า ความเจริญ เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาตามยุคสมัย และชาวบ้านก็ตอบรับกับสิ่งเหล่านี้โดยไม่ปิดกั้น 

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ทำลายหรือทำให้วิถีชุมชนดังเดิมคลายมนต์เสน่ห์ไปเลย 

อยากให้มาเอง แล้วจะรู้เลยค่ะว่า เสน่ห์พวกนี้ล้ำกว่าตัวอักษรที่เราจะรีวิวอีก  

 

ไปเที่ยวกันเลยนะคะ.. 

วิสาหกิจชุมชน กลุ่มทำเรือหัวโทง 

ใช่ค่ะ เรือหัวโทงก็คือเราที่เรานั่งข้ามฝั่งมาเกาะกลางนี่แหละ 

เป็นเรือที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ปรับให้เข้ากับสภาพดิน ฟ้า อากาศ และคลื่นทะเลของกระบี่



ที่นี่จะมีโมเดลจำลองของเรือหัวโทงขาย 

ตั้งแต่ไซส์จิ๋ว ยันไซส์ใหญ่

หรือถ้าใครอยากเรียนทำ เค้าก็มีสอนแบบจริงจังนะคะ

 
ทุ่งนาสีเขียว 
บนเกาะกลาง จะปลูกข้าวสังข์หยดออแกนิกค่ะ 
โดยปลูกเป็นนาปี คือ ปีละ 1 ครั้ง 

แล้วก็ไปเยี่ยมชน วิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว 

ได้ต่างหูมา 1 คู่ อิอิ.. 

แวะดูการแกะปู  

ยืนดูจนน้ำลายจะไหล กลิ่นปูยั่วยวนมากเลยอ่ะ 5555 

เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผ้ามัดย้อม  สีธรรมชาติ

เราทำ workshop ผ้ามัดย้อมค่ะ เราได้ทำเสื้อมัดย้อมด้วยฝีมือตัวเอง  

(ใช้ใส่วันสุดท้ายของทริปกระบี่ด้วย เห่อมาก 555)  

ส่วนแฟนทำผ้าพันคอค่ะ 


เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผ้าบาติก ปาเต๊ะ
แน่นอน สายทำกิจกรรม workshop แบบเราไม่พลาดที่จะทำผ้าบาติกค่ะ 
ด้วยเวลาที่มีจำกัด เลยได้ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยมา 1 ผืนถ้วน 
แล้วก็ช็อปปิ้งผ้าบาติกเพิ่มมาอีก 1 ผืน แฮ่.. 

เที่ยวเรินปะ เรินมะ 

(เรินในภาษาใต้ แปลว่า บ้าน 

ปะ เป็นภาษาอิสลาม แปลว่า พ่อ 

และ มะ เป็นภาษาอิสลาม แปลว่า แม่) 

ที่นี่จะมีที่เลี้ยงผึ้ง บ่อเลี้ยงปู แล้วก็สวนให้เดินชม 

และมีเฉาก๊วย 1 พรกให้กินด้วยยยยยย เย้.. เติมพลังตอนท้ายทริป 

(พรก เป็นภาษาใต้ แปลว่า กะลา)

 

หลังจากจบทริป บังดัสก็พาเรามาส่งที่ คิดถึง คอทเทจค่ะ 

พี่มัตถ์เดินมาส่งเราที่ท่าเรือ โบกมือบ๊ายบาย

แล้วออกเดินทางเข้าเมืองกระบี่กันต่อ


จบทริปเกาะกลางแบบแฮ้ปปี้...  

กระทู้หน้าจะเป็น เกาะจัม นะคะ

ขอไปเขียนกระทู้ต่อก่อนน้า สวัสดีค่ะ

ยังตัดคลิปวีดีโอไม่เสร็จ ขอแปะไว้ก่อนนะคะ

ความคิดเห็น