Full Race Review (ฉบับเต็ม)​ รีวิวรายการวิ่ง​ Thailand by UTMB​ 2020 (TUTMB) รีวิวโดย I am a Runner

Full Race Review Thailand by UTMB 2020 ระยะ : Inthanon 1 (24 Km) gain ที่นาฬิกาผมจับได้ : 1,007 m Overall rank : 146 Gender rank: 108 Age group rank: 31 Km.0 ที่จุด Start มองไปที่จุด Start แลดูคล้ายเหมือนปรักควาย เหยียบปุ๊ปจมลงไปเลยจ้า จมจนโงหัวไม่ขึ้น เรียกได้ว่า Speedgoat 4 ของผมสีน้ำเงินเหลือ

Full Race Review (ฉบับเต็ม)​ รีวิวรายการวิ่ง​ Thailand by UTMB​ 2020 (TUTMB)

Full Race Review (ฉบับเต็ม)​ รีวิวรายการวิ่ง​ Thailand by UTMB​ 2020 (TUTMB)

 วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 06.40 น.

 วันที่เดินทาง 1 พ.ย. 2563

Full Race Review Thailand by UTMB 2020
ระยะ : Inthanon 1 (24 Km)
gain ที่นาฬิกาผมจับได้ : 1,007 m
Overall rank : 146
Gender rank: 108
Age group rank: 31

Km.0 ที่จุด Start
มองไปที่จุด Start แลดูคล้ายเหมือนปรักควาย เหยียบปุ๊ปจมลงไปเลยจ้า จมจนโงหัวไม่ขึ้น เรียกได้ว่า Speedgoat 4 ของผมสีน้ำเงินเหลือง เหยียบลงไปครั้งแรกก็สีโคลนเลย ไม่มีโอกาสได้อวดรองเท้ากันเลยทีเดียว บรรยากาศปล่อยก็ให้นักวิ่งอีลิทอยู่หน้าสุด แล้วพวกที่ลุ้น Age Group เข้าต่อมา ผมรอพวก Age group เดินเข้าจะหมดละผมก็เลยเดินเข้าไปต่อคิวครับ 

Km.0 – Km.2
ออกจากจุด Start มาเลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กๆเป็นทางถนนยาวๆลัดเลาะเข้าสู่หมู่บ้านขุนกลาง ผมเกาะกลุ่มนักวิ่งไปเรื่อยๆ ทางเป็นถนนเป็นเนินขึ้นๆลงๆ แต่ส่วนใหญ่จะขึ้น ช่วงจะขึ้นก็เดินเอา พยายามจะไม่เร่งหลังผ่านประสบการณ์มา 2 สนามโดยเฉพาะสนามแรกที่ DNF ด้วยยิ่งทำให้ต้องระวังเป็นพิเศษในเรื่องความเกรี้ยวกราดตอนออกตัว เตือนตัวเองเสมอว่ากรูไม่ใช่อีลิท กรูเป็นแค่นักวิ่งที่เก็บเวลาไป”ขิง” ใส่เพื่อนที่เพิ่งเริ่มจะมาวิ่งในกลุ่มผมเท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ จะรีบจะเร็วไปทำไม ช่วงกิโลนี้คุณจะได้เห็น วิถีชาวบ้านขุนกลาง ออกมานั่งชมเราวิ่ง อากาศดีมากๆ .... จนมาปลาย Km.2 เราจะได้เห็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากบนเขาลงมาที่หมู่บ้าน น้ำตกนี้มีชื่อว่า “น้ำตกสิริภูมิ” เสียงน้ำตกทำให้ผมลืมทุกสิ่งอย่าง จนผมรู้สึกได้ว่าอาการคอเกร็งผมได้หายไปแล้วอ่ะ

Km.2 – Km. 4.5
เป็นการวิ่งผ่านเทือกสวนไร่นาที่ปลูกไร่ระดับตามขั้นของภูเขา ทางยังคงเป็นทางถนนขึ้นๆ – ลงๆ ผมวิ่งมาถึงดงสนที่เป็นจุดกางเต๊นท์ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นจุดที่จะเริ่มขึ้นเขาลูกแรก ณ.กิโลเมตรที่ 4.5 นี้แหละครับ 

Km. 4.5 – Km. 6
ช่วงแรกจะเป็นป่าชื้นๆเย็นๆ Uphill ขึ้นเรื่อยๆ 300 – 400 เมตร มีจังหวะพื้นราบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะดันเนินขึ้นไปเรื่อยๆ ชันบ้างราบบ้าง แต่จำได้ว่าขึ้นอย่างเดียว และสภาพดินคือลื่นมากๆ เพราะฝนตกมาตลอดทั้งสัปดาห์ และรุ่นพี่ๆ Inthanon ก็ปล่อยตัวเหยียบย่ำทางนี้กันไปหมดแล้ว เลยลื่นมาก เราเลยต้องอาศัยทางขอบๆก็พอไต่ขึ้นไปได้​ แต่ก็จัดว่าลื่นมากอยู่ดี จริงๆตรงนี้มีเชือกด้วยครับ ก็คิดดูละกันว่ามันลื่นแค่ไหน 

Km.6 – Km.7
เป็นช่วง Downhill ที่ทรมานมากๆ ในใจก็คิดว่า เมื่อไหร่จะจบๆ คิดถึงคำๆนึง​ "ระวัง.. สิ้นสุดทางลื่น" เพราะสภาพทางมันคือดินและโคลนที่ลื่นทั้งหมด ทุกอณูของแผ่นดินเหมือนเป็นที่อยู่ของปลาไหลลื่นปรื๊ดๆ โคลนล้วนๆ แล้วลองคิดดูครับ Downhill ที่เป็นโคลนสำหรับมือใหม่แบบผม มันทำความเร็วไม่ได้เลย ฮ่าๆๆ ได้แต่คิดไปทีละก้าวว่า กรูจะก้าวไปตรงไหนดี ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน “เปลี่ยนคือฟว่ำ” ก็จูบพื้นดินไปหลายครั้งอยู่ ฮ่าๆๆ ไม้โพลช่วยไว้ก็หลายครั้งครับ ตูดนี่ไม่ต้องพูดถึง คือ Downhill มาจนท้อว่า เออกรู Slide ไปเลยก็ได้วะ กูขี้เกียจวิ่งลงแล้ว.... 

Km.7 – Km. 9.5
เราลงมาจาก Downhill นรกได้แล้วดีใจมาก ฮ่าๆๆ เส้นทางต่อไปจะเป็นเส้นทางดินแดงแฉะๆซึ่งพอจะวิ่งได้ และเป็นการ Down hill ซึมไปเรื่อยๆไม่ยากครับ ผมวิ่งตามไหล่เขาไปเรื่อยๆก็จะเจอวิวแบบว่า เป็นนาข้าวออกรวง สีเหลือง-ทอง อร่ามตาเป็นอย่างมาก ยิ่งจังหวะที่แดดเริ่มออกมากระทบกับยอดของรวงข้าวนี่ โคตรสวยเลย 

Km. 9.5 – Km.13 *CP. A1 (บ้านผาหมอน)
ช่วงแรกเป็นทางถนนที่ชันมากๆ ชันจริงๆ เสียงดังก๊อกแก๊กๆของไม้โพลลื่นหูจริงๆทำให้เรามีพลังมากขึ้น ฮ่าๆๆ ช่วงกลางๆทางราบดินแดง โคลนๆเละ ช่วงท้ายก่อนเข้า CP1 เป็นทางราบบ้าง ดันเนินบ้าง เส้นทางจะเป็นกรวดหินดินทรายประมาณนั้นครับ 

Km.13 - CP. A1 (บ้านผาหมอน)
ที่นี่เราได้เจอแถวขบวนของเด็กๆบ้านผาหมอนมาต้อนรับ รู้สึกดีจังอ่ะ คือไม่เคยเจอไรแบบนี้อ่ะ เพราะ ชม.และประสบการณ์การวิ่งเทรลของผมไม่เยอะ พอมาเจออะไรแบบนี้ คือแบบเด็กๆน่ารัก เห็นรอยยิ้มเด็กๆแล้วมีแรงอ่ะ บวกกับเสียงเชียร์ พี่ๆสู้ๆ พี่ๆสู้ๆ เฮ้ยย...อยากจะบอกว่ามันมีแรงขึ้นมาจริงๆนะ 

Km.13 – Km. 18
ออกมาจาก A1 เป็นทางถนนราบ ขนาบข้างป่าบ้าง ข้างนาข้าวเหลืองๆบ้าง ออกรวงสีเหลืองๆอร่ามตามากๆ ยิ่งช่วงกิโลเมตรที่ 15 มันเป็นวิวแบบว่า เรามองอยู่ด้านบน (นึกภาพตามนะครับ) คือเป็นถนนตรงกลางแบบโค้งตัว S แล้วข้างๆคือ รวงข้างสีเหลืองอ่อนที่ออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยว แล้วแสงแดดอ่อนๆยังกระทบกับยอดปลายข้าว โอ้โห..อะไรจะฟินไปกว่านี้อีก ถ้าได้โต๊ะซักตัว กาแฟซักถ้วย หนังสือซักเล่ม นี่มันใช่เลย...แต่จงหลุดจากความฝันนี้มาซะ เรามีภารกิจต้องไปต่อนะจ๊ะ ช่วงท้ายๆเราเดินผ่านคันนา คันสวนชาวบ้าน ข้ามสะพานไม้ไผ่ 3 ท่อน โคตรกลัวเลย นี่ก็ครั้งแรกอีกนั่นแหละ มันขย่มๆน่ากลัวอ่ะ 

Km. 18 - Km. 19 - CP. A10 (บ้านแม่กลางหลวง)
เราเข้าสู่หมู่บ้านแม่กลางหลวง เป็นทางถนน Down hill ลงไปที่จุด Check point A10 วิวก็ยังคงเป็นนาข้าวเหลือทองอร่าม (ดูกันให้เบื่อกันเลยทีเดียว)

Km. 19 – Km. 21
เป็นทางดินแดง Single Track วิ่งเหยาะๆตามไหล่เขามาเรื่อยๆ วิวยังคงเป็นนาข้าวขั้นบันได 

Km. 21 – Km. 24 (Finish line)
ช่วงสุดท้ายจนถึงเส้นชัยมีร่องสวนลึกๆร่องนึงประมาณเมตรครึ่ง ปัญหาคือเราต้องไต่เชือกลงไปซึ่งมันลื่นมากๆต้องระวังนิดนึง แล้วเราก็เดิน-วิ่งไปตามคันนาเละๆโคลนๆ ดันเนินลื่นๆเลื้อยไต่ขึ้นไปจนถึงเขาลูกสุดท้ายเป็นป่า ก็ยัง Uphill แบบลื่นๆต้องมองหา line ดีในการวางเท้าที่จะไม่ให้ลื่น ความล้ามันมาเยอะละ เดินสลับพัก แต่ชันจริงๆ จนมาถึง Finish line 

ทุกๆ Race ที่ผมเคยผ่านมากับการวิ่งเทรล ผมจะบ่นเสมอว่า กูมาทำอะไรๆ หลายๆคนก็คงมีคำถามเกิดขึ้นมาในหัวเหมือนผมนั่นแหละ แต่คำตอบ...มันอยู่ตอนที่คุณกดปุ่มสมัครแล้วแหละ ว่าคุณมาทำไม ... ต่อมาก็ต้องมาหาว่าคุณจะหาคำตอบนั้นเจอใน Race มั้ย ... จงหามันให้เจอว่าคุณมาทำไม... มันไม่ใช่เรื่องการแพ้ การชนะ หรือ การเข้าเส้นชัยเพื่อเวลาดีๆ คำตอบมันอยู่ระหว่างทางที่เราวิ่ง สำหรับผมนะหรอ...ความสวยงามของคำว่า “มิตรภาพ” มันคือคำตอบสำหรับผม

ความคิดเห็น