รีวิวเส้นทางการวิ่งเทรล ตะนาวศรีเทรล สวนผึ้ง ราชบุรี รีวิวโดย I am a Runner

หากท่านใดขี้เกียจอ่าน สามารถข้ามไปดูคลิปวีดีโอได้เลยครับ Race Review ตอนนี้ขอนำเสนอ สนามวิ่งเทรลที่ขึ้นชื่อว่า โหด...มันส์...ไม่ค่อยจะฮาเท่าไหร่ ถูกขนานนามว่าเป็น Big boss ของภาคตะวันตกกันเลยทีเดียว เป็นสนามอื่นไปไม่ได้ ผมกำลังจะพูดถึง ตะนาวศรีเทรล ประจำปี 202032.4 km ตะนาวศรีเทรล Km.0 - Km.1เราถูก

รีวิวเส้นทางการวิ่งเทรล ตะนาวศรีเทรล สวนผึ้ง ราชบุรี

รีวิวเส้นทางการวิ่งเทรล ตะนาวศรีเทรล สวนผึ้ง ราชบุรี

 วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 17.30 น.

 วันที่เดินทาง 13 ธ.ค. 2563

หากท่านใดขี้เกียจอ่าน สามารถข้ามไปดูคลิปวีดีโอได้เลยครับ

Race Review ตอนนี้ขอนำเสนอ สนามวิ่งเทรลที่ขึ้นชื่อว่า โหด...มันส์...ไม่ค่อยจะฮาเท่าไหร่ ถูกขนานนามว่าเป็น Big boss ของภาคตะวันตกกันเลยทีเดียว เป็นสนามอื่นไปไม่ได้ ผมกำลังจะพูดถึง ตะนาวศรีเทรล ประจำปี 2020

32.4 km ตะนาวศรีเทรล

Km.0 - Km.1
เราถูกปล่อยตัวจากจุด Start ตอน 05:00 ออกมาจะเป็นเส้นทางถนนปรกติ วิ่งสบาย ทำความเร็วได้

Km.2 - Km.3.5
เราจะตัดเข้ามาทางเทรลแล้วนะครับ ทางเป็นดินเป็นฝุ่นนิดหน่อย บางช่วงมีขี้วัวด้วย ต้องวิ่งหลบกันดีๆนะจ๊ะ ทางเป็น Rolling ขึ้นๆลงๆ ไม่หนักหนาอะไรมาก ยังคงวิ่งสบายๆอยู่ครับ

Km.3.5 - Km.5
เนื่องจากว่ามันมืด แต่ก็รู้สึกว่าเรากำลังขึ้นเขาเล็กๆซักเขานึงนี่แหละ จัดว่าชันอยู่นะครับ แต่ร่างกายเรายังสดก็เลยเดินขึ้นชิวๆ เดาว่า Gain ประมาณ 100 - 150 ทางบางช่วงเป็น Single Track บางช่วงก็วิ่งแซงกันได้


Km.5 - Km.9
เป็นทางราบวิ่งได้ วิ่งได้ก็ต้องวิ่ง ช่วง Km.6 จะเป็นทางหินลอย+ทรายๆ Downhill ฝุ่นเยอะครับ

Km.9 - Km.10
เป็นช่วงของการไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ดันเนินไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ฟ้าเริ่มจะสว่าง แต่ข้างทางก็ยังมืด สีธรรมชาติสวยมากๆครับ (สีดำมืดตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า) ช่วง Km.10 จะเป็นทาง Downhill ลื่นๆอยู่นะครับ ทางมันเป็นดินร่วนๆ กับทางราบ วิ่งได้ไปจนถึงจุด Check point A5 (สำนักสงฆ์หัวสาม) 


Km.10 - Km.11 (A5)สำนักสงฆ์หัวสาม
ถึง A5 ฟ้าก็สว่างพอดีครับ น่าจะประมาณ 6:30 เห็นจะได้ อาหารการกินมีเยอะครับ แต่ไม่รู้จะกินอะไร ก็เติมน้ำแดงเฮลบลูบอย กับ เกลือแร่ ไปอย่างละขวด และก็ซัดแตงโมไปซัก 4-5 ชิ้น แล้วออกวิ่งต่อเลยจ้า


Km.11 - Km.12.5
เราออกจาก A5 วิ่งข้างๆถนนลาดยางใน Km.11 แล้วก็เลี้ยวซ้ายตัดเข้าทางเทรลเพื่อที่จะขึ้นเขาแหลมน้อย ช่วง Km.12 จะวิ่งผ่าน สวนยาง สวนมะพร้าว เป็นทางราบ วิ่งได้สบายๆ


Km.12.5 - Km.15.7
ช่วงแรกเป็นทางดันเนิน มีจังหวะพื้นราบให้พักบ้าง จนถึง Km.14.5 ก็จะเป็นทาง Rolling ขึ้นลง สภาพแวดล้อมเป็นป่าไผ่แซมไม้เขียว ดูสดชื่นครับ แต่ช่วงนี้ร่างเราไม่ค่อยจะสดชื่นแล้ว ช่วง Km.15 ต้องบอกเลยว่าขึ้นอย่างเดียว ขึ้นเรื่อยๆ แล้วชันด้วย ชันมากๆ คือบอกไว้ก่อนเลย ถ้ายังไม่เจอป้าย End of Uphill ไม่ต้องนึกเอาเองครับว่า เฮ้ย..ถึงยอดแล้ว ไม่จริงๆ ฮ่าๆๆ เราไต่ความชันขึ้นไปถึง Km.15.7 นั่นแหละถึงจะเป้นจุดสูงสุดของเขาแหลมน้อยครับ

Km.15.7 - Km.18
จากจุดสูงสุดบนเขาแหลมน้อย Downhill 2 Km. ยาวๆไปจนถึงจุด CP และ จุด Cutoff (A8) บ้านห้วยน้ำขาว หรือที่หลายๆคนเรียกบ้านกี้นี่แหละ ผมมาถึงบ้านกี้ประมาณ 8:30 เห็นจะได้ จุดนี้ cutoff 10:00 นะครับ จากจุดนี้กืนได้กินเลย เติมได้เติมเลย เติมน้ำให้เต็ม เพราะเรากำลังจะขึ้นเขาแหลมกัน ซึ่งเป็นทางที่ทุกคนฝันใฝ่ด้วย Gain 800 เมตร


Km.18 – Km.21
เราขึ้นมาจากบ้านกี้ ใช้ทางเดิมที่เราลงไปนั่นแหละ อาจจะต้องเดินสวนขึ้นกับนักวิ่งที่ Downhill ลงมาก็หลบๆและระวังกันด้วยละกันครับ ขึ้นมาแว่บนึงก็จะถึงทางแยก ซ้ายคือขึ้นเขาแหลม ขวาคือทางที่เราลงมาจากเขาแหลมน้อยนั่นแหละครับ ซึ่งเราจะต้องไปทางซ้าย ป้ายก็จะเขียนไว้อยู่ว่าเป็นจุด Finish line ครับ หลังจากจุดทางแยกตรงนี้ มันคือการ uphill ยาวๆ แต่เอาจริงๆนะแต่ความรู้สึกส่วนตัว ผมว่าไม่ยากมาก แต่ก็ชันและยาวปรู๊ดเลยทีเดียว ที่บอกไม่ยากเพราะมันจะมีพวกรากไม้ หรือดินเป็นชั้นๆให้วางเท้าง่าย คือเราสามารถวางเท้าองศาน้อยๆหรือขนานกับพื้นดินได้เลย ต่างจากเขาแหลมน้อย เขาแหลมน้อยเวลาเราวางเท้า เราจะลงเท้า 45-60 องศาทำมุมจากพื้นดินเลยแหละครับ จัดว่าโหดมาก เส้นทางจะประกอบด้วย ป่าไผ่ ป่าธรรมชาติ ป่าเขียว สวยงามร่ม และ ไม่ ร้อนมากแต่ก็ไม่ได้เย็นนะครับ


Km.21 (ยอดเขาแหลม)
เรามาถึงยอดเขาแหลมใช้เวลาประมาณ 5:15 ชม. เวลาตอนนั้น 10:15 ครับ ข้างบนสวยมากๆครับ เราจะเห็นวิวของยอดเขาทุกยอดเลย วิวที่เห็นคือ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็น สีส้ม สีเหลือง สีแดง สวยจริงๆบอกเลย 


Km.21 – Km.23
เป็นการ Downhill ลงเขาแหลมที่น่ากลัวและอันตรายมากครับ มีปีนป่ายลงที่สูงๆ ตะคริวมาช่วงนี้ และ ITB ก็มาช่วงนี้แหละครับ หลังจากนี้เป็น Drama ล้วนๆ การ Downhill เป็นของสแลงสำหรับผมจริงๆ บอกเลย...


Km.23 – Km.26
เราจะต้องวิ่งให้ช้าลงล่ะครับ เพราะมีอาการ ITB ช่วง Km. ตรงนี้เป็นทางราบ กับ Downhill วิ่งบนทางกันไฟนั่นแหละ ซึ่งเป็น Single Track เป็นป่าเขียว ร่มรื่นครับ มีป่าไผ่บางช่วง เราต้องวิ่งให้ไปให้ทัน Cut off 14:30 ที่ KM.26 ต้นผึ้งครับ ซึ่งผมคิดว่าทันอยู่แล้ว แต่ก็อยากกลับบ้านไวๆแล้วล่ะ ก็ต้องวิ่งประคองและลดความเร็วลง และต้องเดินบ้าง จนมาถึงที่ต้นผึ้ง 12:00 พอดีครับ ผมใช้เวลาจากจุด Start มาจนถึงต้นผึ้งนี้ 7 ชม. เป๊ะๆครับ วิ่งบ้างเดินบ้างหยุดถ่ายคลิปบ้าง


Km.26 – Km.27.6
จากต้นผึ้งเป็นช่วงที่ทรมานมาก Race director โอ้โห...หลอกวิ่งขึ้น วิ่งลง ขึ้นๆลงๆ ไม่ถึงยอดเขาเขียวซักทีครับ จนมาถึง Km.27.6 ครับถึงยอดเขาเขียว ซึ่ง ณ จุดๆนี้ เรารู้สึกว่าเจ็บ ITB หนักหน่วงมากๆแล้วล่ะ ถึงกับว่าไม่สามารถ Downhill ลงได้แล้วล่ะ ถ้าเหลือระยะอีกซัก 10 Km คงต้อง DNF แต่มันเหลืออีก 4-5 km เป็นทางลงเขาเขียวยาวๆล้วนๆ เลยกัดฟันสู้ครับ

Km. 27.6 – เส้นชัย
เป็นการ Downhill ที่ทรมานที่สุดในชีวิตวิ่งเทรลเลยครับ หลายๆคนที่วิ่งผ่านผมบอกว่าให้เดินถอยหลังลง ขอบคุณจากใจจริง ผมลองทำแล้วครับ ทำไม่ได้มันจะล้ม และต้องหันหลังมองตลอดเวลา มันไม่ได้จริงๆครับ ผมเลยเดินแบบให้เข่าซ้ายตึงๆ (เดินแบบนักเลงอ่ะ ฮ่าๆๆ) บางช่วงเมื่อย ก็เปลี่ยนเป็นกระดึ๊บด้านข้างลงครับ จากที่คิดว่าจะ Downhill ลงสวยๆจบซัก 8 ชม. หน่อยๆ แล้วก็ขับรถกลับกรุงเทพเลย ปรากฎว่าปาเข้าไป 9:30 จ้า นั่นคือผมใช้เวลากับเขาเขียวทั้งสิ้น 3:30 เลยจ้า

ยินดีกับ Finisher และก็ให้กำลังใจกับหลายๆท่านที่ DNF ไม่ต้องกังวลครับ เก็บเอาความเสียใจ เสียดายเป็นแรงผลักดันใน Race ต่อไปครับ

ความคิดเห็น