สัมผัสอาหารไทยมื้ออร่อยกับบรรยากาศสุดแสนประทับใจที่ The Raweekanlaya Dining รีวิวโดย KunKaiMook

สวัสดีค่าทุกคนนน วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนเวลาไปกินอาหารไทยแบบชาววังกันที่ 'ร้านอาหารระวีกัลยา' ใครที่ยังไม่เคยกินห้ามพลาดรีวิวนี้เลยนะค่ะ เอาละถ้าทุกคนพร้อมแล้วเราไปกันเลยดีกว่า การเดินทางไปยังร้านอาหารระวีกัลยาเดินทางง่ายมากสามารถเดินทางได้ด้วย - รถยนต์ส่วนตัว - รถไฟใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคล (MRT BL

สัมผัสอาหารไทยมื้ออร่อยกับบรรยากาศสุดแสนประทับใจที่ The Raweekanlaya Dining

สัมผัสอาหารไทยมื้ออร่อยกับบรรยากาศสุดแสนประทับใจที่ The Raweekanlaya Dining

 วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 21.40 น.

 วันที่เดินทาง 19 พ.ย. 2563

สวัสดีค่าทุกคนนน วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนเวลาไปกินอาหารไทยแบบชาววังกันที่ 'ร้านอาหารระวีกัลยา' ใครที่ยังไม่เคยกินห้ามพลาดรีวิวนี้เลยนะค่ะ เอาละถ้าทุกคนพร้อมแล้วเราไปกันเลยดีกว่า

การเดินทางไปยังร้านอาหารระวีกัลยาเดินทางง่ายมากสามารถเดินทางได้ด้วย

- รถยนต์ส่วนตัว

- รถไฟใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคล (MRT BLUE LINE)

- ถโดยสารประจำทางสาย 157 (ปอ.), 3, 32, 33 (ปอ.), 49, 516 (ปอ.),53 และสาย64

- เรือด่วนปรับอากาศธงสีแดง

ที่อยู่ของร้าน: 164-172 ซอยเทเวศร์ 2 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

MAP
https://goo.gl/maps/YzpVqm3Sj1...

พื้นที่: บริเวณหน้าร้านมีพื้นที่จอดรถซึ่งสามารถจอดรถได้ถึง 30 คัน

ร้านอาหาร The Raweekanlaya Dining ตั้งอยู่ในโรงแรม The Raweekanlaya Bangkok เป็นโรงแรมที่มีความสวยงาม และเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งในสมัยก่อนเคยเป็นเรือนพักอาศัยของพระนม (แม่นม) ของรัชกาลที่ 6 ภายในห้องอาหารระวีกัลยาจะตกแต่งสไตล์ไทยฟิวชั่น มีทั้งหมด 10 โต๊ะ

อันนี้เป็นเมนูอาหารของทางร้านค่ะ จะดีไซด์ออกมามีลักษณะคล้ายใบลานเปิดได้ 2 หน้าส่วนอาหารนั้นจะเป็นอาหารไทยโบราณสูตรต้นตำรับ ซึ่งวันนี้เราจะมารีวิวอาหารที่เราไปกินมา มาเริ่มกันที่เมนูแรกกันเลยดีกว่า

ม้าฮ่อ

ม้าฮ่อ เป็นอาหารว่างของไทยชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายสาคู กินคู่กับผลไม้ เช่น สับปะรด ตัดแบ่งพอดีคำตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าและผักชี กินเข้าไปจะสัมผัสได้ถึง 4 รสชาติในคำเดียว คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ด ต้องบอกเลยว่าใครยังไม่ลองถือว่าพลาดมาก (ราคา 140 บาท)

แกงรัญจวน

เป็นอาหารชาววัง สูตรต้นตำรับจะเป็นเนื้อ แต่ในปัจจุบันมีการดัดแปลงมาเป็นเนื้อหมู รสชาติต้องขอบอกเลยว่าแซ่บมาก ทานตอนร้อนๆยิ่งอร่อยอย่าบอกใคร (ราคา 220 บาท)

ยำส้มโอ

เป็นอาหารไทยที่หากินได้ยากมาก รสชาติคือดีมาก เนื้อส้มโอหวานฉ่ำตัดกับรสเครื่องปรุงยำ ไว้กินคลายร้อน ทานแล้วดีต่อสุขภาพ ใครที่กำลังลดความอ้วนแนะนำเมนูนี้เลยจ้า (ราคา 225 บาท)

เอาละอิ่มกับของคาวไปแล้วมาต่อกันที่ของหวานกันดีกว่า จานแรกที่แนะนำ คือ

ส้มฉุน

เป็นขนมหวานโบราณที่ปรากฏอยู่ในกาพน์เห่ชมเครื่องคาว-หวานในสมัยรัชกาลทที่ 2 ประกอบไปด้วย ผลไม้ ขิง และหอมเจียว กินเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่นมาก และสามารถช่วยคลายร้อนได้ดีอีกด้วย (ราคา 145 บาท)

ขนมเหนียว

เป็นแป้งข้าวเหนียวนุ่มๆโรยด้วยมะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ เวลาทานแนะนำให้ทานกับน้ำเชื่อม โรยด้วยน้ำตาลงาและข้าวพองกรุบกรอบอร่อยมาก หรือจะราดแค่น้ำเชื่อมกับข้าวพองก็ได้ อร่อยจนเราหยุดกินไม่ได้เลย (ราคา 145 บาท)

เครื่องดื่มเราสั่งเป็น น้ำมะตูม รสชาติไม่หวานมาก ช่วยแก้การกระหายและช่วยในการย่อยอาหาร แก้ร้อนในได้ด้วย

สำหรับใครที่อยากมาลองกินอาหารไทยแต่ไม่รู้จะไปร้านไหนดี เราแนะนำร้านอาหารระวีกัลยามาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะ นอกจากจะมีอาหารไทยที่หาทานได้ยากและอร่อยแล้ว พนักงานยังให้บริการดีอีกด้วย ราคาก็คุ้มค่ามากไม่แพง มีจุดถ่ายรูปสวยๆเอาไว้โพสอินสตาแกรมอีกด้วย ถ้าใครอยากกินข้าวแช่ชาววังเราแนะนำให้มาช่วงเดือนเมษายนเนื่องจากทางร้านจำหน่ายเฉพาะเดือนเมษาเท่านั้น

ความคิดเห็น