ชวนเดินเล่นถ่ายรูปที่สำนักดำน้ำ "โซว เฮง ไถ่" ย่านตลาดน้อย รีวิวโดย Journeyme Journeyyou

"โซว เฮง ไถ่" (So Heng Tai) หรืออีกชื่อคือ "บ้านดวงตะวัน"เป็น hidden gem หนึ่งในชุมชนตลาดน้อย ทีควรค่าแก่การมาสัมผัสบรรยากาศของ "คฤหาสถ์จีนเก่าแก่" ซึ่งผ่านมาแล้ว 8 เจนเนอเรชั่น ที่มีอายุร่วม 250 ปี (คาดว่าสร้างในช่วงปี พ.ศ. 2340) ที่ ณ ปัจจุบัน เป็นทั้งบ้านที่อยู่อาศัย ร้านกาแฟ โรงเรียนสอนดำน้

ชวนเดินเล่นถ่ายรูปที่สำนักดำน้ำ "โซว เฮง ไถ่" ย่านตลาดน้อย

ชวนเดินเล่นถ่ายรูปที่สำนักดำน้ำ "โซว เฮง ไถ่" ย่านตลาดน้อย

 วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.38 น.

 วันที่เดินทาง 5 ธ.ค. 2563

"โซว เฮง ไถ่" (So Heng Tai) หรืออีกชื่อคือ "บ้านดวงตะวัน"
เป็น hidden gem หนึ่งในชุมชนตลาดน้อย ทีควรค่าแก่การมาสัมผัสบรรยากาศของ "คฤหาสถ์จีนเก่าแก่" ซึ่งผ่านมาแล้ว 8 เจนเนอเรชั่น ที่มีอายุร่วม 250 ปี (คาดว่าสร้างในช่วงปี พ.ศ. 2340)

ที่ ณ ปัจจุบัน เป็นทั้งบ้านที่อยู่อาศัย ร้านกาแฟ โรงเรียนสอนดำน้ำ และฟาร์มสุนัขบีเกิ้ล 
แค่เกริ่นก็รับรู้ได้ถึงความ unique ของที่แห่งนี้แล้วสิ.. 

เก๋งจีนแห่งนี้ ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีนฮกเกี้ยน แบบ "สี่เรือนล้อมลาน" ลองนึกภาพตามว่าพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ล้อมด้วยอาคารต่าง ๆ ทั้ง 4 ด้าน และมีพื้นที่โล่งตรงกลาง

หากลอดผ่านซุ้มประตูหน้าบ้านที่มีการตกแต่งด้วยรูปภาพนูนต่ำจีนโบราณสีขาว ฟ้า คราม และเปิดประตูไม้สีแดงที่ตัดกับสีรูปวาดได้อย่างลงตัวเข้ามาในรั้วบ้าน จะพบอาคารล้อมอยู่เต็มพื้นที่ และคอร์ทกลาง (เดิมทีเป็นที่โล่งและมีต้นไม้) จะเจอสระน้ำสูงจากพื้นขึ้นมาราว ๆ 1.2 เมตร ที่เป็น "สำนักดำน้ำโซวเฮงไถ่" นั่นเอง

เลี้ยวซ้ายเดินเลาะขอบสระมาเรื่อย ๆ จนถึง "เรือนประธาน" ซึ่งเป็นเรือนหลักของบ้าน
หากมองจากภายนอก บ้านหลังนี้เหมือนเป็นเก๋งจีนสองชั้น แต่ลองมองจริง ๆ ความพิเศษคือ มีการผสมผสานวัฒนธรรมไทยเข้าไปด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว สถาปัตยกรรมจีนจะไม่มีการยกพื้นให้สูงเนื่องจากคนจีนใช้โต๊ะเก้าอี้ในการนั่งอยู่แล้ว แต่บ้านแห่งนี้ มีการยกพื้นขึ้นเป็นระดับเหมือนบ้านไทย เพื่อให้นั่งพับขากับพื้นได้ อีกทั้งยกสูงขึ้นอีกสามขั้นเพื่อสำหรับประตูห้อง ส่วนใต้ถุนเป็นใต้ถุนเตี้ย ๆ เพื่อยกพื้นตัวบ้านทั้งหมดให้สูงกว่าพื้นทั่วไป ตามแบบฉบับบ้านไทย อีกทั้งมีการก่อสร้างที่ใช้การเข้าสลักไม้ รวมถึงการใช้ไม้สักทองในการสร้างบ้านแทบทั้งหลัง

จากการอ่านข้อมูลต่าง ๆ ที่มีมาก่อนนี้ 
เดิมที่ บ้านหลังนี้คือ "ท่าเรือโปเส็ง" และบ้านหลังนี้ก็เป็น home office ของท่าเรือด้วย ซึ่งทำการค้าขายทางเรือสำเภอกับจีน โดยมี "พระอภัยวานิช (เจ้าสัวจาด)" เป็นเจ้าของบ้านและกิจการแห่งนี้
จนเวลาผ่านมาเรื่อย ๆ การค้าขายทางเรือสำเภาก็ถูกเปลี่ยนไปเช่นกัน.. เวลาล่วงเลยมา ยุคสมัย การค้าขาย การเดินทางก็เปลี่ยนไป แต่ที่แห่งนี้ ยังคงเป็น "บ้าน" ที่เจ้าของบ้านใช้อาศัยมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน 

ซึ่งแน่นอนว่า บ้านอายุร่วม 250 ปี ก็ต้องมีเก่า ทรุดโทรม ชำรุดบ้างตามกาลเวลา
เจ้าของบ้านคนปัจจุบัน คุณภู่ศักดิ์ โปษยะจินดา จึงได้ทุ่มเงินปรับเปลี่ยนพื้นที่กลางบ้านจากลานหินมาเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำ (ตั้งแต่ปี 2547) และยังคงเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำ รวมถึง "คาเฟ่" ที่มีความเฉพาะตัว
ที่นี่มีกาแฟ น้ำผลไม้โซดา สมูทตี้ ขนมเบเกอรี่ อาหาร และก๋วยเตี๋ยวในบางวัน สูตรเฉพาะของ "คุณดวงตะวัน" ซึ่งเป็นคุณแม่ของคุณภู่เจ้าของบ้านรุ่น 8 นี่เอง

เดินกลางแดดมาแล้ว ขอสั่ง "บ๊วยโซดา" ให้ชื่นใจซักแก้ว หอม ๆ เปรี้ยว ๆ น่าจะทำให้สดชื่นและมีแรงในการถ่ายรูปต่อไป

แต่ก็ขอให้มีเนื้อหนัง ด้วยการสั่ง "เค้กส้ม" มาซะหน่อยละกัน จะได้มีอะไรมากินคู่กับเมนูข้างบน

พออิ่มประมาณหนึ่ง ถึงเวลาเดินสำรวจรายละเอียดส่วนอื่นกันต่อ
บ้านแห่งนี้ ยังคงความ "เดิม" ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศเก่า ๆ ได้อย่างชัดเจน
จากการเดินดูไม้ ขื่อ กระเบื้อง วงกบบานประตู พื้น มือจับประตู ก็อดคิดมาได้ว่า หากต้องการจะซ่อมแซมหรือบูรณะที่แห่งนี้ไว้ให้นานที่สุดนั้น ต้องใช้เงินและช่างที่มีความรู้ขนาดไหน ..ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หากใครผ่านมา เจริญกรุง 22 หรือ "ตลาดน้อย" 
ก็เดินเลาะตามตรอกซอยเข้ามาเยี่ยมเยียนบ้านแห่งนี้ซักหน่อย

เดินมาก็ไม่ใกล้เท่าไร แวะดื่มน้ำเย็น ๆ ซักแก้ว จิบกาแฟซักนิด ทานขนมซักหน่อย ให้คนไปเยี่ยมและเจ้าบ้านชื่นใจ หรือจะมาลงเรียนดำน้ำในโรงเรียนสอนที่มีเอกลักษณ์ขนาดนี้ ก็น่าสนใจดีนะ 

ถ้าอยากมาเยือน อย่ารอ.. 
เปิดประตูไม้เข้ามาแล้ว แค่ยืน snap ภาพหลังประตู ยังไม่พอหรอก
เดินเข้ามานั่งข้างในก่อนเนอะ
เวลามันหมุนไปเรื่อย ๆ มาวันนี้ กับพรุ่งนี้ ก็ไม่เหมือนกันแล้ว จริงไหม?  

  • บ๊วยโซดา (ลืมราคา 75฿ รึเปล่านะ?)
  • เค้กส้ม 50฿
  • โซว เฮง ไถ่ So Heng Tai | Facebook
  • Dumnam.com
  • 282 ซอย ดวงตะวัน ถนนเจริญกรุง ตลาดน้อย กด map มาก็เจอ
  • เปิดทุกวัน 09.00-18.00 (โปรดเช็คเวลาจากทาง page อีกครั้ง)
  • MRT หัวลำโพง ทางออกที่ 1 ละเดินเข้ามาประมาณ 700 เมตร

JOURNEYMEJOURNEYYOU on Facebook

JOURNEYMEJOURNEYYOU on Instagram

ความคิดเห็น