ถ่ายรูปเล่น "ตลาดน้อย" เดินเล็ก ๆ แต่ได้ไม่น้อย รีวิวโดย Journeyme Journeyyou

อากาศดี ๆ แบบนี้ ไปเดินเล่นกันดีกว่า.. เดินที่แปลว่าเดินจริง ๆ คือนั่งขนส่งมวลชนไปแล้วเดินเล่น ถ่ายรูปเล่น แบบนั้นเลย และหนึ่งตัวเลือกที่เข้ามาในหัว คือ "ตลาดน้อย" เจริญกรุง 22 นี่เองเนื่องจากไม่เคยไป จึงต้องเปิดแมพหาข้อมูลเส้นทางนิดนึงด้วยความดูจากแผนที่และข้อมูลมาแล้ว ไม่อยากขับรถไป จึงเ

ถ่ายรูปเล่น "ตลาดน้อย" เดินเล็ก ๆ แต่ได้ไม่น้อย

ถ่ายรูปเล่น "ตลาดน้อย" เดินเล็ก ๆ แต่ได้ไม่น้อย

 วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 13.01 น.

 วันที่เดินทาง 16 ม.ค. 2564

อากาศดี ๆ แบบนี้ ไปเดินเล่นกันดีกว่า.. 
เดินที่แปลว่าเดินจริง ๆ
คือนั่งขนส่งมวลชนไปแล้วเดินเล่น ถ่ายรูปเล่น แบบนั้นเลย 
และหนึ่งตัวเลือกที่เข้ามาในหัว คือ "ตลาดน้อย" เจริญกรุง 22 นี่เอง

เนื่องจากไม่เคยไป จึงต้องเปิดแมพหาข้อมูลเส้นทางนิดนึง
ด้วยความดูจากแผนที่และข้อมูลมาแล้ว ไม่อยากขับรถไป จึงเลือกที่จะเดินทางด้วย MRT ลงสถานีหัวลำโพงกัน และจะใช้พาหนะติดตัวของเราเอง ในการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็คือสองเท้าป้อม ๆ กลม ๆ ที่มีนี่แหละ และนี่คือแมพเส้นทางที่เราเดิน เดินวน เดินงง เดินเล่นเรื่อย ๆ 

ขึ้นจากสถานีหัวลำโพง ทางออกที่ 1 เลือกที่จะเดินมา "ถนนมหาพฤธาราม" และข้ามสะพานเดินสวนกับรถมาตาม "ถนนข้าวหลาม" ระหว่างทางก็ร่ม ๆ ลมเย็น ๆ เดินรับลมมาตามแนวร่มของอาคารพาณิชย์ยุคโน้น ร้านรวงข้างทางโดยส่วนมากก็คือร้านอะไหล่ เครื่องมือช่าง และของกินบ้าง

ก่อนหน้านี้ได้ปักหมุดไว้ว่าจะไป โบสถ์กาลหว่าร์ ซอยโรงเกือก โซวเฮงไถ่ และวนออกมา
แวะเปิดแมพดูอีกที เอ๊ะ จะไปไหนก่อนดีนะ? 
ประมวลผลด้วยสมองอันน้อยนิดรวมกับความง่วงนอนเพราะลมเย็น 
งั้นเราไป "โบสถ์กาลหว่าร์" ก่อนแล้วกัน.. โดยหาทางลัดเลาะมาจากถนนข้าวหลาม ให้เข้ามา "ซอยวานิช 2 (ซอยกรมเจ้าท่า)" ก่อนละกัน .. พอเข้ามาได้แล้วนี่ก็เดินตรงอย่างเดียวเลย ระหว่างทางก็แอบเล็งแหละว่าเดี๋ยวตอนเดินกลับจะแวะตรงไหนบ้าง ไม่กี่อึดใจก็แลนด์ดิ้งที่เป้าหมายของเรา

วัดพระแม่ลูกประคำ (Holy Rosary Church) หรือ โบสถ์กาลหว่าร์ 
โบสถ์เก่าแก่ อายุราว 120 กว่าปีแห่งนี้ เป็นโบสถ์คริสต์โรมันคาทอลิค จริงแล้วเป็นโบสถ์หลังที่ 3 แล้วนะ (สองหลังก่อนนี้เซิร์ชข้อมูลอ่านได้จ้ะ) ตั้งอยู่ในพื้นที่กับโรงเรียนกุหลาบวิทยา เป็นโบสถ์สูงสไตล์ Gothic มีซุ้มหน้าต่างและประตูโค้งและมีรายละเอียดแบบยุโรป ประดับด้วยกระจกสีสันซึ่งเวลาแสงผ่านเข้ามาสวยมาก แต่ด้วยสถานการณ์โควิด ปิดจ้า! มองดูได้แต่ข้างนอกและมองลอดช่องประตูเข้าไปแทน 

ถ่ายรูปสู้แดดกันจนตาพร่า ฟ้าสวยนี่นา ยอม! 
แต่ก็สังขารอะเนอะ ไม่ใช่เด็กแล้ว เข้าร่มมาเล็งโลเคชั่นต่อไปดีกว่า
แวะซื้อน้ำหน้าโรงเรียนกุหลาบซักแก้ว แล้วไปต่อดีกว่า 

เดินย้อนกลับไปทางที่มานั่นแหละ ไม่กี่เมตร เอาเป็นว่าใกล้มา ยังดูดน้ำในมือไม่หมดเลย
ซ้ายมือของเราก็คือแบงค์สยามกัมมาจล หรือ SCB นั่นเอง

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย
เป็นสถาบันการเงินแห่งแรก และที่นี่คือธนาคารแห่งแรกของไทย ที่เป็นอาคารยาวสีเหลืองนวลและหันหน้าเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา ลักษณะเป็นอาคารสามชั้นแบบ "โบซาร์" รวมกับ "นีโอคลาสิค" มีรายละเอียดจากยุคต่าง ๆ ผสมกัน และยังเปิดทำการเป็นธนาคารอยู่จนถึงปัจจุบัน (ซึ่งไม่มีรูปข้างในนะจ๊ะ เนื่องจากที่ไปเป็นวันทำการและสถานการณ์โควิด เราจึงไม่อยากเข้าไปรบกวนเจ้าหน้าที่) 

เดินออกจากแบงค์ ลัดเลาะมาหน่อย "กรมเจ้าท่า" จะอยู่ทางซ้ายมือของคุณ
ไม่ได้เข้าไป แต่ได้ยินว่า เป็ดตุ๋นเจ้าท่าอร่อยมาก (ใครลองแล้วบอกที)

เดินเข้าซอย "ซอยศาลเจ้าโรงเกือก" ตรอกขนาดเล็กจิ๋วที่เหมาะแก่การเดิน และเดินเท่านั้น
มีการตกแต่งผนังด้วย Street Art ตามกำแพง ทั้งรูปวาด รูปถ่าย ให้ผสมผสานเข้ากับบ้านละแวกนั้นได้น่าสนใจเลยแหละ บ้านเก่ายังคงเดิมไว้มาก มีร้านขายของ ร้านทำอะไหล่ดั้งเดิมอยู่

เดินเลาะเรื่อยเปื่อยมาเรื่อย ๆ สถานที่ต่อมาคือ "ศาลเจ้าโรงเกือก" หรือศาลเจ้าพ่อฮ้อนหว่องกุง ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นศาลเจ้าเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 5 และมีสถาปัตยกรรมแบบผนังภาพนูนต่ำให้เราได้ชมกันด้วย บรรยากาศเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน แวะไหว้พระขอพรกันสักหน่อย ถ่ายรูปสักนิด ก่อนที่จะออกจากที่แห่งนี้ไปเนอะ 

จากนั้นก็แวะเวียนเดินเล่นตามตรอกต่อไปอีกเรื่อย ๆ 
แค่เดินเล่น ดูวิว ดูตึก ดูคนว่าเค้าใช้ชีวิตยังไง ก็อดจินตนาการและสงสัยไม่ได้ว่าในอดีตที่ตรงนี้จะเป็นยังไงมั่งนะ? บ้านที่เห็นติดแม่น้ำ สมัยก่อนจะสวยและชิลขนาดไหนกัน? 
คณะทัวร์เท้าของเรายังเดินเล่นต่อมาเรื่อย จนเจอกับบ้าน "โซว เฮง ไถ่" ซึ่งเราเคยเล่าไปแล้วในโพสท์นี้
ชวนเดินเล่นถ่ายรูปที่สำนักดำน้ำ "โซว เฮง ไถ่" ย่านตลาดน้อย | README.ME
เดินเล่นผ่านไป ก็มีบ้านเก่า ๆ น่าค้นหา รถสีส้มกับผนังเก่าที่เป็นภาพมหาชนของชุมชนตลาดน้อย และสตรีทอาร์ทก็ยังมีเรื่อย ๆ 

เดินเล่นพอหอมปากหอมคอ เราเดินออกจากชุมชนโดยใช้ "ซอยดวงตะวัน" เดินย้อนกลับทางที่เข้ามาอีกที แต่รอบนี้เดินอ้อมไปทาง "ถนนมิตรภาพไทยจีน" อยากเห็นตึกที่เป็นคนละวิวกับขามาซะหน่อย 

ใช้วิธีเดิมคือเดินเลาะร่มตึกแล้วถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย ๆ จนมาถึง "ห้าแยกไมตรีจิตต์" ซึ่งตึกแถบนี้จะดูทันสมัยเนื่องจากแถบนี้เป็นชุมชนชาวจีนและชาวคริสต์โปรแตสแตนต์ ตึกแถบนี้เลยดูเหมือนทางตะวันตกมากขึ้น เช่น "The mustang blu" ที่เป็นอาคารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นำมาตกรีโนเวทให้เป็นโรงแรมและคาเฟ่นั่นเอง ตึกละแวกนี้ก็สวยไม่แพ้กับทางตลาดน้อยเลย แค่คนละสไตล์แค่นั้นเอง
 

หากใครว่าง ลองมาเดินเล่นถ่ายรูป ท่องเที่ยวชิค ๆ แบบวิถีชุมชนได้ที่ "ตลาดน้อย" หรือโซนเจริญกรุง 22 นี่เอง แค่มาเดินเล่นก็เพลินแล้ว และอย่าลืมรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อย ๆ นะจ๊ะ
จะได้อยู่เดินเล่นกันอีกน๊านนานนนนน

  • MRT หัวลำโพง เดินต่อ จะนั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้
  • BTS สะพานตากสิน ต่อเรือมาลงท่า "กรมเจ้าท่า"
  • รถเมล์ สาย 1 , 35 ,75 ลง "ตลาดน้อย"
  • งบประมาณ 500 บาทเหลือเฟือ
  • เตรียมพัด ร่ม แว่นกันแดด มาด้วยก็ได้

JOURNEYMEJOURNEYYOU on Facebook

JOURNEYMEJOURNEYYOU on Instagram

ความคิดเห็น