จับหมีที่บ้านกร่างแคมป์ แก่งกระจาน ไปปล่อยในป่าลึก รีวิวโดย Sikhorn Palanan

   น้องขนุน อาจจะเป็นไฮไลท์ของใครหลายคนที่ได้มากางเต็นท์ที่บ้านกร่างแคมป์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนี้ แต่ทว่า "น้องขนุน"หรือ หมีหมา ตัวนี้ ไม่ควรมาอยู่ตรงนี้หรือนักท่องเที่ยวไม่ควรมาอยู่ตรงนี้กันแน่!!!      "น้องขนุน" เป็นชื่อเรียกของหมีหมาตัวหนึ่ง ที่ใครเป็นผู้ตั้งก็ไ

จับหมีที่บ้านกร่างแคมป์ แก่งกระจาน ไปปล่อยในป่าลึก

จับหมีที่บ้านกร่างแคมป์ แก่งกระจาน ไปปล่อยในป่าลึก

 วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 11.12 น.

 วันที่เดินทาง 18 ม.ค. 2564

   น้องขนุน อาจจะเป็นไฮไลท์ของใครหลายคนที่ได้มากางเต็นท์ที่บ้านกร่างแคมป์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนี้ แต่ทว่า "น้องขนุน"หรือ หมีหมา ตัวนี้ ไม่ควรมาอยู่ตรงนี้หรือนักท่องเที่ยวไม่ควรมาอยู่ตรงนี้กันแน่!!!


     "น้องขนุน" เป็นชื่อเรียกของหมีหมาตัวหนึ่ง ที่ใครเป็นผู้ตั้งก็ไม่รู้ ชอบขึ้นมาหาของกินบริเวณที่นักท่องเที่ยวมากางเต็นท์ เมื่อก่อนนานๆจะแอบขึ้นมาสักที หลังๆมานี่ มาบ่อยเข้าจนเป็นความเคยชิน เริ่มไม่กลัวคน มีคนนั่งอยู่ก็ขึ้นมา และสัมผัสรสชาดอาหารของมนุษย์จนติด ยามที่นักท่องเที่ยวประกอบอาหาร และวางไว้บริเวณเต็นท์ ประสาทสัมผัสการได้กลิ่นของหมีดีมาก ไม่นานเขาก็โผล่ขึ้นมาหากิน นั่นแหละเป็นปัญหาที่ต้องมีการแก้ไข เพราะหมีก็เป็นสัตว์ป่าที่ดุร้ายเช่นกัน อันตรายอาจเกิดกับนักท่องเที่ยวได้ยามประจันหน้ากัน วันนี้มีโอกาสดีได้รับอนุญาตให้มาดูการดักจับและปล่อยคืนสู่ป่าลึก ของหมีน้อยผู้นี้.....

  เราขึ้นมาถึงบริเวณบ้านกร่างแคมป์ก็เย็นมากแล้ว

เราให้มืออาชีพในการกางเต็นท์ กางให้เราดีกว่า... 555

ส่วนหนึ่งของการดักหมีก็ต้องมีผลไม้มาล่อไว้สักหน่อย

ย่างหมูล่อหมีก่อน...  เราต้องประกอบอาหารให้เจ้าหมีมันได้กลิ่นว่า มีมนุษย์มาแล้วนะ มีอาหารมาด้วยนะ...แล้วก็รอ.......

เฮ้ย....มาแล้ว...  สามทุ่มกว่ามาแล้ว....

รูปอาจจะมีไม่เยอะ ค่อยไปดูคลิปเอานะ....ด้านล่าง

  มันไม่ได้ตามกลิ่นผลไม้นะ มันตามกลิ่นข้าวผัดกะเพราไปที่ท้ายรถและโดดขึ้นท้ายกระบะไปเอาเศษข้าวผัดกะเพรา เราจึงได้นำข้าวผัดกะเพราและข้าวผัดที่เตรียมไว้กินกันเอง เอาไปล่อหมี ให้ไปในทางที่เราเอากรงวางไว้...

และแล้วเราก็นำพาเจ้าหมีน้อยเข้ากรงได้ สัตวแพทย์ได้ทำการ ยิงยาสลบ เพื่อจะได้เคลื่อนย้ายได้สะดวกลดอาการเครียด และให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ยาถ่ายพยาธิ ฉีดให้ด้วยเลย

นำเจ้าหมีน้อยผู้นี้ ย้ายไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเหมือนเดิม แค่ย้ายถิ่นไปนิดหน่อยให้ห่างจากนักท่องเที่ยว ซึ่งพิจารณาจากความเหมาะสมของแหล่งอาหารและถิ่นที่อยู่อาศัยของมันจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประมาณเที่ยงคืนเราก็มาถึงจุดที่ทำการส่งน้องหมี กลับเข้าบ้านของเขาอีกที แต่ขอสงวนที่ไว้ว่าเราปล่อยตรงไหนนะ

กลับมาถึงก็ตีสองตีสาม  เช้าขึ้นมาก็มาเดินสูดอากาสบริสุทธิ์ยามเช้ากับอุณหภูมิสิบกว่าองศา 

ทางอุทยานมีข้าวต้มตอนเช้าเลี้ยง....

แต่เราก็มีเมนูพิเศษของเรา....

และผลไม้ที่หมีเมิน เราก็ต้องเอามากินเองแหละ...เพราะมันเอากะเพราเราไปกินหมดแล้ว....

      แต่ทว่า ภารกิจของทีมงานนี้ ยังไม่ได้จบสิ้นเพียงตัวเดียว ไม่ได้จบสิ้นเพียงวันนี้ เพราะยังคงมีหมีที่ขึ้นมาตรงนี้เหลืออีก 1-2 ตัว ยังคงต้องดักรอ และนำคืนสู่ป่าให้หมด 

     หมีเป็นสัตว์ป่าที่ป่าคือบ้านของเขา ไม่โทษใครที่ทำให้หมีมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปแบบนี้ เที่ยวได้ แต่อย่ารบกวนธรรมชาติจนเกินไปก็พอ

ขอแค่กฎ 4 มอ ขอ ไม่ มาก
มอ.1 -ไม่ทิ้งขยะ
มอ.2 -ไม่ให้อาหารสัตว์
มอ.3 -ไม่ขับรถเร็ว
มอ.4 -ไม่ส่งเสียงดัง”

ท้ายนี้ก็ฝากไว้ด้วยว่าเวลาประกอบอาหารเสร็จแล้ว มีเศษอาหารหรือเศษขยะ เก็บใส่รถไว้ก่อนเลยครับ มัดถุงวางไว้ด้านนอก ยังงัยสัตว์เขาก็ได้กลิ่น เราเผลอๆ มาแน่ ส่วนวันนี้ทางเราคงต้องลงจากบ้านกร่างกันก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่เขายังคงดำเนินทำภารกิจต่อไป

ขอขอบคุณ นายสัตวแพทย์อนุรักษ์ สกุลพงษ์ (หมอเอส ท่ายาง)สัตวแพทย์ประจำศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและทีมงาน ที่อนุญาตให้ร่วมกางเต็นท์ด้วยกัน
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานทุกท่านด้วย และเจริญยิ่งก่อสร้างท่ายางด้วยที่อำนวยความสะดวก


+++++ฝากเพจไว้ให้ติดตามกันด้วย เผื่อมีอะไรดีๆที่คุณสนใจ+++++

https://www.facebook.com/travel1night2days

ความคิดเห็น