Nga Khin Nyo Gyee Island | ติดเกาะพม่า 3 คืน...ส่วนตั๊ว ส่วนตัว! รีวิวโดย Winya Pawinya

สวัสดีค่ะ หายไป 4 ปีกับการทำรีวิว…เพราะว่าขี้เกียจค่ะ ^^” วันนี้จะพาย้อนไปทริปพม่าเมื่อต้น 2020 จะพยายามรื้อฟื้นความทรงจำให้มากที่สุดนะคะ เราอยู่หาดใหญ่ แวะเที่ยวไปภูเก็ตก่อน…เช้าวันต่อมา เวลา 05.30 ก็เดินทางไประนองโดยรถบัสเที่ยวแรก ราวๆ เที่ยง ก็เดินทางมาถึงบขส ระนอง หันซ้ายหันขวา เราต้อ

Nga Khin Nyo Gyee Island | ติดเกาะพม่า 3 คืน...ส่วนตั๊ว ส่วนตัว!

Nga Khin Nyo Gyee Island | ติดเกาะพม่า 3 คืน...ส่วนตั๊ว ส่วนตัว!

 วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 11.42 น.

 วันที่เดินทาง 6 ม.ค. 2563

สวัสดีค่ะ

หายไป 4 ปีกับการทำรีวิว…เพราะว่าขี้เกียจค่ะ ^^”

วันนี้จะพาย้อนไปทริปพม่าเมื่อต้น 2020 จะพยายามรื้อฟื้นความทรงจำให้มากที่สุดนะคะ

เราอยู่หาดใหญ่ แวะเที่ยวไปภูเก็ตก่อน…เช้าวันต่อมา เวลา 05.30 ก็เดินทางไประนองโดยรถบัสเที่ยวแรก

ราวๆ เที่ยง ก็เดินทางมาถึงบขส ระนอง หันซ้ายหันขวา เราต้องหารถไปที่จุดผ่านแดน บริเวณท่าเรือสะพานปลา เพื่อนั่งเรือข้ามไปพม่าค่ะ

ดีลรถได้แล้วก็มีผู้หญิงคนนึงมาแชร์ด้วย เค้าเป็นคนพม่าที่มาอยู่ไทยเป็นสิบปีแล้ว จะกลับไปธุระที่พม่า…ดีเลย เพราะเราไปคนเดียว เราจึงต้องเกาะเค้าไปจนถึงพม่านี่แหละ สะดวกดี ฮ่ะๆ

จุดผ่านแดนตรงนี้ ไม่มีการตรวจตตราที่เข้มงวดแม้แต่น้อย! และมีแต่ความวุ่นวายเต็มไปหมด เราเอาพาสปอร์ตไปปั๊มที่ตม. กระป๋งกระเป๋าไม่เช็คสักนิด…อื้อหือ หละหลวมมาก ส่วนสาวพม่าคนนั้นโดนเรียกเข้าห้อง…ซึ่งคนพม่ารู้ๆ กันดี ว่าเพราะอะไร...

ถึงเวลาข้ามไปพม่า เราก็แชร์เรือไปกับคนอื่นๆ คนละประมาณ 50 บาท มีการแวะจุดตรวจกลางทะเล 

ใช้เวลาราวๆ 30 นาที ก็เดินทางมาถึงเมืองเกาะสอง ประเทศพม่า เกาะสองไม่ใช่เกาะ แต่ชื่อภาษาอังกฤษเขียนว่า Kawthaung คนไทยเลยอ่านว่าเกาะสองละมั้งนะ

มาถึงเกาะสอง คนเรือไม่จอดที่ท่าที่มีตม.ให้เรา ดันไปจอดท่าข้างๆ เราต้องเดินไปที่ตม.เอง แบบย้อนศรเข้าไปน่ะ งงไปหมด แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเค้าไม่เคร่งครัดใดๆ

แฟนเราที่อยู่พม่ามารับ แล้วเข้าพักที่ Victoria Cliff and Resort 1 คืน ก่อนไปเกาะ วิวสวยงาดงามดังภาพ

ตอนค่ำมีจนท.ของบริษัททัวร์พม่ามานัดแนะ แนะนำว่าทริปวันพรุ่งนี้จะอะไรยังไง

[[Day 1 บนเกาะ]]

ตอนเช้า...รถตู้มารับที่โรงแรม พาไปรอที่สำนักงานค่ะ มีเพื่อนร่วมทริปประมาณ 10 กว่าคน เป็นพม่า 4 คน (เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเค้าเป็น Travel Blogger ชื่อดังของพม่า) ที่เหลือเป็นฝรั่งหมดค่ะ เมื่อถึงเวลาก็เดินไปที่ท่าเรือ นั่งเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะ จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่ น่าจะ 1-2 ชั่วโมงค่ะ

ที่ๆ เราจะไปก็คือ เกาะนาคินโยจี (Nga Khin Nyoo Gyee) แต่คนไทยเรียก เกาะนาคินโย หรือ Boulder Island ที่ฝรั่งเรียกกัน เพราะเป็นเกาะที่มีหินใหญ่โต เรียงรายมากมาย

ซึ่งแฟนทำเซอร์ไพร้ เราจึงเพิ่งรู้เมื่อคืนว่าจะไปที่นี่...เอาล่ะ กรี๊ดดดดดดสิคะ รออะไร เกาะพม่าที่ชั้นใฝ่ฝัน ที่ไม่ได้ไปแบบ one day trip แต่ไปด้วยแพ็คเกจ 4 วัน 3 คืน ของ Boulder Bay Eco-Resort  ราคาตอนนั้นประมาณ 1,200 USD/ห้อง

การจะไปค้างคืนบนเกาะนี้ ต้องซื้อแพ็คเกจของที่นี่เท่านั้นค่ะ เพราะเป็นรีสอร์ทเดียวบนเกาะ มีให้เลือกหลายแพ็คเกจและมีกำหนดวันเดินเรือเป็นรอบๆ ตามแพ็คเกจ ไม่มีเรือเข้า-ออก ทุกวัน...คือโดนปล่อยเกาะนี่เอง ฮ่าๆ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://boulderasia.com/accomodation/  ค่ะ

เมื่อมาถึง...เรือก็จอดกลางทะเล แล้วมีเรือยางมารับต่อขึ้นฝั่ง 

ใจแม่มาละ ทะเลสวยมากกกกกกกกกกกกกก น้ำใสมากกกกกกกกๆๆๆๆ ชอบมากกกกกกก รักเลยยยยยย

ทริปนี้พาลูกสาวชาวพม่าไปด้วยค่ะ ชื่อน้อง Kelly...หมามีบุญ

หน้าหาดตรงนี้ คือ Boulder Bay เป็นที่ตั้งของรีสอร์ท มีความ eco สมชื่อ เป็นบังกะโลไม้ที่ธรรมชาติมากๆ มีมุ้ง มีพัดลม ไม่มีแอร์ ห้องน้ำมีโซน outdoor shower

(ปล. แอบไปจิ๊กรูปจาก Blogger มาบ้างนะคะ เพราะเราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปไว้ละเอียด มั่วแต่ดื่มด่ำกับความสวยงามของเกาะ)

มี eco giftset รักษ์โลก ให้แขกที่มาพัก ประกอบไปด้วยกระบอกน้ำ คอตตอนบัตที่ก้านกระดาษ ครีมกันแดดที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ แปรงสีฟันไม้ ยาสีฟันแบบเม็ด สเปรย์กันยุง

รวมสมาชิกทุกคนบนเกาะทั้งหมดประมาณ 40 คน หน้าหาดนี้ คือ Common area เอาไว้พบป่ะ นัดแนะ ทานข้าว และมีจนท.คอยให้บริการ

อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ 3 มื้อ เช้า เที่ยง ค่ำ...ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของเกาะก็ตาม ถึงเวลาคุณต้องมาทานอาหารพร้อมหน้ากัน แน่นอนว่าที่นี่ไม่มีร้านสะดวกซื้อค่ะ ต้องพกของกินตามใจชอบมาเอง และตรง lobby เป็นจุดเดียวที่ไวไฟอ่อนๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆ นอกนั้นไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตใดๆ

บนเกาะมีอุปกรณ์ให้เลือกใช้ และกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ ไม่ว่าจะเป็นเล่นน้ำ โยคะตอนเช้า Scuba Snorkeling พายคายัค เดินป่า เที่ยวหาด นั่งนอนโง่ๆ ริมหาด บลาๆ...อยากโยคะ แต่ตอนเราไป ไม่มีครูสอนโยคะซะงั้น

กว่าจะถึงเกาะก็ช่วงบ่ายๆ แล้ว เราเลยแค่เล่นน้ำ ชมวิว พักผ่อนบริเวณหน้าหาด เพื่อรอทานข้าวเย็น

ค่ำๆ ก็ไปนอนดูดาวบนโขดหิน บรรยากาศดีสุดๆ ไม่ได้ถ่ายรูปนะ เก็บไว้ฟินคนเดียว อิอิ

ทุกหาดบนเกาะนี้ น้ำใสสุดๆๆๆๆ ใสมากๆๆๆ ใสไปไหนนนน

วันนี้จนท. แนะนำให้รู้จักข้อมูลพื้นฐานของเกาะ แนะนำจุดต่างๆ บนเกาะ เวลาน้ำขึ้น น้ำลง ตรงไหนมีอะไร บลาๆ

[[Day 2 บนเกาะ]]

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็เริ่มเส้นทางท่องเที่ยวของเรา เดินป่า ลัดเลาะเกาะข้ามไปยัง Moken Bay ซึ่งจนท. บอกว่า เป็นหาดที่บริษัททัวร์ของไทยมาจอดให้คนเที่ยวแบบ one day trip

มาถึงแล้ววววว น้ำใส สวยมาก ไม่ผิดหวัง และมีแค่เรา 3...เสมือนเป็นเกาะส่วนตัวจริงๆ ทุกคนแยกย้ายไปตามใจชอบของตัวเอง 

มันดีตรงนี้ ตรงที่ไม่มีคนอื่นนี่แหละ เล่นน้ำ ถ่ายรูปจนเบื่อไปเลย

Kelly นี่แม่เอง...

เมื่อใกล้เที่ยง เราก็ต้องเดินป่ากลับไปทานข้าวที่หาดหลัก นั่นแหละความเหนื่อย เดินป่าทั้งวัน และการเดินป่าแต่ละครั้งคือ เหนื่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากที่สุด ท้อมาก แต่ก็ต้องไปให้ถึง

ช่วงบ่าย เราเดินป่ากันต่อเพื่อไป Bamboo bay ช่วงก่อนถึงหาด จะมีดงต้นไผ่เรียงราย...ไม่ได้ถ่ายรูปค่ะ เพราะไม่มีอารมณ์ เหนื่อยมากกกก ฮ่าาาา

ที่นี่หาดทรายนุ่มนิ่ม ขาวเนียนมากกกกก น้ำใสมากกกเช่นเคย

ถึงเวลาที่ต้องเดินต่อ เพื่อไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตกค่ะ นี่ก็เดินไป บ่นไปเหมือนเดิม ส่วนแฟนนั้นร่าเริง ชอบมาก เอเนอร์จี้ล้นหลาม

ตรงนี้คือ Bamboo bay ที่เราถ่ายย้อนกลับไป

จุดนี้มองไปเห็น Boulder bay ค่ะ

ณ จุดชมพระอาทิตย์ตก...ได้นั่งพักแล้ว ดีใจ

พระอาทิตย์ตก ก็สวยแบบที่มันควรจะเป็น

[[Day 3 บนเกาะ]]

วันนี้หลังอาหารเช้า อิชั้นขอทำการ Photoshoot หน้าหาดสักหน่อยค่ะ

วันนี้ตอนเช้าเราเลือกไป Eagle bay ทะเลสวย น้ำใสอีกแล้วจ้า

เล่นน้ำเหนื่อยมากกกกก ลูกสาวก็ว่ายน้ำจนเหนื่อย

Eagle bay สมชื่อจริงๆ

เล่นน้ำจนหมดแรง ก็กลับไปทานข้าวเที่ยง ดีที่หาดตรงนี้อยู่ไม่ไกล

แต่รอบบ่ายนี้สิ....หึหึ...Pebble beach รออยู่ เดินไกลมากกกกกก เรานี่หน้าเป็นตูดเลย ทำไมไม่ถึงสักที แต่พอไปถึงก็หายเหนื่อย เพราะเป็นหาดที่ไม่ใหญ่มาก มีหินก้อนใหญ่มนๆ เก๋ๆ เรียงราย สูงใหญ่ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปบนหาดเลย เพราะมัวแต่หลงใหลกับทะเลและเล่นน้ำ 

สรุป เราชอบหาดนี้มากที่สุด

[[Day 4 บนเกาะ]]

วันนี้เดินทางกลับไปเกาะสองแล้วค่ะ รอเรือมารับเที่ยงๆ บ่ายๆ ตอนเช้าเราเลยเอาผ้าไปตากแดด เพราะที่ห้องแดดส่องไม่ถึง ปรากฏว่า Blogger สาวชาวพม่าถ่ายรูปเอาไว้...เอ้อออ สวยเลย ฮ่าาาาๆๆๆ

ไปขึ้นเรือสปี๊ดโบ้ทกลางทะเลเหมือนเดิม บายๆ จ้า เกาะนาคินโยจี เราจะไม่ลืมเธอเลย เธอสวยมากจริงๆ

มีเวลาว่างในวันถัดมา...ก็เลยเดินสำรวจไปเรื่อยในเมืองเกาะสอง 

เป็นเมืองที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ตรงท่าเรือมีตลาดชายแดน มีบ้าน มีวัดอยู่ตามเนินเขา

บนเขามีวัด Pyi Daw Aye Pagoda

เช้าวันสุดท้าย รีบเหมาเรือกลับไทย ลำละ 300 บาท เพื่อไปให้ทันเที่ยวรถกลับหาดใหญ่ค่ะ

จบลงแล้วสำหรับทริปต่างประเทศล่าสุดของเรา...ยุคโควิดแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศอีก 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

...วิญย่า

ความคิดเห็น