| เดินป่าครั้งแรกของชีวิต พิชิตยอดเขาแห่งศรัทธา | MULAYIT TAUNG ⛰🇲🇲 รีวิวโดย คนติดเขา : The Mountain Addict

| เดินป่าครั้งแรกของชีวิต พิชิตยอดเขาแห่งศรัทธา | มุลาอิ MULAYIT TAUNG ⛰🇲🇲 อยากเอาชีวิตออกจากเซฟโซนของคำว่า “ไม่กล้า” เพราะกลัวความรำบาก ทริปนี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกขอผมเลยก็ว่าได้ที่ออกไปผจญภัยใช้ชีวิตแบบไม่มีแบบแผน เดินทางไปเลื่อยๆ ไปในที่ที่ผมยังไม่เคยไป ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยท

| เดินป่าครั้งแรกของชีวิต พิชิตยอดเขาแห่งศรัทธา | MULAYIT TAUNG ⛰🇲🇲

| เดินป่าครั้งแรกของชีวิต พิชิตยอดเขาแห่งศรัทธา | MULAYIT TAUNG ⛰🇲🇲

 วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 22.33 น.

 วันที่เดินทาง 28 ม.ค. 2562

| เดินป่าครั้งแรกของชีวิต พิชิตยอดเขาแห่งศรัทธา | มุลาอิ MULAYIT TAUNG ⛰🇲🇲

อยากเอาชีวิตออกจากเซฟโซนของคำว่า “ไม่กล้า” เพราะกลัวความรำบาก ทริปนี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกขอผมเลยก็ว่าได้ที่ออกไปผจญภัยใช้ชีวิตแบบไม่มีแบบแผน เดินทางไปเลื่อยๆ ไปในที่ที่ผมยังไม่เคยไป ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าจุดหมายปลายทางข้างหน้าจะรำบากแค่ไหน ...

จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้เกิดจากการที่เพื่อนชวน ในใจครั้งแรกคิดเลยว่า “ไม่อยากไป” เพราะระยะนั้นไกลมาก จะไปกินอยู่ยังไง นอนที่ไหน เข้าห้องน้ำยังไง นั่งรถข้ามวันข้ามคืน ในใจคิดแค่ว่าต้องรำบากแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ออกเที่ยวในลักษณะแบบนี้เลย เคยแต่นั่งรถไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างพร้อม... แต่ในที่สุดก็ตกลงว่า “ไป”

การตัดสิ้นใจครั้งนี้ได้เปิดโลกการเดินทางในชีวิตผมออกให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม ...ได้ออกเดินทาง ได้รู้จักคนแปลกหน้า เพื่อนใหม่ๆ มิตรภาพระหว่างทาง และการแบ่งปัน รวมถึงการได้หลุดจากเซฟโซนของคำว่า “ไม่กล้า”

มุลาอิ ( Mulayit taung ) คือ ยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตการปกครองของรัฐกะเหรี่ยง DKBA ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 15 กม. มีความสูงถึง 2,078 เมตร ตั้งอยู่ที่ จังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธในพม่ามาแสวงบุญ การจะขึ้นไปสักการะนั้น ผู้ชายสามารถขึ้นยอดเจดีย์สูงสุดได้เท่านั้น ส่วนผู้หญิงขึ้นได้แค่ยอดที่ต่ำลงมา 20-30 เมตร คนที่มาต้องเคารพกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด (ผมทำได้ทุกข้อ )

จุดเริ่มต้นการไปมุลาอิ ทุกคนต้องมาที่นี่ก่อนเลยครับ บ้านลุงจ่า ฉายาลุงจ่าสหายสายป่า มือเช้ามีข้าวต้มให้กินก่อนเดินทาง มีห้องน้ำพร้อมให้บริการ

กินข้าวเช้า อาบน้ำเสร็จก็เดินมาข้ามสะพานหลังบ้านลุงจ่า เรียกว่าเป็นสะพานข้ามแดนเลยก็ว่าได้ อากาศตอนเช้าดีมากครับ วันที่ผมไป 27|01|20 หนาวมากประมาณ 12 องศา

นั้นไม่ใช่หมอกนะครับฝุ่นล้วนๆ ไม่มีหมอกผสม 55555

ระหว่างทางก่อนเข้าหมู่บ้านฝั่งพม่า พี่คนขับรถก็แวะไหว้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อน ถือว่าเรามาเที่ยวบ้านเขา ต้องขอเจ้าของบ้านกันก่อนนะครับ

ไปกันต่อครับ ระหว่างทางทุกคนแทบจะเปลี่ยนสัญชาติกันเลย หัวแดงทุกคน ฝุ่นเยอะไปไหน!! ที่ผมไปเป็นช่วงที่เขากำลังสร้างถนนใหม่ ฝุ่นเลยเยอะปกติ ใครมาหลังจากนี้ก็สบายเลย ทางสะดวก 555555

บ้านเรือนที่นี่ก็คล้ายกับบ้านเราในต่างจังหวัดเลย เป็นบ้านไม้ธรรมดาๆ น่าอยู่มากๆ ใต้ถุนบ้านทำเป็นคอกเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ บางบ้านก็ตัดแปลงเป็นร้านขายของประจำหมู่บ้าน สร้างรายได้ไปในตัว

นี่ไง “ลุงจ่าสหายสายป่า” คนนำทาง

ชาวบ้านที่นี่น่ารักมากครับ ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ส่วนมากจะทำอาชีพปลูกผัก ข้าวโพด สะส่วนใหญ่ บางคนก็ข้ามมาค้าแรงงานที่ฝั่งไทย เพราะหมู่บ้านอยู่ติดกับเส้นทางธรรมชาติที่สามารถเดินข้ามมาประเทศไทยได้ โดยผ่านด่านตรวจชายแดน จังหวัดตาก

การมาที่นี่แล้วเห็นทหารเดินถือปืนเดินไปมา เป็นเรื่องปกติครับ รักษาความปลอดภัยให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว เพราะหมู่บ้านอยู่ระหว่างพื้นที่ที่ยังมีการสู้รบทางทหารและการเฝ้าระวัง

ใครพอมีกำลังทรัพย์และกำลังแรงก็แบกของมาแจกเด็กที่นี่ได้นะครับ น้องๆ น่ารักมาก เห็นแววตาและความตื่นเต้นของเด็กๆ ที่มายื่นรอรับตอนรถจอด ทุกคนดูตื่นเต้นมากที่มีคนแปลกหน้ามาที่หมู่บ้าน และการไปเที่ยวที่หมู่บ้านนี้ก็ถือว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกทางนึงด้วย ใครไปก็ช่วยกันอุดหนุนขนม ข้าวของเครื่องใช้ที่ชาวบ้านเอามาขายได้นะครับ ราคาไม่แพงเลย

อันนี้เป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้าน

นี่ก็เรื่องปกติสำหรับที่นี่ครับ. พระแว็นมอเตอร์ไซค์ให้โยมนั่งท้าย ฮ่าๆๆๆๆๆ สลับกับที่บ้านเราเลย😂

ระหว่างทางจะมีจุดพักรถ แวะเข้าห้องน้ำ แต่ที่นี่จะเป็นจุดที่ชาวบ้านจะขึ้นไปสักการะเจดีย์มุลาอิทุกคนต้องมาอาบน้ำชำระร่างกายที่นี่

ถึงละครับ จุดเริ่มเดิน จากหมู่บ้านนั่งรถมาที่นี่ประมาณ 4 ชม. กว่า แล้วต้องเดินต่อขึ้นไปจุดกางเต็นท์อีก 1.5 กิโล

ป่าก็ดูคล้ายๆ สวนสาธารณะที่บ้านเราเลยครับ

เจอหินฉลาม ถึงตรงนี้ ถือว่าครึ่งทาง เดินต่ออีกนิดเดียวครับ

ผู้หญิงจะขึ้นได้แค่เจดีย์นี้นะครับ ยอดบนไม่สามารถขึ้นไปได้ (ห้ามเด็ดขาด) 

แล้วมาเริ่มออกเดินทางด้วยกันนะครับ 

ข้อควรรู้ก่อนไป

- สัญญาณโทรศัพท์มีทุกเครือข่าย AIS , True , Dtac ที่บริเวณจุดกางเต็นท์ ลมแรง (มาก) สัญญาณมาๆ หลายๆ

- จุดกางเต็นท์ไม่มีห้องน้ำ ถ่ายเบาต้องอาศัยตามซอกหิน หรือถ้าขยันเดินไปเข้าห้องน้ำวัดได้เลย ถ้าขยันเดิน อิอิ

- ระหว่างทางฝุ่นเยอะมาก เขากำลังทำถนน ให้เตรียมผ้าปิดจมูกมาด้วย

- ที่นี่กินเจห้ามเอาเนื้อสัตว์ขึ้นมา (เด็ดขาด) มาเที่ยวต้องช่วยกันปฏิบัติตามกฎของสถานที่ด้วยนะครับ

- ร้านค้าที่พม่ามีของขายทุกอย่าง 20 บาท ขนมอร่อยๆ แปลกๆ เยอะมาก

เตรียมตัว

- ทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้ง

- เต็นท์ ถุงนอน ไฟฉาย

- เพาเวอร์แบงก์

- เสื้อกันหนาว (ตอนกลางคืนหนาวมาก)

- เสบียงอาหาร น้ำเปล่า

- ผ้าถุง (สำหรับผู้หญิง ต้องใส่ขึ้นไปสักการะเจดีย์นะครับ)

- ผ้าปิดจมูก (ฝุ่นเยอะมาก)

ค่าใช้จ่าย

- ค่ารถตู้ ไป-กลับ = 6000

- ค่าน้ำมันรถ ไป-กลับ = 4500

- ค่าทางด่วน = 100

- ค่าเสบียงอาหาร = 1170

- ค่ารถ 4Wd = 9350

***รวม 21,120 บาท หาร 10 / คนละ 2,112 บาท

กฎต่างๆ

- ห้ามกินเนื้อสัตว์ ห้ามกินเหล้า แม้แต่ไข่หรือน้ำปลาก็ไม่ได้

- ห้ามชาย-หญิง เดินจับมือกัน

- ห้ามชาย-หญิง พักแรมด้วยกัน

- ห้ามผู้หญิงขึ้นพระธาตุเจดีย์ยอดสูงสุด

- ห้ามผู้หญิงตักน้ำบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

- ผู้หญิงต้องใส่ผ้าถุงขึ้นไปสักการะเจดีย์

การเดินทาง

ข้ามด่านบ้านวาเลย์ อ.พบพระ จ.ตาก แล้วต่อรถ 4Wd ประมาณ 4 ชม.กว่า และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.5 กิโล

การติดต่อ

โทร. 083-6281898 , 087-4160792

( ลุงจ่า / ผู้ประสานงาน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ )

บ้านมอเกอไทย ม.1 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก

#มุลาอิ

#มอลาอิ

#mulayit

#myanmar

#เมียนมา #พม่า

ความคิดเห็น