หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน รีวิวโดย Taeremix

📸 หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน 🚩กับการเดินขึ้นเขาระยะทาง เกือบๆ8กิโลเมตร จากสถานีรถไฟจนถึง ย.4  ➖➖➖➖➖➖➖➖➖ #Day 0 😁ขาไปนั่งรถไฟนอนแอร์ชั้น2 #Day 1 😁เดินเท้าจากสถานีรถไฟขึ้น ย.3 😁นอนบ้านพัก ย.3 (มิชชั่นนารี)​ วิวโครตสวยถ่ายดาวได้ด้วยนะ #Day 2 😁เดินจากบ้านพั

หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน

หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน

 วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564 เวลา 18.35 น.

 วันที่เดินทาง 30 มี.ค. 2564

📸 หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน

🚩กับการเดินขึ้นเขาระยะทาง เกือบๆ8กิโลเมตร จากสถานีรถไฟจนถึง ย.4 

➖➖➖➖➖➖➖➖➖

#Day 0

😁ขาไปนั่งรถไฟนอนแอร์ชั้น2

#Day 1

😁เดินเท้าจากสถานีรถไฟขึ้น ย.3

😁นอนบ้านพัก ย.3 (มิชชั่นนารี)​ วิวโครตสวยถ่ายดาวได้ด้วยนะ

#Day 2

😁เดินจากบ้านพัก ย.3 ไปจุดสูงสุดขุนตาล ย.4

😁เดินจาก ย.4 ลงมาสถานีรถไฟขุนตาน

😁นั่งรถไฟธรรมดาเที่ยวต่อเชียงใหม่

➖➖➖➖➖➖➖➖➖

...... กร๊าบบบสวีดัส สวัสดีครับ พับกบ พบกับ !! กันอีกเเล้ว รอบนี้เราไปเดินป่าพิชิตยอดเขาขุนตาลมาเลยจะมารีวิวคร่าวๆให้ฟังกัน

...... โดยทริปนี้นั่งรถไฟกรุงเทพ-ขุนตาล ไปนอนบ้านพักอุทยานเเบบงงๆ 55 เเละเเวะเที่ยวแบบชิวๆ 3 วัน 2 คืน เรียกได้ว่าเป็นทริปที่สนุกเเละงงๆเเต่เจออะไรที่เรียกว่าดีมาก ที่ขุนตาลเป็นเที่ยวคนไม่เยอะ เงียบสงบ เหมาะสำหนับนักเดินป่า นักถ่ายภาพล่าช้าง ที่นี่เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบเต็มๆ

...... เเละที่นี่ยังเป็นอุทยานแห่งชาติที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถนั่งรถไฟมาถึงแล้วเที่ยวได้เลย

งั้นเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ คือว่าทริปนี้เรารวมตัวกันเที่ยวเเนวเเบ็คเเพ็ค โดยโปรเเกรมของเราคือ นั่งรถไฟ เดินป่า เเว้นมอไซร์ นอนเต้นท์ หวยเลยมาออกที่ขุนตาน 1คืน - เชียงใหม่ 1คืน โดยที่เราจัดการติดต่อทุกอย่างไว้ล่วงหน้าก่อนวันเดินทางเพียง 1อาทิตย์เท่านั้น ก่อนมาต้องทำการจองคิวเข้าอุทยานผ่านเเอพ QUEQ ก่อน เพื่อเป็นการลงทะเบียนเข้าอุทยานด้วยนะครับ ว่าเเล้วเดินทางตามเรามากันได้เลยครับ

Day 0
....... ทริปนี้เรารวมตัวกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในเวลา 18.00 น. เพราะเราจะเดินทางกันด้วยรถไฟไปลงที่สถานีขุนตานกับรถไฟรอบ 19.35 น.กันครับ

🚩เราได้จองตั๋วรถไฟล่วงหน้าผ่านระบบการจองผ่านคอลเซ็นเตอร์ เบอร์ 1690 เพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าครับ โดยโทรไปเเล้วเจ้าหน้าที่จะทำการจองตั๋วให้เรา เเล้วเเจ้งเลขรหัสให้เราไปรับตั๋วรถไฟที่สถานีไหนก็ได้ภายใน24 ชั่วโมงครัคบ เราว่ามันสะดวกดีนะ

🚩โดยรถไฟที่เราใช้เดินทางเป็นขบวนรถด่วนพิเศษขบวนที่ 13 ต้นทางกรุงเทพ ปลายทางเชียงใหม่เเต่เราซื้อตั๋วลงที่สถานีขุนตาน
...... เราจองเป็นรถนอนปรับอากาศชั้น2 ในราคาเตียงบน 749 บาท เตียงล่าง 818 บาท โดยรถไฟจะออกจากกรุงเทพในเวลา 19.35 น.. เเละจะถึงสถานีขุนตานในเวลา 07.35 น.ครับ

🚩Day 1
........ หลับเพลินๆก็ตื่นขึ้นมากับเช้าวันใหม่พร้อมกับวิวสวยๆสองข้างทางรถไฟ เเต่เเล้วก็มีเรื่องเซอร์ไพร์กับเราจนได้ 555 คือวันที่เราเดินทางมีขบวนรถไฟก่อนหน้าเราตกรางที่สถานีบ้านใหม่ จ.พิษณุโลกช่วงเย็นวันที่เราเดินทาง รถไฟเลยเสียเวลารอเปิดทาง ช้าร่วม 5 ชั่วโมง เเต่เรามารถเเอร์ไง เลยชิวๆ ถือว่าเเถมให้เราเเล้วกัน 555

🚩เราชอบการเดินทางด้วยรถไฟนะ เราว่ามันปลอดภัยมาก ได้นอนเต็มอิ่ม ที่นอนกว้าง นุ่มสบาย ได้เห็นวิวสวยๆตลอดสองข้างทาง มันจะเพลินๆหน่อยเวลาเห็นรถไฟวิ่งผ่านภูเขาลูกนั้นที ลูกนี้ที สลับกับป่าสีเขียวๆ มันทำให้การเดินทางที่เหมือนจะยาวนานกลายเป็น " ระหว่างทางมันเพลิน" จนลืมไปว่า "ระยะทางมันไกลเเค่ไหน" เเล้วเราเชื่อว่าทุกการเดินทางมักมีเรื่องราวเเล้วเรื่องเล่าเสมอ ลองครับการเดินทางโดยรถไฟเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราเเนะนำ

🚩เเละเเล้วรถไฟก็มาถึงสถานีขุนตานในเวลา 12.20 น.จากกำหนดเวลาเดิม 07.35 น. ถึงจะช้าเเต่เราก็ถึงโดยปลอดภัยนะ 55

🚩สถานีรถไฟขุนตานที่นี่นอกจากจะเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศไทยเเล้ว ที่นี่ยังมีอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบันคืออุโมงค์ขุนตาน​โดยในอนาคตอันใกล้นี้จะโดนทำลายสถิติลงกับอุโมงค์รถไฟเเห่งใหม่​เเต่ถึงอย่างไรอุโมงค์ขุนตานยังคงความขลังที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่สถานีรถไฟ​ หากลงรถไฟที่สถานีขุนตานเเล้วเราสามารถเดินขึ้นไปยังอุทยานเเห่งชาติขุนตานที่อยู่ด้านบนได้​ หรือจะมาพักที่บังกะโลใกล้สถานีรถไฟก็ยังได้​ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราสามารถได้ฟิวเสพบรรยากาศเเบบนี้โดยการเดินทางด้วยรถไฟเท่านั้น

🚩ลงจากรถไฟเเล้วเราได้เเวะเติมพลังงานกันที่ร้านอาหารติดสถานีรถไฟขุนตานโดยเราตุนน้ำดื่มติดไปด้วย เเล้วเเวะไหว้ศาลเจ้าพ่อขุนตานก่อนที่จะเดินเท้าเข้าสู้เส้นทางเปิดป่ากันครับ

🚩จุดเริ่มต้นของการพิชิตยอดอุทยานขุนตาลคือที่นี่ครับ ทางขึ้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟขุนตานครับ คือจากจุดนี้ถ้าจะขึ้นไปถึง ย.4 จะราวๆ 8กิโลครับ ถ้าใครมาช่วงนี้ ก.ค.-ต.ค.ก็ระวงฝนเเละเเนะนำให้หาเสื้อกันฝนติดมากันด้วยนะครับ

🚩ขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่สถานีรถไฟขุนตานมาเเล้วทางเดินช่วงเเรกจะเป็นบันไดสลับกับทางดินครับ บอกเลยว่าอากาศดีม๊ากกกก กอไก่ล้านตัว หญ้านี้เขียวอี๋กันเลยทีเดียวเชียว สดชื่นมาก ลองมาจิ๊เดี๋ยวจะหาว่าเราโม้

🚩ส่วนเรื่องทางเดินขึ้นไม่ลำบากครับ ระยะทางจากสถานีรถไฟไปถึงจุดทำการอุทยานประมาณ 1.5 กิโลครับ เดินไปคุยไป ชิลๆเลย ระดับทางชันประมาณ 50 องศา เพราะมีเเต่ขึ้นเเละขึ้น 55

🚩เมื่อเราเดินมาได้สัก 20นาที พ้นจากทางเดินดินที่ลัดเลาะป่าเขาเราจะเจอป้ายบอกทางไปที่ทำการอุทยานขุนตาล โดยถึงป้ายเราจะต้องเลี้ยวขวาเปลี่ยนจากทางดินเป็นเดินบนถนนเเทนครับ

🚩จุดทางเดินถนนถ้ามาครั้งเเรกจะงงๆหน่อยครับ เพราะเดินมาสักพักมันจะมีทางเเยกขวาด้วยนะ ให้เราจำไว้ว่าเดินเลี้ยวซ้ายเเละตรงอย่างเดียวเลย รับรองไม่หลงเเน่

🚩เหนื่อยไม่เหนื่อยดูเอานี่เเค่ 1กิโลเเรกเองนะ ไหวป่าวๆ 555

🚩เดินมาสัก 40 นาทีเราก็ถึงทางเข้าจุดที่ทำการอุทยานขุนตาลครับ โดยเราจะต้องเสียค่าเข้าอุทยานคนละ 20 บาทถ้วนๆครับ เเต่ถ้าใครขับรถยนต์หรือมอไซร์มาก็ราคาตามป้ายเลย

🚩มาถึงทั้งทีจะไม่เเวะจุดนี้ได้ไง มันคือไฮไลท์เลยเว้ย กับสโลเเกนที่ว่าก้าวเดียวเที่ยว2จังหวัด เจ๋งปะละ ^^

🚩ผ่ามมม ผ้ามมมม !! พวกเรามาถึงที่ทำการอุทยานเเล้วเว้ยยย โดยเราจะต้องสวมหน้ากากอนามัย วัดไข้ เช็คอินเเอพไทยชนะ ตามกฏระเบียบของทางอุทยานด้วยนะครับ พี่ๆที่นี่ใจดีมากเเนะนำเราได้เยอะเลย
..... โดยที่ทำการอุทยานขุนตาลเราสามารถฝากปลาเก๋า เอ้ย!! ฝากกระเป๋าได้ด้วยนะ อะไรไม่จำเป็นฝากไว้ที่นี่ได้เลยรับรองไม่หายพี่ๆเค้าเฝ้าให้ครับ โดยเราเอาเเต่ของที่จำเป็นขึ้นไป
....... เเละใกล้ๆยังมีร้านค้าสวัสดิการด้วย มีขายทั้งอาหารตามสั่ง มาม่า ยากันยุง เเละน้ำต่างๆ เราเเนะนำเลยว่าให้ตุนน้ำเเละของกินเช่นมาม่าขึ้นไปด้วยเลย ถ้าใครคิดจะไปนอนที่ ย.3 เหมือนเราเพราะด้านบนจะไม่มีร้านค้าอะไรทั้งสิ้นครับ มีใจดวงเดียวเพรียวๆครับ อิอิ

🚩จากบริเวณจุดที่ทำการอุทยานขุนตาลมีจุดที่เป็นไฮไลท์ คือจุดที่เราสามารถมองเห็นวิวทางรถไฟวิ่งเข้าอุโมงค์ขุนตานด้วยนะ

🚩เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จเเล้วจุดเริ่มเดินของการขึ้นไป ย.1.-ย.4 (ย.ย่อมาจากจุดยุทศาสตร์ เพราะอดีตที่นี่คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทหารในสมัยสงครามครับ)​ ส่วนเรานู๊นนนนน ไปนอน ย.3 ต้องเดินเเละเดินอีก 6กิโลเมตร มองนาฬิกาตอนนี้บ่าย 2ครึ่งเเล้วจะทันไหม เอาละไปกัน Let Go !!

🚩จากจุดทำการอุทยานเราเดินเท้าขึ้นเขามาตามถนนประมาณ 2000 เมตร ก็จะถึงจุดนี้ครับ จุดที่เป็นจุดเริ่มเดินป่าเเบบจริงจังเเล้ว โดยเส้นทางต่อจากนี้จะมีเเต่ ป่า ป่า ป่า เเละ ป่า ครับ
...... โดยที่เราจะต้องลงชื่อ เบอร์โทรให้กับทางเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มเดินด้วยนะครับเพื่อความปลอดภัยเเละง่ายต่อการนับจำนวนคนขึ้นคนลงอุทยานครับ

🚩จากจุดนี้เราจะต้องเดินเท้าไปอีก 300 เมตรเพื่อไปถึง ย.1 ทางเดินจะเป็นบันไดยาวๆเลยครับ เมื่อยไหม โครตเมื่อยเลยถ้าเราบอกว่าไม่เมื่อยบอกเลยว่า ตอเเหลชัวร์ 55

🚩เมื่อเดินถึง ย.1 เเล้วจะมีป้ายบอกด้วยนะ จากจุดนี้เดินไปย.2 อีกประมาณ 1000 เมตร จะเป็นบันไดปูน สลับกับทางดินครับ
📸...... ย.1 สูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร ในปี พ.ศ.2460 การรถไฟแห่งประเทศไทยสร้างบ้านพัก ย.1 เพื่อเป็นพลับพลาที่ประทับของกรมพระกำแพงอัครโยธิน เมื่อครั้งเสด็จมาเป็นแม่งานในการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานในปัจจุบันการรถไฟได้เปิดบริการแก่นักท่องเที่ยวครับ

🚩จุดระหว่าง ย.1 ถึง ย.2 จะเป็นเส้นทางที่เหนื่อยเอาการเลยนะ เพราะการขึ้นบันไดมันกินเเรงใช่เล่น เเต่ก็ยังมีทางเดินธรรมชาติให้เห็นบ้างสลับกันไปครับ

🚩จาก ย.1.มาถึง ย.2 กับระยะทาง 1000 เมตร เราใช้เวลาเดินราวๆ 30 นาที
📸....... ย.2 สูงจากระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร พื้นที่บริเวณ ย.2 เป็นที่พักของบริษัทตัดไม้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พื้นที่นี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนต์ จึงได้ซื้อพื้นที่ดังกล่าวเพื่อสร้างบ้านพักและทำสวน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ.2512 และ พ.ศ.2516 ปัจจุบัน บริเวณ ย.2 มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

🚩จาก ย.2.ไป ย.3 จะเป็นระยะทาง 3000 เมตร ระหว่างทางจะมีที่พักให้เป็นระยะๆครับ เหนื่อยก็พักครับ ไม่ต้องรีบเดินมาก อิอิ

🚩ระหว่างทางเดินมา ย.3 คือมันเป็นทางเดินธรรมชาติล้วนๆ บอกเลยเเม่งโครตสดชื่นหนีความวุ่นวานในเมืองกรุงมาเจอเเบบนี้ โดยความชันระดับ 40 องศา ไม่ชันมาก ถ้าจะบอกว่าเฮ้ย เเม่งเดินเล่นๆชิวๆได้เหมือนสวนหลังบ้านก็คงโกหก เพราะมันเหนื่อยจริงจังเอาเรื่องเลยละ
📸....... ย.3 สูงจากระดับน้ำทะเล 1,225 เมตร หลังจากการสน้างทางรถไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะมิชชันนารีอเมริกันคริสจักร ได้มาทำการสร้างบ้านในบริเวณนี้ ละจะมาพักผ่อนในเดือนเมษายนของทุกปีปัจจุบันบ้านพักดังกล่าวอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยพายัพและเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมาพักค้างคืนได้ครับ

🚩เห้ยยย อีก 1000 เมตรเว้ย บอกเลยจาก ย.2 เราเดินมาถึงจุดนี้ ใช้เวลาราวๆ1ชั่วโมงครึ่ง จุดนี้เล่นเอาเราเหนื่อยจริงจัง

🚩เวลา17.10 น เราเดินมาถึง ย.3 ก็รีบหาบ้านพักที่จองไว้ พอไปถึงบ้านพักเท่านั่นเเหละ ถึงเชร๊ดดดด คือบ้านที่เราจองมันคือโซน3 เว้ย ไม่ใช่ ย.3 งานเข้า!! 55 โดยบ้านพักที่เราจองไว้มันห่างจากจุดทำการอุทยาน 1,500 เมตรเอง โดยจะลงกลับไปตอนนี้ก็คงไม่ทัน เลยตกลงนอนกันที่นี่ (บ้านพักมิชชั้นนารี เป็นบ้านพักเเห่งเดียวบน ย.3 ไม่มีร้านค้าใดๆครับถ้ามาต้องเตรียมเสบียงมาเองเด้อ )​

🚩บ้านพักมิชชั้นนารี จะเป็นส่วนการดูเเลของ ม.พายับ ไม่ใช่ส่วนของอุทยานขุนตาลนะครับ ถ้าจะจองเราสามารถจองได้ที่เว็บไซต์ของ ม.พายับครับ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้านะ เเต่จะมีเครื่องปั่นไฟที่จะเปิด 17.00-21.30 น. โดยจะมีพี่เจ้าหน้าที่คอยดูเเลเรา เเละเราสามารถจ้างพี่ๆเค้าลงไปซื้อของที่หมู่บ้านชาวเขาด้านล่างได้ หรือใครนำอาหารมาก็นำมาทำกินได้เลยครับ ที่นี่มีครัว มีเตาย่าง มีที่กรองน้ำ มีถ้วยจาน มีด ครก เตาเเก๊สสำหรับทำอาหารครบเลย ส่วนเราก็จ้างพี่เค้าลงไปซื้อหมูไก่มาหมักเเล้วปิ้งย่างกินกันฟินๆ 55

🚩ถึงเเม้เราจะเข้าที่พักผิดเเต่เรากลับดีใจเเละชอบที่นี่มากกก เพราะมันดูดาว ถ่ายดาวได้เว้ย มันเป็นชานไว้ปูเสื่อ ไว้นั่งกินข้าว นอนดูดาวฟินๆได้เลย
...... เราว่าที่นี่เหมาะสำหรับมาพักเป็นกลุ่มครับ เพราะมีทุกอย่างพร้อมกว่าบ้านพักของทางอุทยานซะอีก ที่สำคัญวิวสวยกว่าบ้านพักอุทยานมาก สามารถมองเห็นดาวได้เต็มท้องฟ้าเลยละ นักล่าทางช้างเผือกน่าจะชอบกัน

🚩Day 2
....... เราตื่น04.30น.เพื่อเตรียมออกเดินเท้าไปยัง ย.4 อีก1000 เมตร ซึ่งต้องเริ่มเดิน 05.00 น.เพื่อไปให้ทันเเสงเเรกของวันใหม่
...... โดยเป็นการเดินที่โครตมืดมากต้องอาศัยใจเพรียวๆกับไฟฉายจากมือถือเเละสปอร์ทไลท์เเบบพกพานำทางเอาครับ

🚩ระหว่างทางเดินเราจะเจอวิวสวยๆเยอะมาก เเต่ก็ต้องระวังกันด้วยนะครับเพราะจาก ย.3 ไป ย.4 ทางเดินบางช่วงจะเป็นเหวด้านซ้าย ด้านขวาเป็นภูเขาครับ เราใช้เวลาเดินมาประมาณ 800 เมตรจะเจอ "เนินวัดใจ" เพราที่นี่เป็นเนินสูงเเละมีเเต่บันได บันได เเละโครตบันได บอกเลยว่าเหนื่อยจริงจัง ถ้าใครบอกว่าไม่หอบนี่ไม่เชื่อเลยนะ 😅😅

🚩เดินพ้นเนินวัดใจก็ถึงจุดสูงสุดของอุทยานเเห่งชาติขุนตาลกันเเล้วครับ บอกก่อนว่าที่นี่อากาศหนาวเย็น เเละลมเเรงมากครับ
😁จุดป้ายผู้พิชิต ย.4 เป็นจุดสูงสุดของยอดดอยขุนตาลสูงจากระดับน้ำทะเล 1,373 เมตร ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้

บริเวณนี้เป็นที่ส่องกล้อง ซึ่งเรียกว่า "ม่อนส่องกล้อง"สามารถมองเห็นพื้นที่จังหวัดลำพูนและลำปางได้อย่างชัดเจน

🚩เราอยู่บนนี้ราวๆ 1ชั่วโมงครับ เพื่อก็ภาพบรรยากาศให้สมกับที่ต้องเดินขึ้นลงมากกว่า 14 กิโลเมตรเพื่อมาถึงจุดๆนี้ครับ

🚩เมื่อเสพบรรยากาศจนอิ่มเเล้ว เราเดินลงจากจุดสูงสุดเพื่อกลับไปเก็บของออกจากที่พัก ย.3 ครับ เชื่อไหมขามามันมืดพอขากลับมันเช้าเเล้วไง เท่านั้นเเหละเห็นวิวสองข้างทางกันเเบบเต็มๆว่าเมื่อตี5เราเดินกันมาเเบบไหน ขาลงเเอบสบายเดินลงกันตัวปลิวเลย อิอิ

🚩ลงจาก ย 4 มาถึงบ้านพักมิชชั่นนารี ย.3 เเล้วเราก็จัดการธุระส่วนตัวเเล้วตบท้ายก่อนออกจากที่พักด้วยการกินมาม่าคัพกับวิวที่โครตสวยยยยยย

🚩เส้นทางระหว่างลงมาที่สถานีรถไฟช่วงเช้าเราจะเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้นของผืนป่ากันตลอดทาง ผมขอเเนะนำว่าเรามาเที่ยวป่าก็ควรรักษาป่าไม่เด็ดใบไม้กิ่งไม้เเละทิ้งขยะกันนะครับ

🚩ทางลงระหว่าง ย.1 มาจุดที่ทำการอุทยานขุนตาล ก็เป็นอีกจุดที่เรามองว่าสวยมากเลยนะ สามารถถ่ายภาพเก๋ๆกลับบ้านไปอวดเพื่อนๆกันได้เลย

🚩ก่อนถึงจุดทำการอุทยานขุนตาล เราขอเเวะถ่ายภาพเป็นที่ระทึก เอ้ยระลึกกันก่อนกลับสักหน่อย อิอิ

⛔สรุประยะทางเดินทั้งหมด⛔
😀เริ่มการเดินเท้าจากสถานีรถไฟขุนตานไปอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล 1,300 เมตร
😁จากอุทยานไปย.1 ระยะทาง 2,300 เมตร
😁จากย.1 ไป ย.2 ระยะทาง 1,000 เมตร
😁จากย.2 ย.3 ระยะทาง 3,000 เมตร
😁จากย.3 ไป ย.4 ระยะทาง 1,000 เมตร จุดนี้เป็นทางชันซึ่งจะพบกับจุดเนินวัดใจ

⛔ รวมทั้งหมดระยะทางจากสถานีรถไฟไปย.4 ประมาณ 7,300 เมตร
⛔ ไปกลับประมาณ 14,600 เมตร

⚠️ หมายเหตุสำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินเยอะ เราสามารถนั่งรถเพื่อนย่นระยะทางได้ครับ
- รถสามารถเดินทางเข้าไปถึงที่จุดเริ่มต้นเดินขึ้น ย.1 โดยค่าบริการจากอุทยานไปตรงนั้น 50 บาท/คน (โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตรงจุดที่ทำการอุทยานว่าต้องการบริการรถไปส่ง)
- จุดจากสถานีรถรถไฟขุนตานมาที่ทำการอุทยานขุนตาลและกลับจากอุทยานไปสถานีรถไฟขุนตานมีบริการรถส่ง โดยคิดค่าบริการรอบละ 50 บาท/คน (จากสถานีรถไฟขุนตานแจ้งที่ร้านค้าได้เลยครับ)
- ขากลับมีบริการรถมาส่งถึงสถานีรถไฟ ค่าบริการ 100 บาท/คน (ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ว่าเราต้องการบริการรถ)

⚠️ หมายเหตุสำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินเยอะ เราสามารถนั่งรถเพื่อนย่นระยะทางได้ครับ
- รถสามารถเดินทางเข้าไปถึงที่จุดเริ่มต้นเดินขึ้น ย.1 โดยค่าบริการจากอุทยานไปตรงนั้น 50 บาท/คน (โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตรงจุดที่ทำการอุทยานว่าต้องการบริการรถไปส่ง)
- จุดจากสถานีรถรถไฟขุนตานมาที่ทำการอุทยานขุนตาลและกลับจากอุทยานไปสถานีรถไฟขุนตานมีบริการรถส่ง โดยคิดค่าบริการรอบละ 50 บาท/คน (จากสถานีรถไฟขุนตานแจ้งที่ร้านค้าได้เลยครับ)
- ขากลับมีบริการรถมาส่งถึงสถานีรถไฟ ค่าบริการ 100 บาท/คน (ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ว่าเราต้องการบริการรถ)

🚩ตารางรถไฟจากสถานีหัวลำโพงไปสถานีขุนตาน สามารถเช็คดูได้จากเว็บไซค์ของการรถไฟเนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาทำให้เที่ยววิ่งรถไฟหยุดวิ่งไปแต่ตอนนี้น่าจะเริ่มกลับมาวิ่งเหมือนเดิมแล้วครับ

😜 วิธีการจองตั๋วรถไฟนะครับ
🚩จองผ่านเว็บ https://www.thairailwayticket.... เราว่ามันง่ายเหมือนกันนะ สามารถจ่ายผ่านบัตรและเลือกที่นั่งเองได้ ข้อมูลจะส่งเข้าเมลล์เรา

🚩เเละเเล้วขบวนรถไฟก็มาถึงสถานีขุนตานตามเวลา เรากำลังจะเเบกเป้เดินทางไปเชียงใหม่เเล้วเช่ารถมอไซร์ลุยม่อนเเจ่ม , นอนกระโจม, ล่าหมอก ,ซัดหมูกระทะ, ลุยตลาดน้ำหมีเขียว, ร้าน iberry กันต่อครับ
....... อุทยานเเห่งชาติขุนตาลเป็นอีก1สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวได้ภาพถ่ายสวยๆกลับบ้านกันเเล้วเรายังได้เรียนรู้กับธรรมชาติรอบๆตัวเรา ได้เห็นมิตรภาพระหว่างการเดินทาง
...... ลองมาครับ อุทยานเเห่งชาติขุนตาลเที่ยวง่ายๆ มาไม่ยาก
...... ขอบคุณที่อุตสาห์นั่งทนอ่านรีวิวไก่เขี่ยของเราจนจบครับขอบคุณจริงๆ รีวิวนี้อาจจะเป็นเเนวทางของใครหลายๆคนที่ค้นหาข้อมูลไปเดินป่าที่อุทยานเเห่งชาติขุนตาลนะครับ
...... หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณที่ชื่นชอบการเดินทางของพวกเรา เเล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าหน้าครับ กับเราเพจเดี๋ยวพาไป #โตเเล้วเที่ยวไหนก็ได้

➖➖➖➖➖➖➖➖➖
➡️➡️ ติดต่องานรีวิว ⬅️⬅️
😁Email = [email protected]
😁เพจ เดี๋ยวพาไป-DeawPaPai = https://m.facebook.com/Taeremi...
😁Line = tetae-tkp
😁ติดต่อ = 0982718287
➖➖➖➖➖➖➖➖➖

ความคิดเห็น