เปลี่ยนความคิดเดิมๆ กับการนั่งรถไฟขบวนใหม่ กรุงเทพ-เชียงใหม่ รีวิวโดย อยากเที่ยวก็เที่ยว

ตอนเป็นเด็ก ไม่รู้ทุกคนเป็นเหมือนกันหรือเปล่า ชอบรถไฟ ความใฝ่ฝันอย่างนึงในวัยเด็ก คือสักครั้งนึงอยากนั่งรถไฟไปที่ไหนก็ได้ จำได้ว่าตอนประมาณประถมป.2หรือป.3นี่แหละ พ่อกับแม่พาขึ้นรถไฟครั้งแรก จากพิจิตรไปกรุงเทพ จำได้ว่าตอนนั้นตั๋วรถไฟยังเป็นตั๋วแข็ง ใบเล็กๆอยู่ ตอนนั้นคือดีใจมาก ตื่นเต้นสุด

เปลี่ยนความคิดเดิมๆ กับการนั่งรถไฟขบวนใหม่ กรุงเทพ-เชียงใหม่

เปลี่ยนความคิดเดิมๆ กับการนั่งรถไฟขบวนใหม่ กรุงเทพ-เชียงใหม่

 วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลา 10.28 น.

 วันที่เดินทาง 2 ก.ค. 2563


ตอนเป็นเด็ก ไม่รู้ทุกคนเป็นเหมือนกันหรือเปล่า ชอบรถไฟ ความใฝ่ฝันอย่างนึงในวัยเด็ก คือสักครั้งนึงอยากนั่งรถไฟไปที่ไหนก็ได้ จำได้ว่าตอนประมาณประถมป.2หรือป.3นี่แหละ พ่อกับแม่พาขึ้นรถไฟครั้งแรก จากพิจิตรไปกรุงเทพ จำได้ว่าตอนนั้นตั๋วรถไฟยังเป็นตั๋วแข็ง ใบเล็กๆอยู่ ตอนนั้นคือดีใจมาก ตื่นเต้นสุดๆ ยอมขาดโรงเรียนเพื่อที่จะได้นั่งรถไฟ รถไฟที่นั่งตอนนั้นก็เป็นแค่รถชั้น 3 ธรรมด๊า ธรรมดา เป็นรถพัดลม กลิ่นเหล็กกลิ่นสนิมยังจำได้ดี 555 แต่บอกเลยว่าโคตรคลาสสิค  นั่งชมวิวเปิดหน้าต่างให้ลมตีหน้า แล้วก็จะชอบเวลารถไฟจอดตามสถานี รอรถไฟวิ่งสวน จะได้เห็นรถไฟ ตอนนั้นตื่นเต้นแล้วก็สนุกมาก มันคือความทรงจำครั้งนึงที่ดีในวัยเด็กเลยก็ว่าได้ 

แต่พอโตมา ช่วงม.5 ม6. ต้องมานั่งรถไฟแบบจริงๆจังๆ คือต้องนั่งไปสอบเข้ามหาลัยบ้าง นั่งไปต่างจังหวัดบ้างความรู้สึกกลับเปลี่ยนไปกับรถไฟไทย เพราะว่ามันเก่าแล้วก็ชอบเสียเวลา ชอบเรท จอดรอรถสวนนานมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถไฟไทย 55555 อีกอย่างนึงคือบางช่วงเวลาคนแน่นมาก เคยยืนตั้งแต่สถานีรถไฟพิษณุโลก ถึง สถานีบางมูลนาก เกือบ  2 ชั่วโมงเห็นจะได้ เลยค่อนข้างจะเข็ด ไม่อยากนั่งรถไฟไปเลย แต่ก็มีตอนรถไฟฟรี ด้วยความบ้า ลองนั่งรถไฟชั้น3 ไปเชียงใหม่ บอกเลยว่าโคตรทรมาน555

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ คือทริปนี้จะมารีวิวรถไฟขบวนใหม่ ไปเชียงใหม่ จริงๆก็ไม่ถือว่าใหม่เท่าไหร่ เพราะว่าถ้านับย้อนไป เปิดให้บริการมาแล้ว 3 ปีเห็นจะได้ แต่ก็ถือว่าเป็นขบวนรถไฟทางไกลที่ใหม่ที่สุด ณ ตอนนี้ หลายคน อาจจะเคยขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่เคยขึ้น อยากลองนั่งรถไฟสักครั้ง บางคนอาจจะมีทัศคติที่ไม่ดีต่อรถไฟ รถไฟไม่สะอาดบ้าง เลยทำให้ไม่อยากนั่ง แต่รีวิวนี้เราจะมารีวิวรถไฟขบวนนี้แบบละเอียดกันไปเลยว่า ขึ้นยังไง จองยังไง ภายในรถไฟเป็นยังไง ใช้เวลากี่ชั่วโมง มีสายอื่นไหม เราจะมารีวิวให้ทุกคนรู้กันครับ 

ชื่อเต็มของรถไฟขบวนนี้ ชื่อ รถด่วนพิเศษอุตราวิถี กรุงเทพ-เชียงใหม่  ขบวน9และ10 
 รถไฟมีวันละ 1 รอบ
- ขาไป ขบวน 9 ออกจากกรุงเทพ 18.10 น. ถึงเชียงใหม่ 07.15 น.
- ขากลับ ขบวน 10 ออกจากเชียงใหม่ 18.00 น. ถึงกรุงเทพ 06.50 น.
รถขบวนใหม่นี้ไม่ได้มีเฉพาะ สายเหนือเท่านั้นนะ
สายอีสานมี 2 ขบวน คือ 
1.รถด่วนพิเศษอีสานวัตนา กรุงเทพ-อุบลราชธานี ขบวนที่ 23 และ 24  
2.รถด่วนพิเศษอีสารมรรคา กรุงเทพ-หนองคาย ขบวนที่  25 และ 26 
สายใต้มี 1 ขวน คือ
- รถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ กรุงเทพ-ชุมทางหาดใหญ่ ขบวนที่ 31และ 32 

วิธีการจองตั๋วจองได้ 3 วิธี

1.ไปที่สถานีรถไฟใดก็ได้ สามารถจองล่วงหน้าได้ ก่อนรถออก 2 ชม. แต่ไม่เกิน 30 วัน
2.โทรไปที่ Call Center 1690 ก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 5 วัน
3.จองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.dticket.railway.co.th 

ราคา
- ชั้น 1 เตียงล่าง 1653  บาท เตียงบน 1453  บาท เหมาห้อง 2453(เดินทางคนเดียวแต่อยากใช้1ห้อง)
- ชั้น 2 เตียงล่าง 1041 บาท เตียงบน 941 บาท (ชั้นแบบที่เรานั่ง)

ข้อควรรู้

1.ตั้งแต่มีโควิดตู้เสบียงยังไม่เปิดให้บริการเตรียมอาหารไปกินระหว่างทางด้วยนะ เผื่อมื้อเช้าด้วย
2.ใช้เวลาเดินทางยาวๆ 13 ชม.อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย
3.จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนเพราะเต็มเร็วมาก
4.จองตั๋วออนไลน์ในระบบมีแค่ 15%ของที่นั่ง ถ้าเต็มลองโทรหรือไปจองที่สถานี
5.เตียงบนไม่มีหน้าต่าง และไฟค่อนข้างสว่างเตรียมผ้าปิดตาไปด้วยนะ เดินทางคนเดียวแนะนำจองเตียงล่างดีกว่า
6.ขบวนนี้จะงดให้บริการบ่อย ในกรณีที่โควิดมีการระบาด  
7.ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นต้นทาง ใกล้สถานีไหนขึ้นที่นั่น เช่น ดอนเมือง บางซื่อ รังสิต 8.ไม่สามารถจองเตียงเดียวแล้วนอน 2 คนได้ ไป 2 คนต้องจอง 2 เตียง
8.เสียงรถไฟค่อนข้างดัง อาจจะไม่เหมาะกับคนที่หลับยาก

รถไฟขบวนนี้ไม่ได้จอดทุกสถานนีนะครับ สถานีที่จอดก็ตามรูปเลยครับ ส่วนใหญ่จะจอดตามสถานีจังหวัดกับสถานีใหญ่ๆ

วิธีการจองตั๋วออนไลน์ 

เราทำตัวอย่างคร่าวๆ มาให้ดู ตอนนั้นทำไว้ละเอียดเลยครับ แต่ปัจจุบันเค้าอัพเดตเว็บไซด์ใหม่เลยหน้าตาเปลี่ยนนิดหน่อย 
เข้าเว็บไซต์ https://www.dticket.railway.co.th/DTicketPublicWeb/home/Home

1.สมัครสมาชิก กรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย ถ้าไม่สมัครสมาชิกจะกดจองไม่ได้ กรณีไปหลายคนสมัครคนเดียว สามารถจองได้หลายคน

2.เลือกสายเป็น สายเหนือ ต้นทางกรุงเทพ ปลายทางเชียงใหม่ จะจองเฉพาะขาไปก็ได้หรือจองไป-กลับ 

เลือกจำนวนผู้โดยสารสูงสุดได้ 10 คน

3. เลือกขบวน รถด่วนพิเศษขบวนใหม่ เป็นขบวนที่ 9 นะครับ อย่าจองผิดละ พอดีเราทำตัวอย่างลองจองให้ดู แต่ตอนที่เราลองจองจะไม่มีขบวนที่ 9 เพราะหยุดให้บริการในช่วงระบาดของโควิดรอบนี้ จริงๆตั้งแต่มีโควิดขบวนนี้จะ เปิดๆหยุดๆไปมา

 4.เลือกตู้ขบวน จะมีรายละเอียดบอกชั้น 1 ชั้น 2 ตู้ไหนว่าง ตู้ไหนเต็ม (ในรูปเป็นขบวนอื่นนะ)สำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวจะมีตู้ Lady ด้วยนะ คือทั้งตู้จะมีเฉพาะผู้หญิง 

5.กรอกรายละเอียดผู้โดยสาร ใส่เลขบัตรประชาชน ให้เรียบร้อย

6.เลือกที่นั่ง เลขคู่เป็นเตียงล่าง เลขคี่เป็นเตียงบน ถ้าเดินทางด้วยกัน เช่นจอง 1 กับ 2 , 3 กับ 4 ประมาณนี้ จะได้นั่งด้วยกัน

7.ชำระเงิน กดยืนยันชำระเงิน การชำระเงินจะเป็นการชำระผ่านบัตรเครดิต เดบิต ธนาคารไหนก็ได้ ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ระบบจะกลับมาที่หน้าเว็บ พร้อมแสดงข้อความว่าการสำรองที่นั่งเรียบร้อย
สามารถปริ๊นตั๋วจากหน้าเว็บไซต์ได้เลย ระบบจะส่งเข้าเมล์ที่เราจองและหน้าเว็บก็สามารถปริ๊นได้เช่นกัน
สามารถใช้ในการเดินทางได้เลย ไม่ต้องไปเปลี่ยนตั๋วที่สถานี


มาเริ่มที่การเดินทางของเรากันเลยครับ ทริปนี้เราเดินทางเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

ต้นทางคือสถานีรถไฟกรุงเทพนะ หรือที่เราชอบเรียกกันว่าหัวลำโพงนั้นแหละ
หลายคนอาจจะไม่รู้ ว่าสถานีรถไฟกรุงเทพกับสถานีรถไฟหัวลำโพงจริงๆแล้วมันคือคนละที่กัน จริงๆเราเองยังเข้าใจมาตลอดว่ามันคือสถานนีเดียวกัน 
สถานีรถไฟหัวโพง ห่างกันแค่เพียงเดินข้ามฝั่งถนน ปัจจุบันสถานีรถไฟหัวลำโพงเลิกให้บริการแล้ว แต่สถานีรถไฟกรุงเทพยังให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

เนื่องจากว่าเราจองตั๋วออนไลน์มาเรียบร้อยแล้ว เราไม่ต้องทำอะไรเลยครับ มาถึงเดินเข้ามาวัดอุณหภูมิ เดินมาถึงบริเวณชานชาลา 

เข้ามาถึงบริเวณชานชาลา จะมีหน้าจอบอก ไม่ต้องกลัวว่าจะขึ้นผิดขบวน
ขบวนที่เราไป อยู่ชานชาลาที่ 4 ปลายทางเชียงใหม่ ขบวน 9 รถออก 18.10 น.

จริงๆการเดินทางด้วยรถไฟ ไม่ต้องไปก่อนเวลามากเหมือนนั่งเครื่องบินน กะไปแค่ทันเวลารถออกก็พอ  แต่ครั้งนี้เราไปเร็วเพราะเราอยากไปถ่ายรูปตอนไม่มีคนมารีวิว ฮ่าๆๆ

เราจะรู้ได้ไงว่าเราอยู่คันไหน ข้างตู้ขบวน จะมีบอกครับ มีรายละเอียดบอกตั้งแต่ ขบวนที่ 9  กรุงเทพ-เชียงใหม่ คันที่เท่าไหร่ ดูจากตั๋วแล้วขึ้นได้เลย

แต่ถ้าใครมาถึงก่อนรถออกประมาณ 20 นาที ก็จะมีเจ้าหน้าที่มายืนรอประจำคัน โดยทุกตู้หรือว่าทุกคันจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ตั้งแต่ดูความเรียบร้อย คอยปูเตียง เก็บเตียง

ไปดูด้านในรถไฟกันครับ ที่เราจะพาไปดูจะเป็นชั้น 2 นะครับ (ชั้น1ก็อยากขึ้นนะแต่แพง5555)
ขึ้นมาเห็นประตู หืมดูดีสุด อวสานรถไฟไทยที่เราเคยขึ้นไปเลย 555 เป็นแบบปุ่มกดเปิดปิดอัตโนมัติ
เห็นได้จากในรูปจะกั้นระหว่างที่นั่ง ระหว่างคันและกั้นกับห้องน้ำ เรื่องกลิ่นเหม็นไม่มีแน่นอน ตามตู้ขบวนก็จะมีป้าย คิวอาร์โค้ด แสกน เช็คอิน เว้นระยะห่างด้วยนะ

ที่นั่งก็จะมี 2 ฝั่งซ้ายขวา ที่นั่งกว้างขวาง นั่งฝั่งละ 1 คน เตียงล่าง-เตียงบน ริมหน้าต่างมีช่องใส่น้ำดื่ม โต๊ะพับได้เวลาทานอาหาร ด้านล่างเก็บกระเป๋าได้ มีเลขที่นั่งบอกเตียงล่าง เตียงบน ริมหน้าต่างมีม่านรูดปิดได้ 

เราไปก่อนเวลาก็ดี มีเวลาถ่ายรูปเล่น แฮร่ ที่นั่งดีเลยแหละ ไม่เจ็บหลัง เสียดายเอนหลังไม่ได้ ฮ่าๆๆ 

มีจอLCD บอกเวลา ตอนนี้ถึงไหนแล้ว เวลากี่โมง จะถึงปลายทางกี่โมง ห้องน้ำว่างไหม มีแผนที่บอกด้วย อุณหภูมิภายใน ภายนอกเท่าไหร่ เจ๋งไปเลยลูกพี่

มีปลั๊กเสียบ 220 V ชาร์จโทรศัพท์ ชาร์จแบตกล้อง ชาร์จพาวเวอร์แบงค์ได้หมด มีทั้ง 2 เตียงเลยนะ ทั้งเตียงล่าง เตียงบน และมีไฟดวงเล็กๆไว้เผื่อคนชอบอ่านหนังสือ แต่บอกเลยผมนอนเตียงบนไฟค่อนข้างสว่าง ถ้าใครไม่นอนนอนแบบสว่างๆเตรียมผ้าไปปิดตาตอนนอนด้วยนะ

ห้องน้ำที่หลายคนกังวล ว่าจะสะอาดหรือเปล่า มีน้ำไหม  บอกเลยว่าคือดีอ่ะ สะอาดเอี่ยม ไม่มีกลิ่น มีแม่บ้านคอยทำความสะอาดตลอด
ตู้ที่เราขึ้น มีห้องน้ำ 2 ห้อง และมีโถฉี่สำหรับผู้ชายแยกมา 1 ห้อง เป็น 3 ห้อง
ในห้องน้ำมีที่ฉีดก้น มีกระดาษทิชชู่เติมตลอด และมีกระจกไว้ส่อง ประตูห้องน้ำมีระบบล็อคอย่างดี หายห่วง

มีอ่างล้างหน้า ล้างมือ แยกออกมาจากห้องน้ำ เจลล้างมือ มีกระดาษทิชชู่ให้ด้วย ด้านล่างมีช่องใส่ขยะ 
แต่ถ้าเป็นชั้น 1 เนี่ย จะมีห้องอาบน้ำให้ เห็นว่ามีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย

18.10 น. ตรงเวลาเป๊ะได้เวลารถไฟออก มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินพอดีเลย ถ้านั่งฝั่งซ้ายจะเห็นพระอาทิตย์ตก ถ้านั่งฝั่งขวาตอนเช้าจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้น

ประมาณ 1-2 ทุ่ม เจ้าหน้าที่ก็มากางเตียงให้พร้อมนอน แต่ถ้าใครยังไม่อยากกางก็บอกเจ้าหน้าที่ได้ พออยากนอนค่อยไปเรียกให้เจ้าหน้าที่มากางให้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าถ้าคนที่ไปคนเดียวแล้วจองเตียงบน ถ้าเจ้าหน้าที่กางเตียงแล้ว คนที่นอนเตียงบนจะไปนั่งตรงไหน คำตอบก็คือต้องขึ้นไปนอนเตียงโดยอัตโนมัติ

หลังจากที่กางเตียงออกมาแล้วจะเป็นแบบนี้ครับ มีผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ซักใหม่เอี่ยม แกะจากถุง
กลิ่นหอมใช้ได้เลย

พอปิดม่านแล้วก็จะประมาณนี้ ไฟเปิดแบบนี้ทั้งคืนนะครับ ในเตียงก็จะค่อนข้างสว่าง 

หลายคนกังวลว่าเอ๊ะ เคยมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับรถไฟ จะปลอดภัยหรือเปล่าสำหรับผู้หญิง โดยทุกคันจะมีเจ้าหน้าที่ประจำ 1 คันต่อเจ้าหน้าที่1 คน  จะคอยเดินตรวจตราระหว่างการเดินทาง แล้วก็ทุกคันจะมีกล้องวงจรปิด อีกอย่างไฟเปิดตลอดเวลา คิดว่าน่าจะมีความปลอดภัยระดับนึง แต่ถ้าเปลี่ยนจากม่านเป็นแบบประตูปิดไปเลยก็น่าจะดีเหมือนกัน

อะไรเนี่ย แป๊บเดียว 10 ชั่วโมง เช้าแล้ว บ้าบอ555 ตื่นมาดูวิวข้างทางซะหน่อย เสียดายตอนผ่านอุโมงค์ขุนตานถ่ายไม่ทัน
แต่ถ้าใครหลับยากอาจจะไม่ค่อยเหมาะ เพราะว่าเสียงล้อกับเสียงรางรถไฟค่อนข้างดัง แล้วก็มีความโยกเยก
สำหรับเราหลับได้นะ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเพลีย เลยหลับยาว 555

บรรยากาศได้มาก แอร์เย็น นั่งดูวิวข้างทาง ฟังเสียงรถไฟ

นั่งชมวิวข้างทางแบบ Slowlife สำหรับคนที่ลงจะหว่างทาง ไจะกลัวว่า ไม่รู้ว่าถึงหรือยัง จะเลยสถานีไหม ไม่ต้องห่วง ถ้ามีคนลง ก่อนถึงทุกสถานีจะมีเจ้าหน้าที่มาเรียกถึงเตียง

ประมาณ 7 โมง30นาที ก็เดินทางถึงสถานีปลายทางเชียงใหม่ เรทไปนิดหน่อย แต่เป็น 13 ชั่วโมงที่เรารู้สึกว่าไม่นานเลย 

โดยรวมแล้วประทับใจมากครับ สำหรับการนั่งรถไฟไกลครั้งแรก
การนั่งรถไฟถึงแม้จะถึงช้าหน่อย แต่ได้ฟีลไปอีกแบบ ใครอยากลองนั่งรถไฟ บอกเลยว่าต้องลองแล้วแหละ ถึงราคาจะสูงไปหน่อยพอๆกับราคาเครื่อง แต่ก็สนุก ตื่นเต้นดี ไม่เมื่อย ไม่ปวดหลัง ถือเป็นการนั่งรถไฟไกลครั้งแรกแต่ประทับใจมาก ไว้โอกาสหน้าอยากลองนั่งไปหาดใหญ่ดูบ้าง

ความคิดเห็น