3 วัน 2 คืน หนีไปเช็คอินที่ จ.อุทัยธานี รีวิวโดย เที่ยวแบบเรา : Once-a-month

จังหวัดอุทัยธานี เมืองที่หลายๆ คนคิดว่าเป็นแค่ทางผ่านที่จะขึ้นไปเที่ยวเหนือ หรือลงมาภาคกลาง แต่จังหวัดทางผ่านนี้ก็เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้กับทางเหนือเลย และด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมกนักทำให้เราสามารถเดินทางมาเที่ยวอุทัยธานีได้แบบสะดวกสบาย นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแล้ว ยังได้เข้าไปส

3 วัน 2 คืน หนีไปเช็คอินที่ จ.อุทัยธานี

3 วัน 2 คืน หนีไปเช็คอินที่ จ.อุทัยธานี

 วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 16.35 น.

 วันที่เดินทาง 24 ก.ย. 2564

จังหวัดอุทัยธานี เมืองที่หลายๆ คนคิดว่าเป็นแค่ทางผ่านที่จะขึ้นไปเที่ยวเหนือ หรือลงมาภาคกลาง แต่จังหวัดทางผ่านนี้ก็เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้กับทางเหนือเลย และด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมกนักทำให้เราสามารถเดินทางมาเที่ยวอุทัยธานีได้แบบสะดวกสบาย นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแล้ว ยังได้เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เราอยากให้เพื่อนๆ ได้มาเที่ยว ปรับจังหวะชีวิตให้ช้าลง และสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดเหมือนกับเราที่ได้ไปมา

สำหรับทริปอุทัยธานีในครั้งนี้ เราไปกัน 3 วัน 2 คืน ซึ่งได้ที่พักอยู่ใน อ.บ้านไร่ ชื่อที่พักว่า " บ้านสวนรีสอร์ท " พาไปดูที่พักก่อนเลย


บ้านสวนรีสอร์ท

เป็นรีสอร์ทที่อยู่ใจกลางเมืองบ้านไร่ อยู่ภายในปั๊มน้ำมัน PT (บ้านไร่สัมพันธ์) ภายในก็จะให้ความรู้สึกร่มรื่น เพราะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้น้อยใหญ่ แถมมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านด้วย ห้องพักก็จะอยู่กลมกลืนกันไป ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบสุดๆ ห้องพักก็มีหลายรูปแบบไว้บริการ ไม่ว่าจะมาเป็นแบบคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน

รูปแบบห้องพัก

  • ห้องมาตรฐาน (วิวสวน) ราคา 600 บาท/คืน
    • ห้อง VIP (อยู่ติดลำธาร) ราคา 1,000 บาท/คืน
    • บ้านพักส่วนตัวกลางสวน ราคา 1,200 บาท/คืน
    • ห้องพักสำหรับครอบครัว 1,500 บาท/คืน (พักได้ 4 คน รองรับได้มากสุด 8 คน)

    ห้องที่พวกเราพักจะเป็นห้อง VIP จะอยู่ติดกับลำธาร จะแยกออกมาตัวตึกจะอยู่ด้านข้างร้านกาแฟค่อนข้างเป็นส่วนตัวเลย ห้องของเราจะอยู่ติดลำธาร

    ห้องนี้นอนได้ 2 คน ภายในห้องก็จะตกแต่งเป็นแนวธรรมชาติให้กลมกลืนกับด้านนอก ด้านหลังห้องมีหน้าต่างบานพับที่กว้าง ทำให้ห้องดูโล่ง สบาย วันที่เราไปฝนตกตลอดทั้งวันเราเปิดหน้าต่างรับลม นั่งทำงานชิวเลย

    สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องก็มีครบนะ เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ โทรศัพท์ ตู้เย็น กระติกน้ำร้อนพร้อมชา กาแฟ

    ในส่วนของห้องน้ำก็มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ด้วย

    ออกมาด้านหลังห้อง เป็นระเบียงใหญ่ สามารถมองวิวได้ 180 องศาเลย และอย่างที่เราบอกว่าห้องนี้จะอยู่ติดกับลำธาร เราก็จะได้ยินเสียงน้ำไหลตลอด

    ติดต่อจองห้องพัก

    ร้านอาหารบ้านสวน

    ร้านอาหารบ้านสวน จะอยู่ในรีสอร์ทเลยเดินออกมาห้องพัก ลงไปทานอาหารที่ร้านได้เลย บรรยากาศก็จะโอบล้อมด้วยต้นไม้เช่นกัน อาหารก็จะเป็นอาหารไทย บอกได้เลยว่ารสชาตินี่จัดจ้าน ถึงพริกถึงเครื่องแน่นอน

    เข้ามาด้านในก็จะมีที่นั่งหลายโซนด้วยกัน เราชอบโซนใหม่ริมน้ำ บรรยากาศดีสุดๆ นอกจากจะเป็นโซน outdoor แล้ว ที่ร้านยังมีห้องจัดเลี้ยงที่เป็นส่วนตัวด้วย

    นี่ก็เป็นโซนริมน้ำที่เราบอก ช่วงเย็นๆ ตรงนี้จะถ่ายรูปสวยมาก

    มาถึงเมนูอาหารกันบ้าง สำหรับเมนู signature ของที่นี่ แบบว่ามาแล้วต้องสั่ง ถ้าไม่สั่งถือว่าพลาด

    ปลาแรดทอดสมุนไพร เมนูนี้เด็ดสุดของร้านเลย ทุกโต๊ะจะต้องมีเมนูนี้อยู่บนโต๊ะ ปลาแรดทั้งตัว แล่เป็นชิ้นๆ ชุดแป้งทอดกรอบ เสริฟมาพร้อมกับสมุนไพรทอดกรอบและน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด กินทั้งหมดพร้อมกันอร่อยสุดๆ

    แกงป่าปลาช่อน ชามนี้เป็นชามที่รสชาติจัดจ้านตามสไตล์แกงป่าเลย ปลาช่อนก็ใช้ปลาทั้งตัวเช่นกัน พริกแกงป่าสูตรของที่ร้านทำเอง น้ำแกงอร่อยมากทางร้านบอกว่ามีลูกค้าหลายคนที่ถึงขั้นขอห่อน้ำแกงกลับบ้านกันเลยทีเดียว

    ยำผักกูดกุ้งสด ผักกูดสด กรอบ ของดีบ้านไร่ ยำกับกุ้งสด เมนูนี้ก็แซ่บไม่แพ้กัน

    และนอกจากเมนู signature ข้างบนแล้วเราก็สั่งเป็นหลนเต้าเจี้ยวพร้อมผักสด , ทอดมันปลากราย , ต้มยำปลาคังหม้อไฟ

    รายละเอียดร้านบ้านสวน

    เวลาเปิด - ปิด : 10.30 - 22.00 น.

    โทรศัพท์ : 056-539061

    Facebook : ร้านอาหารบ้านสวน บ้านไร่ อุทัยธานี

    บ้านชายเขา สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

    หนึ่งในจุดเช็คอินที่สายถ่ายรูปต้องห้ามพลาด ที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เพราะที่นี่ถรายล้อมด้วยหุบเขาหินปูนสลับซับซ้อนเป็นแนวยาวบรรยากาศคล้ายกับสวิตเซอร์แลนด์ และที่นี่อยู่ห่างจากหุบป่าตาดเพียง 2 กิโลเมตร แต่น่าเสียดายช่วงนี้ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยว

    ถนนที่ทอดยาว สองข้างทางเป็นไร่ข้าวโพด มีฉากหลังเป็นภูเขาที่มีหมอกโอบล้อมอยู่ มันทำให้เรามาที่นี่ถึง 2 ครั้ง เพราะเราอยากเก็บบรรยากาศที่ต่างกันของแต่ละวัน พูดไปก็จะหาว่าเว่อร์ไปดูบรรยากาศเต็มๆ เลยดีกว่า อันนี้จะเป็นรูปที่รวมทั้ง 2 วันเลย

    หุบป่าตาด Bike Cafe

    เป็นคาเฟ่ที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านชายเขา หลังจากถ่ายรูปที่บ้านชายเขาเสร็จเราก็มาแวะนั่งจิบกาแฟ ชมวิวกันต่อเลย ที่นี่ก็จะมีที่พักด้วย ข้างๆ กันก็มีลานกางเต็นท์ที่รู้จักกันในสายแคมป์ " บ้านหุบเขา 222 Mountain camp " 


    ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์

    เป็นฝายกั้นน้ำของชุมชนสร้างขึ้นเพื่อเก็บและชะลอน้ำ ช่วงไหนที่น้ำเยอะก็จะล้นข้ามสันฝายลงมาข้างล่าง เกิดเป็นม่านน้ำในช่องสี่เหลี่ยม แต่วันที่เราไปเป็นช่วงที่ฝนตกติดต่อกัน เลยทำให้น้ำที่ล้นลงมามีปริมาณที่มากเกินที่จะลงไปถ่ายรูปข้างล่างได้ สำหรับใครที่จะไปอาจจะต้องเช็คข้อมูลกันก่อน

    Loom Cafe

    ร้านกาแฟเล็กๆ บอกก่อนว่าเส้นทางดูลับแลซับซ้อนเล็กน้อย แต่บอกเลยว่าคุ้มค่าแน่นอน ร้านบรรยากาศอบอุ่น กาแฟดี ขนมก็ดี อาหารคาวก็อร่อยมาก เรียกว่ามาที่เดียวจบครบคาวหวานกันไปเลย

    ร้านโจ๊กโรงเตี๊ยม

    ได้ยินมาว่าเป็นร้านที่เชฟอาหารในโรงแรมจากกรุงเทพกลับมาทำร้านเองที่นี่ แล้วอยู่ใกล้โรงแรมเลยมาลองชิมกัน เป็นร้านเล็กๆแต่อาหารนี่เรียกว่าระดับภัตตาคารจริงๆ มีทั้งโจ้ก ข้าวขาหมู ติ่มซำ และเมนูอื่นๆเพียบไปหมดเลย และที่สำคัญ อร่อยอีกแล้ว

    ร้านก๋วยเตี๋ยวสมนึก ห้วยป่าปก

    เพื่อนแนะนำมาว่า ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าแก่ ตั้งมานานแล้ว เราก็เลยชิมก่อนกลับกรุงเทพ ร้านเล็กๆ แต่รสชาติไม่เล็กเลย น้ำซุปใสๆแต่รสชาติอัดแน่น ทั้งหมูทั้งเนื้อเปื่อยถือว่าดีสมแล้วที่เป็นร้านดั้งเดิมจริงๆ
    โดยรวมแล้วอาจจะเป็นทริปกิน แต่จริงๆแล้วสามวันสองคืน เป็นทริปเสพธรรมชาติมากๆ เพราะที่พักก็ในป่าติดริมน้ำ ที่ไม่มีรูปคือเรานั่งเล่นฟังเสียงธรรมชาติ บอกเลยอย่างชิว ถึงแม้วันที่เราไปจะมีพายุเข้า แต่นั้นก็ทำให้เราได้ความชุ่มช่ำของป่าจริง ทั้งสายน้ำทั้งหมอก

    ก็เป็นอันทริปอุทัยธานีเมืองรองเมืองทางผ่าน ที่ไม่ควรแค่ผ่านอีกต่อไป แวะมาเสพธรรมชาติกัน
    ความคิดเห็น