บันทึกการเดินทาง 6 วัน 2,000 โลฯ กทม-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน (ม.ค. 2564) รีวิวโดย GOwithMe_FreeBreakfast

สวัสดีค่าทุกคน หลังจากภูกระดึงทริปล่าสุดของเราเมื่อต้นเดือน พ.ย. 63 (แอบแนบลิงค์ https://pantip.com/topic/40298682)วันนี้เราขอมาแชร์ทริปหมาด ๆ สด ๆ ร้อน ๆ ช่วงปีใหม่ 64 กันค่ะซึ่งทริปนี้เราขับรถเที่ยวไปทั้งหมดกว่า 2000 กิโลฯ ใช่ค่ะะะ (จริง ๆ คือ 2,200 กิโลฯ) มันคือทริปเที่ยวที่ยาวนานที่สุดในชีวิตเลย

บันทึกการเดินทาง 6 วัน 2,000 โลฯ กทม-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน (ม.ค. 2564)

บันทึกการเดินทาง 6 วัน 2,000 โลฯ กทม-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน (ม.ค. 2564)

 วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 15.22 น.

 วันที่เดินทาง 29 ธ.ค. 2563

สวัสดีค่าทุกคน หลังจากภูกระดึงทริปล่าสุดของเราเมื่อต้นเดือน พ.ย. 63 (แอบแนบลิงค์ https://pantip.com/topic/40298682)
วันนี้เราขอมาแชร์ทริปหมาด ๆ สด ๆ ร้อน ๆ ช่วงปีใหม่ 64 กันค่ะ

ซึ่งทริปนี้เราขับรถเที่ยวไปทั้งหมดกว่า 2000 กิโลฯ ใช่ค่ะะะ (จริง ๆ คือ 2,200 กิโลฯ) มันคือทริปเที่ยวที่ยาวนานที่สุดในชีวิตเลย คุ้มค่ากับวันหยุดมาก ๆ
โดยทริปนี้จะมีสถานที่ไฮไลท์หลัก ๆ คือ ปาย/บ้านจ่าโบ่/แม่แจ่ม/กิ่วแม่ปาน ถ้าใครมีเวลาหลาย ๆ วันหน่อย และชอบขับรถ(มาก) ลอกแพลนไปเลยค่า มันแจ่มมาก !

กระทู้นี้เราจะขอแบ่งพาร์ทเป็นแต่ละวันในคอมเมน์ย่อยนะคะ จะได้ดูไม่ยาวเกินไป และจะได้อ่านง่ายขึ้นค่ะ
บางสถานที่ไม่มีรูปวิวเดี่ยว ๆ มีติดจขกท.ไปบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ

ทริปนี้ทั้งหมด 15,000 บาท 2 คน

ภาพจาก sumsung S10 plus และ Sumsung S10 5G (ไม่แต่งภาพ ไม่ปรับแสง ไม่ใส่ Filter)

**คำเตือน**ทริปนี้ยาวมาก ใครปวดหลัง เมารถ ขอให้ปิดกระทู้เลยนะคะ 555555 หยอกเล่นค่า :p (รูปเยอะหน่อยนะคะ)

ว่าแล้วก็เริ่มออกเดินทางกันค่ะ

Day 0 : 29/12/63
เราออกเดินทางประมาณ 21.00 น. จากกทม.ค่ะ


Day 1 : 30/12/63 ปาย
04.00 น. เรามาแวะนอนพักที่ปั๊มก่อนถึงตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 30 กิโลฯ เพราะแฟนบอกว่าเห็นภาพหลอนแล้วค่ะ เห็นท้องฟ้าเป็นสามเหลี่ยม เอิ่ม ==' คือนางง่วงมากนั่นเองค่ะ ง่วงไม่ขับนะคะทุกคนนน

เราตื่นกันประมาณ 8.00 น. ล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า (ไม่ต้องสงสัยนะคะไม่อาบน้ำค่ะ ฮ่าๆๆ) ออกเดินทางกันต่อมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ไปทำภารกิจแรก ก็คือทานข้าวเช้านั่นเองค่า หิวม้ากกก

เรามาทานร้าน "เก้าคาเฟ่" เป็นร้านอาหารเช้าที่มีเมนูดังคือข้าวต้มแห้งค่ะ เราก็ไม่พลาดที่จะลอง จัดไปเล้ยย


อร่อยสมคำร่ำลือมากค่ะทุกคน เราชอบมากเลยอะ ของเราเป็นข้าวต้มแห้งหมูรวมค่ะ ของแฟนเป็นข้าวต้มแห้งเจียงใหม่ มันปูอร่อยมากกก ส่วนของหวานเราสั่งเป็นสภาปังหลุม (ขนมปังสังขยา 3 สี) ก็อร่อยมากเหมือนกันค่ะ โดยรวมคือดีมั่ก ต้องมาลองนะคะ

หลังจากกินข้าวแล้วก็ต้องตามด้วยกาแฟที่โคตรรรรดีแห่งเชียงใหม่ มาเชียงใหม่ 3 รอบ ก็มาร้านนี้ 3 รอบ เพราะมันดีจริง ร้านชื่อว่า "Ristr8to" (ริสเทรตโต้) เป็นร้านกาแฟที่การันตีด้วยรางวัล latte art อันดับ 6 ของโลกเชียวนะคะ ใครคอกาแฟตัวจริงห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง


ภารกิจทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันต่อเลยค่า มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปาย

แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นค่ะ คือเพิ่งรู้ข่าวว่าที่ที่จะไปพรุ่งนี้ปิด ..ดอยพุ่ยโคปิดดดด เอาไงล่ะทีนี้ รีแพลนกันใหม่หมดเลย โรงแรมที่จองไว้ก็ต้องเลื่อน แม่สอดที่ว่าจะไปก็จะไม่ได้ไปแล้ว เพื่อนที่นัดไว้ที่แม่สะเรียงก็อดเจอ มั่วไปหมด 5555
แต่ก็ลงมติกันว่า ไม่เป็นไร งั้นเราไปบ่านจ่าโบ่กัน การขับรถมาปายจะได้คุ้มค่าหน่อย (เพราะบ้านจ่าโบ่เลยปายไปไม่ไกลมากค่ะ)
หลังจากที่ร้อนรนกันสักพัก ก็สงบสติได้ ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า 5555

เรามาชมพระอาทิตย์ตกที่ปายแคนยอนกันค่ะ สวยมาก ๆ แต่ทางเดินแอบเสียว เพราะแคบและลื่นมาก จขกท.นี่ไม่กล้าเดินไปไกลเลยค่ะ กลัว 555



ตกเย็นก็มาเดินเล่นที่ถนนคนเดินปาย และดื่มกันนิดหน่อยที่ร้าน "จิ๊กโก๋บาร์" ร้านเหล้าที่วายป่วงที่สุดในย่านนี้ ที่มีเจ้าของร้านวายป่วงยิ่งกว่า จะบ้าตาย กินเยอะจนเจ้าของร้านไล่กลับบ้าน 555 มิตรภาพเกิดขึ้นได้ทุกที่จริง ๆ

ขอภาพตัด เอ้ย ! ตัดภาพ Day1 ไปเท่านี้นะคะ ขอไปนอนก่อนค่ะ เมามาก คร่อก.กก...


Day 2 : 31/12/63 บ้านจ่าโบ่

ตื่นมาประมาณ 10 โมงแบบแฮงค์ ๆ ไปร้านคาเฟ่วิวสวยแห่งเมืองปายกันค่ะ "Cocolino" พอดีเรามาช่วงหน้าหนาวข้าวเลยไม่ค่อยเขียวแล้ว แต่วิวก็ยังใช้ได้ค่ะ ส่วนน้ำที่สั่งมาก็อร่อยมากค่ะ อัญชันเลม่อนคือดี


เรามาถึงบ้านจ่าโบ่ประมาณบ่ายสามค่ะ วันนี้เราจะกางเต๊นท์นอนกันที่ "ลานกางเต๊นท์จ่าทอ" ลานนี้วิวสวยที่สุดในหมู่บ้านเลยค่ะ เพราะมีลานนี้ลานเดียว ตึ่งโป๊ะ ! ม่ายช่ายค่า 5555 เพราะเป็นจุดที่สูงที่สุดในย่านนี้ เริ่มกางเต๊นท์กันเลยค่า


ตกเย็นประมาณ 5 โมง เราไปดูพระอาทิตย์ตกที่ "จุดชมวิวกิกอคอบ้านห้วยเฮี๊ยะ" ขับขึ้นเขาไปจากบ้านจ่าโบ่ไม่ไกลค่ะ วิวสวยมากกกก อีกแล้ววว


ขอลา Day2 ไปด้วยพระจันทร์ที่เหมือนพระอาทิตย์ และเสียงพลุตอนเที่ยงคืนด้วยภาพนี้ค่ะ


Day 3 : 01/01/64 แม่ริม

สวัสดีตอนเช้ากับแสงแรกของปี 2564 ค่า สวยมากจริงๆ เป็นเช้าที่สดใสมาก ๆ

ทานมื้อแรกของปีด้วยวิวนี้ค่ะ "ร้านข้าง ๆ ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่" กินร้านนี้เพราะอยากกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตก และอยากกระจายรายได้ด้วยค่ะ เพราะร้านห้อยขาคนเยอะแล้วววว

อันนี้วิวจากร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่ค่ะ

อิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อค่ะ มุ่งหน้าไปแม่ริมเล่นเครื่องเล่นกันบ้างที่ "โป่งแยงซิปไลน์" จขกท.เล่นแค่เครื่องนี้เครื่องเดียวค่ะ เพราะกลัวความสูง 5555 ชื่อว่า Jungle coaster มีเด็กน้อยแอบขับมาชนตูดด้วยค่ะ ร้ายจริง ๆ 5555
จะบอกว่าอันนี้สนุกมากกก ชอบมากเลยค่ะ กรี๊ดสุดเสียง ใครชอบความเสียวห้ามดึงคันเบรคนะคะ พุ่งไปโล้ดดดด

เล่นของเล่นหวาดเสียวไปแล้ว ไปเที่ยวอะไรสบาย ๆ กันบ้างค่ะ "สวนพฤกศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์" กุหลาบที่นี่สวยมากกกก มีหลากสีมาก จขกท.ชอบกุหลาบมากค่ะ เพลินสุด ๆ

และที่นี่เขายังมีส่วนจัดแสดงพันธุ์ไม้อีกหลายชนิดเลยค่ะ เช่น กล้วยไม้ แคคตัส มีเรือนกระจกขนาดใหญ่ และทางเดินลอยฟ้า Canopy walkway ใครชอบต้นไม้ห้ามพลาดเลยค่ะ อยู่ได้ทั้งวันเลย

อีกร้านที่พลาดไม่ได้เวลามาเชียงใหม่ ก็คือ "โอ้กะจู๋" ร้านอาหารออแกร์นิคชื่อดังที่มีสาขาในกทม.มากมาย แต่ไม่กินค่ะ ต้องมากินที่เชียงใหม่ (แต่เพื่อนบอกว่าสาขาเชียงใหม่ได้เยอะกว่า 55555)
เมนูวันนี้ 1. สลัด 4 steps 2. สปาเก็ตตี้ต้มยำปูกุ้ง 3. เลดี้ ริบส์ โอ้กะจู๋

มันดีงามมากทุกคน อร่อยจริง ๆ และเยอะมากกก กินสองคนคือแน่น ผักสดมากค่ะ อร่อยอะ เลิฟ ใครมาเชียงใหม่ลองมาทานสาขา original ดูนะคะ (เราทานสาขาสันทรายค่ะ)

ขอจบ Day3 เพียงเท่านี้ค้า


Day 4 : 02/01/64 แม่แจ่ม
วันนี้เราจะเดินไปทางไปแม่แจ่มกันค่ะ แต่ก่อนไปขอเดินเที่ยวแว้บนึงที่ "โครงการบ้านข้างวัด" ภายในโครงการก็จะมีร้านกาแฟ สินค้า handmade หลายร้านเลยค่ะ เป็นที่ชิค ๆ ที่ควรแวะมานะคะ

(พอดีกระเป๋าสตางค์หาย พร้อมเงินอีกประมาณ 2,000 บาท เราเลยไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปสถานที่เลยค่ะ ขออภัยมา ณ ที่นี้ แงงง TT)


แอบมาไหว้พระขอพร และอธิษฐานขอกระเป๋าสตางค์คืนสักหน่อยค่ะ TT "วัดต้นเกว๋น (วัดอินทราวาส)"


จากนั้นก็ขับรถกันยาว ๆ ไปที่ลานกางเต๊นท์ม่อนหมื่นมาก แต่พอไปถึงปรากฏว่าลานเต็มค่า เฟ้งฟ้างเลยทีนี้ เอาไงดี ทำไมอะไรก็ชั่งไม่เป็นใจน้อออ
เลยต้องหาลานกันใหม่ เสิร์ชไปเจอ "สวนป่าแม่แจ่ม" ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ่านรีวิวดูแล้วโอเค ก็ขับไปกันต่อเลยค้าบ


แต่พอขับมาถึงลานปรากฏว่าาาา มีแค่เต๊นท์เราเต๊นท์เดียวจ้าาาา ผีจะหลอกเราม้ายยย คนไปไหนกันหมดดด o-O


ก็เลยเหมาลานเลยจ้า เต๊นท์เดียวก็เต๊นท์เดียววะ ใจสู้ ! วิวสวยขนาดนี้ต้องไม่กล้วแล้วจ้าา


แต่อยู่ไปสักพัก มีพี่คนนึงขับมอไซมากางคนเดียวเหมือนกัน เขาก็ดีใจ เราก็ดีใจ ต่างคนต่างมีเพื่อนแล้ว เย้ ไม่กลัวผีแล้วจ้า 555555555
ก็เลยถามพี่เขาว่าทำไมมากางเต๊นท์คนเดียว ได้คำตอบว่า "คนเราถ้าไม่พังมันไม่มาเที่ยวคนเดียวหรอกน้อง" ว่าซ่านนนน

ภาพตัดไปที่กินเหล้าเฮฮากันเมาเหมือนเดิมเลยไม่มีรูปเลย มีแต่รูปตอนผิงไฟย่างปูกัน เลยมาถ่ายกันตอนเช้า แหะ ๆ สวัสดีนะคะพี่นัท ยินดีที่ได้รู้จักกกก ขอให้หายหม่นหมองไว ๆ น้า ..มิตรภาพอีกแล้ว ^^


จบ Day 4 ตรงนี้ค้าบ


Day 5 : 03/01/64 อินทนนท์
เช้านี้ขอไปแช่น้ำพุร้อนให้สร่างเมากันหน่อยค่ะ ที่ "น้ำพุร้อนเทพพนม" ขับเลยสวนป่าแม่แจ่มมาไม่ไกลค่ะ

พอดีลืมถ่ายรูปมาค่ะ ขอยืมรูปจากเวป gpsteawthai.com และ Chiang mai news นะคะ โดยห้องที่เราแช่เป็นห้องส่วนตัวแบบนี้เลยค่ะ

หลังจากแช่น้ำร้อนเสร็จแล้ว ขับรถกลับไปอินทนนท์กันค้า ไปเที่ยว "ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี" กันค่ะ จะบอกว่ามันดีมากก ดอกพญาเสือโคร่งบานชมพูไปหมดเลยค่ะ น่าร๊ากกก

ส่วนวันนี้เรานอนเต๊นท์ที่นี่กันค่า "บ้านกระโจมดอย" (วันนี้ไม่กางเองแล้วค่ะ เหนื่อยเก็บ 5555 ใช้เงินแก้ปัญหา) ตอนแรกขับรถไปถึงดอยชัวร์ญ่า แต่มองมาแล้วเห็นวิวที่นี่เหมือนจะสวยกว่าเลยลองขับมาแอบดู
วิวสวยมากกกก เห็นวิวน้ำตกสิริภูมิด้วย โอ้โหหหห เลือกมาไม่ผิดหวังเลยค่ะ หลังละ 600 พร้อมเครื่องนอน นอนได้ 2 คน จัดไปเลยค้า



กางเต๊นท์หนาว ๆ ขอจิบเบียร์สักหน่อยคร้าบ

และที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าไม่ทำเหมือนเข้าไม่ถึงธรรมเนียมการกางเต๊นท์ นั่นก็ครือออ หมู๋วกระทะจ้าาาาา
ร้านนี้ชื่อว่า "สบายดีสี่องศา" อร่อยมากกกกกกกกก อยู่ตีนทางขึ้นลานกางเต๊นท์เลยค่ะ มันดีไม่ไหว ดีกว่าทุกที่ที่กินมาในชีวิต น้ำจิ้มปรุงเองได้ ไม่อร่อยก็เขกหัวตัวเองไปค่ะ อร่อยจริง ๆๆๆๆ
ผักให้มาทั้งสวน ให้เหมือนประชด ให้แบบมุงไม่ต้องสั่งเพิ่มอีกกรูขี้เกียจหยิบ ! กินจนร้องขอชีวิต เลิฟมากค่าสายผักอย่างเรา


อิ่มแล้วค่ะ อิ่มแบบปวดท้องมาก ขอตัวไปนอนก่อนวันนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ zzZZ


Day 6 : 04/01/64 กิ่วแม่ปาน (วันสุดท้าย)
วันนี้เราจะส่งท้ายทริปด้วยการเดินทางไกลกันนะคะ เราจะไปกิ่วแม่ปานกันจ้า
สิ่งที่คิดคือจะตื่นตี 4 ออกเดินตี 5 แต่สิ่งที่เป็นคือตื่น 9 โมงจ้า 555555555555 คู่เราสายขี้เกียจค่ะ ตี 4 ตื่นมามองหน้ากันหนึ่งที แล้วก็ต่างคนต่างนอนต่อ บอกตัวเองว่าเทเหอะ มันหนาวอะ ตื่นไม่ไหววว (จริง ๆ เคยมาแล้วครั้งนึงค่ะ และมันไม่เห็นอะไรเลย รอบนี้เลยหมดกำลังใจ)

แต่หลังจากตื่นมาอาบน้ำอาบท่าแล้ว แฟนบอกว่า ไปเถอะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว เดิน 10 โมงไม่เห็นเป็นไร อะ..ไปก็ไปค่ะ เราใจง่ายอยู่แล้ว ไปลองดูหน่อย ไม่คาดหวังไรหรอก
แต่สิ่งที่เห็นคือ........วิวพันล้านนนนนนนน

ของจริงมันสวยมาก สวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง คงเสียใจมากถ้าไม่ได้มา มันสวยจริง ๆ ทุกคน (แต่ที่เห็นนั่นคือ pm2.5 นะคะไม่ใช่หมอก แต่ก็สวยไปอีกแบบ)

และนี่คือไกด์ของเราค่ะ น้องชื่อทิพย์ พูดเก่งมากกก ฉันรักเอ็นเนอร์จี้นางมาก ตอนแรกว่าจะขอเฟสฯน้องมา แต่ลืมอะ แง่ววว..เดี๋ยวต้องไปตามหาเฟสฯนางให้เจอ เอ็นดูววว..มิตรภาพอีกแล้ว


สุดท้าย ได้เวลากลับบ้านแล้วจ้า..ยังไม่อยากกลับเลย ด้วยความที่ทริปนี้มีเรื่องไม่คาดคิด และไม่เป็นไปตามแพลนเยอะมาก แต่เราก็ผ่านมันมาได้และสนุกไปกับมัน ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนการที่เงินหายเป็นเรื่องใหญ่โตมาก แต่ตอนนี้ปล่อยวางเป็นแล้วจ้า แหะ ๆ
ได้เจอมิตรภาพดี ๆ คนดี ๆ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเดินทางไปในทุก ๆ ที่ เราจะยิ้มกับมันทุกครั้งเวลานึกถึงคนเหล่านี้ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลยนะคะ ^^

และ Last but not least ที่จะไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ ก็คือ เจ้าคนขับรถของเราเองค่ะ ขอบคุณเธอมาก ๆ ที่พาเราไปทุกที่ที่เราอยากไป และดูแลเราเป็นอย่างดีเลย ขอบคุณนะคะ เป็นของขวัญครบรอบ 5 ปีที่ดีมาก ๆ เลย : )

แต่ความจริงต้องดำเนินต่อไป กลับไปทำงานที่เรารักกันเถอะ TT
ขอลาไปด้วยภาพนี้ (ฝีมือน้องทิพย์คนเก่ง เปิดโลกทัศน์การถ่ายภาพของพี่มาก 55555 ขอบคุณน้า) ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่อยู่เที่ยวด้วยกันจนจบทริปนะคะ มันยาวมากจริง ๆ แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะคะ สวัสดีค่า...

ความคิดเห็น