สวนบัวชมพูเชียงดาวให้อะไรที่มากกว่าลานกางเต้นท์ รีวิวโดย Mariabamboo

20th November 2021ปลายทางของเราคราวนี้คงเป็นเพราะผ่านเชียงดาวคราไปเยือนไชยปราการอาทิตย์ก่อน แล้วไม่ได้มอง "ดอยหลวง" ให้อิ่มอกอิ่มใจมีเพจ ๆ หนึ่งในเฟสที่เคยติดต่อไว้นานแล้วเพจนี้นะคะ https://www.facebook.com/suanbuachompoonajomkiree/เพียงเพราะว่าเห็นเป็นคาเฟ่แนวสวนกุหลาบแถวเชียงดาวแล้วอยากแวะชิมแต

สวนบัวชมพูเชียงดาวให้อะไรที่มากกว่าลานกางเต้นท์

สวนบัวชมพูเชียงดาวให้อะไรที่มากกว่าลานกางเต้นท์

 วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 19.25 น.

 วันที่เดินทาง 20 พ.ย. 2564




20th November 2021


ปลายทางของเราคราวนี้คงเป็นเพราะผ่านเชียงดาวคราไปเยือนไชยปราการอาทิตย์ก่อน แล้วไม่ได้มอง "ดอยหลวง" ให้อิ่มอกอิ่มใจ

มีเพจ ๆ หนึ่งในเฟสที่เคยติดต่อไว้นานแล้ว
เพจนี้นะคะ https://www.facebook.com/suanbuachompoonajomkiree/
เพียงเพราะว่าเห็นเป็นคาเฟ่แนวสวนกุหลาบแถวเชียงดาวแล้วอยากแวะชิม
แต่สวนปิดเนื่องจากโควิด ทำให้ไม่ได้ติดต่อกับทางเพจอีกนานค่ะ
กลางสัปดาห์ก่อนที่กำลังจะให้คำตอบลานกางเต้นท์แถวดอยอินฯ เราเห็นเพจบอกที่สวนมีลานกลางเต้นท์ด้วย อืมม.. "เราสนใจที่นี่แหล่ะ"

เอาจริง ๆ ขับจากเชียงใหม่มาถึงสวนนี้ยังไม่เข้าตัวเมืองเชียงดาวเลยค่ะ
สวนตั้งอยู่บ้านจอมคีรี ต.แม่นะ ทางขึ้นดอยสันป่าเกี๊ยะก่อนเข้าสวนเพราะยังเร็วเกินจะเก็บของกางเต้นท์ เราแวะไปเชิงดอยก่อนทางขึ้นสันป่าเกี๊ยะ เก็บรูปแถว ๆ นั้นแล้วค่อยหาทางมาสวนซึ่งไม่ไกลจากกันเลย

ทางเข้าสวนมีความวินเทจค่ะ
ทางรถแซมหญ้า ถ้ามาหน้าฝนมีนาเขียว ๆ คงฟินกว่านี้เป็นแน่


ที่สวนมีกาดดาราอาง ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 8.30 - 17.00 น.
จำหน่ายของฝาก ผ้าทอมือ จากฝีมือแม่บ้านชนเผ่าดาราอางค่ะ



จิ๊บน้ำหวานออร์แกนิคจากสวนวิวดอยหลวงสักพัก
เราเริ่มหาที่กางเต้นท์กันค่ะ แต่แดดสี่กว่านี่เปรี๊ยงน่าดูชม
เราเลือกมุมที่ได้ยินเสียงน้ำไหลข้าง ๆ เต้นท์ ซึ่งไม่ไกลจากปลั๊กไฟเพื่อชาร์จแบตค่ะ
ปล. ค่ากางเต้นท์คนละ 150 บาทเด็กไม่เกิน 10 ขวบ ฟรีค่ะ


แพลนคร่าว ๆ ของเราคือ กางเต้นท์ ซื้อเสบียง ถ่ายรูปแสงเย็น ทำอาหาร อาบน้ำ ดูดาว และปาร์ตี้ขนม แล้วนอน

เราข้ามมาแพลนข้อสามของเราเลยนะ ถ่ายรูปแสงเย็น
แสงที่ว่าในบล๊อกนี้คือ 5 โมงเย็นค่ะ




เก็บรูปกุหลาบจนเพลิน
คือสวยทุกดอก เลือกไม่ถูกค่ะ ตะวันลาต่ำ เราเหลือเวลาเก็บรูปเพียงน้อยนิด ฟ้าหน้าหนาวมืดเร็ว



โมเสส เด็กที่ไม่ยอมถอดรองเท้าเดินดิน หรือเหยียบหญ้า
ช่วงหลัง ๆ เพราะเรียนออนไลน์ และไม่มีเพื่อนเล่น โมหมดเวลาไปกับมือถือและเกม
ที่นี่
โมเสสเล่นชิงช้าแทนมือถือได้เป็นชั่วโมง ๆ













สวนกุหลาบมีหลายแปลง หลัก ๆ มีสองสีเท่าที่สังเกต
โมเสสขอเล่นชิงช้ารอ เพราะไม่อยากไปทุ่งดอกเก๊กฮวย
มาถึงโซนแปลงเก๊กฮวย ดอกสวย และได้กลิ่นหอม
เป็นทุ่งเก๊กฮวยวิวดอยที่สวยเอาเรื่อง



คนงานในไร่เก็บดอกเก๊กฮวยค่ะช่วงนี้
เราได้ทีหยิบดอกที่ร่วง ๆ แถวนั้นทำพร๊อพติดผมเก๋ ๆ





เกือบหกโมง เริ่มมืดแล้วล่ะได้เวลาเตรียมอาหารเย็น
โมเสสผู้หลงไหลต้มยำกุ้งน้ำพริกเผาในช่วงนี้ เอ่ยปากขอเมนูมาม่าต้มยำกุ้งน้ำพริกเผาที่แคมป์
ไม่ขอหมู ไม่ขอเนื้อขอแค่มาม่าต้มยำกุ้งน้ำพริกเผา เด็กหนอเด็ก


เป็นคืนที่ดวงจันทร์เกือบกลม และแสงนวล เพราะเพิ่งผ่านลอยกระทงมาแค่คืนเดียว แสงจันทร์สาดส่องผ่านเต้นท์จนเรารู้สึกไมได้มืดอะไรเบอร์นั้น

นอนฟังเสียงน้ำไหลข้าง ๆ เต้นท์ เสียงจิ้งหรีดเรไรเต็มท้องทุ่ง ทำให้เราไม่เหงาแม้จะเหมาลาน
คนงานในไร่ที่มาทักทายตอนหัวค่ำ "สมัคร" ที่มาเฝ้าข้าง ๆ เต้นท์ และร่วมวงปาร์ตี้ขนมกับครอบครัวเรา
เราผ่านค่ำคืนที่อากาศหนาวราว 19 - 20 องศา
นอนอุ่น หลับสบายในเต้นท์ ด้วยหวังว่ารุ่งเช้า จะมีอะไรบ้างให้เราได้ตื่นตา



21st November 2021

จากบล๊อกเดิมเราทำตามสัญญาได้แล้ว ผ่านการติดต่อที่เพจ https://www.facebook.com/suanbuachompoonajomkiree/
เพื่อติดต่อลานกางเต้นท์นอนจ้องดอยหลวงท่ามกลางสวนเกษตรอินทรีย์
ค่าบริการผู้ใหญ่ 150 / คน เด็กไม่เกิน 10 ขวบ "ฟรี" ค่ะ
สวนบัวชมพูเชียงดาว - โลกสวยในสวนดอกไม้และสายหมอก



เช้านั้น
หลังนอนฟังเสียงน้ำข้างเต้นท์ พาลคิดว่าเสียงแอร์ในห้องตัวเองหรือเปล่า ข่มตานอนต่อไม่ได้เพราะแสงมารอบทิศและคิดว่า
"ดอยหลวง" มีอะไร?
เช้านั้น หนาว ๆ ราว 19 องศา
เปิดเต้นท์ คว้ามือถือหาที่ชาร์จเสร็จสรรพ มองรอบทิศมีแต่หมอกเช้าที่ยังไม่ได้เคลื่อนตัวมาคลุมดอย "ดอยหลวงยังไม่ทันได้อาย"
มีแต่แสงอาทิตย์ที่สาดส่องที่ยอดดอย




เกือบ 7 โมงเราลงมือเตรียมอาหารเช้า
เผื่อจะทันแสงเช้าและหมอกสวย ๆ ก่อนแดดสายจะมาเยือน


แต่งตัวเสร็จสรรพเพื่อเก็บรูปในสวนก่อนแสงจะหมดสวย
เวลานี้หมอกได้เคลื่อนตัวคลุมดอยหลวงจนมิด จนมองไม่ออกว่าหลังม่านหมอกนั้นมีเขาสูงใหญ่ตั้งตระหง่านซ่อนตัวอยู่

ปล.คนงานในไร่มาทำงาน 8:30 น.





สวนกุหลาบ
กับ
วิวดอยหลวงที่ถูกบังจนมิด นี่ถ้าไม่รู้ก็มองไม่ออกว่าดอยหลวงซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกนั้น




กับเด็กคนนี้
ตั้งแต่รู้จักมามีไม่กี่ที่ที่จะยอมถอดรองเท้าเพื่อลงเล่น



หมอกลดม่านลงแล้ว
เริ่มมองเห็นยอดดอยหลวง





ตามหากลิ่นหอม
ที่ทุ่งดอกเก๊กฮวยวิวดอยหลวงกับริ้วสายหมอก












สายแล้วล่ะ
แต่เต้นท์ก็ยังแห้งเพราะน้ำค้างและหมอกค่อนข้างแรง ยังสิ ยังเก็บเต้นท์ไม่ได้

เราเดินเอื่อย ๆ ไปเก็บรูปที่ทุ่งนา
เพราะดูเหมือนว่าหมอกด้านโน้นก็สวยใช่เล่น







จนคิดว่า
" ได้เวลาเก็บเต้นท์แล้ว "
เก็บของทุกอย่างยัดลงกระโปรงหลัง(รถ) เลื่อนล้อไปค่ายเยาวชนที่กะจะมากางเต้นท์นอน คือกะมาได้ปีกว่าแล้วยังไม่เคยมา
สายนั้นมีโอกาสแวะไปเล็ง ๆ
แต่วุ่นวายเกินไปสำหรับเรา ต้องเล็งช่วงไม่มีนักเดินทางร่วมกราวด์มากมายเป็นดีที่สุด


แวะไปศูนย์พิทักษ์สัตว์ป่าเชียงดาว

น้ำพุร้อนยางปูโต๊ะรอบที่ล้านแปด แต่เป็นหนแรกที่ย่างเท้าลงจุ่มน้ำ


จบทริปสองวัน 1 คืนที่เชียงดาว รับปากไม่ได้ว่าจะไปเยือนอีกเมื่อไหร่

แต่จะไปแน่



เป็น "เขา" ที่เรามอง "ไม่เคยเบื่อ"

ความคิดเห็น