ท่องเที่ยวศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม จ.ชัยภูมิ รีวิวโดย อ้ายกึ่มมักเล๊าะ

วันนี้อ้ายกึ่มจากดีแต่เที่ยว จะพาเพื่อนๆ ไปม่วนซื่น กระโดดเล่นน้ำตามแนวลำน้ำท้ายเขื่อนจุฬาภรณ์  ที่ "ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม" บ้านปากห้วยกุ่ม ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ หลังจากครั้งก่อนผมได้มีโอกาสมากางเต็นท์บริเวณริมเขื่อนห้วยกุ่ม และได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที

ท่องเที่ยวศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม จ.ชัยภูมิ

ท่องเที่ยวศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม จ.ชัยภูมิ

 วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 16.05 น.

 วันที่เดินทาง 19 พ.ย. 2564

วันนี้อ้ายกึ่มจากดีแต่เที่ยว จะพาเพื่อนๆ ไปม่วนซื่น กระโดดเล่นน้ำตามแนวลำน้ำท้ายเขื่อนจุฬาภรณ์  ที่ "ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม" บ้านปากห้วยกุ่ม ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ


หลังจากครั้งก่อนผมได้มีโอกาสมากางเต็นท์บริเวณริมเขื่อนห้วยกุ่ม และได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ฯ จนได้รู้ว่าที่นี่มีเส้นทางเดินป่าระยะ (ไม่) ไกล สามารถแคมป์ได้ด้วยนะ พวกเรากลุ่มผงชูรสทัวร์จึงไม่รอช้า นัดรวมตัวกันอีกครั้ง ไปม่วนซื่นตามประสาเพื่อนพ้องน้องพี่ พร้อมแล้วตามมาโล้ดเด้อ

นี่คือบรรยากาศหน้าหนาวที่ผมเคยมาหน้าหนาวครั้งนั้น

--------------------------------------------------------

ทริปนี้ 3 วัน 2 คืน ตั้งแต่วันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2564

กับเส้นทางเดินป่าสู่ผาแดงใหญ่ ลานมหิดล น้ำตกเกร็ดน้ำตา ผาแดงน้อยและจบที่น้ำตกตู้รถไฟ 

เขื่อนห้วยกุ่ม” หรือ “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม

เป็นเขื่อนเอนกประสงค์เพื่อใช้ในการเกษตรบริเวณลุ่มน้ำพรมตอนล่าง อยู่ห่างจากท้ายเขื่อนจุฬาภรณ์ประมาณ 40 กม. เป็นพื้นที่ราบเชิงเขา ล้อมรอบไปด้วยแนวเขาภูชาด เนินเขาเตี้ยๆ กระจัดกระจายโดยทั่วไป พื้นที่ป่าส่วนใหญ่จะเป็นป่าเต็งรัง นอกนั้นก็เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งปะปนอยู่บ้างบริเวณลำน้ำพรม ทำให้มีแหล่งน้ำและแหล่งอาหารเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจำนวนไม่น้อย 

วันแรก เจ้าหน้าที่จะพาพวกเราขึ้นรถปิคอัพไปส่งยังจุดเริ่มเดินเท้าที่หมู่บ้านใกล้ๆ ทางเข้าหน่วยฯ เดินข้ามเขาแล้วตัดลงไปยังแคมป์ริมน้ำ ระยะทางประมาณ 5 กม. 

ช่วงแรกก็ให้เดินลงเนินชิลๆ สบายๆ ก่อนจะตัดขึ้นทางชันตามแนวภูเขาโน่น

ผ่านลำธารเล็กๆ ลุยน้ำนิดหน่อย เปียกตั้งแต่เริ่มเดินกันเลยทีเดียว

จากนั้นก็จะเดินขึ้นเขา ชันเนิบๆ เหนื่อยเอาเรื่อง ด้วยสภาพป่าเป็นป่าไผ่และป่าเต็งรัง ค่อนข้างร้อนและมียุงลายด้วยนะ เดินไปพักไป ไม่ต้องรีบ

ช่วงนี้ใบไม้ยังมีสีเขียว อีกไม่นานก็จะเปลี่ยนสีทั้งป่าและร่วงหล่นในฤดูแล้ง 

เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน สบายๆ ท่องเอาไว้ว่าแคมป์แรกวันนี้มีน้ำให้กระโดดเล่นแน่นอน 

สัญญาณมือถืออันเบาบาง และอีกสักพักก็หายจ้อย 

พอพ้นเนินเขาแล้วก็จะเดินสบายๆ ตามแนวสันเขาไปเรื่อยๆ สภาพป่าช่วงใกล้จะถึงลำห้วยก็เปลี่ยนเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งบ้าง

พอใกล้ถึงแคมป์ เราจะเป็นจุดชมวิวบนเนินเขาและต้องเดินลงไปยังแคมป์ทางด้านซ้ายของลำห้วยที่เราเห็นนี้

วันแรกกว่าพวกเราจะเริ่มเดินก็ปาเกือบสิบโมงเช้าซึ่งสายพอสมควร เจ้าหน้าที่บอกว่าน่าจะถึงแคมป์บ่ายสามโมงโน่นละ แต่พวกเราก็ทำเวลาได้ดี ถึงแคมป์เวลาบ่ายสองโมงพอดีก่อนเวลาคาดการณ์นะครับพ้ม มีเวลาตั้งแคมป์และไปเล่นน้ำให้หายเหนื่อยไปเลย

สามารถใช้ได้ทั้งเต็นท์และแปลนะครับ แล้วแต่ชอบ 

มากับผงชูรสทัวร์ มันต้องมีข้าวเหนียว (แบกหม้อและหวดมานึ่งกัน) ส้มตำนัวร์ๆ  และอีสานฟู้ด

ทริปนี้เอาให้เบื่อข้าวนึ่งไปโล้ด

พกเครื่องกรองมาด้วยละ ช่วงนี้น้ำยังขุ่น สามารถกรองมาดื่มและทำอาหารได้

ถ่ายโน่นถ่ายนี่ไปเรื่อยๆ รอบๆแคมป์ 

แดดร่มลมตก ได้เวลาไปเล่นน้ำกันแล้ว

มายืนบังทำไมเนี่ย หลบๆ จะถ่ายผู้ชายไปฝากเพื่อนๆ 

น้ำเย็นดี 

ชอบเล่นตรงไหนก็เลือกได้เลย ไม่ลึกมาก ระวังหินก็พอ

ขอ (แอบ) ถ่ายหน่อยนะครับบบบ

หลังจากเล่นน้ำให้หายเหนื่อยล้าแล้วพวกเราก็มาช่วยกันทำอาหาร พูดคุยกันอย่างสนุกสาน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮา ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อน มันเป็นเสน่ห์ของทริปผงชูรสทัวร์อย่างพวกเราจริงๆ  ไม่ต้องหาที่เที่ยวที่ฮ็อตฮิตอะไรมาก หนีนักท่องเที่ยวเยอะๆ แถมไม่ต้องเดินทางไกล เน้นบรรยากาศแบบกันเองๆ แบกสัมภาระช่วยกัน มีน้ำใจและช่วยเหลือกันตลอดเส้นทาง นี่แหละจะเป็นความทรงจำที่ดีและเอามาเล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้จบ ว่าซั่นนนนนนน

พวกเรานอนในหุบข้างๆ ลำห้วยนี้แหละ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่อยากให้นอนริมน้ำ เนื่องจากไม่รู้ว่าทางเขื่อนฯ จะปล่อยน้ำออกมายังไงตอนไหน พวกเราได้เสียดาย อยากนอนริมน้ำเย็นๆ 

จบทริปวันแรกไปด้วยดี กลางวันค่อนข้างร้อน ส่วนกลางคืนเย็นสบาย พอดึกๆ เย็นและหนาวเลยละ

หมดไปแล้วหนึ่งวัน เช้าวันต่อมาพวกเราจะได้ผจญภัยกับเส้นทางตามลำห้วย เจ้าหน้าบอกว่าจะได้ข้ามหลายรอบเลยนะ เพราะปีนี้ จ.ชัยภูมิ พึ่งจะผ่านพายุฝนเข้ากระหน่ำเต็มๆ ทำให้เขื่อนต้องปล่อยน้ำจำนวนมาก เส้นทางก็เลยถูกน้ำซัดหาย กระโดดไปมาตามก้อนหิน ต้นไม้และกิ่งไม้ขวางหลายจุดจนเจ้าหน้าที่ต้องถางเปิดเส้นทางให้พวกเรา  ขอบคุณครับ^^  มาดูกันนะว่าพวกเราจะไปกันได้สักเท่าไหร่ น่าจะเป็นกลุ่มแรกของปีที่ได้มาเดินเส้นนี้หลังจากน้ำลด

น้ำค่อนข้างไหลแรง บางจุดก็ลึก จากแคมป์แรกไปยังแคมป์ที่สอง ระยะทางประมาณ 5 กม.

ถึงแม้อากาศกลางวันจะร้อน แต่พวกเราได้เล่นน้ำตลอดเส้นทาง ฟินอิหลีเด้อ

ข้ามไปข้ามมา ไม่รู้กี่รอบ 

บางจุดต้องเอาเป้ขึ้นหัว ลุยข้ามน้ำไปมา เด็กๆ ได้เล่นน้ำคลายร้อน สนุกสนานกันใหญ่ 

ใช้เชือกขลึงแทบทุกจุด เพราะน้ำไหลแรงพอสมควร เพื่อความปลอดภัย

ระยะทางแค่ 5 กม. แต่ใช้เวลานานกว่าวันแรกเสียอีก กว่าจะข้ามน้ำ กว่าจะปีนป่าย สนุกไปอีกแบบ หากใครชอบแนวผจญภัยแบบนี้ บอกเลยบันเทิง

กระโดดไปมาตามก้อนหิน ต้องระมัดระวังด้วยเด้อ

ระหว่างทางเดินก็มีอะไรให้ชมตลอด 

เห็ดเกิดจากความเหงา^^


เริ่มเหนื่อยกันแล้ว พักสักหน่อยค่อยไปกันต่อ เห้ออออ บ่นในใจเหมือนในละครว่า ยังไม่หมดอีกหรอ จะต้องข้ามน้ำอีกแล้วหรอ

วันนี้ไม่ต้องแห้งกันแล้วมั้ง ลุยๆ ข้ามๆ ลัดเลาะไปตามลำห้วย อีกหน่อยก็จะถึงแคมป์คืนที่สองแล้ว

เป็นไงละทริปชิลๆ ชิลแบบน้ำท่วมเพียงคอ ฮ่าๆๆ มากับผงชูรสทัวร์ทั้งทีมันต้องแบบนี้ละ ห้ามบ่น

และแล้วพวกเราก็มาถึงแคมป์ของวันที่สอง ก็ปาไปสี่โมงเย็น รีบตั้งแคมป์แล้วเราไปเล่นน้ำกันต่อ ฮ่าๆๆ ยังไม่เบื่อเล่นน้ำนะบอกเลย

มาชมบรรยากาศแคมป์คืนที่สองของพวกเรา

ตื่นเช้าๆ มาดริปกาแฟที่ลานหิน 

แสงยามเช้าสาดส่องเหนือลำห้วยสวยงาม

ทำข้าวจี่ทาไข่แซ่บๆ ร้อนๆ อีสานสไตล์

พี่ชายป้อนข้าวจี่น้องสาว สร้างภาพมาก ฮ่าๆ

พี่เจ้าหน้าที่ ดูแลพวกเราดีมากๆ ตลอดทั้งทริป พูดคุยสนุกสนานเป็นกันเองบ่ต้องเกรงใจ ภาษาอีสานโล้ดเฮา ขอบคุณครับ

ได้เวลาเดินทางกันต่อ เก็บภาพหมู่ไว้เป็นที่ระลึก

จากแคมป์สอง พวกเราจะเดินตามลำห้วยกันอีก ผ่านน้ำตกเกร็ดน้ำตา แล้วแวะเล่นน้ำที่ผาแดงน้อยและจบที่น้ำตกตู้รถไฟ ก่อนเดินตัดเขาไปยังหน่วยฯ ห้วยกุ่ม

วันนี้เดินน้อย ระยะทางแค่ประมาณ 2-3 กม.  ไม่ต้องรีบ  แป๊บเดียวก็ถึงน้ำตกเกร็ดน้ำตา เป็นน้ำตกเล็กๆ แต่ใสและเย็นมากๆ ล้างหน้าล้างตาให้หายร้อน ที่นี่ก็สามารถแคมป์พักแรมได้อีกจุด ซึ่งมีอีกกลุ่มก่อนหน้าเรา ที่ใช้อีกเส้นทางมามาแคมป์จุดนี้ 

เดินต่อไปอีกหน่อย พวกเราก็มาถึงผาแดงน้อย แวะพักเล่นน้ำและเติมพลัง กินข้าวกลางวันที่จุดนี้

ถึงแล้ว "ผาแดงน้อย" ไปเล่นน้ำกัน

ถัดจากผาแดงน้อยก็ไปกันต่อที่น้ำตกตู้รถไฟ ตลอดทั้งทริปพวกเราเล่นน้ำกันจนเต็มอิ่มแล้ว เลยแค่แวะถ่ายรูปเฉยๆ 

"น้ำตกตู้รถไฟ" เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำ ทำให้เหลือแห่งหินเรียงรายกันมองคล้ายตู้รถไฟนั่นเอง

ในฤดูหนาวน้ำจะใสกว่ามากๆ

สาวๆ ในทริปเรา เห็นบอบบางร่างน้อยแบบนี้ก็สามารถแบกของหนักๆ เดินขึ้นลงเขา ลุยน้ำได้ถึกทนเยี่ยงผู้ชายเลยละ โคตรโหด จบทริปได้ขาที่มาพร้อมกับความฟกช้ำดำเขียวกันฝุดๆ ไม่ใช่อะไรนะ ซุกซนเล่นน้ำยังกับเด็กน้อย ฮ่าๆๆ

จากนั้นพวกเราก็เดินทางกลับไปยังหน่วยฯ ลัดเลาะไปตามแนวเขา ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี สีสันสวยงามตามสไตล์ป่าเต็งรังแห่งที่ราบสูงอีสาน ที่หน่วยฯ ห้วยกุ่ม มีซุ้มขายเครื่องดื่มเย็นๆ รอพวกเราอยู่

อ้ายกึ่มทำได้แค่รีวิวผ่านภาพถ่ายเท่านั้น ทุกเรื่องราวและบรรยากาศของที่นี่ เพื่อนๆ ต้องไปสัมผัสและไปเที่ยวชมด้วยตัวเอง อย่าให้ใครมาขี้ตั๋วเจ้าได้เด้อ^^

ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น พาไปแคมป์สุดประทับใจ ดูแลเป็นอย่างดี ปลอดภัยทุกคน ไว้มีโอกาสพวกเราจะกลับมาเที่ยวใหม่นะครับ

ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนที่มาม่วน มาแซ่บ ตามสไตล์ผงชูรสทัวร์ (ลืมอะไรก็ลืมได้แต่ต้องไม่ลืมผงชูรสเด็ดขาด) แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่เด้อ

"ประสบการณ์ใหม่ ไม่ออกไปหา ไม่มีทางเจอ " Life is a journey

#ห้วยกุ่ม
#ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม #ชัยภูมิ
#เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว #ดีแต่เที่ยว #Thailand


ข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ฯ


1. ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม

2. หากยังไม่ได้รับวัคซีน ให้แสดงผลตรวจ ด้วย ATK หรือ RT-

PCR ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชม.

3. จองล่วงหน้าผ่าน Google Form (โดยเฉพาะกรณีมาเป็นกลุ่ม)

4. จำกัดนักท่องเที่ยว ไม่เกินวันละ 100 คน ต่อช่วงเวลา

5. สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลา

6. ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Facebook :

"ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม" https://www.facebook.com/HuaiKumWildlife

  โทร.061-1387345

ความคิดเห็น