ใครจะไปเชื่อว่าที่นี่อินเดีย ลืมภาพความวอแวจอแจ ฝุ่นละออง ความร้อนและเสียงบีบแตรทุก 5 วิในเมืองออกไป แล้วมานี่ค่ะ เดินป่าเส้น Hampta pass ที่เมืองมะนาลี กับวิวต้นสน ม้า ทุ่งหญ้าเขียวๆ ดอกไม้สีสวยๆ ลำธารคดเคี้ยว น้ำตก ภูเขาหิมะ หมอก แกะ และ ทะเลสาป

Hampta pass เป็นเส้นเดินป่าความยากระดับง่าย-ปานกลาง ที่นักเดินป่ามือใหม่ก็มาลองเส้นทางนี้กันได้ เปิดให้เดินเฉพาะช่วงเดือน พค.-พย. เดินป่าทั้งหมด 5 วัน เดินจริงๆแค่ 4 วันเท่านั้น วันสุดท้ายนั่งรถกลับ วิวข้างทางสวยตาแตกอีกเช่นเคย รูทนี้สวยจนพี่ยูถึงกับเอ่ยปากตั้งแต่วันแรกที่จุดสตาร์ทว่า วิวสวย คุ้มแล้ว ไม่ต้องเดินแล้ว 5555

ขึ้นจุดสูงสุดประมาณ 14,100 ft. ประมาณ 4,300 เมตร ดอยอินทนนท์บ้านเราที่สูงสุดยัง 2,565 เมตรเอง ดังนั้นเตรียมสภาพร่างกายไปให้ดี

Day1 

หลังจากนัดเจอกันในตัวเมืองมะนาลีเพื่อขึ้นรถ เราจะนั่งรถกันประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อไป Jobra จุดเริ่มต้นการเดินของเราในทริปนี้ แนะนำให้เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะตั้งแต่ขึ้นรถไปจะไม่มีห้องน้ำให้เราแล้วจ้า
หนุ่มซ้ายมือของเราชื่ออาเจ๊ะ เป็นไกด์ของเราในทริปนี้ 

ก่อนไปอย่าลืมบอกทุกคนไว้เพราะเราจะไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ตลอด 5 วันค่ะ

เป็นธรรมเนียมว่าก่อนเริ่มเดิน เราต้องถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกก่อน สภาพbefore ค่ะ ยังสดใสอยู่

วันนี้เราเริ่มเดินกันเบาๆปรับสภาพ ประมาณ 2-3 ชม.

แบกกระเป๋ากันไปเอง

ระหว่างทางเห็นวิวต้นสน แม่น้ำคดเคี้ยวสวยมาก 

เดินลัดเลาะเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ วิวสวยตาแตก

แคมป์ที่พักวันนี้ชื่อ Chika camp ที่พักเป็นเต็นท์แคมปิ้ง เต็นท์เราไม่ต้องกางเอง พาตัวเองไปให้ถึงแคมป์เค้าจัดการให้หมดแล้ว

ด้านบนมีน้ำตกด้วย ช่วงเย็นๆ อาเจ๊ะก็ชวนพวกเราเดินขึ้นไปน้ำตก ไม่ไกลเลย 5 นาทีก็ถึง

อาหารเย็น ทริปนี้เรากินกับแบบคนโลคอลคือเป็นมังสวิรัติทุกมื้อ ไม่มีเนื้อสัตว์ มีน้ำดื่มแต่ส่วนใหญ่เค้าจะใช้น้ำจากลำธารกันเป็นหลัก น้ำเย็นมากเพราะเป็นน้ำละลายจากหิมะ

สัมภาระส่วนกลางเค้าจะให้ม้า ลา ช่วยขนไปให้จ้า เราเลยได้ทีถามอาเจ๊ะ ฉันจ้างม้าแบกกระเป๋าเดินทางไปด้วยได้มั้ย ในกรณีที่ขี้เกียจแบกเหมือนเรา ก็อยู่ที่ 500 รูปี/ใบ/วัน (ใช้จริงแค่ 3 วันได้ค่ะ)

ในเต็นท์มีถุงนอน แต่ไม่มีหมอนให้ เราพกหมอนลมกับผ้าห่มฟลีซไปเพิ่ม หมอกลงจัดขนาดนี้แน่นอนว่าคืนนี้ฝนตกทั้งคืนอย่างกับฟ้ารั่ว นอนไปแอบกังวลไปว่าน้ำจะหยดเข้าเต็นท์มั้ย ซึ่งปรากฎว่าน้ำไม่ซึมจากหลังคาแต่ทะลุพื้นเข้ามาจ้า เช้ามานี่นอนกันเปียกชุ่มจ้า

เริ่มต้นได้ดี ชีวิตเหมือนเป็นผู้ประสบภัย 555

.

Day2 

อาหารเช้าของเราวันนี้ วันอื่นๆไม่ได้ถ่ายล้ะ ลืม 5555

วันนี้เดินกันประมาณ 3-4 ชม. เดินกันแบบฉ่ำๆเพราะฝนตกปรอยๆ 

มีเดินลุยน้ำข้ามลำธาร น้ำสูงประมาณต้นขา เย็นมาก ผ่านวิวทุ่งหญ้า ดอกไม้สีสันสดใสระหว่างทางเต็มไปหมด

แล้วเราก็มาถึงแคมป์วันที่สอง ชื่อ Balu ka Ghera Camp อยู่ในหุบเขาสวยมาก ในแคมป์ไม่มีที่อาบน้ำ เราอาศัยพกทิชชู่เปียกไป ห้องน้ำเป็นส้วมหลุม เต็นท์เล็กๆนั่นคือส้วมหลุมค่ะ

วิวอีกด้าน ขาวๆคือธารน้ำแข็ง อยู่ใกล้หิมะขนาดนี้แน่นอนว่า หนาวมาก

แอบถ่ายพ่อหนุ่มอินเดียแถวนั้น เส้นทางนี้แทบไม่เจอชาวต่างชาติเลย ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นอินเดีย

.

Day3

วันนี้เดินโหดสุดและขึ้นสูงสุด 

เห็นจุดดำๆตรงกลางหิมะมั้ย นั่นคือคน ใช่จ้า ทางที่เราจะต้องเดิน หิมะไม่เท่าไหร่ ทางชัน 30-45 องศาไปอีก

เดินลำบากมาก แล้วทุกอณูบนพื้นเต็มไปด้วยอารยธรรมจากม้า ลา ล่อ อุนจิน้องงงง เดินธรรมดาก็ลำบากแล้วยังต้องหลบหลีกอุนจิอีก ไกด์แนะนำว่าทางชันๆแบบนี้ให้เราเดินซิกแซคค่ะ พยายามอย่าฝืนเดินดิ่งขึ้นทางตรง มันเหนื๊อยยยยยยยย ขึ้นหิมะแบบนี้ 2 จุด แทบตุยยยย

มองย้อนกลับไปคือมันชันมาก

ที่สุดของความเหนื่อยแล้ว 5555

ตอนเริ่มนำหน้า ผ่านไปเรื่อยๆรั้งท้ายเฉย ทางทั้งชันทั้งลื่น มันยังไม่จบง่ายๆ

เดินไปเรื่อย หมอกลงหนาจัดไปอีก คนที่จูงเราคืออาเจ๊ะค่ะ555 

ไม่ไหวเลี้ยว ขอเกาะไกด์เดินดีกว่า 

ทั้งเดินทั้งปีน ผ่านธารน้ำแข็ง ทางหิมะเยอะมาก เดินลำบาก อากาศเบาบาง เราใช้เวลาเดินเกือบ 10 ชม. เพราะว่านั่งพักบ่อย 5555

ปกติอาเจ๊ะจะเดินนำเรา และ คอยหันมามองเป็นระยะๆ แต่วันนี้คือต้องมาประกบ 555

วิวระหว่างทาง

มันยังไม่จบง่ายๆ ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลง ลงหิมะแบบนี้ขอสไลด์ไปเลยเถอะ ซึ่งไกด์ๆพาเราสไลด์จริง เค้าหันมาถามเราว่ายูจะเดินหรือจะสไลด์ลง อินี่เลือกสไลด์ค่ะ นาทีนั้นคือไม่กลัวเปื้อนแล้ว นั่งหิมะแล้วสไลด์ลงไปเลย จะมีไกด์ๆอีกกลุ่มเค้าช่วยกันคอยรับอยู่ด้านล่าง สไลด์เองไม่ได้นะ ต้องให้ไกด์ดูแล แล้วไปได้ทีละคน

จนเรามาถึงแคมป์จนได้ แคมป์วันนี้ชื่อ Siagoru ถึงเต็นท์ปุ๊บ เราอาเจียน 

วันนี้เรามีอาการ Altitude Sickness แพ้ความสูง ฝืนมาตั้งนาน อาการเวียนตัว จะอาเจียน หายใจลำบาก หายใจสั้นและถี่ หลังจากอาเจียนและนอนไปหนึ่งคืน เช้ามาก็หายเป็นปลิดทิ้ง
.

Day4

วันนี้ chill เดินลง มีเดินลุยลำธารเย็นเจี๊ยบช่วงแรกๆ 

สบายเดินคลุกฝุ่นไปเรื่อยๆ

ซักพักอาเจ๊ะมาถาม ยูจะไปทะเลสาปมั้ย ถ้าไปยูต้องเร่งเดินหน่อยนะ ไม่งั้นเดี๋ยวไปไม่ทัน 

อาเจ๊ะเริ่มรู้แล้วว่าต้องเร่งอินี่เดินยังไง แค่บอกว่าเดี๋ยวไปเที่ยวไม่ทัน นี่ก็เดินหน้าตั้งเลยจ้า เดินแบบลืมเหนื่อย ไม่ต้องนั่งพักเลยจ้า 

ทางลงเจอน้องแกะเต็มไปหมดเลย

พอถึงด้านล่างแล้ว บางส่วนก็ถือโอกาสนั่งพักผ่อน หลังจากเดินมายาวนาน ใครที่ไม่อยากไปทะเลสาป สามารถนั่งรถกลับมะนาลีวันนี้ได้เลย

ส่วนเราพอไปถึงแคมป์วันนี้ Chatruเป็นแคมป์ที่เจอรถแล้วค่ะ รถมาถึงได้แล้ว เอาของไปเก็บที่เต็นท์ ทานข้าวเที่ยงแล้วก็เตรียมตัวนั่งรถไปต่อกันที่ทะเลสาป ใช้เวลานั่งรถไป ประมาณ 3 ชั่วโมง

ทางแทบสวนกันไม่ได้

ระหว่างทางบางช่วงก็ติดคณะแกะสัญจรเป็นร้อยๆตัว จนอาเจ๊ะต้องลงจากรถไปเดินต้อนแกะให้ 555

ผ่านด่าน ต้องลงรถไปกรอกข้อมูลนทท.ด้วยจ้า

พอถึงทะเลสาปนึกว่ารถจอดถึงเลย แต่ป่าวจ้า เดินไปอีกประมาณ 1.5-2 กิโล 5555

มีธงมนต์สวยมาก

เริ่มเห็นทะเลสาปอยู่ลิบๆ

ในที่สุดเรากับพี่ยูก็มาถึงทะเลสาป Chandratal น้ำใสมาก

น้ำใสมากแต่ลงเล่นน้ำไม่ได้นะคะ เค้าจะปักป้ายเตือนไว้ว่าน้ำลึกมาก ห้ามเล่นน้ำ

.

Day5

วันสุดท้ายนั่งรถกลับมะนาลี วิวสวยมาก ผ่านถนนเส้นที่ไปเลห์-ลาดักด้วยจ้า

ค่าทริปนี้เราใช้บริการของทัวร์ท้องถิ่นที่อินเดีย ตกคนละ 3,000 uาทนิดๆ/ทริป 5 วัน ถ้าเทียบกับวิวที่ได้คือคุ้มมาก ไปกับเจ้านี้ค่ะ Banbanjara เค้าเป็นเหมือน Agent ที่ส่งต่อให้ทัวร์ท้องถิ่นอีกทีค่ะ

https://banbanjara.com/tours/h...

โปรแกรมที่เราจองคือ

Hampta Pass Trek With Chandratal Lake 2022

ตอนเราจอง เจอโค๊ดลดที่หน้าเว็บอีก 5% จองง่าย ออกแทบทุกวันค่ะ เป็นจอยกรุ๊ปก็คือถ้าเรามาคนเดียวเค้าก็เอาเราไปจอยกับคนอื่นได้ 

จะมีปัญหานิดหน่อยที่เราเจอคือเรื่องการประสานงานก่อนไปทริปค่ะ ก่อนไปทริป 1 วันเป็นเราที่ต้องหาคอนแทคและโทร whatsapp หาเค้าเพื่อหาจุดนัดพบในตัวเมืองมะนาลี (คือไปเจอที่หน้ารูปปั้นที่ Mall road มะนาลีได้เลย) นอกนั้นระหว่างทริปไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี

❌ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและค่าเดินทางมาเมืองมะนาลี

❌ ไม่รวมค่าทิปให้ไกด์ของเราค่ะ 



แอบเล่าถึงอาเจ๊ะ ไกด์เรากันบ้าง ไกด์เดินป่าที่ดีสำหรับเรา นอกจากไม่พาหลง ดูแลเราได้แล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือต้องหลอกเก่งๆ 555

ต่อให้ไกลแค่ไหนก็บอกใกล้ ถามระยะทางบอกอีก 1 ชม.ก็ถึงแล้ว ข้างหน้านี้แหละ เพื่อนไกด์กรุ๊ปอื่นได้ยินหันมายิ้มกรุ้มกริ่มใส่ รู้เลยว่าอาเจ๊ะหลอกเราแน่ๆ แต่เราก็สบายใจและเต็มใจที่จะเชื่อ 555 จะได้มีแรงเดิน จะถึงแล้วเว้ย อดทนเดินอีกนิด สลับบอกความจริงเป็นระยะๆ ให้เราตายใจ เวลาเรามองเห็นเต็นท์แคมป์อยู่ลิบๆ จะชี้ถามอาเจ๊ะ นั่นที่พักเรามั้ย

นางก็จะบอก ไม่ใช่ เต็นท์เราเดินไปอีกนิด...

.
✈️ทริปนี้เราเดินทางมาด้วยสายการบินแอร์เอเชีย บินตรงมาลงเมืองชัยปุระ แวะเที่ยวทัชมาฮาล Agra , Delhi แล้วค่อยมามะนาลี ขากลับแวะเที่ยวชัยปุระ

.
🚌การเดินทางมามะนาลี ส่วนใหญ่จะมารถบัสช่วงกลางคืนจากเดลี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 13-14 ชม. ควรเผื่อวัน/เวลา ดินสไลด์-หินถล่มระหว่างทางด้วยจ้า

การจองรถบัสดูได้จาก Ep.1 ของเราได้เลยจ้า https://th.readme.me/p/41565


หรือถ้าใครอยากเที่ยวแบบสบายหน่อย มีทีมงานคนไทย มีอาหารไทยบางส่วน ดูแลตั้งแต่ไทยเลย สามารถไปกับเพจ Gogotrip Thailand ได้ค่ะ https://www.facebook.com/gogotripthailand  เพจนี้จะเป็นเพจจัดทริปเดินป่าโดยเฉพาะเลยค่ะ ทั้งป่าไทย ป่านอก เค้าจัดหมดเลย ก่อนไปทริปนี้เรายังแอบไปถามเรื่องอุปกรณ์เดินป่ากับน้องเลย


.EP.1 อินเดียอินใจ EP.1-เที่ยวอินเดียต้องเตรียมอะไรบ้าง ฉบับ2022

EP.ถัดไปเราจะพาไปเที่ยวในตัวเมืองอินเดียกันจ้า ฝากติดตามกันด้วยน้าาาา


*********************************************************************
หากใครชื่นชอบรีวิวของต่ายและพี่ยู สามารถพูดคุย ส่งกำลังใจให้เราได้ที่เพจ Chillกันวันหยุด นะคะhttps://www.facebook.com/chillingholiday


#india #TrekkingIndia #trekking #Hampta #Hamptapass #manali #อินเดีย #มะนาลี #เดินป่า #airasia #airasiatravels #ไปอินเดียไปกับแอร์เอเชีย

ชิลล์กันวันหยุด

 วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12.55 น.

ความคิดเห็น