| เวียงจันทร์-วังเวียง | 5 วัน 4 คืน เที่ยวสุดฟิน กินสุดเพลิน จนไม่มีตังค์เหลือ รีวิวโดย ม่อนจุก

สวัสดีครับเพื่อนๆ นี่เผลอแปปๆก็กระทู้ที่ 4 แล้ว ผมพยายามจะรีวิวที่เที่ยวที่เคยไปมาเเละพยายามจะให้ข้อมูลให้เยอะที่สุด แต่ก็ยังเป็นมือใหม่ที่หัดรีวิวอยู่ อาจจะละเอียดบ้างไม่ละเอียดบ้างก็ต้องขออภัย หากใครชื่นชอบก็ติดตามกันได้ที่เพจผมนะครับ >>> https://www.facebook.com/yaktieowtamm

| เวียงจันทร์-วังเวียง | 5 วัน 4 คืน เที่ยวสุดฟิน กินสุดเพลิน จนไม่มีตังค์เหลือ

| เวียงจันทร์-วังเวียง | 5 วัน 4 คืน เที่ยวสุดฟิน กินสุดเพลิน จนไม่มีตังค์เหลือ


สวัสดีครับเพื่อนๆ
นี่เผลอแปปๆก็กระทู้ที่ 4 แล้ว ผมพยายามจะรีวิวที่เที่ยวที่เคยไปมาเเละพยายามจะให้ข้อมูลให้เยอะที่สุด
แต่ก็ยังเป็นมือใหม่ที่หัดรีวิวอยู่ อาจจะละเอียดบ้างไม่ละเอียดบ้างก็ต้องขออภัย
หากใครชื่นชอบก็ติดตามกันได้ที่เพจผมนะครับ
>>> https://www.facebook.com/yaktieowtamma/ <<<

นี่เป็นอีกทริปที่เป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานในต่างแดนของผม
ก่อนไปก็ได้แฟนที่ช่วยหาข้อมูลและแพลนการเดินทางต่างๆให้ อิอิ
แต่หลังจากได้ไปมาเเล้วก็เลยจะมารีวิว เพื่อเป็นข้อมูลแก่เพื่อนๆต่อๆไปครับ
ทริปนี้เราเดินทางกัน 6 คน จากที่แพลนไว้ทีแรก 12 คน
มีผมกับแฟน น้องชายแฟนกับแฟนน้องชาย และเพื่อนแฟนกับแฟนเพื่อน
แล้วผมจะพูดให้งงทำไมเนี่ย 55555


ในส่วนของการรีวิวของผมนั้นผมจะแบ่งเป็นส่วนๆไปนะครับ

บทที่ 1 - การเดินทาง
บทที่ 2 - โรงแรมที่พัก
บทที่ 3 - อาหารการกิน
บทที่ 4 - ค่าใช้จ่ายต่างๆ

อยากเที่ยวตามมาาาาาาาาาา


บทที่ 1 - การเดินทาง


Day 1 : กทม - อุดร - เวียงจันทน์



เราออกเดินทางกลางคืนโดยรถทัวร์นครชัยแอร์ ตอน 22.00 น.ถึงอุดรประมาณ 7 โมงเช้า

จัดแจงรีบไปซื้อตั๋วไปเวียงจันทน์ตอน 8.00 น. เพราะเราจองที่พักไว้ที่เวียงจันทน์ 1 คืน

ที่นี่มีรถไปวังเวียงด้วย แต่รถจะมีเพียงรอบเดียวต้องไปซื้อตั๋วให้ทัน
ถ้าไม่ทันแผน 2 คือนั่งไปเวียงจันทน์แล้วต่อรถไปวังเวียงอีกที

เรานั่งบัสถึงเวียงจันทน์ประมาณ 11.00 น. ความช้าเร็วขึ้นอยู่กับด่าน ตม.
เมื่อลงจากรถบัส เเดดเปรี้ยงมาก เรารีบเดินไปที่พักเช็คอินและหาข้าวกิน
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่ลาว เช่น วัดต่างๆ จะมีปิดพักเที่ยง-บ่ายโมงและปิดตอน 4-5 โมงเย็น

หลังจากเรากินข้าวเสร็จก็เหมาสองแถวไปเดินต่อในเมืองตามวัดต่างๆ



> วิวจากด้านบนประตูชัย <


> วัดสะเกด <


> หอพระแก้ว ตอนเราไปปิดปรับปรุงอยู่ <


> พระธาตุหลวง สวยงามมากๆ <


> หอคำ ทำเนียบประธานประเทศของลาว <


เที่ยวเสร็จเราก็เดินไปจองรถทัวร์เพื่อไปวังเวียงในวันพรุ่งนี้ไว้ก่อน จะได้อุ่นใจว่ามีรถ

ซึ่งเราสามารถเดินหาซื้อตั๋วรถไปวังเวียงได้ที่บริษัททัวร์ แนะนำให้เดินเปรียบเทียบราคาดู
เพราะแต่ละเจ้าราคาไม่เท่ากัน หลังจากจองรถได้ก็ไปเดินเล่นต่ออีกนิดและกลับที่พักนอน
เพราะไม่มีแพลนเที่ยวที่เวียงจันทน์ พวกเราพักที่โรงแรม สินนะคอน 1 คืน
สภาพห้องก็พอใช้ได้ สำหรับนอน 1 คืน ไม่ถึงกับแย่มาก



Day 2 : เวียงจันทน์ - วังเวียง

เราเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมและมีรถมารับ ตอน 9.30 น. เพื่อไปขึ้นรถทัวร์ที่จะออก 10.00 น.

ซึ่งตอนซื้อตั๋วนี่เราก็นึกว่าบัสคันใหญ่เหมือนรถทัวร์บ้านเรา แต่ no no มาถึงนี่รถ mini bus ดีๆนี่เอง



> รสบัสที่นั่งไปวังเวียง <

งงกันเป็นแถบๆ แต่ไหนๆก็จ่ายตังค์ไปแล้วก็ต้องไปแหละ พอขึ้นรถมาแล้วค่อนข้างผิดคาด

เบาะนุ่มนิ่มนั่งสบายกว่าที่คิด หลับไปยาวๆ ตื่นมาอีกทีเราถึงวังเวียงประมาณ 14.30 น.

ถนนหนทางก็ไม่ค่อยดีนัก ขรุขระบางช่วง มาถึงวังเวียงรถจอดที่ บขส. ไม่ได้จอดในตัวเมือง
แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะเราหาข้อมูลมาแล้วว่ามีรถฟรีเข้าเมือง ยืนรอสักแปบก็มีรถสองแถวฟรีมารับเข้าเมืองวังเวียง
แต่ต้องระวังด้วยนะ !! เพราะมันจะมีสองแถวคิดตังค์มาเนียนเรียกคุณขึ้นรถ อย่าไปขึ้นเด็ดขาดให้ถามก่อนเลยว่าฟรีไหม
ถ้าไม่ฟรีไม่ต้องไป รอสักแปปจะมีรถมารับเข้าเมืองแน่นอน ที่ลาวนี่คุณถามเป็นภาษาไทยได้เลยเค้าฟังออกหมด

รถฟรีจะพาคุณมาจอดที่ โรงแรม Malany 1 ก็ลงตรงนั้นแล้วเดินไปที่พักที่เราจองไว้
ควรเตรียมแผนที่มาจากไทยเพราะไปครั้งแรกจะงงๆหน่อย
ที่วังเวียงแผนที่ไม่ค่อยมีแจกนอกจากจะเช่ามอไซต์เค้าถึงจะให้
เราถึงที่พักก็เช็คอินเสร็จก็เดินดูเมืองเล่นๆ หาซื้อทัวร์ One Day Trip กัน


> ซื้อทัวร์ One Day แนะนำร้านนี้นะครับ บริการดี ตามมาตรฐานเค้า 555 <


> ร้านเบอร์เกอร์แถวนั้น มีทั่วทุกมุมเมือง มาแล้วต้องลอง <


เสร็จแล้วก็เดินถามราคาเช่ามอไซต์ แล้วก็หาที่กินข้าว สรุปคือเรานั่งกินข้าวบนแพหน้าที่พักติดริมน้ำซอง

ได้บรรยากาศชิลๆดี จากนั้นก็เข้าที่พักนอน เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ เราพักที่ Other Side บังกะโล 1 คืน
ที่นี่น่ากลัวมากมีตุ๊กแกด้วย จิ้งจกก็เยอะมากเช่นกัน บรึ๋ย ย ย ย ย


> Other Side บังกะโล <


> เก็บของเสร็จก็มานั่งชิล กินข้าวริมน้ำกัน <




Day 3 : วังเวียง - เช่ามอไซต์ไปผาเงิน - ถ้ำจัง - ถ้ำลม - Sakura Bar


ตื่นเช้ามาเรารีบมาเช่ามอไซต์เทคนิคในการเช่าคือ ควรมาเช่าตอน 7 โมงเช้า
เพราะเค้าจะคิดราคาเดียวกันไม่ว่าเช่าเวลาไหน แล้วจะคืนรถได้ตอน 2 ทุ่ม
เราเลยจัดแจงมาเช่าตั้งแต่ 7 โมง ส่วนแผนวันนี้คือเราจะแว้นส์ไปผาเงิน
เพื่อเดินขึ้นผาเงิน ซึ่งก็ไม่ได้หาข้อมูลมาเลยว่าเดินลำบากแค่ไหน


เช่ามอไซต์เสร็จเลยได้แผนที่พร้อมคำแนะนำจากร้านเช่ามอไซต์มาว่าให้ข้ามสะพานไม้แทน

เพราะสะพานที่ลาวส่วนใหญ่จะเสียเงินค่าข้ามสะพานยกเว้นสะพานไม้ เราแว้นส์ไป ดูแผนที่ไป

ถามทางชาวบ้านไปเรื่อยๆ ก็ถึงผาเงินได้ไม่ยากนัก เอ้อ ตอนอ่านรีวิวมาทางที่ไปเป็นทางลูกรัง

แต่ตอนนี้ถนนราดยางหมดแล้วจ้า สบายจริงๆ แว้นส์ใสๆไร้ฝุ่น อิอิ


เรามาถึงทางขึ้นผาเงินก็จ่ายค่าเข้าไป เตรียมน้ำและขนมขึ้นไปด้วยเพราะหิวแน่ๆ เดินขึ้นเขาประมาณ 30 นาที

เราก็ถึงศาลาชมวิวจุดแรก ซึ่งทางเดินขึ้นค่อนข้างชัน ขึ้นๆ อย่างเดียวไม่มีทางลาดเลย ระยะทางประมาณ 1 กิโล

ใครไม่ชอบความลำบากแนะนำไม่ควรมา เรานั่งพักพอหายเหนื่อยก็เดินต่ออีก 10 นาที ไปยังจุดชมวิวด้านบน

มีศาลาหลังคาแดงอยู่ ขึ้นไปดูวิวบนนั้นสวย สงบ จริงๆ



> ศาลาแดงบนผาเงิน <


>วิวจากด้านบน <


ตอนเราไปไม่มีคนอื่นขึ้นไปเลย ถ่ายรูปเสร็จก็เดินลงมา เหงื่อท่วมตัวเพราะอากาศร้อนมากๆ

แนะนำถ้ามาควรมาแต่เช้าตรู่แล้วรีบเดินขึ้นเลยจะไม่ร้อน



> ลงมาก็เจอเด็กๆ เลิกเรียนพอดี เลยถ่ายรูปและแจกขนมกันสักหน่อย <


ออกจากผาเงินเรากลับไปเช็คเอ้าท์ออกจาก Other side แล้วไปเช็คอินต่อที่จำปาลาว เดอะวิลล่า

เราจะค้างที่นี่ 2 คืน ซึ่งเราจองบ้านเป็นหลังไว้ มีห้องนอน 4 ห้อง กว้างสะดวกมากๆ



> จำปาลาว เดอะ วิลล่า เราค้างที่นี่ 2 คืน <



จัดแจงเก็บของเสร็จก็หาข้าวกินแล้วเราแว้นส์ต่อไปเที่ยวที่ถ้ำจังกัน



> กินเบอร์เกอร์อีกแล้ว <


> สะพานส้ม ถ้ำจัง <



จุดเช็คอินของวังเวียงเลยใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปกับสะพานส้ม

ถ้ำจังนี่ก็ต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 100 ขั้น เห็นหลายคนยืนมองบันไดทางขึ้นแล้วคิดอยู่นาน

แต่เดินแปปเดียวก็ถึง ปากถ้ำจังจะมีลมพัดออกมาเย็นมากๆ

เหมือนเปิดแอร์เลย เราเดินเล่นในถ้ำจัง ถ่ายรูป อยู่พักนึงก็ลงมา



> ภายในถ้ำจัง <


ด้านล่างถ้ำจังจะมีแอ่งน้ำเล็กๆไหลออกมาจากถ้ำ มีเด็กวัยรุ่นเล่นน้ำอยู่หลายคนเลย เห็นแล้วอยากโดดเลย


> แอ่งน้ำด้านหน้าถ้ำจัง น้ำใสมากๆ <


แต่เวลาเราเหลือไม่มาก ทีแรกเรากะจะเล่น Tubing แต่แดดร้อนทุกคนก็เลยแว้นส์ไปเที่ยวถ้ำลมแทน

ก็ดูแผนที่ไปเรื่อย ๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงถ้ำลม แต่ทางเข้าลำบากนิดนึงเป็นทางลูกรัง


> ทางเข้าถ้ำลม เราเจอลูกรังจนได้ หัวแดงไปจ้า <


ทีนี้ล่ะฝุ่นเพียบบบบ มาถึงหน้าถ้ำลมสมาชิกเราก็เหนื่อยล้าแล้ว เลยตัดสินใจไม่ได้ขึ้นไปบนถ้ำลม

เปลี่ยนมานั่งแพริมน้ำแทน สั่งข้าวมากิน เล่นน้ำ ที่ริมแม่น้ำซองแทน



> นักท่องเที่ยวลอย Tubing สบายใจเฉิบ ชิลดีจริงๆ <

เรานั่งเล่น สั่งข้าวกิน ลงแช่น้ำอยู่สักพัก ก็ขับรถกลับที่พักอาบน้ำแต่งตัวและรอไปเที่ยว Signature ของที่นี่


" Sakura Bar "


จากที่พักไปเราใช้วิธีเดินเพราะเมืองวังเวียงเป็นเมืองเล็กๆ เดินเล่นเรื่อยๆก็ถึงละ
เรากะเวลามาที่นี่ตอน 2 ทุ่ม เพราะจะมี Happy Hour เข้าไปทีแรกก็งงๆว่าจะอะไรยังไงเพราะมีแต่ฝรั่งและเกาหลี
ยืนส่องอยู่พักนึงก็รู้ว่าไอ้เหล้าฟรีน่ะ ไปรับที่บาร์ตรงทางเข้า 1 คน/1 แก้ว ห้ามรับแทนกันด้วยนะ โดนดุมาด้วย 555 +
พวกเราเลยรับมาคนละเเก้วแล้วไปหาที่นั่ง สักพักหมด Happy Hour แต่พวกเรายังไม่อยากกลับ
เลยสั่งเบียร์มากินกัน 2-3ขวด นั่งดูคนในผับเต้นไปสนุกสนาน


ที่นี่นับเป็นศูนย์รวมจริงๆ ทุกคนที่เราเจอตอนเที่ยวหรือบนรถ สามารถมาเจอเค้าอีกทีที่ Sakura Bar
บอกเลยมาแล้วต้องลองมาสักครั้ง มีแต่ความบันเทิงจริงๆ ทั้งสายย่อ สายแดนซ์ สายดื่ม สายฮา
มีครบเลย ฮ่าๆ ๆเราออกมาประมาณเที่ยงคืนก็กลับที่พักนอน เตรียมไปแอดเวนเจอร์พรุ่งนี้ทั้งวัน

. . . น่าเสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายรูป Sakura Bar มาเลย . . .


Day 4 : วังเวียง - One Day Trip : ถ้ำน้ำ - ถ้ำช้าง - พายคายัค - Zipline - Blue Lagoon


หลังจากตากแดดตัวดำและเมามายที่ Sakura Bar มาเมื่อวาน เราก็ตื่นกัน 8 โมงเพื่อเดินไปขึ้นรถที่บริษัททัวร์ที่ซื้อไว้
ซึ่งบริการค่อนข้างดีตามมาตรฐานเค้า มาถึงก็นั่งรอรถสักพักรถก็ออก แต่...นึกว่ามันจะไปที่เที่ยวเลย ป่าวครับ
มันวนรอบเมืองเพื่อไปรับลูกทัวร์คนอื่นอีก 2-3 ที่ และตรงที่มันไปรับก็คือหน้าที่พักเรานั่นเอง
(แล้วก็เจือกไม่บอกจะได้ไม่ต้องเดินไปตั้งไกล โถ....)

รับสมาชิกเสร็จมีทั้งคนไทยและเกาหลี กรุ๊ปเราวันนี้ไม่มีฝรั่ง มีแต่เกาหลี 3 คน
( 3 คนนี้สายฮามากๆ นั่งขำตลอดทริป 555)
โปรแกรมแรกของทัวร์คือ ถ้ำน้ำและถ้ำช้าง ไปถึงถ้ำน้ำต้องเดินเข้าไปประมาณ 15 นาที
พอถึงหน้าถ้ำก็จัดแจงเตรียมเก็บสัมภาระ ของมีค่าหรือของต่างๆ ใส่ในถุงกันน้ำ
แต่ไม่ต้องพกเข้าไปในถ้ำ เพราะเจ้าหน้าที่ทัวร์เค้าจะนั่งเฝ้าให้ เอาเข้าไปเกะกะป่าวๆ

> หน้าถ้ำน้ำ <



ในถ้ำน้ำจะเป็นถ้ำมืดๆ วิธีการคือนอนลอยบนห่วงยางแล้วดึงเชือกเข้าไปประมาณ 20 นาทีได้

ไอ้เราก็ไม่รู้นึกว่าจะมีอะไรน่าสนใจพอเข้าไปเกือบสุดไกด์มันบอกสุดทางแล้ว ให้วกกลับทางเดิม

ทุกคนก็อ้าวแค่นี้เหรอ 5555

คือแค่ล่องเข้าไปเฉยๆแล้วล่องกลับ ในถ้ำก็มืดมาก แต่ทัวร์จะมีไฟฉายคาดหัวให้
จริงๆน้ำก็ตื้นจนเดินได้แหละแต่ล่องห่วงยางก็สบายกว่า

พอออกจากถ้ำมาก็มานั่งกินข้าวกัน อาหารก็ไม่มีอะไรมาก ข้าวผัดง่อยๆ บาร์บีคิวง่อยๆ
แถมกล้วยคนละลูกพร้อมขนมปัง (เหมือนให้ปลากิน สุดท้ายก็เอาไปให้ปลากินจริงๆ)
กินเสร็จเรานั่งรอกันสักพักเพราะกำลังงงว่าจะทันเหรอ ยังไม่ได้ไปถ้ำช้างเลย ไหนจะพายคายัค
ไหนจะ Zipline ไหนจะ Blue Lagoon อีก เพราะนี่ก็เกือบจะบ่ายละ พอนั่งแปปนึงก็เดินกลับทางเดิม
ไกด์บอกไปถ้ำช้างต่อ เดินมาถึงตรงวัดที่เห็นก่อนทางเข้า ไกด์บอกนี่ไงถ้ำช้าง - -"



> ถ้ำช้าง ที่ได้ชื่อว่าถ้ำช้างเพราะหินรูปช้างนี่แหละ <



เราก็นึกว่าจะเหมือนถ้ำจังที่มีบริเวณให้เดินดูเยอะ แต่ถ้ำช้างก็คือเป็นเหมือนโพรงเข้าไปนิดนึง

แล้วมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้ พร้อมหินที่เป็นรูปช้างอยู่หน้าถ้ำ ไกด์ให้เวลา 5 นาทีที่นี่ (ถึงว่าทำไมมันถึงไม่รีบ)

จากนั้นเราไปจุดเริ่มพายคายัคกันต่อ ซึ่งระยะทางการพายประมาณ 4 กิโลล่องไปตามแม่น้ำซอง

> เริ่มพายคายัคกัน <


เราเริ่มพายคายัคไปได้ประมาณ 800 เมตร ไกด์ก็บอกให้พักที่บาร์ริมน้ำประมาณ 40 นาที

(ตูเพิ่งพายมาไม่ถึง 10 นาที พักแระ -_-")



> บาร์ริมน้ำ <


บาร์ริมน้ำก็จะมีที่ให้นอนเล่นพักผ่อน มีลานกีฬาให้เล่นทั้งบาส วอลเล่ย์ เปตอง

และมีเบียร์ขายเหล้าเบียร์ที่นี่ (นี่จะมาเมาหรือจะมาพายเรือ)



> กิจกรรมมากมายที่บาร์ คนอื่นเฮฮา พวกเรานอนจ้า 5555+ <



หลักจากพักเสร็จเราพายกันต่อ ช่วงนี้น้ำค่อนข้างน้อย มีติดโขดหินบ้างเป็นบางจุด

เห็นวิวสองข้างทางของแม่น้ำซองได้บรรยากาศชิวๆดี

ระหว่างทางก็จะเจอกับฝรั่งที่ลอย Tubing อยู่เป็นระยะๆ พอมาสิ้นสุดจุดพายคายัค
ก็มีรถมารอรับต่อไปยัง Blue Lagoon ประมาณ 20 นาทีก็ถึง



> Blue Lagoon สวยสมคำร่ำลือ <


เรามาถึงประมาณ 3 โมงกว่าๆ ซึ่งคนเยอะมากๆแต่เรายังไม่ได้เล่นน้ำเพราะต้องไปเล่น Zipline ก่อน

เราค่อนข้างตื่นเต้นเพราะดูหวาดเสียวมากๆ จากที่เคยดูมา แต่ก็ตั้งใจมาเล่นอยู่แล้วก็สู้ๆ
Zipline ที่นี่จะมี 2 จุด จุด A และ B ทั้งหมดที่ต้องโหนคือ 12 จุด
เล่นเสร็จทุกคน Happy เพราะทั้งสนุก ทั้งเสียว ทั้งตื่นเต้นจริงๆ


> จุดลง Zipline โดนหย่อนลงมาจากข้างบนนี่แหละ ใจหวิวๆ เลย 555 + <


> แชะภาพสมาชิกผู้กล้ากันหน่อย <


หลังจากนั้นพวกเราก็มาเล่นน้ำที่ Blue Lagoon ต่อถึง 5 โมงเย็น

ที่ Blue Lagoon อย่างที่รู้ๆว่าใครมาที่นี่ก็ต้องมาปีนต้นไม้โดดน้ำ ผมเลยโดดไป 2 รอบ

ตอนมองจากข้างล่างก็ดูไม่สูงมาก แต่พอขึ้นไปยืนข้างบน มีขาสั่นเหมือนกัน สูงกว่าลำคลองงูที่ผมเคยไปโดดมาอีก


แต่ต้องยอมรับว่าที่นี่น้ำใสมากๆ และ เย็นมากๆเช่นกัน ขนาดคนเล่นกันเยอะมาๆ ยังไม่ขุ่นเลย ใสกิ๊ง
จบ One Day Trip รถก็มาส่งที่พัก อาบน้ำอาบท่า เสร็จก็ไปหาหมูกะทะกินกันแถวๆในเมือง
กินเสร็จแล้วก็กลับมานอนสลบกันเป็นแถบๆ แต่ก่อนจะหลับเราติดต่อที่พักเพื่อจองรถวันพรุ่งนี้ไว้เพื่อกลับอุดร
จ่ายเงินที่นี่เลยแล้วเค้าจะออกใบเสร็จให้ไปแลกตั๋วที่ บขส ตอนขามา



Day 5 : วังเวียง - หนองคาย - อุดร - กทม


เรานัดรถไว้ตอน 8.30 น. แต่เราตื่นกันมาจัดแจงเก็บกระเป๋าและไปหาข้าวกินก่อน
พอ 8.30 น. ก็มีรถมารับเราไป บขส ไปถึงก็เอาใบเสร็จไปแลกตั๋วกลับ คราวนี้เป็นรถของ บขส.
คันใหญ่นั่งสบายกว่าเดิมเยอะ รถออกประมาณ 9.20 น.


> บขส วังเวียง คนเนืองแน่น <


> เอาตั๋วที่ซื้อมาจากที่พักมาแลกกับพี่เค้าก่อนนะครับ <


ขากลับก็หลับยาวๆ ตื่นอีกทีที่ด่านหนองคายผ่าน ตม เสร็จนั่งต่อไปลงที่ บขส อุดร ถึงประมาณ 14.00 น.

แต่พวกเราจองไฟล์กลับไว้ตอน 22.00 น. นั่นหมายความว่าตอนนี้ว่างงงงงงงง ยาวๆๆๆๆ ยังไม่ต้องรีบไปสนามบิน
เราเลยไปเดินเล่นหาไรกินตากแอร์เย็นๆ ที่ Central อุดร ก่อนเพื่อฆ่าเวลา ซึ่งอยู่ใกล้ๆ เดินจาก บขส ไป 5 นาทีก็ถึง
เราไปหาไรกินและนั่งรอจนเย็น และ ต่อสามล้อจากหน้าห้างไปสนามบิน และขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ


จบทริปไปแบบสนุกสนานมากมายยยยยยยยยยยยยยย

>>> Bye Bye วังเวียงงงงงงงงง <<<






บทที่ 2 : โรงแรมที่พัก

Day 1 : เวียงจันทน์ - โรงแรมสินนะคอน หาจาก Agoda ที่พักพอนอนได้ไม่ดีมาก คุ้มราคา
Day 2 : วังเวียง - Other side bungalow วิวดีงาม ห้องพัดลม เก่าและมีตุ๊กแก จิ้งจกเยอะมาก
Day 3-4 : วังเวียง - จำปาลาว เดอะ วิลล่า ที่พักดีงาม น่านอน ราคาไม่แพงเพราะจองทั้งหลังมา

เรื่องที่พักไม่อยากแนะนำมาก เอาเป็นว่าที่พักที่วังเวียงที่พักเยอะมาก ถ้า walk in ราคาจะถูกลงอีกประมาณ 20% เลยแหละ
ถ้ามาไม่ใช่ช่วงวันหยุดยาว แนะนำ walk in เถอะครับประหยัดกว่าและสามารถเดินเลือกได้เลย
ชอบอันไหนเดินเข้าไปถาม ขอดูห้องก่อนได้ (ถ้ามีเวลานะ)



บทที่ 3 : อาหารการกิน


บอกเลยว่ามาที่ลาวนี่หมดไปกับอาหารการกินมากๆ ไม่ใช่อร่อยนะ แต่แพง !!

แพงเป็น 2 เท่าของอาหารไทยเลยแหละ พวกเราไปนี่กินกันกระจายจริงๆ 5555

สรุปเรื่องอาหารที่ลาว

- ใครชอบกินไก่แนะนำอดใจไว้กินที่ไทยเถอะ แพงโคตรๆ ตัวละ 100,000 กีบ ในขณะที่ปลาเผา 50,000 กีบ

- แซนวิสลาว อร่อย แต่ราคาก็สูงอยู่ แนะนำให้ซื้อร้านริมทางมีให้เลือกเป็นสิบๆร้าน แต่อันนึงกินไปเถอะ 2 คนยังอิ่ม

- น้ำผลไม้ปั่น มีทุกมุมเมือง เฮ้อ เห็นทีไรก็กินทุกที

- ส้มตำลาว อร่อยมากเช่นกัน โดยเฉพาะตำหลวงพระบาง (มีขายที่เวียงจันทน์)

- พวกอาหารตามสั่ง รสชาติกลางๆ ไม่ค่อยอร่อยเท่าไรนัก

- ยำ เสริฟพร้อมข้าว ใส่ซอสพริก รถชาติไม่สมกับเป็นยำ ฮ่าๆ

- หมูกะทะ รสชาติเกาหลี เตาใหญ่อร่อยดี

- ถ้ากระเป๋าว่าง พกมาม่า ปลากระป๋อง ขนมจากไทยไปเยอะๆ รับรองประหยัดแน่ๆ

- ปลากระป๋องถือเป็นอาหารชั้นเลิศ (หาซื้อได้ตามร้านชำเล็กๆ ในมินิมาร์ทไม่มี)

- ซื้อข้าวเหนียว 5,000 กีบ กับปลากระป๋อง 5,000 กีบ อิ่มได้ 1 มื้ออร่อยอีกต่างหาก

- แซลม่อนกระป๋องสีแดงที่ร้าน K-Mart อร่อย สุดๆ แต่ 20,000 กีบ

- มาม่าถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคนไทย อิอิ

** ค่าอาหารนี่ไม่ได้ลงรายละเอียดไว้เพราะกินเยอะจริงๆ ครับ ขออภัยด้วย **



บทที่ 4 : ค่าใช้จ่ายต่างๆ

- ค่าที่พักเวียงจันทน์ โรงแรมสินนะคอน 1 คืน 3 ห้อง 2784 หาร 6 = คนละ 464 บาท
- ค่าที่พักวังเวียง Other Side บังกะโล 1 คืน 3 หลัง 1688 หาร 6 = คนละ 282 บาท
- ค่าที่พักวังเวียง จำปาลาว เดอะวิลล่า 2 คืน เหมาหลัง นอนได้ 8 คน 7016 หาร 6 = คนละ 1170 บาท/2 คืน
- ค่ารถนครชัยแอร์ กทม - อุดร : 605 บาท/คน
- ค่ารถบัส อุดร - เวียงจันทน์ : 85 บาท/คน
- One Way Ticket ผ่าน ตม. : 55 บาท/คน (ขากลับฟรี)
- เหมาสองแถวในเวียงจันทน์ : 25,000 กีบ/คน
- ค่าเข้าประตูชัย : 3,000 กีบ/คน ข้างบนได้แค่ดูวิว
- ค่าเข้าพระธาตุหลวง : 5,000 กีบ/คน
- ค่าเข้าวัดสีสะเกด : 5,000 กีบ/คน
- ค่ารถบัสเวียงจันทน์-วังเวียง : 40,000 กีบ/คน
- ค่าเช่ามอไซต์เต็มวัน : 40,000 กีบ/คัน ถูกสุด เติมน้ำมันเอง
- น้ำมันครึ่งถัง : 20,000 กีบ/คัน แว้นส์ทั้งวันยังเหลือ
- ค่าเข้าผาเงิน : 10,000 กีบ /คน
- ค่าผ่านสะพานส้ม ถ้ำจัง : 2,000 กีบ/คัน
- ค่าจอดมอไซต์ : 3,000 กีบ/คัน
- ค่าเข้าถ้ำจัง : 15,000 กีบ /คน
- ค่าจอดมอไซต์ ถ้ำลม : 5,000 กีบ/คัน
- ค่ารถบัสวังเวียง - อุดร : 250,000 กีบ/คน
- ค่าเครื่องกลับ อุดร - กทม : แล้วแต่ความสามารถในการจองโปร


- ค่า One Day Trip :
> น้ำทิพย์ทัวร์ : 250,000 กีบ/คน
> ถ้ำน้ำ, ถ้ำช้าง, พายคายัค 4 กิโล, Zipline, Blue Lagoon
> ถ้าไม่ไป Zipline และ Blue lagoon จะราคา 100,000 กีบ/คน
> ถ้าแยกเล่น Zipline เดี่ยวๆ ราคาจะอยู่ที่ 200,000 กีบ/คน
> ถ้าเล่นคนเดียวคิด 250,000 กีบ/คน

*** ซื้อรวมทุกอย่างจะถูกและคุ้มที่สุดวันเดียวก็เก็บหมด confirm ***



อุปกรณ์ถ่ายภาพ


Fujifilm XT10

Lens : Samyang 12 mm

Lens : Fujifilm 50-230 mm

Go Pro Hero 4 Silver


รีวิวอื่นๆ ของม่อนจุก

>ผาหินกูบ< |.. บุกป่า ฝ่าดงทาก ลากสังขารไปนอนบนหินใหญ่ ...

https://th.readme.me/p/4166


ทิ้งความวุ่นวาย . . . ไป Slow Life ใกล้เมืองกรุงที่ . . > อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง <

https://th.readme.me/p/4165


> บ้านสวนจันทิตา < . . . สัมผัสธรรมชาติง่ายๆที่อุทัยฯ ทริปสบายๆไม่ต้องการวันลา
https://th.readme.me/p/4203

ความคิดเห็น