สวัสดีครับ เนื่องจากในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปทำธุระที่เชียงใหม่อยู่นานพอดู ก็เลยทำให้ผมได้มีโอกาสไปกินอาหารอร่อยๆ ไปลองพักที่โรงแรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยพักมาก่อนอยู่หลายที่เลยครับ ถ้ายังไงผมจะทยอยนำรีวิวมาฝากกันเรื่อยๆ นะครับ บางรีวิวก็จะเป็น SR บางรีวิวก็จะเป็น CR นะครับ ถ้าชอบไม่ชอบยังไง หรือสงสัยอะไรก็สามารถสอบถามพูดคุยเพิ่มเติมกันได้เลยครับ
มาเริ่มกันที่โรงแรมแรกที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปพักก่อนดีกว่าครับ กับโรงแรมดุสิต ปริ้นเซส เชียงใหม่ ครับ (Dusit Princess Chiangmai) ต้องบอกว่าที่ผ่านมานั้นถึงผมจะเคยไปใช้บริการโรงแรมในเครือดุสิตอยู่บ้าง แต่ก็จะเป็นในส่วนของการกินข้าว จัดเลี้ยง หรือไปร่วมงานต่างๆ เท่านั้น แต่ในส่วนของการเข้าพักนั้นผมยังไม่เคยมีโอกาสใช้บริการมาก่อนเลยครับ เรียกได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก ครั้งของผมกับดุสิตเลยครับ
Dusit Princess Chingmai เป็นโรงแรมขนาดกลางๆ มีจำนวนห้องทั้งหมด 198 ห้อง และมีทำเลที่ถือว่าดีมากๆ เลยครับ เพราะตั้งอยู่ที่ Night Bazaar เลย ซึ่งทำเลแบบนี้น่าจะเหมาะกับบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติหรือนักธุรกิจต่างถิ่นที่ตอนกลางวันมีกิจกรรมแน่นเอี๊ยด และต้องการเวลาในช่วงกลางคืนพักผ่อน เดินชอปปิ้งซื้อของฝาก โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลๆ ครับ
สำหรับหน้าตาของโรงแรมก็ประมาณนี้เลยครับ จะมีจุดจอดรถรับส่งแขกที่ด้านหน้าโรงแรมที่ถือว่ากว้างขวางพอควร สามารถจอดรถได้ 2-3 คันพร้อมๆ กัน และจะมีพนักงานของโรงแรมคอยดูแล คอยให้บริการอย่างรวดเร็วและดีมากๆ ครับ ดีขนาดที่พี่สาวผมคนนึงที่มารับส่งผมที่โรงแรมถึงกับตกใจและเอ่ยปากชมเลยว่าเค้าบริการเยี่ยมจริงๆ
เมื่อลงจากรถและเดินเข้าสู่บริเวณ lobby ของโรงแรมแล้ว สิ่งที่ทำให้รู้สึกได้เลยถึงความเป็นโรงแรมในเครือดุสิตก็คือการที่มีศิลปะหรือการตกแต่งแบบไทยๆ เข้ามาปนอยู่ โดยที่เชียงใหม่นี้ก็จะเป็นศิลปะไทยที่มีความเป็นล้านนาเข้ามาผสมด้วย เริ่มตั้งแต่รูปปั้นสิงห์ที่อยู่หน้าประตู 2 ตัว และก็บริเวณโถงทางเดินที่มีตุงสวยๆ ห้อยลงมาจากเพดานครับ
นอกจากนี้บริเวณ lobby ยังได้มีการจัดวางเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนหรือนนั่งรอเพื่อนไว้เยอะมากเลยครับ บรรยากาศน่านั่งมาก มีหมอนสวยๆ วางประดับแล้วก็มีหนังสือให้อ่านเยอะแยะ ครอบคลุมหลายภาษาเลยทั้งไทย จีน และอังกฤษครับ

- Superior Rooms ขนาดพื้นที่ 26 ตารางเมตร มีทั้งหมด 36 ห้อง
- Deluxe Rooms ขนาดพื้นที่ 32 ตารางเมตร มีทั้งหมด 114 ห้อง
- Executive Plus ขนาดพื้นที่ 32 ตารางเมตร มีทั้งหมด 32 ห้อง
- Junior Suites ขนาดพื้นที่ 46 ตารางเมตร มีทั้งหมด 8 ห้อง
- One-bedroom Suites ขนาดพื้นที่ 60 ตารางเมตร มีทั้งหมด 6 ห้อง
- Two-bedroom Suites ขนาดพื้นที่ 100 ตารางเมตร มีทั้งหมด 2 ห้อง
สำหรับวันนี้นอกจากห้อง Deluxe Room ที่ผมพักแล้ว ผมจะพาทุกท่านไปดูห้อง Executive Plus และ One-bedroom Suites ด้วยครับ โดยเรามาเริ่มกันที่ห้อง Deluxe Room กันก่อนเลยครับ
เมื่อเราเปิดประตูห้อง Deluxe Room เข้าไปนั้น ลักษณะ Plan ห้องก็จะเหมือนกับโรงแรมทั่วๆ ไปครับ คือ มีตู้เสื้อผ้าอยู่ทางซ้ายมือ มีที่เสียบ Key card และห้องน้ำอยู่ทางด้านขวามือของเราครับ โดยที่เสียบ Key card นั้นจะมีปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายอีก 2 ปุ่ม นั่นคือปุ่ม “ห้ามรบกวน (Do not disturb)" กับ “โปรดทำความสะอาดห้อง (Make up room)" ครับ เมื่อเรากดปุ่มตรงนี้ก็จะมีสัญลักษณ์ไฟไปปรากฏที่หน้าห้องเราครับ ซึ่งตรงนี้ผมค่อนข้างชอบมากนะครับ เพราะไม่ต้องเปิดประตูแล้วเอาป้ายไปแขวนที่ลูกบิดเหมือนหลายๆ ที่ครับ

โดยเมื่อเราเปิดไปในห้องก็จะพบหน้าตาห้องแบบนี้ครับ ภาพรวมๆ ห้องจะดูโปร่ง สว่าง และก็สดใสกว่า Deluxe Room บริเวณเตียงนอนก็มีการใช้หมอนสีส้ม และผ้าที่มีสีสันเข้ามาตกแต่งทำให้ mood and tone ดูแตกต่างออกไปอีกแนวเลยครับ เรียกว่าใครที่ชอบห้องที่สว่างๆ หรือโทนสีสดใสน่าจะถูกใจห้องนี้ครับ
สำหรับสระว่ายน้ำของ Dusit Princess Chiangmai จะอยู่ที่ชั้น 2 ครับ เปิดให้บริการถึง 19.00 น. ขนาดของสระไม่ใหญ่มากครับ มีความยาวประมาณ 15 เมตร มีเก้าอี้ชายหาดพร้อมร่มอยู่รอบๆ และบริเวณสระว่ายน้ำจะมีทางเดินขึ้นไปยังสวนเล็กๆ ให้พอนั่งพักผ่อนได้ครับ

ไลน์อาหารจะมีการวางยาวเป็นตัว L มีอาหารที่หลากหลายมากเลยครับตั้งแต่ ข้าวต้ม, โจ๊ก, เกาเหลา, ก๋วยเตี๋ยว, เบคอน, ไส้กรอก, แฮม, ขนมปัง+แยม, สลัด, เนยแข็ง (Cheddar Cheese), ข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว, อาหารคาว 3-4 อย่าง, ไข่ต่างๆ, คอนเฟล็ก, เบเกอรี่, โยเกิร์ต, ผลไม้, ฟรุ๊ตสลัด แล้วก็ชา-กาแฟครับ
การออกแบบ : ด้วยความที่เป็นโรงแรมที่มีอายุพอควร ประกอบกับ Mood and tone ของเครือดุสิตก็ออกสไตล์ผู้ใหญ่ ดูสุขุม นุ่มลึกอยู่แล้ว ทำให้รูปแบบห้องและการตกแต่งต่างๆ ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว้าวหรือทันสมัยแต่อย่างใด ออกเป็นแนวเรียบๆ ธรรมดา นิ่งๆ ครับ ยกเว้นห้อง Executive Plus กับบริเวณ lobby ชั้น 1 ที่ผมรู้สึกถึงความแตกต่างและประทับใจที่สุดครับ ดังนั้นโดยรวมๆ โรงแรมแห่งนี้จึงอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับเด็กวัยรุ่นหรือวัยเริ่มต้นทำงานซักเท่าไหร่นะครับ เพราะผมว่าคนกลุ่มนี้น่าจะต้องการอะไรที่ว้าว แปลกใหม่ หรือแตกต่างจากทั่วๆ ไปครับ
ความสะอาด : เป็นโรงแรมที่สะอาดและดูดีเลยครับ ทั้งความสะอาดส่วนกลางและในห้องนอนครับ
สิ่งอำนวยความสะดวก : ถือว่ามีครบเพียงพอต่อการใช้งานเลยครับ หลายๆ อย่างให้มามากกว่าที่อื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นไฟฉาย รองเท้า กระติกใส่น้ำแข็ง และโดยเฉพาะห้อง One-bedroom Suites ที่ให้มาครบมากๆ ครับ นอกจากนี้ในโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำ และร้านกาแฟบริเวณล็อบบี้อีกด้วยครับ สำหรับเรื่อง Wifi นั้นทางโรงแรมก็มีให้ทุกห้อง และจากที่ผมได้ลองเล่นดูตลอดเวลาที่เดินถ่ายภาพจุดต่างๆ ของโรงแรมก็พบว่าสัญญาณ Wifi ถือว่าดีมาก เสถียรและก็เร็วครับ ส่วนเรื่องลิฟท์นั้นที่โรงแรมแห่งนี้มีลิฟท์ทั้งหมด 2 ตัว ขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็ใช้เวลาในการรอไม่นานเพราะด้วยจำนวนห้องพักที่ไม่มากครับ
การเดินทาง : Dusit Princess Chiangmai เป็นหนึ่งในโรงแรมที่เดินทางสะดวกมากเพราะอยู่บริเวณ Night Bazaar เลย ทำให้คนที่ไม่มีรถอย่างผมสามารถเดินทางได้สะดวกไม่ว่าจะด้วยรถ Taxi จากสนามบินหรือรถแดง เพราะเป็นเส้นทางที่คนขับรถเหล่านี้รู้จักดีอยู่แล้วครับ
การนอนหลับพักผ่อน : ในเรื่องของเตียง หมอน ความนุ่ม ความเย็นของแอร์ ผ้าห่ม ถือว่าสอบผ่านครับไม่ติดปัญหาอะไร ผมกับภรรยานอนหลับสนิทดีครับ
อาหารเช้า : อาหารเช้าของที่นี่ถือว่าเยอะ มีหลากหลายชนิดมากครับ ที่สำคัญเปิดบริการให้ทานนานถึง 4 ชั่วโมงครึ่งเลยครับ ในส่วนของรสชาติก็ถือว่าสอบผ่าน ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ต้องติ แต่ก็ยังไม่ได้ถึงขั้นประทับใจในเมนูไหนมากเป็นพิเศษชนิดถึงขั้นที่ต้องห้ามพลาดนะครับ
การบริการของพนักงาน : ในส่วนนี้น่าจะถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของโรงแรมแห่งนี้เลยครับ การบริการของพนักงานทุกคนตั้งแต่พนักงานที่บริเวณรับส่งแขกที่หน้าโรงแรม ไปจนถึงพนักงานที่ lobby และส่วนต่างๆ นั้น ถือว่าดีมากครับ พูดสุดภาพ หน้าตายิ้มแย้ม และเต็มใจช่วยเหลือมากครับ เรียกได้ว่าไม่เสียชื่อเสียงโรงแรมในเครือนี้จริงๆ ครับ เป็นอะไรที่ผมประทับใจมากๆ ครับ
สรุป : Dusit Princess Chiangmai ถือเป็นอีก 1 โรงแรมที่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการที่พักในเชียงใหม่แบบที่มีพนักงานบริการดีๆ เดินทางสะดวก โดยเฉพาะชาวต่างชาติเพราะทำเลอยู่ที่ Night Bazaar แหล่งชอปปิ้ง แหล่งขายของที่ชาวต่างชาติชอบมาเดินเล่นครับ นอกจากนี้จากโรงแรมยังสามารถเดินไปยังกาดวโรรสแหล่งขายอาหารเหนือสุดอร่อยอย่างเช่น แคบหมู, ไส้อั่ว, น้ำพริกหนุ่ม, หมูทอด, ข้าวเหนียว ได้อย่างสบายๆ ด้วยครับ โดยผมกับภรรยาได้ทดลองเดินไปในตอนเช้าก็พบว่าไม่ยากและใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้นเองครับ นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีห้องถึง 6 แบบให้เลือกตามความต้องการของแต่ละคน ส่วนในเรื่องของความคุ้มค่าของห้องพัก Deluxe ที่ผมได้พักนั้น ผมได้ลองเข้าไปเช็คราคาห้องพักของผมในวันที่ผมไปที่ Agoda และก็พบว่าราคาห้องถูกกว่าที่ผมคิดไว้พอควรเลยครับ ดังนั้นหากใครมี Plan ที่จะไปเชียงใหม่ และคิดว่าทำเลของที่นี่น่าสนใจ ก็ลองเข้าไปเปรียบเทียบราคาดูนะครับว่าน่าสนใจหรือเปล่าครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้นะครับ หากขาดตกบกพร่องประการใดผมก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ และการรีวิวนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผมจากวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไปครับ และหากใครชอบการรีวิวของผม สามารถไปติดตามหรือแนะนำเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ https://www.facebook.com/amazingcouples
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ
ภรรยาหา สามีใช้
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 23.39 น.











