ll FOV ll ปฏิบัติการตามล่า Lavender ใน Provence รีวิวโดย Priesta Pritshayada Piriyametha

ไปวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์กันเถอะ... ปกติคนไทยนึกถึงทุ่งลาเวนเดอร์หลักๆก็มีอยู่สองที่ใช่มั๊ยคะ มีที่ญี่ปุ่นฮอกไกโด กับที่ Provence ประเทศฝรั่งเศสเนี่ยแหละ แต่พอแพทเปิดรูปสองที่เทียบดูแล้ว ตัดสินใจไม่ยาก ต้องที่ฝรั่งเศสสิ ดูแบบเรียลๆดี เค้าปลูกเพื่อการเกษตรกรรม ไม่ใช่ประดิษฐ์ขึ้น

ll FOV ll ปฏิบัติการตามล่า Lavender ใน Provence

ll FOV ll ปฏิบัติการตามล่า Lavender ใน Provence


ไปวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์กันเถอะ...



ปกติคนไทยนึกถึงทุ่งลาเวนเดอร์หลักๆก็มีอยู่สองที่ใช่มั๊ยคะ มีที่ญี่ปุ่นฮอกไกโด

กับที่ Provence ประเทศฝรั่งเศสเนี่ยแหละ แต่พอแพทเปิดรูปสองที่เทียบดูแล้ว ตัดสินใจไม่ยาก

ต้องที่ฝรั่งเศสสิ ดูแบบเรียลๆดี เค้าปลูกเพื่อการเกษตรกรรม ไม่ใช่ประดิษฐ์ขึ้นมาให้คนมาเที่ยว

เรามันสายชอบความท้าทาย ถึงหน้าร้อนแล้วก็จัดซักหน่อย วันที่เดินทางคือ 19-22 July 2016 ค่ะ



มาทริปนี้ถือว่ามาเก็บ Bucket list ของแพทเลยค่ะ (ซึ่งยังเหลืออีกเป็นร้อย หึหึ)


คร่าวๆคือจากไทยบินไปลงปารีส เที่ยวปารีส 3 คืน บินต่อมาลง Marseille แล้วเช่ารถขับเที่ยวค่ะ



ดูวีดีโอบิ๊วไปก่อน อย่าแซวนะ เขิลล ใครไปบ้างอย่าลืมจัดวีดีโอบ้าง 555




แพทจองที่พักเป็น Chateau ประหนึ่งหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน มุ้งมิ้งระดับ 8

ที่นี่ชื่อว่า Chateau Gigognan มีห้องประมาณ 6 ห้องเองค่ะ แพท Highly recommend

สำหรับสาวๆหนุ่มๆที่ต้องการความฟรุ๊งฟริ้งในวันพักผ่อน ที่พักอยู่ไม่ใกล้อะไรทั้งนั้นค่ะ

ขับออกมาจากเมือง Avignon ซัก 20 นาที ใกล้ๆมีแต่ Vineyard ต้องมีรถนะคะ

แพทเจาะจงจองห้องสีชมพู๊ หวานเลี่ยน แทบอาเจียนออกมาเป็นสีชมพูแล้ว

ขอไม่ลงรูปเยอะนะคะ รีวิวละเอียดในเพจของแพทแล้วไปตามอ่านเอาน้าา (เดี๋ยวลงเพจตอนจบ)



แพทแอบหาลายแทงพิกัดทุ่งลาเวนเดอร์มา ได้ประมาณนี้ ที่วงไว้คือที่ที่แพทไปวันแรกค่ะ


นางเพื่อนที่ไปด้วยนางเคยมาปีที่แล้ว ขู่นักขู่หนาว่าไม่มีหรอกแบบในโปสเตอร์

แกมาทำไม มีแต่เป็นหย่อมเล็กๆ ไปดูเขาใหญ่ยังสวยกว่าอีก แต่แพทไม่เชื่อค่ะ

ไม่จริ๊งงง แกอย่ามาทำลายฝันชั้นนะ ชั้นข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลจะต้องได้เห็นทุ่งลาเวนเดอร์

กว้างใหญ่ไพศาล สุดลูกหูลูกตาอย่างแน่นอนน



ขับไปตามเส้นทางลายแทงเป๊ะๆ เท่าที่เห็นก็อย่าเรียกว่าทุ่งเลย ขนาดน่าจะประมาณสวนหลังบ้าน


ใจแพทนี่เริ่มแป้ว ร่างเริ่มพัง จากถนนวกวนคดเคี้ยว เลยตัดสินใจว่า วันนี้เราพอแค่นี้

เราขับไปที่ Senanque Abbey ที่นั่นไม่ไกล คนไปถ่ายโปสเตอร์กันเยอะแยะ

ขี้หมูขี้หมา ต้องได้เห็นลาเวนเดอร์ใหญ่กว่าห้าแถวแน่นอน

และแล้วเราก็ไปถึงสถานที่จริงค่ะ สวยจริงๆ จุดนั้นเห็นแค่นี้ก็ว่าสวยมากแล้วค่ะ



มีทุ่งเล็กๆให้พอถ่ายเจาะ Portrait ได้อยู่ค่ะ


คืนนั้นเราไปหาร้านอาหารแถวที่พักกินกันจากคำแนะนำของโรงแรม เป็นร้านอาหารริมน้ำ


บรรยากาศดี โรแมนติคมากเลยทีเดียว ถึงแม้อาหารจะรสชาติไม่ค่อยได้เรื่องก็ตาม

แต่ก็คุ้มค่าที่ได้มา เวลาแพทมาเที่ยวมักชอบนอนในเมืองเล็ก ลองร้านอาหาร Local บ้าง

ร้านนี้แพทคิดว่าตั้งแต่เปิดมาเราอาจเป็นคนไทยคนแรกที่มาเหยียบก็เป็นได้

ได้มองคนแถวนี้เค้ามาเดทกัน ได้บรรยากาศดี



วันที่สองของการตามล่าลาเวนเดอร์ นางเพื่อนจอมขู่ไม่ยอมตื่นมาด้วยแล้วค่ะ


หึหึ แล้วนางจะเสียดายที่พลาดอะไรในชีวิตไป



คราวนี้แพทออกแบบเส้นทางมาล่วงหน้า ถึงแม้จะไม่ได้เห็นลาเวนเดอร์วันนี้ก็จะไม่เสียเที่ยว

เพราะเส้นนี้มี Lake แสนสวย ชื่อ Sainte Croix Du Verdon แพทขับมาเส้น D952 ค่ะ

แม้ถนนจะคดเคี้ยวชวนปวดหัว แต่ก็สวยคุ้ม เอาจริงๆ สวยกว่าที่คิดซะด้วยซ้ำ

ตอนนั้นใจคิดแล้ว ว่าถึงไม่เจอลาเวนเดอร์ก็ไม่เป็นไร น้ำสี turquoise ซะขนาดนี้

ถนนหนทางรายล้อมไปด้วยภูเขาแบบเมดิเตอร์เรเนียนสวยจับใจ โอย คุ้มๆๆ



นอกจากจะมีทะเลสาบยังมีเมืองเล็กน่ารัก Moustiers Sainte Marie แพทแนะนำให้มาทานอาหารเที่ยงที่นี่ แต่ต้องมาเที่ยงนะ เพราะบ่ายสองร้านปิดหมดแล้ว แม้จะเมืองเล็กจิ๋ว


แต่ก็มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์เชียวน้า ร้านรวงก็น่ารักน่าช็อปไปซะหมด

หลังจากอิ่มหมีเป็นที่เรียบร้อย เราไปล่าลาเวนเดอร์กันต่อ รอบนี้แพทไม่ต้องการพลาด


เข้าไอจีบล็อคเกอร์สาวฝรั่ง Reference ภาพถ่ายที่เราทำการบ้านมา กดไปที่ Location

ที่นึงเขียนว่า Plateau de Valensole อีกที่เขียนว่า Lavendes Angelvins ไปค่ะ

ขับตาม Gps ไปยังที่หมาย ระหว่างทางเห็นทุ่งลาเวนเดอร์ประปรายให้ใจชื้นพอเป็นน้ำจิ้ม

จนกระทั่งไปสะดุดตากับเจ้าทุ่งสีเหลืองนี้เข้า ไม่เกี่ยวกะลาเวนเดอร์แต่ไม่รอช้า

ไปโพสท่าแบบโปสเตอร์ The Sound of Music เลยค่าา



ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายค่ะ น้ำตาจะไหล ไม่ใช่แค่ทุ่งค่ะ นี่มันภูเขาสีม่วงชัดๆ


นี่ไงๆๆๆ สวยเหมือนโปสเตอร์ในปั๊มเลยยย แพทรีบหยิบกล้องมาถ่ายทันทีหนึ่งแช๊ะ

อ่าว ไม่สวยเลย ขณะนั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็นช่วงซัมเมอร์ แดดตรงหัวร้อนตับแลบ

ฟ้าขุ่น ทุ่งก็ดูแสงแข็งๆ ไม่สวยอย่างตาเห็น ถ่ายคนก็ตาเป็นแพนด้า



แพทวางกล้องทันที สูดกลิ่นหอมไปหลายเฮือก ขอเสพด้วยตาก็แล้วกัน

ส่วนงานภาพ รอเย็นกว่านี้ซักหน่อย ค่อยกลับมาถ่ายก็ยังทัน



แพทตัดสินใจไปจิบน้ำเย็นๆรอริม Lake แล้วกัน ขับต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง แต่กลับเจอของดีจนได้


ถนนที่ก่อนจะถึง Lake เนี่ย เต็มไปด้วยทุ่งลาเวนเดอร์ สีม่วง ตัดกับวิวภูเขาด้านหลัง

สวยแทบลืมหายใจ แต่จอดรถไม่ได้น้าา แพทไม่ได้เก็บภาพมา แต่เก็บโลเคชั่นมาฝากค่ะ

ตามที่ติดดาวเลย



หลังจากจิบน้ำให้ชื่นใจแล้ว ได้เวลาไปโลเคชั่นที่สอง ใจพร้อม ชุดก็พร้อม 555


เราไปยัง Lavendes Angelvin จริงๆคือร้านที่ขายผลิตภัณฑ์พวกสบู่ น้ำหอมลาเวนเดอร์

แพทแนะนำให้มาจอดถ่ายรูปที่นี่ ไหนจะแต่งตัวแน่นขนาดนี้ อุดหนุนของเค้าหน่อย

จะได้ไม่รู้สึกผิด 5555 ทุ่งลาเวนเดอร์ของเค้าสวยกว้างใหญ่ไม่แพ้ที่อื่น

ห้องน้ำ ที่จอดรถ พร้อม แพทพกขาตั้งกล้องไปด้วย ไม่เห็นเค้าจะเก็บค่าถ่ายภาพอะไร



ขณะที่แพทถ่ายเวลาประมาณหกโมงกว่า แต่ความจริงเวลาที่ถ่ายสวยที่สุดของช่วงนี้

คือประมาณสองทุ่มนะคะ แสงเป็นสีเหลืองทอง ฟ้าเป็นสีพาสเทล แต่เรากลัวจะกลับถึงที่พักดึก

และหิวแล้ว เลยถ่ายรูปให้จบมันตรงนี้แล้วกัน เป็นอันตายตาหลับ ก่อนกลับด้วยความเป็นเพื่อนที่ดี

เลยเฟสไทม์ไปเยาะเย้ยเพื่อนที่ไม่ยอมมาพอหอมปากหอมคอ เคราะห์ดีของนางที่นางไม่รับ



กระทู้จบละค่า ขอบคุณมากมากที่ติดตามนะคะ เดี๋ยวแพทจะมารีวิว Italian Riviera กันต่อด้วย



ใครชอบอย่าลืมไปติดตามแพทในเพจนะคะ ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ อิอิ

https://www.facebook.com/fovbypritshayada/

ในเพจรีวิวละเอียดเลย ทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่นอน



หรืออยากติดตามแบบ real time ไปดูในไอจีได้ค่ะ (แต่ไม่เขียนไรนะมีแต่รูป)

https://www.instagram.com/msforeveronvacation/



มีคำถามอะไรถามได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ อยากตอบ

ความคิดเห็น