สายถึกต้องลอง..."เขาหลวง"....สุโขทัย รีวิวโดย ไปเที่ยวทำไม

กราบบบบบบบบบ....สวัสดีครับ เจอกันอีกครั้งกับพวกเรา... ไปเที่ยวทำไม... หลังจากห่างหายไปนานเพราะติดงาน เลยทำให้รู้สึกว่าร่างกายโหยหาธรรมชาติเหลือเกิน ซึ่งจากการได้ลองหาที่ไปหลายๆที่ และตั้งโจทย์ไปว่า ใช้เวลาและเงินไม่มากเท่าไหร่ เลยตกลงปลงใจว่า ไปเขาหลวงกันเถอะ... เริ่มกันเลยนะครับ .... ทริปนี้

สายถึกต้องลอง..."เขาหลวง"....สุโขทัย

สายถึกต้องลอง..."เขาหลวง"....สุโขทัย

 วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 10.03 น.

 วันที่เดินทาง 20 ก.ย. 2559

กราบบบบบบบบบ....สวัสดีครับ เจอกันอีกครั้งกับพวกเรา... ไปเที่ยวทำไม... หลังจากห่างหายไปนานเพราะติดงาน เลยทำให้รู้สึกว่าร่างกายโหยหาธรรมชาติเหลือเกิน ซึ่งจากการได้ลองหาที่ไปหลายๆที่ และตั้งโจทย์ไปว่า ใช้เวลาและเงินไม่มากเท่าไหร่ เลยตกลงปลงใจว่า ไปเขาหลวงกันเถอะ...

เริ่มกันเลยนะครับ .... ทริปนี้มีสมาชิก 2 คน คือผมเบิร์ดกับน้องมีน ที่ลุยกันมาหลายทริปละ เริ่มต้นเราไปเจอกันที่หมอชิตครับ จัดการซื้อตั๋วรถทัวร์ ของ วินทัวร์ เที่ยวเวลา 22.00 ราคา 310 บาท บอกคนขายตั๋วไปว่าลงที่คีรีมาศได้เลยครับ

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงก็มาถึงแล้ววววว แต่บังเอิญนั่งเพลินไปหน่อย รถเลยจุดจอดที่คีรีมาศครับ ฮ่าาาาา ก็เลยต้องเปลี่ยนแผนไปลงที่สุโขทัยแทนครับ

จากนั้นพวกเราก็ไปตกลงราคากับพี่วินมอเตอร์ไซค์ให้ไปส่งที่เขาหลวง โดยตกลงราคาได้ที่ 350 บาทครับ ซ้อนไป 2 คน โดยขอให้พี่วินพาไป 7-11 เพื่อซื้อมาม่า ปลากระป๋อง ขนมปัง เพื่อเอาขึ้นไปทานข้างบนครับ และแวะตลาดสดซื้อข้าวเหนียวหมูทอดไว้เป็นมื้อเช้า และมื้อกลางวันครับ

ซื้อของเสร็จก็บึ่งตรงไปเขาหลวง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงแล้วครับ จัดการเรื่องค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาทให้เรียบร้อย

จากนั้นพี่วินก็เข้าไปส่งเราที่ศาลาเพื่อรอที่ทำการเปิดในเวลา 8 โมงเช้า ก้มมองดูนาฬิกา นี่เพิ่งตี 5 เอง ฮ่าๆๆๆ เอาวะ นอนรอละกัน

ตั้งนาฬิกาปลุกตอน 7 โมงกว่าๆ ตื่นมาล้างหน้าล้างตา แพ็คของที่จะฝากลูกหาบ จัดการมื้อเช้าให้เรียบร้อยยยยยยย

แพ็คของที่จะฝากลูกหาบเรียบร้อย (ค่าลูกหาบ กิโลละ 25 บาท) ทานข้าวเรียบร้อย ก็ได้เวลาที่ทำการอุทยานเปิดพอดี ระหว่างรอ จนท. เราก็ไปซื้อนํ้าดื่มและของอีกเล็กน้อยที่ร้านสวัสดิการของอุทยานครับ จากนั้นก็เดินกลับมาจองเต็นท์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ที่ทำการอุทยาน เต็นท์ใหญ่ 3 คน ราคา 225 บาท (มั้ง ลืม 55) แผ่นรองนอน ถุงนอน จองเสร็จเราก็เก็บใบเสร็จไว้ไปให้ จนท.ที่อยู่ข้างบนครับ

แวะคุยกับ จนท.อีกเล็กน้อย เราก็เริ่มออกเดินทางกันในเวลา 9.30 ครับ (ทาโลชั่นกันยุงให้เรียบร้อยนะ ยุงโหดมากกกกก) ประมาณ 200 เมตรแรก เป็นทางสบายๆครับ มีไม้เท้าให้เราหยิบยืมกันอยู่ข้างทาง หยิบไปเหอะ มันช่วยได้จริงๆ

แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

มีป้ายบอกระยะทางไปจุดต่างๆ

จากนั้นก็ได้เวลาลุยกันล่ะ ...

อย่างที่บอกฮะ พ้น 200 เมตรแรก ก็ขึ้นอย่างเดียววววววววววว...

มีจุดให้พักเราก็พักฮะ 555

แล้วก็เดินกันต่อ ก่อนหน้านี้ฝนตกลงมาทำให้ทางลื่นน่าดู แต่สีเขียวก็สบายตาสุดๆครับ

บางช่วงจะมีราวให้ช่วยจับพยุงตัวขึ้นไป

พักต่อฮะ นํ้าตาจะไหล พักนานไม่ได้ ยุงเยอะมากกกก

อะ แรงมา ไปต่อโลดดดดด ทางราบอยู่ไหนนนนนนนนนน !!!

เดินไป ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก็เพลินดีครับ ต้นไม้สูงใหญ่ สีเขียวสด ชอบเลยยย

ถ้าเห็นทางเดินริมหน้าผาแบบนี้ ก็แสดงว่าใกล้ถึงจุดชมวิวละฮะ

ถึงจุดชมวิวแล้ววว มีฝนโปรยลงมานิดนึง พักแปบนึงแล้วลุยต่อฮะ

ลืมบอกไป เวลานั่งระวังไม้มันหนีบก้นด้วยนะฮะ เจ็บมาก นํ้าตาจะไหล

พักขา พักเท้า หายเหนื่อยแล้วเดินกันต่อครับ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือชันขึ้น -_-

จุดพักนี้อยู่ระหว่างจุดชมวิวกับ นํ้าดิบผามะหาด มีนํ้าดิบที่ต่อท่อลงมา ผมลองแล้ว อร่อยมาก 555 จัดการใส่ขวด ประหยัดดี

จากนั้นก็ไปกันต่อยังจุดพัก นํ้าดิบผามะหาด ถึงตรงนี้ก็แปลว่าครึ่งทางละครับ พักผ่อนดื่มนํ้า ล้างหน้ากันได้ครับ

อ่ะ ชื่นใจ ไปกันต่อ

เดินเรื่อยๆ รู้สึกหิว ตอนแรกนึกว่าจุดนี้เป็นจุดพักที่เรียกว่าไทรงาม เลยตัดสินใจเอาวะ กินข้าวเที่ยงตรงนี้ล่ะ เป็นข้าวเหนียวหมูที่เตรียมมาครับ

กินเสร็จ เก็บขยะให้เรียบร้อย แล้วออกเดินกันต่อครับ ระหว่างนี้ตะคริวเริ่มมาละ โอ้ยยยย

ถึงจุดพัก ไทรงามครับ ธรรมชาติสรรค์สร้างจริงๆ

ถึงตรงนี้ตะคริวมาเต็มฮะ พักแปบบบ

จากไทรงามเดินมาอีกประมาณ 320 เมตร จะถึงปล่องนางนาคฮะ ถึงนี้ก็อีกนิดเดียวแล้วววว

จากปล่องนางนาค เดินอีก 200 เมตร จะถึง พระยาแล่นเรือ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนถึงแคมป์ละครับ ดีใจๆ 55

ถึงตรงนี้เริ่มยิ้มได้ละฮะ อีก 200 เมตรเราก็จะพิชิตเขาหลวงได้แล้วโ้วยยยย

กัดฟันเดินต่ออีก 200 เมตรฮะ ถึงสักที 555

นั่งพักแปบนึงก็เอาใบเสร็จจากข้างล่างไปติดต่อเรื่องเต็นท์ได้เลยครับ

หลังจากติดต่อเรื่องเต็นท์เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาพักก่อนออกไปลุยดูพระอาทิตย์ตกกันฮะ

เกือบๆ 5 โมงเย็น พักจนหายเหนื่อยแล้ว ระหว่างกำลังเตรียมกล้องเพื่อที่จะไปชมพระอาทิตย์ตกที่เขาแม่ย่า ฝนก็ได้เทลงมา เลยต้องวิ่งไปหลบในที่ทำการ แต่เอาวะ ขึ้นมาทั้งที เสื้อกันฝนก็เอามา ลองไปละกันเผื่อฟ้าหลังฝนมันจะสวยยยยยย

จุดชมพระอาทิตย์ตกคือ เขาแม่ย่า อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 980 เมตร ทางไปก็ชันขึ้นอย่างเดียว แถมทางลื่นมาก ระวังกันด้วยน้าาาา

แยกซ้ายไปเขาแม่ย่า แยกขวาไปเขานารายณ์จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นครับ

มีบางช่วงที่ต้องเดินในป่า ติดไฟฉายไปด้วยก็ดีนะครับ เผื่อขากลับมันมืด

มองกลับไปข้างหลังจะเห็นผานารายณ์อยู่ลิบๆฮะ

พอขึ้นถึงยอดเท่านั้นแหละ .... ฟ้าเป็นใจมากครับ ที่ให้เราได้เห็นอะไรแบบนี้

แวะถ่ายรูปตรงนี้อยู่อึดใจนึง ก็เดินขึ้นไปบนยอดครับ ตอนนั้นหมอกกำลังเคลื่อนเข้ามาแล้ว

ความรู้สึกตรงนั้นมันปลอดโปร่ง สบาย รู้สึกอิสระมากๆ

หมอกก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามา

จนมองอะไรไม่เห็นเลยครับ

ก็นั่งเล่นนอนเล่นกันพักนึง ตัดสินใจกลับดีกว่า เดี๋ยวทางจะมืด เพราะหมอกลงหนามาก

กลับถึงแคมป์ ฝนก็ลงอย่างต่อเนื่อง หมอกลงหนาเช่นกัน ส่วนมื้อเย็นขอแบบง่ายๆครับ มาม่า ปลากระป๋อง

หลังจากนั้นก็อาบนํ้า นอนฟังเสียงฝนครับ อากาศไม่ถึงกับหนาวมาก กำลังเย็นสบายย พักผ่อนให้พอ เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุยต่อครับ

ตื่นเช้ามา ตี 5.30 เปิดเต็นท์ออกมา ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ตายๆ ไปไม่ทันแสงเช้าแน่ๆ เลยรีบเดินกัน ทางก็ลื่น พอขึ้นไปถึงผานารายณ์เท่านั้นแหละ ภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือ


ผานารายณ์ก่อนพระอาทิตย์จะพ้นขอบเมฆออกมาครับ

ไฮไลท์มันอยู่ตรงที่ ช่วงที่พระอาทิตย์พ้นขอบเมฆออกมา ลมได้พัดไอหมอกที่อยู่ตรงขอบผาขึ้นมาพอดี พอแสงอาทิตย์ปะทะกับไอหมอกเท่านั้นนนนนน

พอแสงมาแล้ว ไอที่สวยอยู่แล้ว ก็ยิ่งสวยเข้าไปอีก

หมอกก็พัดมา พัดไป เซลฟี่แป้บบ

พระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูงแล้ว ท้องก็เริ่มหิว กลับแคมป์กันเถอะ

กลับถึงแคมป์ก็ทานข้าวเช้า แล้วแพ็คของที่จะฝากลูกหาบขากลับให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะไปลุยกันต่ออีกยอดเขานึง

หลังจากฝากของกับลูกหาบเสร็จ ก็ไปต่อที่ยอดเขาเจดีย์ ทางขึ้นจะอยู่ตรงห้องนํ้าครับ

ทางชันเหมือนเคย เดินข้ามลำธารไปครับ

พอพ้นช่วงที่เป็นป่าไป เจอฟ้าใสๆ ลมเย็นๆ เหมือนเดินอยู่บนเมฆ 555

ซึมซับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินกลับครับ ขาลงไม่เหนื่อย แต่ระวังอาการบาดเจ็บด้วยนะฮะ เข่าจะรับภาระค่อนข้างหนัก

พอเดินลงมาถึงที่ทำการ ก็อาบนํ้า แล้วโทรให้พี่วินมารับ ขากลับพี่เขาคิดแค่ 250 บาทครับ เป็นการปิดทริปเขาหลวงสุโขทัย

เขาหลวง สุโขทัย มาไม่ยากครับ ขอแค่ใจถึงๆ ไปถึงได้ทุกคนครับ อาจจะเหนื่อย เมื่อย แต่เมื่อฝ่าฟันไปได้ สิ่งที่รออยู่นั้นคุ้มค่าครับ สำหรับทริปนี้ ถ้าผิดพลาดอะไร ขออภัยด้วยนะคร้าบบบ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม

ขอบคุณครับ

/ไปเที่ยวทำไม

___________________________________________________________________________________

ค่าใช้จ่าย

- รถทัวร์ขาไป 310x2 = 620 บาท (ป.1)

- รถทัวขากลับ 240x2 = 480 บาท (ป.2)

- ค่าลูกหาบ ขาไป 21 กิโล ขากลับ 15 กิโล = 525+375 = 900 บาท

- ค่าอุทยาน 40x2 = 80 บาท

- ค่าวินมอเตอร์ไซค์ 350 + 250 = 600

- ค่าของกิน ตีกลมๆ 600 บาท

- ค่าเตนท์ 250 บาท

รวม 2930 บาท หาร 2 คนละ ประมาณ 1500 บาทครับ


ความคิดเห็น