[ชายคาตะวัน] Let'go south..เมืองหนึ่ง ธรรมสอง ต้องห้าม..พลาด จ.นครศรีธรรมราช รีวิวโดย ชายคาตะวัน

สวัสดีลมร้อน และสายฝนฉ่ำ หวังว่า คงร้อนกันถ้วนทั่วนะครับเพื่อนๆ ช่วงวันหยุดยาว สงกรานต์ที่ผ่านมา ( 12-15 เมษายน 2558 ) ผมได้รับเชิญจากททท. ให้เข้าร่วมทริป Let's go south สงกรานต์เมืองสองธรรม ประเพณีงามล้ำแห่นางดานจ.นครศรีธรรมราชโดยมีสายการบิน Nok Air เป็นสปอนเซอร์พาบิน นครสองธรรม จ.

[ชายคาตะวัน] Let'go south..เมืองหนึ่ง ธรรมสอง ต้องห้าม..พลาด จ.นครศรีธรรมราช

[ชายคาตะวัน] Let'go south..เมืองหนึ่ง ธรรมสอง ต้องห้าม..พลาด จ.นครศรีธรรมราช



สวัสดีลมร้อน และสายฝนฉ่ำ หวังว่า คงร้อนกันถ้วนทั่วนะครับเพื่อนๆ ช่วงวันหยุดยาว สงกรานต์ที่ผ่านมา ( 12-15 เมษายน 2558 ) ผมได้รับเชิญจากททท. ให้เข้าร่วมทริป Let's go south สงกรานต์เมืองสองธรรม ประเพณีงามล้ำแห่นางดานจ.นครศรีธรรมราชโดยมีสายการบิน Nok Air เป็นสปอนเซอร์พาบิน


นครสองธรรม จ.นครศรีธรรมราช หนึ่งใน สิบสองเมืองต้องห้ามพลาด ของ ททท. เมืองที่ ธรรมมะ กับ ธรรมชาติ มาประสานกันอย่างลงตัว สำหรับ ธรรมมะ นครศรีธรรมราช กับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระบรมธาตุยอดทองคำ ความมหัศจรรย์ของยอดพระธาตุไร้เงา มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน ยิ่งช่วงปี 2550 องค์พ่อจตุคามรามเทพ ก็ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ที่ทำให้คนไทยทุกวงการเพิ่มพลังศรัทธาในองค์จตุคาม รามเทพ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

ส่วนธรรมชาติ ของเมืองนครฯ ก็มีมากมาย ทั้งเสน่ห์ของทะเลแสนงาม ทั้งขุนเขา แมกไม้ สายธาร จัดกันมาเต็มๆครับ


ถ้าเห็นว่ารีวิวพอจะมีประโยชน์ก็ช่วยแชร์ด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

อีก 1 ช่องทางติดตามผลงานผมคือ เพจชายคาตะวัน https://www.facebook.com/Chaicatawan


12 เมษายน 58 05.00 น. พวกเราเหล่าบล็อกเกอร์พร้อมกันที่สนามบนดอนเมือง และ เวลา 06.00 น. ออกเดินทาง กทม.- นครศรีธรรมราช เที่ยวบินDD 7804 ระหว่างทางเดินไป Gateสายการบิน Nok Airมีลานลูกนก ให้เด็กๆได้เล่นระหว่างขึ้นเครื่อง


อาหารว่างบนเครื่อง อย่างเบารองท้องไปก่อน เดี๋ยวค่อยไปล้างแค้นจัดหนักที่เมืองนคร



นกเหล็กใช้เวลาเหินอยู่บนเวหา ชั่วโมงเศษๆ ก็ถึง นครสองธรรม เมืองที่ต้องห้าม... พลาด จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้วครับ



สนามบินนครศรีธรรมราช มีเจ้าโลมาน้อยสีชมพูมาต้อนรับด้วย



เติมพลังยามเช้าที่ร้าน โกปี๊

เราเดินทางต่อกันด้วยรถตู้ 2 คัน จุดแรกเลยคือ ทานอาหารเช้า เราไปทานที่ร้านโกปี๊ สาขาศาลากลาง แรกเห็นก็ตะลึงครับ คนเยอะมาก สงสัยต้องอร่อยแน่ๆ


อันนี้จานแรกคือนี่เลย อร่อยหวานมัน



แล้วก็ บะกุดเต๋เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆอันนี้ถูกปากชายคาตะวัน ยิ่งนัก ซัดซะเกือบอิ่ม อร่อยครับ



ปาท่องโก๋ยักษ์ทอดใหม่ๆ



แต่ที่ดูอลังการดาวล้านดวงนั่นคือ ติ่มซำ ยกขบวนมาเยอะมาก แต่แอบกระซิบนิดนึง.. ติ่มซำบางเข่งเค็มไปหน่อย อิอิ


พระตำหนักประทับแรม อำเภอปากพนัง

สร้างขึ้นในโครงการสร้างบ้านให้พ่อ เป็นพระตำหนักแห่งแรกที่พสกนิกรชาวไทยร่วมแรงร่วมใจกัน จัดสร้างเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ทรงงานในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเยือนจังหวัดนครศรีธรรมราช


พระตำหนักแห่งนี้อยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วยอาคารพระตำหนัก พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ และประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ โครงการด้านน้ำ ประวัติโครงการ รวมถึงเรื่องราวของแหลมตะลุมพุกที่ประสบมหาวาตภัย


ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์

เป็นโครงการที่ในหลวงทรง ช่วยเหลือชาวนครฯ ด้านน้ำ ที่ประสบปัญหาอย่างหนัก จากเดิมในอดีตที่มีการปลูกข้าวกันมาก ปัจจุบันด้วยความนิยมการทำนากุ้ง ทำให้ทุกอย่าง เปลี่ยนไป ที่ดินนาเดิม กลายเป็นนากุ้ง มีการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนมากขึ้น และเมื่อราคากุ้งตก นากุ้งก็ร้าง ดินเค็ม และกลับมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ กลายเป็นนาร้างมากมาย จึงทำให้เกิดโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ


คอนโดนกนางแอ่น

ในอำเภอปากพนัง เราจะเห็นตึก เหมือนบ้านเรือนของคน แต่ทว่ากลับปลูกสร้างเพื่อให้เป็นที่อาศัยของนกนางแอ่น เพื่อเก็บรังนกขาย จะเห็นว่ามีจำนวนเยอะมากๆสาเหตุที่ปากพนัง มีนกนางแอ่นมาอาศัยก็เพราะว่าอยู่ไกล้แม่น้ำ และฝั่งทะเล มีป่าชายเลน และสภาพแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งกำเนิดแมลงตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของนกนางแอ่น จึงทำให้มีนกนางแอ่นเข้ามาอาศัยเป็นถิ่นฐาน และหากินจำนวนมาก ปัจจุบันในปากพนัง มีคอนโดนกนางแอ่น อยู่ราวๆ 250 หลัง แต่ละหลังสูงไม่เกิน 7 ชั้น ออกแบบปลูกสร้างอย่างสวยงาม


ตลาด 100 ปีปากพนัง

อยู่ริมฝั่งแม่น้ำปากพนังฝั่งตะวันออก เป็นตลาดเก่าแก่ของชุมชนชาวปากพนัง คณะเราเดิน เข้าตลาดด้านหลังริมแม่น้ำปากพนัง สองฟากฝั่งจะเห็นคอนโดนกนางแอ่นเต็มไปหมด


เราเดินลัดเลาะตลาดริมน้ำ ของขายเยอะจริงๆ อย่างพวกอาหารทะเลสดๆ ปลานี่เยอะมากๆครับ มีทั้งสดๆ และแบบแห้งหรือแปรรูป



ยังไม่หมดครับ ยังมีอีก



อันนี้เจอกำลังตากแดดอยู่ครับ



แล้วก็มี ผลไม้หลากหลายชนิด เดินชมแล้วเพลิดเพลินดีครับ แล้วค่อยๆ ออกมาด้านติดถนน จึงมาเห็นป้ายตลาด เดินชมวิถีชาวปากพนังไปเรื่อยๆครับ


นี่เป็นตึกในแบบชิโนโปรตุกีส เก่า แต่คลาสสิคมากๆ ว่ากันว่าบ้านหลังนี้คือหลังแรกๆที่นกนางแอ่น มาอยู่



เครื่องถมนคร

เรามาดูการทำเครื่องถมกันครับ ที่ศูนย์ส่งเสริมอนุรักษ์เครื่องถม วิทยาลัยศิลปหัตถกรรม นครศรีธรรมราช เครื่องถมนคร งานหัตถกรรมของนครศรีฯ มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 400ปี งานเครื่องถมเป็นงานปรานีต กรรมวิธีสลับซับซ้อนเดิมทำขึ้นเพื่อส่งเป็นเครื่องราชบรรณาการแก่พระมหากษัติรย์ต่างประเทศ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กำไล สร้อยคอ แหวน พาน ขัน ถาด เป็นงานที่ทำด้วยมือทั้งสิ้น


เครื่องถมนครที่ทำด้วยเงินแท้ นั้นมีอยู่ 2 ชนิด คือ ถมดำและถมทอง ถมดำนั้นมีลวดลายเป็นสีเงินบนพื้นดำ ส่วนถมทองก็มีลวดลายเป็นสีทอง ซึ่งเกิดจากการใช้ทองคำผสมกับปรอททาบนผิวเครื่องถมแล้วนำไปรมความร้อนให้ปรอทระเหยไปหมด ทองคำก็จะติดกับเนื้อเงินแน่นเป็นลวดลายตามต้องการ ไม่หลุดลอก ส่วนพื้นที่ถมลงไปก็ยังเป็นสีดำเหมือนเดิม เครื่องถมของนครศรีธรรมราชนั้นทราบมาวาเป็นเครื่องถมคุณภาพเยี่ยมโดยแท้



โรงแรมขนอมโกลเด้นบีช

ลุยมาทั้งวันได้เวลาเช็คอินกันแล้วครับ วันแรกเราพักที่ โรงแรมขนอมโกลเด้น บีชเป็นโรงแรมใหญ่ อยู่ติดหาดขนอมเลย มาถึงก็เย็นๆแล้ว เก็บสัมภาระเข้าห้องก่อน ห้องพักเป็นเตียงคู่ มีระเบียงเห็นวิวทะเล


เก็บของเสร็จ ลงไปเดินหาดดีกว่า เดินเล่นรับลมทะเลซักพัก แสงทไวไลท์ก็เริ่มมา ผมถ่ายไปเรื่อยๆ



ร้านอาหารข้างๆโรงแรม



ทะเลกับแสงทไวไลท์ ผมว่ามันมีเสน่ห์มากๆครับ



ช่วงเช้า ตื่นมาถ่ายอีกครับ คราวนี้ลุ้นไข่แดงที่หาดกันหน่อย แต่ลุ้นไม่ขึ้นเลยครับ ไข่แดงขนอมเช้านี้ เหนียมอายไม่ยอมโผล่หน้ามาให้เห็นเลยครับ แต่บรรยากาศยามเช้าแม้จะเป็นหน้าร้อนเดือนเมษา แต่ก็พอมีลมเย็นๆมามาประทะบ้าง อยากบอกเพื่อนๆว่า คุ้มที่จะตื่นมาชิลล์จริงๆครับ


โลมาสีชมพู

กิจกรรมเช้านี้ของเรา หลังจากอาบสายลม ชมแสงแรกแห่งวันกันไปแล้วก็คือ ล่องเรือชมโลมาสีชมพู ที่อ่าวขนอม เราใช้บริการของ ขนอมฟิชชิ่ง แอนด์ ทัวร.ล่องเรือยามเช้า อ่าวขนอมบรรยากาศชิลล์ๆ ล่องมาไม่นานนักก็ถึงจุดนัดพบสบตาโลมาสีชมพู เรือจอดนิ่ง คอยสังเกตุว่าเจ้าโลมา จะโผล่มาด้านไหน คนพร้อม กล้องพร้อม เลนส์พร้อม แต่โลมา ยังไม่พร้อมครับ อิอิ


ไม่นานนัก โลมาก็พร้อมมาทักทายเราแล้ว เป็นที่น่าพอใจครับ ขึ้นมาโชว์เยอะเหมือนกัน แต่มาแบบแว่บๆ ไม่ขึ้นมาเต็มๆซักครั้ง



ช่วงนี้เสียงลุ้นของคณะเราในเรือ ดังขึ้นมาเรื่อยๆ ใครเจอตรงไหนก็ตะโกนบอกกัน จะได้ถ่ายรูปได้ทัน



โลมาที่พบในทะเลขนอม มี 3 สายพันธุ์ คือ โลมาอิรวดี โลมาปากขวด และโลมาหลังโหนก หรือโลมาสีชมพู ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญญลักษณ์ของทะเลขนอมเป็นพันธ์ โลมาตอนแรกเกิด จะมีสีดำ วัยเด็กสีเทา วัยรุ่นจะสีเทาและปนจุดสีชมพู และถ้าโลมายิ่งมีอายุมากจะมีสีสว่างขึ้น จนถึงเป็นสีชมพู สีชมพูนี้มาจากสีของหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินไป


พฤติกรรมโดยทั่วไป ชอบอยู่บริเวณชายฝั่ง หรือบริเวณที่มีความลึกไม่เกิน 20 เมตร บริเวณที่โลมาอาศัยอยู่ มักจะพบว่า ชายฝั่งทะเลนั้นจะมีป่าชายเลนอยู่ด้วยแต่จะต้องอยู่ในบริเวณน้ำตื้นเท่านั้นโลมาสายพันธุ์นี้ ชอบอาศัยประจำที่หรือมีการย้ายที่อพยพน้อยมากและอาศัยไม่ห่างจากชายฝั่งเกินระยะ 1 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวพบเห็นได้ง่าย โดยมักจะพบเห็นตั้งแต่ตอนเช้า จะอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 10 ตัว ว่ายน้ำช้า ประมาณ 4.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะดำน้ำประมาณ 40-60 วินาที ก่อนจะโผล่ขึ้นมาหายใจ


บล็อกเกอร์ต่างจ้องถ่ายน้องโลมาอย่างใจจดใจจ่อ



เขาหินพับผ้า

หลังพบสบตาโลมา กันไปแล้ว เราก็เดินเรือต่อ


เพื่อชมความงามของธรรมชาติ เป็นปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา ที่เห็นได้บนเขาหิน และเกาะบางเกาะในทะเลขนอม บริเวณหน้าอ่าวเตล็ด คือที่เกาะท่าไร่ เกาะนุ้ยนอก เขาหลักซอ และชายฝั่งอ่าวเตล็ด ลักษณะจะเหมือนเป็นแผ่นหิน ที่ทับซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆสูงขึ้นไป ด้านบนมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหลายชนิด


เขาหินพับผ้า เกิดจากกระบวนการหินตะกอน (sedimentary process) ที่มีการตกตะกอนของหินที่มีส่วนประกอบ และความแข็งต่างกัน เป็นชั้นๆ ในท้องทะเล ต่อมามีการเอียงและยกตัวของเปลือกโลกชั้นหินดังกล่าวก็เกิดเป็นหน้าผา เมื่อถูกกระแสน้ำ และลม กัดกร่อนเอาชั้นที่อ่อนกว่าออกเหลือชั้นที่แข็งแกร่งกว่า ก็จะดูเหมือนแผ่นหินที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆเปรียบเหมือนขนมชั้น หรือผ้าที่พับไว้ จึงเป็นที่มาของชื่อ " หินพับผ้า " เมื่อนักท่องเที่ยวฝรั่งได้มาเห็นที่นี่ก็บอกว่า เขาหินลักษณะนี้คล้ายกับ Pancake rock ที่เมือง Punakaiki ประเทศนิวซีแลนด์เลยเรียกหินพับผ้านี้ว่า " แพนเค้ก ร็อค เมืองไทย "


หลวงปู่ทวดเกาะนุ้ย

เรานั่งเรือย้อนกลับมาที่เกาะนุ้ย เพื่อกราบไว้หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด จะเห็นว่ามีเรือนักท่องเที่ยวแวะมาไม่ขาดสาย


ในตำนานเล่าขานกันมาคือ เมื่อครั้งหลวงพ่อทวดเดินทางจากสงขลาไปยังกรุงศรีอยุธยาด้วยเรือสำเภา ระหว่างทางเกิดคลื่นลมแรงเรือไปต่อไม่ได้ ต้องลอยลำอยู่กลางทะเลจนน้ำจืดหมด หลวงพ่อทวดได้แสดงอภินิหาร เอาเท้าเหยียบน้ำทะเล กลายเป็นน้ำจืดดื่มกินได้ ให้ลูกเรือขนน้ำไปใช้ในระหว่างการเดินทาง


บ่อน้ำจืด วันนี้ จมอยู่ใต้น้ำ เพราะเป็นช่วงน้ำขึ้น แต่ใบนี้ผมถ่ายจากครั้งก่อนที่เคยมาตอนตอนน้ำลด ผมเห็นนักท่องเที่ยวบางคนลองพิสูจน์ ความจืดของน้ำด้วยครับ



ระหว่างทางเดินขึ้น มีร้านขายของที่ระลึกด้วย มีน้องโลมาชมพูตัวเล็กๆ น่ารักขาย



เรื่องเล่านี้มีสืบทอดกันมาร่วม 400 ปี อาจจะพิศดารแตกต่างกันไปบ้าง แต่เป็นเรื่องราวที่ ชาวบ้านย่านนี้ให้ความเชื่อถือ เมื่อพบว่ามีบ่อน้ำจืดอยู่กลางทะเลที่เกาะนุ้ย


หลังจากกราบไหว้ขอพรหลวงปู่ทวด ก็ได้เวลาอำลาหลวงปู่ เพราะเมฆฝนตั้งเค้ามาแล้วฟ้ามืดมาเชียว สักพักฝนก็เทลงมา เก็บกล้องไม่ทัน โดนฝนไปบ้าง แต่ก็ยังใช้งานได้อยู่ครับ


วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

หลังเจอฝนหนัก เปียกปอนกันไป ก็เดินทางต่อเข้าเมือง ไปกราบไหว้วัดพระธาตุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ


ตามตำนานเล่าว่า ในสมัยอาณาจักรตามพรลิงค์ เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลานำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆไว้รายรอบเมื่อแรกสร้างเป็นสถาปัตย์แบบศรีวิชัย


ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมมาโศกราชได้สร้างเมืองนครศรีธรรมราช จึงสร้างเจดีย์องค์ใหม่ แบบสถาปัตยกรรมลังกาทรงคว่ำครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ มีความสูง 55.78 เมตร ภายในพระบรมธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า


ในปี 2538 กรมศิลปากรบูรณะปลียอดเป็นทองคำ โดยใช้ทองคำเนื้อสิบหุ้มโดยรอบ จากฐานบัวคว่ำบัวหงายถึงปลียอด 6.80 เมตรปัจจุบันพระอารามหลวง ชั้นเอกแห่งนี้ เป็นปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ และของประเทศไทย


ภายในวัดพระมหาธาตุ มีวิหารประดิษฐานอยู่หลายหลัง เริ่มจาก พระวิหารหลวง เป็นสถาปัตยกรรมอยุธยาปัจจุบันเป็นอุโบสถของวัดพระมหาธาตุ วิหารสามจอม ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ พระศรีธรรมาโศกราช วิหารพระมหาภิเนษกรมน์ ( พระวิหารทรงม้า ) ประดิษฐานองค์ท้าวจตุคาม-รามเทพ


วัดพระมหาธาตุ และองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธทั่วไป ไม่เฉพาะชาวไทยเท่านั้น ยังมีจีน มาเลยเซีย สิงคโปร์ เดินทางมาสักการะอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะวันสำคัญอย่างวันมาฆะบูชา วันวิสาขบูชารวมถึงงานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ งานบุญสารทเดือนสิบ เชื่อกันว่า หากได้สักการะพระบรมธาตุเจดีย์จะทำให้ชีวิตมีความสุขพบกับความสำเร็จ และหากได้สักการะครบ 9 ครั้ง( ปีละครั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี )จะยิ่งทำให้พบกับความเจริญรุ่งเรืองในด้านการงานค้าขาย และประกอบธุรกิจ มีโชคลาภ และมีชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข


ชายเลซีฟู๊ด

หลังจากสักการะพระบรมธาตุเจดีย์แล้ว ก็ได้เวลาอาหารค่ำครับ เราไปทานกันที่ร้าน ชายเล ซีฟู๊ด บรรยากาศริมน้ำ เราไปถึงช่วงแสงกำลังงามกันเลย ถ่ายบรรยากาศ2-3 รูป


แล้วจึงมาจัดการกับอาหาร ทั้งถ่ายรูป และนำไปย่อยในกระเพาะอย่างรวดเร็ว ร้านนี้ ชายคาตะวัน แนะนำเลยครับ อาหารทะเลเค้าสดมากๆ อร่อยถูกปากจริงๆทั้งปูหมึก กุ้ง ปลา


ตบท้ายด้วยของหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง เพิ่มพลังงาน เพิ่มน้ำหนักกันหน่อย จานนี้ก็มาเร็ว ไปเร็วเหมือนกันครับ อิอิ



ออกจากร้าน ชายเลซีฟู๊ดแล้ว เราเข้าไปเก็บภาพในวัดพระบรมธาตุกันต่อ เพราะเวลากลางคืน เปิดไฟแสงสวยมากๆ เสียดายไม่ได้ถ่ายช่วงแสงทไวไลท์


โรตีป้าหนอม

เป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น ที่ชาวนครนิยมดื่มชา และกินโรตี แรกพบผมก็ตะลึงอีกครั้ง ร้านโรตีป้าหนอมคนจะเยอะไปไหน พวกเราต้องรอโต๊ะว่างอยู่นาน แถมว่างแล้วยังต้องนั่งเบียดๆกันอีกด้วย ระหว่างรอโรตี กับชาดำเย็น ผมก็ได้แต่ครุ่นคิดในใจว่า มันจะอร่อยแค่ไหนนะ เพราะเห็นลูกค้าเต็มร้าน แถมลีลาการทำโรตีของพนักงานก็มันจริงๆ


แล้วการรอคอยก็สิ้นสุด เมื่อโรตีและชาค่อยๆทยอยมา ผมได้ลิ้มลองรสชาติแล้ว บอกได้ว่า ก็อร่อยดี แต่ก็ไม่ได้อร่อยมากมายนัก หลังจากนั้นพวกเราก็กลับโรงแรมพักผ่อน


ทริปนครศรีธรรมราช 4 วัน 3 คืนยังไม่จบ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ มีเรื่องราวครบทั้งสองธรรม ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาให้กำลังใจ แม้แต่เพียงคลิกเข้ามาดู ก็ดีใจแล้วครับ แต่ถ้าเข้ามาโหวต มาไลค์ มาแชร์ มาเม้นท์ด้วย ผมก็ยิ่งดีใจขึ้นไปอีก เป็นกำลังใจของคนเขียนรีวิวน่ะครับ นอกจากนี้ก็ขอขอบคุณสปอนเซอร์ ทั้ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) และสายการบิน นกแอร์ รวมถึงพื้นที่รีดมี สำหรับการรีวิว


ท้ายนี้ อย่าลืมนะครับ อย่าแค่เข้ามาดูในรีวิว ต้องไปชิลล์ ด้วยตนเอง เมืองไทยสวยงาม และพร้อมเสมอที่จะโอบกอดเราให้หายเหนื่อย

เที่ยวไป ยิ้มไป เมืองไทยของเรา

จากใจ ................ชายคาตะวัน

ความคิดเห็น