ที่พักหลักร้อย วิวพระธาตุหลักล้าน ในราคาแบงก์พันมีทอน!
เขียนโดย: ตานิ้ง
รูปภาพทั้งหมดโดย: นักเขียน

ถ้าพูดถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นการไปกราบสักการะวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่าวัดพระธาตุใช่ไหมครับ ล่าสุดผมมีโอกาสได้ลงไปทำธุระและถือโอกาสเที่ยวพักผ่อนที่เมืองคอนมา และได้ไปเจอที่พักที่หนึ่งที่ต้องบอกว่าเจอแล้ว ที่พักในฝันของคนอยากใกล้ชิดพระธาตุ นั่นคือโรงแรม Villa Lapin (วิลล่า ลาภิน) โรงแรมเปิดใหม่ใจกลางเมืองที่ทำเอาผมประทับใจจนต้องหยิบมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ครับ

ต้องบอกว่าทำเลของ Villa Lapin นี่มันคือระดับแรร์ไอเทมจริงๆ เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากวัดพระมหาธาตุฯ เพียงแค่ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ถ้าใครนึกไม่ออกว่าใกล้แค่ไหน ลองนึกภาพดูว่าคุณเดินออกจากโรงแรมไปหน้าปากซอย แป๊บเดียวก็เห็นกำแพงวัดแล้วครับ นี่คือจุดแข็งที่สุดเพราะตอนเช้าตรู่เราสามารถตื่นขึ้นมาแล้วเดินไปตักบาตร หรือเดินไปร่วมเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนาได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องรถติดหรือหาที่จอดรถหน้าวัดซึ่งหายากยิ่งกว่าทอง การได้พักใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองขนาดนี้ มันทำให้รู้สึกสงบใจและอิ่มบุญอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ

ทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้าไปในตัวอาคาร สิ่งแรกที่มาทักทายและประทับใจมากๆ คือกลิ่นหอมครับ ห้องและบริเวณล็อบบี้มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์มาก เป็นกลิ่นสะอาดๆ ที่ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายไปเกินครึ่ง สัมผัสได้เลยว่าเจ้าของโรงแรมใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้แขกที่มาพักรู้สึกผ่อนคลายที่สุด และที่ขาดไม่ได้เลยคือพนักงานครับ พนักงานที่นี่ใจดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสตามสไตล์คนใต้ที่จริงใจ เข้าไปถึงก็ทักทายอย่างเป็นกันเอง แนะนำการใช้คีย์การ์ด และบอกพิกัดร้านอาหารอร่อยๆ รอบๆ โรงแรมแบบไม่มีกั๊ก ใครที่กลัวว่าจะมาพักแล้วเกร็ง ลืมความคิดนั้นไปได้เลยครับ ที่นี่ดูแลกันเหมือนพี่น้องจริงๆ

มาถึงในส่วนของห้องพักกันบ้าง ผมได้ห้องบนชั้น 3 พอเปิดประตูเข้าไปปุ๊บ กลิ่นหอมแบบที่เจอตรงล็อบบี้ก็ตามมาส่งถึงในห้องเลย ตัวห้องพักใหม่มาก ตกแต่งแบบเรียบง่ายสบายตา สิ่งที่ผมเลิฟที่สุดคือเตียงนอนครับ เตียงนุ่มกำลังดี ไม่ยวบจนปวดหลัง ผ้าห่มสะอาดสะอ้านและหนานุ่มมาก เรียกว่าเป็นเตียงดูดวิญญาณของจริง หัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับยาวถึงเช้าเลย

ส่วนห้องน้ำก็กว้างขวางผิดคาดครับ ปกติโรงแรมราคาหลักร้อยหรือพันต้นๆ ห้องน้ำมักจะแคบ แต่ที่นี่ออกแบบมาดีมาก แบ่งโซนเปียกแห้งชัดเจน น้ำแรงสะใจอาบสนุกมาก

ภายในห้องยังมีตู้เย็นขนาดกะทัดรัดมาให้ด้วย ซึ่งจำเป็นมากสำหรับอากาศเมืองไทย เอาไว้แช่น้ำดื่มที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ฟรี หรือจะซื้อขนมชื่อดังเมืองคอนมาแช่ไว้กินตอนดึกก็สะดวกสุดๆ

ความพีคของ Villa Lapin อยู่ตรงวิวจากห้องพักนี่แหละครับ โดยเฉพาะห้องพักที่อยู่บนชั้น 2 และชั้น 3 ยืนยันเลยว่าเป็นมุมที่มองเห็นวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้ใกล้และชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองนครฯ เลยก็ว่าได้ จากหน้าต่างห้องพักเราจะเห็นยอดพระธาตุสีทองอร่ามโดดเด่นตัดกับขอบฟ้า ยิ่งมองผ่านหลังคาบ้านเรือนไม้เก่าๆ มันให้ฟีลลิ่งถึงเมืองประวัติศาสตร์จริงๆ ตอนเช้าๆ ที่แสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบยอดพระธาตุเป็นภาพที่สวยจนแทบลืมหายใจ ใครสายถ่ายรูปบอกเลยว่าคุ้มค่าห้องตั้งแต่วินาทีกดชัตเตอร์รูปแรกแล้วครับ

นอกจากวิวจากในห้องแล้ว โรงแรมเขายังมีชั้นดาดฟ้าด้วยนะครับ เป็นพื้นที่โล่งที่แขกสามารถขึ้นไปชมวิวตัวเมืองนครศรีธรรมราชได้แบบพาโนรามา เห็นทั้งชุมชนเก่าและทิวเขาหลวงอันสวยงาม เป้าหมายของผมตอนแรกคือการขึ้นไปนั่งรับลมเย็นๆ ชมพระอาทิตย์ตกดินชิลล์ๆ ในช่วงเย็น แต่แต้มบุญผมอาจจะยังไม่ถึงครับ เพราะวันที่ไปนั้นฝนดันตกลงมาพอดีตามสไตล์เมืองฝนแปดแดดสี่ เลยอดเห็นแสงสีทองยามเย็นเลย แต่ถึงอย่างนั้น บรรยากาศหลังฝนตกบนดาดฟ้าที่มองเห็นยอดพระธาตุท่ามกลางไอหมอกบางๆ ก็ให้ความรู้สึกที่เงียบสงบและสวยงามไปอีกแบบ เอาไว้รอบหน้าผมจะกลับมาซ่อมและชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ให้ได้ครับ

สำหรับใครที่ขับรถมาเองก็หายห่วงได้เลยครับ เพราะทางโรงแรมมีพื้นที่จอดรถกว้างขวางมาก จอดรถได้หลายคันและดูปลอดภัย ไม่ต้องไปจอดเบียดเสียดริมถนนให้เสี่ยงโดนเฉี่ยวชน ซึ่งจุดนี้ตอบโจทย์คนที่ขับรถมาเที่ยวเองมากๆ

Villa Lapin คือนิยามของที่พักยุคใหม่ที่เข้าใจนักเดินทางอย่างแท้จริง คือไม่ต้องหรูหราจนเกินเอื้อม แต่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่จำเป็นที่สุด ทั้งความสะอาด ทำเลทอง วิวหลักล้าน และความสบายใจ ที่สำคัญคือราคาไม่ถึงหนึ่งพันบาทเท่านั้น คุ้มค่าจนผมอยากบอกต่อจริงๆ ใครมีแพลนมาเที่ยวนครศรีธรรมราช แนะนำให้ลองมาเช็คอินที่นี่ดูสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักเมืองคอนมากกว่าเดิมแน่นอนครับ
พิกัดและการติดต่อ
- ที่ตั้ง: Villa Lapin นครศรีธรรมราช
เลขที่ 118 ถนนพัฒนาการคูขวาง ซอย 98 อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช - Facebook: Villa LAPIN
- LINE ID: Villa Lapin
- Tel: 098-657-4098
go see write เล่าไปเรื่อย
วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 10.51 น.







