นั่งรถอีแต๊ก หัวสั่นด๊อกๆแด๊กๆ พิชิตยอด "ภูบักได๋" อ.ภูเรือ จ.เลย มาเด้ออ้ายกึ่มสิพาไป

อ้ายกึ่มมักเล๊าะ

เดือนตุลาคม เป็นเดือนที่ธรรมชาติได้รับสายฝนมาชุ่มฉ่ำพอสมควร จากภูเขาที่แห้งแล้งก็กลับคืนสู่โลกสีเขียว ชุ่มฉ่ำอีกครั้ง หลายสถานที่ที่พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวอย่า่งเราๆ ได้เข้าไปเที่ยว ไปสัมผัสความสดชื่น

"เลย" เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานตอนบน ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงกระจัดกระจายที่งดงาม มีอากาศหนาวเย็นและยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย โดยเฉพาะอำเภอภูเรือ

วันนี้อ้ายกึ่มจะพาไปเที่ยวแนวลุยๆ (แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่หรอก) ที่อยู่ในเขตอำเภอภูเรือ นั่นคือ "ภูบักได๋"


"ภูบักได๋" แค่ชื่อก็ทำให้หนุ่มหน้ามนคนอีสานอย่างผมมักหลายๆ และต้องไปเยือนให้ได้ ภูบักได๋ มันเป็นจั้งได๋อ้ายอยากฮู้ คำว่า ภูบักได๋ สำหรับคนอีสานจะหมายถึง ภูของใคร (สำหรับของผู้ชายเด้อ ถ้าของผู้หญิงคงเป็น "ภูอี่ได๋" ฮ่าๆๆ) นั่นเอง

"ภูบักได๋" ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่ "ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลาบ่า จ.เลย" โทร 095 658 7113 และ 087 866 8647 นอกจากนี้ อ.ภูเรือ ยังมีแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายเลย ทั้งอุทยานแห่งชาติภูเรือ ทั้งน้ำตกต่างๆ เช่น น้ำตกตาดเลย น้ำตกสองคอน และน้ำตกปลาบ่า เพื่อนๆสามารถสอบถามทางชมรมฯ ได้เลย เจ้าหน้าที่หรือลุงกำนันใจดีมาก พร้อมให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

สำหรับค่าบริการต่างๆ ดังนี้

ค่าบริการนำเที่ยว 3,000 บาท/คัน สามารถนั่งได้ 6 คน และค่าบำรุงการท่องเที่ยวชุมชน 1000 บาท/กลุ่ม

- ค่ารถแต๊กขึ้น/ลง

- ค่าบริการแบกสำภาระ น้ำดื่ม เครื่องครัวหม้อสนามต่างๆ อาหารการกิน หรืออื่นๆ (ได้นิดหน่อยนะครับ)

- ค่าบริการก่อกองไฟเพื่อปรุงอาหาร

- ค่าหาฟืนไฟ

- ค่าไกด์นำทาง

- ค่าดูแลความปลอดภัย


พร้อมแล้ว มาม่วนๆ สนุกๆ และชมภาพกันโล้ดดด

การเดินทางของผม ผมเริ่มจากโทรไปติดต่อกับทางชมรมฯ ปลาบ่า ว่าถ้าผมไปคนเดียวผมไปได้ไหม ทางลุงกำนันเลยบอกว่า ก็ไปได้นะแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายๆเท่าๆกับไปเป็นกลุ่ม ลุงกำนันเลยเสนอว่า เอาอย่างงี้ไหม มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งยังไม่เต็มด้วยลุงจะลองถามให้ว่ารับเพิ่มไหม จะได้มาช่วยหารค่าใช้จ่ายด้วย ลุงเลยโทรประสานงานกะน้องๆกลุ่มหนึ่ง (ชื่อกลุ่มปุ๊บปั๊บทัวร์ เป็นทัวร์ที่ไม่ต้องวางแผนมาก ชวนกันปุ๊บก็ไปกับปั๊บเลย) น้องๆบอกว่าโอเคร มาเเจมกะพวกหนูโล้ด 555 ใจดีน่ารักจัง ผมเลยขับรถส่วนตัวปักหมุดไปที่อำเภอภูเรือ พอถึงตัวอำเภอจะผ่านตลาดสด ก็ยูเทิร์นแล้วสังเกตโรงเรียนชุมชนภูเรือ ให้เข้าซอยข้างโรงเรียนทางซ้ายมือ ซึ่งจะมีป้าย "ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลาบ่า" ก็ขับตามเส้นทางไปเรื่อยๆ ผ่านประมาณ 2 หมู่บ้าน (ประมาณ 20 กม.) จนเจอหมู่บ้านชื่อ บ้านกลาง จากนั้นก็ขับรถไปโดยสังเกตุป้ายชมรมฯจะอยู่ทางซ้ายมือ ก็ให้เลี้ยวตามป้าย แล้วก็จะเจอบ้านลุงกำนันสังเกตุได้ง่ายมาก

ระหว่างขับรถไปก็จะสังเกตเห็นภูเขาทางซ้ายมือ นั่นแหละ ภูบักได๋ ภูเขาหน้าตัดคล้ายๆภูกระดึง ซึ่งเราจะต้องนั่งรถอีแต๊กไปตีนภูฝั่งขวาสุด (A) แล้วก็ปีนขึ้นไปยังหลังแป (B) แล้วก็เดินทางเรียบไปทางซ้ายสุดของภู (C) น่าตื่นเต้นอิหลีเด้อ



การเดินทางก็แสนจะง่าย (กว่าที่คิดไว้) โดยเราจะนั่งรถอีแต๊กที่ใช้ในการทำนาทำไร่นี่แหละออกเดินทางจากหน้าที่ทำการของชมรมฯ คันเล็กๆ อย่างในภาพ นั่งได้ 6 คนนะครับ (หน้า 3 หลัง 3) เริ่มจากถนนปูนคอนกรีตสบายๆ เร่งความไวได้เลย ก่อนเปลี่ยนเป็นเส้นทางลูกรัง ผ่านเนินเขาไต่ระดับไปเรื่อยๆ ผ่านลำธารและไร่นาของชาวบ้านที่กำลังเขียวขจี ความทรหดมันอยู่บนรถอีแต๊กนี่แหละเด้อ หัวสั่นด๊อกๆแด๊กๆ ตับไตไส้พุงสะเทือนให้ได้เลยละ



นอกจากนี้เราต้องคอยฟังเสียงคนขับรถตะโกนบอกว่า ระวังขาเด้อ ยกขาๆ (สิ่งนี้ต้องทำตามคับ ไม่งั้นอาจได้รับอันตรายจาก ขากระแทกพื้นได้)


บางช่วงโคตรง่วงเลยเพราะอากาศเย็นสบายไม่ร้อน ครึ้มฝนตลอด แอบคอพับซบคนข้างๆ บางทีแทบหัวทิ่มตกรถ ฮ่าๆๆ มันน่าตื่นเต้นและคอยลุ้นตลอดเวลา บางจุดก็ต้องลงจากรถนะครับท่านผู้ชมแล้วก็เดิน เดิน เห็นโล่งๆแบบนี้ มีทากด้วยเด้อขอ บอก หยึ๋ยๆ



การเดินทางช่วงทรหดผ่านไปไวมากกกกกกกกกกกก (ใช้เวลาประมาณ 2ชม.) เมื่อถึงจุดจอดรถอีแต๊กและส่งพวกเราขึ้นไปยังเนินเขา พวกเราก็เตรียมกระเป๋าเป้สัมภาระต่างๆ เดินขึ้นไปยังหลังเขา ระยะประมาณ200-300 เมตรนี่แหละ แค่เนินเดียว (ประมาณเนินมรณะ ที่ภูสอยดาวแต่ไม่มาก) ปล.ทากเยอะมาก มีตลอดเส้นทางยันจุดกางเต้นท์

จากหมู่บ้านมายังตีนภู แลดูไกลเหมือนกันนะเนี่ย งึดหลาย



มาถึงนี่ อาหารก็ถูกย่อยไปกับการโยกบนรถอีแต๊กหมดสะละ เริ่มหิว ก็เลยจัดการก่อนเดินขึ้น แหงนมองขึ้นไปสักหน่อย มันสูงชันแค่ไหนกัน จิ๊บๆ ข่อยบ่ย้านดอก ใครอยากแบกอะไรมาก็จัดเลย สบายๆ บางคนแบกกีต้าร์มาด้วยนะเออ เพราะหลังจากเดินขึ้นเนินเขานี้แล้ว (ทางชันประมาณ 300 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที) ก็จะเดินหลังแปยาวๆไป


และแล้วก็ถึงหลังแป ซึ่งจากนี้จะเดินทางเรียบริมเขาไปเรื่อยๆ สบายๆ กินลมชมวิวและสูดโอโซนเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าได้ เต็มปอด บางจังหวะแถมกลิ่นขี้วัวด้วย ฮ่าๆๆ



เดินแข่งกะเมฆฝน มาแล่วๆ ว่าละก็ตกมาโล้ด บ่ย้าน จะได้เจอหมอกสวยๆ



ถ้าเหนื่อยก็แวะพักด้วย ถ่ายรูปไปด้วยเนอะ ส่วนผมหาก้อนหินนั่งก่อนเด้อ อ้ายย้านน้องทาก (มันจะเยอะไปไหน)




ใกล้ถึงที่พักแรมของเฮาแล้ว มุดเข้าป่าตรงนี้ ทะลุออกไปก็จะถึงละครับ ฮึบๆ


พอมุดเข้าไปก็จะมีป่าไม้เขียวๆ หมอกงามๆ ชอบเลย


การเดินเท้าบนหลังแป รวมๆแล้วก็ใช้เวลาประมาณ 1.30-2 ชม.แล้วแต่ความสามารถของใครๆ และผมก็ได้มาถึงจุดกางเต้นท์โดยไม่ทันตั้งตัว อ้าว!!! ถึงแล้วหรอ



มาถึงก็ฟ้าปิดหมอกคลุม นั่งโง่ๆ ก็ได้


จากนั้นเราก็ไปหาทำเลเป็นทุ่งหญ้าเขียวๆ นุ่มๆ (อย่าเลือกในป่ามาก มันเป็นดงทากและป่ากับระเบิดของนักท่องเที่ยวนี่แหละ ฮ่าๆๆ) บางคนก็หาต้นไม้สำหรับผูกเปล (หลายคนเลือกที่จะผูกเปล เนื่องจากง่ายไม่ต้องแบกเต้นท์มาให้หนัก)



พอกางเต้นท์เสร็จ หมอกที่ฟุ้งก็จางหาย ก็ปาเข้าไปเกือบ 1 ทุ่มละ วิ่งๆ ไปถ่ายรูปที่ริมผากัน แสงไม่เหลือเลย แงๆ




ฟ้าเริ่มเปิด เห็นทะเลหมอกยามเย็นด้วยละ แม้ไม่มาก แต่ก็ดีใจ ยังไงจะรอลุ้นพรุ่งนี้เช้าอีกทีนะน้องหมอก


แล้วผมก็ไปต้มมาม่ากิน อิ่มละไม่รู้จะทำไร เลยมานอนดูดาวสักหน่อย ฟ้าเปิดเล็กน้อย คล้องช้างพังภูบักได๋ได้ 1 เชือก


นั่งฟังเสียงกีต้าร์และเสียงร้องเพลงของนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง เออก็เพลินดี เข้าบรรยากาศพอคลายเหงาได้ คืนนี้ พรุ่งนี้เช้าขอหมอกสวยๆนะจ๊ะ ราตรีสวัสดิ์นะครับทุกคน ได้เวลาเข้าพักในรีสอร์ทหรู ท่ามกลางหมู่ดาวแล้ว


กู้ดมอร์นิ่ง ภูบักได๋ เช้านี้ตื่นเต้นมาก ตื่นตี 5 ล้างหน้าล้างตาแปลงฟันพร้อมไปดูวิวงามๆ และหมอกสวยๆ



ว๊าวววว มีหมอกอิหลีเด้อ บ่ได้ขี้ตั๋ว


มีหินเยอะแยะเลย อยากไปเท่ห์ก้อนไหนก็เลือกเลย ไม่ต้องเเย่งกัน







ที่นี่มีวิวให้ชมตามแนวเขา มีหินสลับหญ้าเขียวๆ หน้าผาที่โล่งๆ มองไปยังวิวด้านล่างเห็นภูเขาสลับซับซ้อน สีเขียวไล่โทนสีของไร่นาของชาวบ้าน มองและสบายตาสวยงาม ใครอยากนั่งโง่ๆ นั่งเหม่อ นั่งโรแมนติกก็จัดไปสิ ถ้าโชคดีเจอฝนเหมือนผมก็จะได้ยลหมอกสวยๆ แต่ที่นี่ไม่มีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นนะครับ (ไม่มีหน้าผาหรือจุดชมวิวโล่งๆ แต่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์และทะเลหมอกฝั่งนี้ได้ทะลุต้นไม้รกรุงรังบังไปหมด แนะนำให้ปีนก้อนหินขึ้นไปคับ ยังพอเห็นวิวได้บ้าง)


ถ่ายตัวเองมั่งดีกว่า เท่ห์ไกลๆ ห้ามถ่ายใกล้นะ มันน่ากลัว 55555


หินยื่น ที่เค้าเรียกว่า ผาห้อยขา ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ ที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปด้วยไม่งั้นจะถือว่ามาบ่ฮอดภูบักได๋เด้อ จุดนี้จะเป้นจุดชมพระอาทิตย์ตก ยามกลางคืนก็มานอนรับลมดอยและดูดาวสวยๆ อุ๊ย โรแมนติกหลายเด้อ หากโชคดีมีแสงสวยๆ พระอาทิตย์ลูกกลมๆโตๆ ก็จะตกที่จุดนี้อย่างสวยงาม แต่ผมโชคไม่ดีฟ้าครึ้มเจอฝน อดเลยครับ รอลุ้นกันตอนเช้าอีกเช้าก็ได้ ปล. อย่าลืมแบ่งปันมุมนี้ให้เพื่อนๆ นักท่องเที่ยวคนอื่นด้วยนะครับ หากคนเยอะก็แบ่งๆกัน ถ่ายเสร็จแล้วก็ให้เพื่อนคนอื่นได้เข้าไปถ่ายด้วยนะ รักกันๆ เดี๋ยวสิบ่ทันแสงงามอย่าถ่ายโดนหลายยยยยยยยย

เดี่ยวๆเหงาๆ



ใครมีแฟนก็ไปถ่ายแบบสวีทๆ กันได้นะ เห็นละอิจฉา อย่าให้มีมั่งเด้อแฟนนิ


เปลี่ยนแนวมั่ง


ทุกทริปที่ผมไป นอกจากจะมีความสุข ได้ชมธรรมชาติสวยๆ แล้วสิ่งหนึ่งที่ได้รับคือ มิตรภาพจากเจ้าหน้าที่ จากนักท่องเที่ยวด้วยกัน อยากให้ทุกคนเปิดใจเพื่อจะได้มิตรภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เล่าไม่เก่ง อยากรู้ต้องไปดูด้วยตาตัวเอง อย่าให้เป็นเพียงแค่ "เขาเล่าว่า...." อ้าว รู้แล้วอย่ารอช้า รีบชวนเพื่อน ชวนแฟนหรือคนรู้ใจไปเที่ยวที่นี่กันเด้อ "ภูบักได๋" ใครๆก็ไปได้ไม่ยาก

นี่คือโฉมหน้าน้องๆ ที่น่ารัก กลุ่ม ปั๊บปั๊บทัวร์ ขอบคุณที่ให้อ้ายกึ่มไปด้วยนะ (ไป 1 แต่ได้เพื่อนกลับมาเพียบเลย)



พอทานข้าวเสร็จ เก็บสัมภาระต่างๆ พวกเราก็เจอฝนสะงั้น เลยรอสักพักฝนก็หยุด ถึงเดินทางกลับกัน..ถนนลื่นมากสาวๆ ลื่นล้มจับกบ อ๊บๆ กันเลยละ น้องทากก็ยังกะซอมบี้

ปล.1 เที่ยวหน้าฝน ใครกลัวทากก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ฮ่าๆๆ เยอะจนสยอง ผมนี่ต้องหาหินเพื่อไปยืนตลอดเลย (ผู้ชายกลัวทากฮ่ะ)
ปล.2 เช็คสภาพร่างกายและโรคประจำตัวนะครับ เพราะการช่วยเหลือจะลำบากมาก
ปล.3 มุมมหาชน ตรงหินยื่น ก็แบ่งปันกันนะครับ ถ่ายแล้วก็หลบๆให้เพื่อนๆคนอื่นๆได้ถ่ายภาพเป็นที่ระทึกด้วยละ แต่ผมว่าที่นี่มีหินเยอะมาก จะนั่งก้อนไหนก็เท่ห์ อิหลีเด้ ไปถ่ายม่องอื่นกะได้เด้อ เต็มหน้าผาเลย ก้วงขวงมากๆ
ปล.4 การเดินเล่นแถวๆ จุดกางเต้นท์ ให้เดินตามที่โล่งๆ สนามหญ้าไรงี้ เพราะตรงไหนเป็นซอกเป็นหลืบอย่าเข้าไปเดินเชียว เสียวกองระเบิด 555 เตือนละนะ
ปล.5 อยากรบกวนเพื่อนๆ ที่ไปให้ดูแลเรื่องขยะนะครับ เอามาได้ก็ขอให้เอากลับไปทิ้งด้านล่างนะครับ ขอบคุณครับ

ปล.6 บนยอดภูบักได ไม่มีห้องน้ำ ห้องสุขาให้บริการ ต้องเดินเข้าป่าและใช้น้ำหรือทิชชูเปียกนะจ๊ะ (ระวังเหยียบของคนอื่นละ 555)



ต้องขอขอบคุณ ลุงกำนัน ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลาบ่า และพี่ๆ คนขับแต๊กๆ ที่ทั้งขับรถและดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างดีมากๆ


ลากันด้วยภาพสุดท้าย ก่อนจะลงเขา


ขอบคุณเพื่อนๆทุกคน ที่เข้ามาอ่านรีวิวเล็กๆของอ้ายกึ่ม (อ่านไปเกาหัวไป ฮ่าๆ) เรียกว่ารีวิวภาพถ่ายก็ว่าได้เนอะ ไว้เจอกันใหม่นะครับ

"ประสบการณ์ใหม่ ไม่ออกไปหา ไม่มีทางเจอ"

Life is a journey


"ภูบักได๋ ไปบ่ยาก ใครๆก็ไปได้เด้อออออออออออออออออออออ"




ความคิดเห็น