ฺBlog นี้จะมาแชร์การเดินทางของพวกเราทั้ง 8 คน กับการเดินทางเพื่อพิชิตยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ "ดอยผ้าห่มปก อ. ฝาง จ. เชียงใหม่" นอกจากจะมีภาพบรรยากาศมากมายมาให้ชมแล้ว ยังมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกเพียบ ฉันพร้อมจะไปแล้วนะเพื่อน ไปกั๊นนนน




โดยจะแบ่งเนื้อหาเป็น 5 ส่วน ดังนี้ค่ะ





มาเริ่มกันที่แผนการเดินทาง คร่าว ๆ กันก่อนเลย (เวลาต่าง ๆ ที่ระบุไว้ พวกเราไม่ได้ Fix เป๊ะ ๆ นะคะ หยืดหยุ่นตามความเหมาะสม ปรับเปลี่ยนหน้างานตามสะดวกค่ะ)

Day 0 : 28 พ.ย. 2025
20.00 น.
- ออกเดินทางโดยรถตู้จากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์
- แวะปั้ม เข้าห้องน้ำ ซื้อของใช้จำเป็น
- พักผ่อนตามอัธยาศัย (นอนบนรถ)
DAY 1 : 29 พ.ย. 2025
06.00 น. อรุณสวัสดิ์ จอดปั้ม เพื่อล้างหน้าแปรงฟัน
07.30 น. แวะเช็คอินที่สวนสนแม่แตง (เป็นทางผ่าน)
08.30 น. สักการะพระครูบาเจ้าเทือง วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน
09.30 น. ทานอาหารเช้าระหว่างทาง (ร้าน All Day Coffee เชียงดาว)
- แวะถ่ายรูป ถนนชมวิวดอยหลวงเชียงดาว 107
- เดินทางต่อไปยังอำเภอฝาง
12.00 น. ถึงที่ทำการอุทยาน น้ำพุร้อนฝาง อาบน้ำ ทานอาหารและเตรียมสัมภาระ (ไม่มีลูกหาบ แต่ไม่ต้องเดินแบกเป้)
13.00 น. เริ่มเดินทางโดยรถชาวบ้านไปยังแคมป์กิ่วลม (1 ชม.)
- แวะจุดชมวิว
14.30 น. กางเต็นท์และพักผ่อนตามอัธยาศัย
18.30 น. ชมพระอาทิตย์ตกบริเวณลานกิ่วลม และทานมื้อเย็น
DAY 2 : 30 พ.ย. 2025
03.30 น. ตื่นเพื่อเตรียมความพร้อม เตรียมน้ำดื่ม อาหารว่างรองท้อง ไฟฉายคาดหัว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์อื่น ๆ
04.00 น. เริ่มเดินไปยังดอยผ้าห่มปก ระยะทาง 3.5 กม.
ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยผ้าห่มปก ถ่ายรูปฉ่ำ
07.30 เดินกลับแคมป์
ต้มถ้วยร้อนกินคนละถ้วย
เก็บสัมภาระ
10.00 น. เดินทางไปยังที่ทำการอุทยาน (รถชาวบ้าน)
11.00 น. อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวกลับ
ทานอาหารว่างรองท้อง
12.00 น. เริ่มเดินทางต่อ (รถตู้)
แวะสวนดอกไม้ริมทาง -ไร่สตรอเบอรี่ผาถ้ำแกลบ
14.00 น. ทานมื้อกลางวันที่เชียงดาว (เดินทาง 1.40 ชม.)
- แวะเข้าห้องน้ำ (ซื้อของว่างรองท้อง)
19.00 น. มื้อเย็นที่ ข้าวต้มติดลม จ. กำแพงเพชร
20.00 น. เริ่มเดินทางต่อ
02.00 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ



- เต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน (อช. มีให้เช่า)
- ทาร์ป โต๊ะ เก้าอี้
- เป้สัมภาระ
- รองเท้าสำหรับเดิน
- ไม้เท้า
- เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ถุงเท้า
- ผ้าเช็ดตัว
- เสื้อกันหนาว หมวกกันหนาว ผ้าพันคอ ถุงมือ
- ปลอกแขน เสื้อคลุม หมวกกันแดด ผ้าบลัฟ
- ไฟฉาย / ไฟคาดหัว / ไฟเต็นท์
- พาวเวอร์แบงค์
- หม้อสนาม แก๊สกระป๋อง (ถ้าใช้บริการร้านค้าสวัสดิการก็ไม่ต้องเอาไป)
- กล่องใส่ข้าว แก้วน้ำ ช้อน
- เกลือแร่ โอวัลติน ลูกอม อาหารว่างให้พลังงาน
- กล้องถ่ายรูป / ขาตั้งกล้อง / กล้องโพลาลอย / ฟิล์ม
- รองเท้าแตะ
- สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรง ผ้าอนามัย ฯลฯ
- ครีมกันแดด ครีมทาผิว เครื่องสำอางค์
- กระดาษชำระ เปียก/แห้ง
- หมอนรองคอ ผ้าห่ม (นอนในรถ)
- สเปร์ไล่ยุง
- ยาแก้แพ้ พลาสเตอร์ เบตาดีน
- ไฟแช็ก กรรไกรตัดเล็บ ด้าย+เข็ม

● การจอง จองผ่านเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ปัจจุบันปิดปรับปรุง) Link เว็บไซต์ : อุทยานแห่งชาติ
● จองผ่าน Facebook ของอุทยาน (ตอบช้าหน่อย แต่ไม่ต้องส่งซ้ำ ๆ เพราะลำดับจะเลื่อน) Link แฟนเพจ : อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก
ชื่อเพจ “อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก - Doi Pha Hom Pok National Park” โดยพิมพ์แจ้งรายละเอียด ดังนี้
- ชื่อ-สกุล ผู้จอง
- อีเมล/หมายเลขโทรศัพท์
- ลานกางเต็นท์ (ระบุ ลานกิ่วลม)
- จำนวนผู้เข้าพัก/จำนวนเต็นท์
- วันที่เข้าและวันที่ออกจากที่พัก
● ถ้าต้องการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยผ้าห่มปก ต้องเลือกพักที่ลานกิ่วลมเท่านั้น
● มีห้องน้ำ เพียงพอ และค่อนข้างสะอาด แต่ไกลนิดหน่อย
● มีสัญญาณโทรศัพท์ ส่วนสัญญาณอินเตอร์เน็ต ก็มีบาง ๆ บ้างบางจุด
● รถ 4WD โทรจองล่วงหน้า 1 สัปดาห์ เบอร์ 0844834689 ช่วงพีค ๆ อาจจะสายซ้อน ให้รอหน่อย
● สามารถขึ้นยอดไปชมพระอาทิตย์ได้ทั้งตกและขึ้น เพราะด้านบนเห็นวิวได้ 360°
● ที่ทำการ มีอุปกรณ์ให้เช่า ถุงนอน ผ้าห่ม แผ่นรองนอน หมอน ราคาย่อมเยาว์สุด ชิ้นละ 20-30 บาท
● มีร้านค้าสวัสดิการ หมูกระทะ หมูจุ่ม ชุดละ 500 บาท อาหารจานเดียวเริ่มที่ 75 บาท
● คนนำทาง สามารถติดต่อได้ที่ บริเวณที่ทำการของลานกิ่วลม 350 บาท ต่อกลุ่ม 8 คน
● ร้านที่พวกเราเลือกแวะมื้อเช้า Day 1 และมื้อกลางวัน Day 2 คือ ALL DAY COFFEE อยู่อำเภอเชียงดาว ปักหมุดไปได้เลย อาหาร ขนม เครื่องดื่ม อร่อยทุกอย่าง แถมได้นั่งชมวิวดอยหลวงเชียงดาวฟิน ๆ อีกด้วย

วันคืนผ่านพ้นไปไวเหมือนกันเนาะ เผลอแป๊ปเดียวลมหนาวก็พัดมาเป็นสัญญาณที่บอกเราว่าสิ้นปีวนมาอีกแล้ว ในวันที่อากาศดี๊ดีขนาดนี้พวกเราเลยชวนกันไปปะทะความหนาวที่ไหนก็ได้ ขอแค่เป็นภูเขาสักลูก ขอแค่ให้ปลายเท้าของเราได้สัมผัสกับยอดหญ้า ให้กายและใจได้สูบฉีด แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะสวยงามและสร้างความทรงจำดี ๆ ได้มากขนาดนี้ ไปเริ่มกันเลย
เพื่อนรวมทางในครั้งนี้ พี่รมย์ น้องดรีม พี่ธัญ พี่นก เทห์ จ๊ะโอ๋ พี่ใหม่ และเม่น คือเราเอง

Day 0 : คืนที่เราออกเดินทาง
ในก๊วนเที่ยวของหลาย ๆ กลุ่ม มันจะมีอยู่คนนึงที่ดันงานยุ่งมาก และวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่แสนจะบังเอิญ งานดันยุ่งมากกว่าปกติซะงั้น แต่ก็นะหิ้วคอมฯ เดินทางไปด้วยซะเลย และคน ๆ นั้น คือฉันเองค่า (แต่ไม่ได้เป็นทุกครั้งหรอกนะ)

18.00 น. เรากับพี่ใหม่ 2 คน ออกเดินทางด้วยรถตู้เช่าเหมาคัน เริ่มต้นทางจากราชบุรี แวะรับจ๊ะโอ๋คนที่ 3 และเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ อีก 5 คน รวมเป็น 8 คน ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จุดนัดหมายคือประตู 8

20.00 น. ตรงเวลาเป้ง ทุกคนมารวมตัวกัน พวกเรานั่งกินผัดไทยที่ซื้อมาจากแม่กลอง อร่อยมาก เพราะหิวด้วย แต่ก็อร่อยจริง ๆ แหละ


เมื่ออริ่มอิ่มอร่อยกันเสร็จแล้ว พวกเราก็ช่วยกันเทิร์นเป้จัดสัมภาระขึ้นรถ แวะเข้าห้องน้ำแล้วก็นั่งย่อยกันบนรถสักพัก จากนั้นก็แยกย้ายกันเก็บเวลานอน เก้าอี้ใครเก้าอี้มัน ตื่นมาเมาส์กันอีกทีตอนเช้าเลยละกัน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์

Day 1 : เริ่มวันแรกของทริป
เช้านี้ลืมตาตื่นมาก็ถึงเชียงใหม่แล้ว อากาศข้างนอกหนาวมากจนกระจกขึ้นฝ้า เสื้อผ้าที่ใส่มาเริ่มเอาไม่อยู่ ระหว่างจอดปั้มล้างหน้าแปรงฟัน ก็ไม่รอช้ารื้อเป้เพิ่มเครื่องกันหนาวกันเสียหน่อย


หมุดแรกของเช้าวันนี้เราแวะชิว ๆ กันที่ สวนสนแม่แตง ซึ่งเป็นทางผ่านอยู่แล้ว ฟิลดีมาก ๆ เพราะมีแสงแดดยามเช้าส่องทะลุลานสนพอดี





ไปต่อกันที่การไหว้พระเสริมสิริมงคลกันสักหน่อย วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน หรือ วัดบ้านเด่น บอกได้เลยว่าเป็นวัดที่สวยงามมาก ก. ไก่สองร้อยล้านตัว อลังการ งามล้ำค่าแห่งดินแดนล้านนาเลยก็ว่าได้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00 น. บอกเลยว่าควรค่ากับการได้มาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
















ออกจาก อ. แม่แตง ก็มุ่งตรงไปยัง อ. เชียงดาว บรรยากาศดีมาก ๆ และยิ่งเมื่อเข้าใกล้เชียงดาว เราก็เริ่มมองเห็นดอยหลวงตั้งตระหง่านสวยงามมาก



ระหว่างที่เราชมความสวยงามของวัดบ้านเด่น พวกเราก็ได้เลือกเมนูที่อยากกินในมื้อเช้า และได้ส่งรายการให้ทางร้านได้เตรียมไว้ก่อนแล้ว ทำให้เมื่อมาถึงก็โซ้ยกันได้เลย เมนูหลากหลายมาก ๆ แถมยังอร่อยสุด ๆ ไม่ว่าเราจะผ่านมา หรือตั้งใจมาเชียงดาว เราก็มักจะเลือกร้านนี้เป็นตัวเลือกแรกเสมอ มันดีจริง ๆ น้าาาาา เรามัวแต่กินกันเพลิน ลืมถ่ายรูปมาให้ดู นี่แฟนเพจร้าน All Day Coffee - Chiang Dao เข้าไปดูเองได้เลยจ้า






วิวดอยหลวงล้นถนนมาก สวยแจ่มเวอร์ ถึงกับต้องหยุดรถแชะภาพกันเลยทีเดียว

ไปกันต่อ เรามุ่งหน้าตรงไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก บริเวณบ่อน้ำพุร้อนฝาง จากเชียงดาวเราเดินทางต่อประมาณ 1.40 ชั่วโมง ทางค่อนข้างคดเคี้ยว ประมาณ 12.00 น. เราถึงที่หมายกันแบบมึน ๆ เมื่อมาถึงก็ไปติดต่อแจ้งเรื่องรถ 4WD บริเวณจุดบริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ทำภารกิจส่วนตัว เข้าห้องน้ำ จัดสัมภาระ เตรียมเดินทางกันต่ออีก พี่หนุ่ม โชเฟอร์ของพวกเรา ถึงกับร้องห๋าาาา เพราะตอนแรกเข้าใจว่าพวกเราจะพักกันที่น้ำพุร้อนฝาง ซึ่งจุดนี้ก็บรรยากาศดีมาก ๆ หญ้าเขียวขจี อากาศเย็นฟินเวอร์ และยังมีน้ำพุร้อนให้แช่อีกด้วย แต่ไม่ใช่จ้าาา พวกเราชี้ไปที่ยอดเขาไกล ๆ ลิบ ๆ ให้พี่แกดู และบอกว่า นู้นนนนนน พวกเราจะนั่งรถต่อไปอีก 1 ชั่วโมง เพื่อไปนอนตรงนั้น และตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเดินไปบนยอดอีกที เจอกันพรุ่งนี้ค่าาาา 5555+




ในระหว่างนี้ มีชาวบ้านเดินขายของที่ระลึกด้วย สินค้างานฝีมือ ราคาถูก และน่ารักมาก พี่รมย์ พี่ใหญ่ของเรา จัดกำไลถักจากหญ้า ให้คนละ 1 เส้น

เห็นแดดอุ่น ๆ แบบนี้ ความจริงนั่งหลังรถกันแบบหนาวมาก

อัตราค่าบริการ ตามนี้เลยจ้า รูปจางนิดนึงนะคะ เพราะถ่ายแบบรีบ ๆ ไปหน่อย

หลายคนยังสงสัยว่าปัจจุบันรถธรรมดาสามารถขึ้นลานกางเต็นท์กิ่วลมได้หรือยัง ขอย้ำเตือนกันอีกครั้งค่ะ ว่ายังห้ามรถประเภทดังต่อไปนี้ขึ้นดอยค่ะ รถตู้ทุกประเภท รถเก๋งขนาดเล็ก รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ประเภทออโต้ เนื่องจากทางลาดชันและอันตราย หากกำลังรถไม่ถึง มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ อย่าฝืนกันเลยน้าาาา ติดต่ออุทยานใช้บริการรถชาวบ้านดีกว่า ตกคนละแค่ 200 บาท เพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น

ตอนนี้มีโครงการจะสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะฝากหิน ดิน ทราย สำหรับสร้างห้องน้ำนี้ ไปกับรถนักท่องเที่ยวด้วย สำหรับคันไหนที่รถเต็มแล้ว ไม่ได้บังคับค่ะ ไม่ต้องขนไปก็ได้ นอกจากนี้แล้ว ยังมีโครงการขยะคืนถิ่น เจ้าหน้าที่จะมอบถุงขยะให้เรา 2 ใบ เพื่อเก็บขยะทุกชิ้นกลับลงมา เมื่อลงมาถึงจุดนี้อีกครั้ง พวกเราก็ต้องทำการแยกขยะทิ้งให้ถูกที่ และรับมัดจำจำนวน 100 บาทคืนค่ะ

เป็นการนั่งรถที่สนุกมาก บรรยากาศฟินอยู่เด้อ แต่มีบางจุดที่ทางค่อนข้างอันตราย



ก่อนถึงลานกิ่วลม พี่สมนึก พี่คนขับรถ 4WD ที่เราใช้บริการ พาแวะจุดชมวิวกันก่อนด้วย วิวสวยมาก ทิวเขาไกลสุดลูกหูลูกตา สดชื่นชาร์จพลังสุด ๆ ไปเลย






ถึงลานกิ่วลมประมาณบ่ายสองหน่อย ๆ พวกเราจองเต็นท์อุทยานไว้ 2 หลัง และกางเองอีก 3 หลัง จึงเลือกเต็นท์อุทยานด้านริมนอก ๆ หน่อย เพื่อจะได้มีพื้นที่กางใกล้ ๆ กัน กางทาร์ปอีกหนึ่งหลัง ไว้นั่งเล่นบอร์ดเกม Ultimate Werewolf ด้วยกัน



สร้างหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว เราก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำก่อนที่มันจะหนาวไปมากกว่านี้ ทางไปห้องน้ำผ่านร้านค้าสวัสดิการ แวะสั่งมื้อเย็นไว้ล่วงหน้า เราสั่งเป็น หมูกระทะ 1 ชุด หมู่จุ่ม 1 ชุด และไข่เจียว 5 จาน กินกัน 8 คน สะดวกมาก ๆ เพราะนอกจากจะไม่ต้องขนมาเองแล้ว ยังไม่ต้องล้างถ้วยชาม อีกทั้งทางร้านยังบริการก่อไฟมาส่งให้เสร็จสรรพ เพียงแจ้งเวลา และพิกัดเต็นท์ไว้ที่ร้านได้เลย



ละคือวิวห้องน้ำดีมาก


เดินเล่นถ่ายรูปกันบริเวณลาน บรรยากาศสดชื่นมาก ๆ








เมื่อใกล้เวลาพระอาทิตย์ตก พวกเราเดินไปยังจุดชมวิว ซึ่งเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้โดยไม่ต้องขึ้นไปบนยอดเขา แต่ถ้าใครอยากจะขึ้นไปบนยอดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก ก็สามารถทำได้ แต่ห้ามขึ้นหลังจาก 15.00 น. และควรใช้บริการผู้นำทางด้วย เพราะขากลับจะมืดมาก เดินผิดทางไปนิดเดียวก็อาจทำให้พลัดหลงได้ ตอนเช้ามืดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก็เช่นกัน เพราะต้องเริ่มเดินตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
















กลับมายังเต็นท์ ร้านค้าสวัสดิการมาก่อไฟไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พวกเรากินมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย กินไปเมาส์มอยไป และเล่นบอร์ดเกม Ultimate Werewolf หัวเราะกันสนุกมาก เราเล่นกันน่าจะ 4 รอบได้ พอสัก 20.30 น. ก็เลิกเล่น เพราะเกรงว่าเสียงหัวเราะพวกเราจะไปรบกวนคนอื่น นั่งมองหน้ากัน สลับกับมองดาวเต็มฟ้า ผิงไฟจากเตาหมูกระทะที่ยังครุกรุ่นอยู่ คุยกันเบา ๆ โมเมนต์สหายสายป่าสุด ๆ ไม่เกิน 21.30 น. พวกเราก็แยกย้ายเต็นท์ใครเต็นท์มัน เข้านอนเพื่อเก็บแรงเดินพิชิตยอดในวันรุ่งขึ้น


Day 2 : 30 พฤศจิกายน 2025
03.30 น. น้องแบงค์ ผู้นำทางที่เจ้าหน้าที่ส่งมานำทางกลุ่มเรา มาปลุกบริเวณเต็นท์ตามนัด ออกมาจากเต็นท์ ดาวตรงหน้าเหมือนของปลอมมาก ระยิบระยับเกลื่อนฟ้า เรายังได้เห็นดาวตกบ่อย ๆ อีกด้วย เงยหน้าแป๊ปเดียวก็เห็นไป 3 รอบแล้ว ฟินสุด ๆ เป็นช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่สวยงามมากจริง ๆ และเราต้องขอโทษจริง ๆ ที่ไม่สามารถเก็บภาพที่สวยเหมือนของจริงมาฝากทุกคนได้ ไว้โอกาสหน้า เราจะซื้ออุปกรณ์ดี ๆ ตั้งใจศึกษา ตั้งใจเรียนรู้วิธีการดี ๆ และเราให้คำมั่นเลยว่า เราจะเก็บภาพสวย ๆ มาฝากทุกคนได้แน่นอน










ทางเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยผ้าห่มปก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร จากจุดเริ่มเดินลานกิ่วลม ไปจนถึงยอด เช้านี้อากาศหนาวมากวัดจากเทอร์โมมิเตอร์ที่พกมาด้วยได้ประมาณ 7 ํC - 8 ํC ก่อนเดินให้เตรียมน้ำดื่ม ขนมหรืออาหารรองท้องขึ้นยอดไปด้วย สำหรับทางที่เดินขาขึ้นมันมืดมาก ๆ ทำให้ร่างกายต้องต่อสู้กับความเหนื่อย ความหอบ ความชัน และอากาศที่แส๊นนนนนจะเบาบาง ทำให้ไม่สามารถถ่ายรูปได้มากเท่าไร แต่เมื่อร่างกายเริ่มเข้าที่ ความอบอุ่นที่ผลิตจากกำลังของร่างกายเริ่มทำงาน อุ่นขึ้น หายใจสะดวกขึ้น ฟ้าก็ค่อย ๆ เริ่มสว่างพอเห็นทาง

















วิวด้านบนมองเห็นแบบ 360 ํ พระอาทิตย์ขึ้นไวมาก อย่างว่าละนะ ไม่งั้นจะเรียกว่าเป็น Magic Hour หรือ? แต่จากที่สังเกตุส่วนมากคนนิยมขึ้ชนยอดตอนเช้า ถ้ามีโอกาสมาที่นี่อีก เราจะขึ้นยอดตอนเย็น และไปต้มถ้วยร้อนกินกันคนละถ้วยรอพระอาทิตย์ตก แล้วค่อยกลับลงมานอน




แดดออกแล้วอุณภูมิค่อย ๆ สูงขึ้น ตามแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ พ้นขอบฟ้าขึ้นมา

ไหนลองถ่ายกับป้ายเป็นที่ระลึกดูสักทีซิ



ถ่ายกับป้ายแล้วไม่ค่อยเป็นตัวเอง หันกลับมาถ่ายกับวิวสวย ๆ กันแบบเดิมเถอะพวกเรา มองเห็นดอยหลวงเชียงดาวชัดแจ่มมา





07.30 น. เราเริ่มเดินลง แต่หยุดถ่ายรูปฝั่งตะวันตกกันอีกสักพัก และเริ่มเดินอีกทีประมาณ 08.00 น





ระหว่างเดินขึ้นมืดมาก แทบมองไม่เห็นอะไรเลย ขาลงจึงแวะถ่ายตามทางเรื่อย ๆ














ถึงลานกางเต็นท์ด้านล่างก็ 09.00 น. เห็นจะได้ จากนั้นก็เก็บสัมภาระ เก็บเต็นท์ กินมื้อเช้า ช่วยกันเก็บขยะ เก็บทาร์ป เอาอุปกรณ์เช่าไปคืนบริเวณที่ทำการลานกิ่วลม เข้าห้องน้ำ ขนสัมภาระขึ้นรถ เริ่มออกเดินทางกลับประมาณ 10.30 น


ถึงที่ทำการน้ำพุร้อนฝาง ก็ราว ๆ 11.30 น. พวกเราอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดสดชื่นกันที่นี่ แต่เนื่องจากทางจากฝางเข้าเมือง ค่อนข้างคดเคี้ยว ไม่อยากอ้วกแตกระหว่างทาง พวกเราก็เลยยังไม่ทานมื้อกลางวันกันตอนนี้ แต่กินอะไรรองท้องกันแค่นิดหน่อยพอ



ก่อนจะถึงเชียงดาว พวกเราตั้งใจแวะซื้อสตรอเบอรี่สด ๆ จากสวน ที่ ไร่สตรอเบอร์รี่บ้านถ้ำแกลบ ที่นี่เป็นไร่สตรอเบอร์รี่เล็ก ๆ แต่ใส่ใจรายละเอียดมาก ปลูกดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันฟรี ๆ สวยงามน่ารักมาก ๆ แต่น่าเสียดายที่ในวันนี้สตรอเบอร์รี่สดหมดไปตั้งแต่เช้า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวผ่านเยอะ และซื้อกันเยอะแบบยกลัง เหมา ๆ กันทุกคัน ทำให้พวกเราที่มาเอาบ่ายแก่ ๆ อดกินไปตาม ๆ กัน แต่พ่อค้าก็น่ารักมาก เดินหาตามต้นและเก็บมาให้เรากินแบบฟรี ๆ มีอยู่ 4 ลูกถ้วน อร่อย หวานชื่นใจมาก ๆ แต่ที่ดีกว่าสตรอเบอร์รี่คือความน่ารักของพ่อค้าแม่ค้านี่แหละ ไม่มีสตรอเบอร์รี่สดพวกเราจึงซื้อสตรอเบอร์รี่อบแห้ง ซื้อไวน์หลายรสชาติ เพราะชิมแล้วอร่อยอยู่ไม่น้อย ยังไม่พอนะ ก่อนจะกลับยังให้ส้มมากินกันบนรถอีก คนไทยมีน้ำใจเกิ๊นนนนน เกรงใจสุด ๆ ไว้จะมาอุดหนุนอีกน้าค้า และก็อีกนั่นแหละ ไปย้อนดูอัลบัม พวกเราไม่มีใครถ่ายรูปเลยสักคนค่าาา ขนาดสวนเขาสวยน่ารักพวกเรายังไม่กดชัตเตอร์ สงสัยจะอ่อนล้ากันมากจริง ๆ
เรามากินมื้อกลางวันกันที่ ALL DAY COFFEE อีกครั้ง รอบนี้จัดหนักจัดเต็ม แต่ก็กินกันแบบไม่ได้ถ่ายรูปอีกแล้วครับท่าน 555+ ไม่เป็นไรนะ วัยานไหนมีโอกาสไปแถว ๆ นั้น เพื่อน ๆ ลองแวะไปชิมกันดูนะคะ
หลังจากนี้ก็ยาว ๆ นั่งรถฟังเพลงชิว ๆ คุยกันเรื่องต่าง ๆ ตามประสาเพื่อนเดินทาง หมุดต่อไปคือ ร้านข้าวต้นติดลม จ. กำแพงเพชร มื้อค่ำระหว่างทางก่อนจะจบทริป
02.00 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
04.00 น. ถึงบ้านเราที่ราชบุรี นอนต่อนิ๊ดดดดดดดนึง
แล้วก็ 06.00 น. ตื่นไปทำงานที่เรารักกันเถอะ
จบทริปแล้วค่า หวังว่าจะสนุกไปกับพวกเราทั้ง 8 คนนะคะ ไว้มีโอกาสจะมาแบ่งปันทริปดี ๆ ให้ชมกันอีกค่ะ ติดตาม พูดคุย หรือมาเป็นเพื่อนกันได้ที่ Instagram ทริปนี้ลาไปก่อน ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันน้าค้า
Charri
วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 11.55 น.







