li8n1oeex2o7

แบ่งการเดินทางเป็น 4 Part จะได้อ่านง่าย ๆ ดังนี้

g9aj85ua1lrh
ss0fyp6zije1
qzmcs74g74go
bhzbguh4vr47


หลายคนอาจเคยสงสัยเหมือนกันกับเรา ว่าที่จริงแล้ว ฮ่องกง เป็นประเทศหรือเปล่า? แท้จริงแล้ว ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศจีนตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง แต่ในมิติของนักท่องเที่ยว เรื่องนี้อาจไม่ค่อยสำคัญเท่าไรนัก

ภูมิประเทศของฮ่องกง เป็นเกาะและมีแนวเขาทอดยาว ไม่เหมาะกับการทำการเกษตร นั่นคือหนึ่งเหตุผลที่เราต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าอาหารแพงกว่าบ้านเราเป็นเท่าตัว ถึงภูมิประเทศจะเป็นอุปสรรคในการดำรงชีพอยู่บ้าง แต่การจัดการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การคมนาคม ระบบขนส่งมวลชล ที่อยู่อาศัย ทำได้อย่างดี ไม่มีรถติด สถานที่ทางธรรมชาติยังคงสวยงาม ทำให้ฮ่องกงดึงดูดให้เราได้ไปลองเที่ยวดูสักครั้ง ในทริปนี้

belvyxggpwtr

Day 1 | 6 เมษายน
06.30 น. รถไฟฟ้าไปสนามบิน
08.00 น. เจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
11.05 น. เดินทางโดยสายการบิน HK Express
14.50 น. ถึงสนามบินฮ่องกง (เร็วกว่าไทย 1 ชม.)
15.30 น. ซื้อบัตร Octopus และเดินไปขึ้นรถบัส เพื่อไปยังที่พัก ย่าน Mong kok
16.30 น. เช็คอินที่ H1 Hotel
17.30 น. กินมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่น
19.00 น. ชมการแสดง Life Of Symphony ที่อ่าววิคตอเรีย
20.00 น. กลับโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day 2 | 7 เมษายน
07.00 น. กินมื้อเช้าที่ย่าน Edward
08.30 น. สักการะนักรบแชกง ที่วัดแชกงหมิว หรือวัดกังหัน
09.00 น. เรียก Uber ไป Disneyland
10.00 น. สนุกให้เต็มที่ไปเลยที่ Disneyland
21.30 น. นั่งรถไฟฟ้ากลับที่พัก

Day 3 | 8 เมษายน
07.30 น. มื้อเช้าแถว ๆ โรงแรม
08.00 น. ขึ้นรถไฟไป สถานี Tai Koo เช็คอิน Yick Flat Building หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า ตึกทรานฟอร์เมอร์ ถ่ายรูปนิดหน่อย และแวะร้าน Arabica % นั่งพักสักแป๊ป
08.40 น. ขึ้นรถไฟสถานี Central
09.20 น. เดินต่อไปยัง Peak Tram เพื่อขึ้นรถรางถ่ายรูป Top Of Hong Kong และซื้อของฝาก
11.00 น. เดินทางโดยรถไฟกลับโรงแรม แวะซื้อซูชิแถวนั้น และเดินไปรอรถบัสไปยังสนามบิน
12.30 น. ขึ้นรถบัสไปสนามบิน
13.30 น. ถึงสนามบิน นั่งกินซูชิ, Refund บัตร Octopus คืน, เช็คอินและไปที่ Gate
15.30 น. พยายามใช้เงินเหรียญให้หมดโดยไปนั่งกิน Starbucks แถว ๆ Gate อีกรอบนึง
16.55 น. ขึ้นเครื่องกลับไทยโดยสวัสดิภาพ
19.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

rfjccyoawg23

Day 1 | 6 เมษายน 2024
ในช่วงเดือนเมษายน ที่ฮ่องกงคือฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งพยากรณ์อากาศบอกว่าจะมีฝนเล็กน้อย แต่ที่ไทยตอนนี้คือร้อนมาก เราถึงสนามบิน ไม่เกินแปดโมงตามเวลานัด ทริปนี้เดินทางกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำงานด้วยกันอย่างสมบุกสมบัน ทุ่มเท ดูแลกัน และเป็นกำลังใจให้กันอย่างดี ชวนกันไปตี้หมูทะกันบ่อยครั้งแม้ว่างานจะเลิกดึกเลิกมืดก็บ่ยั่น

750ems4e3zpp

เมื่อถึงฮ่องกงแล้ว ทำตามขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว มุ่งหน้าไปยังเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร Octopus ให้สังเกตุป้าย Train Tickets 24 เราสามารถเติมเงินเท่าไรก็ได้ แต่ให้บวกค่ามัดจำบัตรไป 50 เหรียญ

stvzd7g43er7

การเดินทางค่อนข้างง่ายเลยล่ะ ปัญหาอุปสรรคเรื่องภาษาไม่น่าหนักใจเลย ภาษาอังกฤษงู ๆ ปลา ๆ บวกกับภาษากายก็สามารถเที่ยวได้เต็มที่ ซื้อบัตร Octopus เรียบร้อย ก็เดินตามป้ายรถบัสเข้าเมืองมาได้เลย จะมีหมายเลขให้ยืนรอตามย่านที่เราจะไป อย่างเช่น Mong Kok คือ A21 ใครไปลงย่านไหน ก็ยืนรอที่ป้ายนั้นได้เลย และที่ชอบมากคือ บนรถมีชั้นสำหรับวางสัมภาระให้ แถมยังมีกล้องวงจรปิดพร้อมฉายภาพให้เห็นกระเป๋าได้ตลอดเวลาอีกด้วย

dhia2el4n222
9b4bmfd57qdm
bd44ouevdz9t
zpuq0avsmukw

มีฝนรินบาง ๆ พอให้สดชื่น ใครแพ้อากาศก็อาจจะทำให้เป็นหวัดได้เหมือนกัน วิวจากสนามบินเข้าเมืองออกไปก็สวยสบายตาอยู่เหมือนกัน ทะเล ภูเขา และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ทำให้รู้สึกว่าการเดินทางได้เริ่มขึ้นแล้ว

bvqpe4uutq6z
iysgb4qw6eh2
eh1bdlwenvgt
97ec04q0i05r
urb1wnf4nf9x

เมื่อลงรถบัสก็ปักหมุด Google map ไปยังโรงแรมที่พัก คือ H1 Hotel ยื่นข้อมูลการจองและพาสปอร์ตของผู้เข้าพักทุกคน เป็นอันเรียบร้อย เก็บข้าวของเสร็จพวกเราก็เดินไปหามื้อเย็นแสนอร่อยกัน

oly4mbdz2xeu
k9b58ih7i9s4
0qq0qja1edqb
stsr5tl3806v
6k7yjvpynlrf

อิ่มท้องแบบจุก ๆ อาหารเสิร์ฟจานใหญ่มาก เดินเล่นถ่ายรูปย่อยกันดีกว่า แบรนด์ดัง ๆ แทบจะเดินเจอหมดบนถนนเส้นนี้

h79juuru4ic4

ค่ำคืนดี ๆ แบบนี้ ไปต่อกันที่อ่าววิคตอเรีย เดินสับ ๆ ไปโลด ฟีลกู้ดมาก

kje0lw18a0tm
19v4ncn3jo3o
it9i8kunmowf
l4fob86nvqxj
pnfmh3k3cpe1

นอกจากอ่าววิคตอเรียแล้ว บริเวณนั้นมีจุดถ่ายรูปเก๋ ๆ อีกเยอะเลย แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายเพราะแบตกล้องหมด

to57lqqs5j0t
oqidoma4wra5
zbg0550k3ovy
c3l8yude449w

ย่านนี้มองไปทางไหนก็ดูคลาสสิคบอกไม่ถูก

hw1obomh68z9
am3yibcniuqh
hsxp1ah4ydnw
oynj7m2ggb6l

ตอนมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อย เพิ่งรู้ตัวว่าเดินกันไกลมาก ขากลับเปลี่ยนเป็นขึ้น MTR แทน

9hqpn0histq1
9l6uot63prs3

ก่อนจะถึงห้อง กรุบ ๆ (หมายถึงยืมกระป๋องถ่ายรูปกรุบ ๆ)

x4di3899dvsh
1obb4bwnzo73
0qr0a517akb5

ห้องพักค่อนข้างดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ราคา ห้อง 3 คน ประมาณ 3,500 บาท ต่อคืน เดินทางสะดวก จะขึ้นรถบัส หรือ MTR ก็คืออยู่ไม่ไกล ใกล้ ๆ มีเซ่เว่นด้วย เรียกได้ว่าสะดวกพอสมควร อาบน้ำนอนกันดีกว่า กู้ดไนท์ฮ้าบบบ

Day 2 | 7 เมษายน 2024
ภารกิจหลักวันนี้คือ สักการะนักรบแชกง ที่วัดแชกงหมิว หรือที่คนไทยรู้จักในนาม วัดกังหัน และเอ็นจอยกับ Disneyland ให้เต็มที่ ให้สมกับเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าสวนสนุก
07.00 น. เช้าตรู่ นัดกันเดินไปกินอาหารเช้าที่ย่าน Edward จะเดินไปก็ราว ๆ 10 นาที หรือ MTR ไปก็ได้ แต่ยังเช้าอยู่เราเดินไปละกัน

eph3kug7qvr2
pr1vxkp6lual
ayhj2ja68lv2

3 อย่าง 101 เหรียญ หรือห้าร้อยกว่าบาท แต่ราคานี้คือราคาปกติของที่นี่เราไม่ได้ถูกขูดรีดแต่อย่างใด อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าอาหารค่อนข้างแพงเพราะส่วนหนึ่งมาจากภูมิประเทศที่ไม่เอื้อต่อการทำเกษตรและเลี้ยงสัตว์

svt12whrf5qx

อิ่มแล้วลุยต่อ เดินไปหน่อยเราขึ้น MTR จากสถานี Edward ไปยังสถานี Tai Wai และเดินตาม Google map ปักหมุดไปยัง Che Kung Temple เดินต่อก ๆ แต่ก ๆ ไม่นานก็ถึง

rdmjg8n11ezq
xna66vd9mex5
4hhjbbirwczm
ytat4tculeqx
7renvu90b5g6

วัดแชกงหมิว วัดยอดนิยมลำดับต้นๆ ในฮ่องกงที่ขึ้นชื่อเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ โชคลาภ เงินทอง ที่จะคอยนำพาสิ่งดีๆ เข้าหาตัว ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต ทำให้นักท่องเที่ยวชาวเอเชียหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่นิยมเดินทางมาในฮ่องกง ต้องมาสักการบูชาสักครั้ง เพราะเชื่อว่าจะสามารถนำพาโชคลาภ และส่งเสริมดวงให้ดียิ่งขึ้น ด้วยความเชื่อที่ว่าการมาหมุนกังหันลมที่วัดแห่งนี้สามารถผ่านพ้นปัญหา จากร้ายให้กลายเป็นดีได้ ทำอะไรราบรื่นดังกังหันลม

0ujwdvljaxn0
neub9sk8qmd0
w0a984vho3bl
xbpoxnahppk3
7lr1c409502c
7e5w1igadu2k
tfnmqohyjpw8
w6z36pfptrvg
5w4fnj9v2zy6
3ftnqauchhu8
9y7e5d1jplyp
kydjufwga02k

ถ่ายรูปรวมสักหนึ่งแชะ เราจะราบรื่นดั่งกังหันลมไปด้วยกันคร้าบบบ

2m2t2w7tv2og

เราเดินไปท่ารถประจำทางซึ่งไม่ไกลจากวัด จากนั้นกดเรียก Uber เพื่อไปยัง Disneyland เราไปถึงเวลาที่ Disneyland เปิดให้เข้าได้พอดี แสดง QR CODE การจอง ตรวจแสกนใบหน้าก่อนเข้า และตรวจอาวุธอื่น ๆ จากนั้นก็ลุยกันเลย

วันนี้ตั้งใจจะเล่นเครื่องเล่นให้ได้มากที่สุด สะดวกอันไหน กระโดดขึ้นอันนั้นก่อนเลย Disneyland Hong Kong มี 8 โซน เครื่องเล่น 7 โซน และอีก 1 โซนที่ไม่มีเครื่องเล่นคือ Main Street USA มีร้านค้าเรียงรายตลอดเส้นทาง มีทั้งของน่ารักๆ อย่างเช่น ที่คาดผมหูมิกกี้มินนี่ ตุ๊กตา พวงกุญแจ เครื่องประดับ เสื้อผ้า รวมไปถึงของใช้ในบ้านด้วย แต่ละโซนมีธีมเป็นของตัวเอง เราสามารถดูข้อมูลทุกอย่างผ่านแอพได้ ทั้งแผนที่ เวลาเริ่มการแสดงต่าง ๆ เราไปลุยทั้ง 7 โซนกั๊นนน
1. โซน Adventureland
เราลงไปล่องเรือ Jungle River Cruise กัปตันเรือจะดูแลความปลอดภัย และบรรยายจุดต่าง ๆ ให้ฟัง ขอบอกว่าสนุกมาก อารมณ์เหมือนเล่านิทานให้เราฟังไปพร้อม ๆ กับขับเรือพาเราลุยเข้าป่า อีกทั้งเอฟเฟคต่าง ๆ ทั้งเสียง ทั้งสัมผัส สมจริงมาก ทำเอาเราตื่นเต้นก้มหลบลูกธนูตามไปด้วย

xz27b3s0prqt
83mplzthzxci
4d7zhey68sph
9p9gceqxna7j
88ldhanzcfyd
r674mybzsf4w
9w8hrhiuv394
j6zeuvjpo8uy
lovzg80jr8pe
wz4docno1wx0

2. ไปต่อกันที่ Toy Story Land

3n9u64olsqo3
8vs3wvf9fmwv
epfci2o68gh5
143vqldur7v6

และ Toy Soldier Parachute Drop จำลองให้คล้ายกับการกระโดดร่ม ใจหวิวมากกกกกก

bwpm0vawmsou
58gy6ylig1n1
uuwqj54urxys
7iprnlb8xvu8
6s40ccdy4og8

3. Mystic Point เป็นโซนของเรื่องราวลึกลับ ที่อยู่ของนักผจญภัยที่ไม่มีใครมองเห็น เรื่องราวของเวทมนตร์และเรื่องเหนือธรรมชาติ ของลอร์ดเฮนรีและอัลเบิร์ตลิงจอมซนของเขา เราชอบมาก ทันทีที่เรานั่งเก้าอี้วิเศษตัวนี้ปุ๊บ มันก็พาเราผจญภัยในดินแดนที่เต็มไปด้วยเวทมนต์ นอกจากจะสนุกและตื่นเต้นแล้ว แอร์ยังเย็นฉ่ำอีกด้วย

gp8td1vk27n0
msu9y2qre2mn
il6pczxymf07
t3659l01lku7
e0x5n0ld8em5

4. ยังไม่พักความสนุกกันง่าย ๆ ไปอัพเลเวลต่อกันที่ โซน Grizzly Gulch โซนนี้เป็นการจำลองของฟรอท์เทียร์แลนด์และคลิตเตอร์คันทรีคลับ เราเล่นเครื่องเล่น Geyser Gulch อารมณ์ประมาณว่า เรานั่งรถไฟลุยไปในเหมือง แล้วในเหมืองมีอันตราย ทำให้ต้องเร่งเครื่องรถไฟสุดพลัง และปล่อยเสียงกรี๊ดออกมาลั่นเหมืองกันเลยทีเดียว ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ไม่สามารถถ่ายภาพได้ แต่เราก็ Snap ภาพจากวีดีโอมาให้เห็นบรรยากาศกันนิดหน่อย

jb4vy77u3qng
mzrfde4cxh3q
ffcyszxz6nds
gn1dt5tnh7ir

พักความสนุกกันชั่วคราว เราเดินไปฝากท้องไว้กับห้องอาหาร Starliner Diner จะเป็นอาหารชุดธีมของ Marvel เป็นประเภทฟาสฟู้ด ทานง่าย เมนูสนุกมาก มีความเก๋ ตัวอย่างเช่น ไอรอนแมนจะได้เบอร์เกอร์สีแดง เดอะฮักได้เบอร์เกอร์สีเขียว การตกแต่งตัวอาคาร เป็นมาเวลทั้งหมด รวมถึงชุดแต่งกายของพนักงานด้วย เป็นมื้อกลางวันที่สนุกมากเลย

upxak8czt335
d6t99m38hlnq
5ysmea76bi86

5. มาต่อกันเบา ๆ ที่ Tomorrowland เราเลือกเข้าไปที่ ไอรอนแมนเอ็กซ์พีเรียนซ์ คือทุกคนนนน เป็นการฉายภาพยนต์ 4 มิติ รูป แสงสี เสียง สัมผัส เหมือนราวกับว่า เราได้ขึ้นยานไปช่วยไอรอนแมนกอบกู้โลกจริง ๆ อย่างไงอย่างงั้นเลย สนุกมาก ระหว่างทางเดินขึ้นยาน มีจัดแสดงเทคโนโลยีรุ่นต่าง ๆ ของโทนี่ สตาร์ค เอาไว้ด้วย ชุด กระเป๋า ยานพาหนะ สร้างความอินเข้าไปอีก

9ixpaop8q5k9
dpeluaufszwh
aw5ygs4elb20
1jhnhedd5a56
iew1fagxkmtr
qog6i8i0x21y
xhsn389wwewg

6. โซน Fantasyland เราเข้าชมหลายอย่างมาก ๆ เริ่มจาก ดูโชว์ของ LinaBell ชอบมาก อินมาก ซึ้งมาก

l1pstygsd4t1
gfwqx7f06ncs
teaq0zwy2lo6
d8z3ae8daaa7
ao26vb6knfcb

ออกจากโรงละครเดินต่อมาหน่อยที่ It’s a small world ให้เราล่องเรือผ่านทุกทวีปทั่วโลกและได้พบกับตัวการ์ตูนออกมาร้องเล่นเต้นรำมอบความสุขให้กับเรา

4sn97cdy1kvx
bw57bc87qdk6
cg6m3ncdjoj6
6p976a4ryjy0
l9pe1pqmtoln
jwnilcplfm5m
y20c6esq7v6z
sszv0e3ux51p
cz70q7lmh2w2
n87znh0xmw9o

7. ขอกระโดดข้ามไปโซน World Of Frozen กันก่อนฟ้าจะมืด โซนนี้มี 2 ฝั่งเราขอเรียกแบบเข้าใจได้ง่าย ๆ เลยคือฝั่งป่าและฝั่งเมือง ฝั่งป่า Arendelle Forest ติดกับปราสาท Arendelle เราเล่นเครื่องเล่นไฮไลท์เอาใจคนชอบความเร็วที่ Wandering Oaken’s Sliding Sleighs เป็นรถไฟเหาะที่จะพาเราโลดเล่นไปกับเมืองน้ำแข็งแห่งนี้ และข้ามสะพาน King Agnarr Bridge มาอีกฝั่ง พบกับน้ำพุแห่งสันติภาพ คือฝั่งเมือง Arendelle Village นั่นเอง มองเลยมาหน่อยก็จะเจอกับหอนาฬิกา ซึ่งเป็นฉากหลังการเต้นรำระหว่างอันนากับเจ้าชายฮานส์นั่นเอง เราไม่พลาดที่จะกระโดดขึ้น เครื่องเล่น Frozen Ever After เครื่องเล่นที่จะพาทุกคนล่องเรือไปตามเรื่องราวของ Frozen รับรองว่าจะได้พบปะกับอันนา เอลซ่า เจ้าชายฮานส์ คริสตอฟฟ์ โอลาฟ สโนว์กี้ และสเวน จุดเด่นของเครื่องเล่นนี้ต้องยกให้กับความสมจริงของการสร้างหุ่นตัวละคร รวมไปถึงการนำเทคโนโลยี Animatronics มาใช้เพื่อเสกให้ตัวละครทุกตัวแสดงท่าทางได้สมจริงที่สุด แอบกระซิบว่า อย่าเผลอนั่งใจลอยไปเพราะไฮไลท์อีกจุดยังถูกซ่อนเอาไว้หลังฉาก Let It Go โอ้วววว มายยยย ก้อดดดดด ใจวูบเป็นแบบนี้นี่เอง ฮ่าฮ่า แต่สนุกมากกก แบบมากจริง ๆ

3qn4br0ldv9v

นอกจากเครื่องเล่นสนุก ๆ แล้ว มองไปทางไหนก็สวยทุกมุมเลยด้วย งื้ออออ

02c06t7chgs8
fnjwe048goia
ncunb6ciaph7
rf6o38vh3hvf
p8uv6zbnvahc
0x6uvq8ualg4
wpm3xe1jitn6
vmwigszrehz3
rtmuj7mpj00y
qftjjhkhu4b7

ออกจากเครื่องเล่นมา เราเดินเข้าร้านขายสินค้าที่ระลึกประจำเมือง Tick Tock Toys & Collectibles และตู้จดหมายที่สามารถส่งโปสการ์ดได้จริง ความพิเศษคือจะได้รับแสตมป์เป็นตรา World of Frozen กับตราราชวงศ์ Arendelle ด้วย จะพลาดได้ไงคร้าบบบ

x8sh9nnfft5y

เวลายังพอมีเหลือ ก่อนที่จะไปชมการแสดงสุดท้ายบริเวณปราสาท เรากลับไปที่โซน Fantasyland อีกครั้ง กับเครื่องเล่น Dumbo ช้างบินได้ เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นได้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

b8nz9nqipdpi
px6cu66gcx8v
77c75r9c3u70

พักความหวาดเสียว มาต่อกันที่ Mickey’s Philhar Magic เป็นการแสดง 3 มิติ รอบนี้ได้นั่งแถวหน้าสุด ตื่นเต้นมาก ตัวละครหลักของโชว์ในรอบนี้คือ Donald duck ที่พาเราเดินทางไปพบกับตัวการ์ตูนอื่น ๆ มากมายผ่านแว่นตานี้

vylle94qo005
61z51uzhmgbi
6vo1orc4zbc2
0izjk487pdwq
svqds5wacbet

ต่อด้วยเดินเข้าป่าเวทมนต์ Fairy Tale Forest

u1uuk71bxs31
7045bq4dmmo2
jacab81wwikl

ต่อกันรัว ๆ ที่ Winnie the Pooh นั่งรถรางชมเรื่องราวสุดน่ารักของพูห์และผองเพื่อน

btzbam2z8s0p
flvsdzfqoww9
u8j988eg7yac
0mzv326bd3or
bsw4wttc7maq

Mad Hatter Tea Cups

7x6btg2164ki
7tiqy13tvuce

และ Sword in the Stone

2sm93pggj6m5

ปิดท้ายยามค่ำคืนที่ Momentous บริเวณหน้าปราสาท Castle of Magical Dreams แสงสีเสียงตรึงใจมาก

s8lpfxne7t0h
dl0f42nuk5do
sd2h6unm8nix
1ww23kbzveu5
18ypcraxpp10
tdib7sf4vyd4
momv2zlbl726
j6bcfed0ced0
om5ke48eb4rz
9gpk3q8bm1l4

เมื่อจบโชว์เราแวะเข้าร้านของฝากอีกครั้งมีแต่ความน่ารักเต็มไปหมด

he06xktrrint
u7yaij7ggpyk
ials1cv1672d
edxgxuibfwj5
1c48edo6riu8
24o19sjjte5w
28k5p3lztqew
6wmnjluis8ey
4e3htd7sb0b9
ix2b2ebtvnfu
wzeht1eyj5ds
hdazghgzcoj0

จากนั้นเดินออกไปขึ้นรถไฟ MTR กลับไปยังที่พัก รถไฟก็น่ารักมากมีความดิสนีย์ซ่อนอยู่ในขบวนได้อย่างลงตัว

9befxwv0q4yw
q6kxd4pl0rc9
d7tph9cx0pf9
e45d3djw78me

Day 3 | 8 เมษายน 2024
วันที่ 3 ของการเดินทางแล้วค่าาา ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม เราเก็บสัมภาระ เช็คเอาท์ แต่ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมไว้ก่อน แพลนวันนี้คือ แวะไปถ่ายรูปที่ Yict Building หรือ ตึกทรานฟอร์เมอร์ และนั่งรถราง Peak Tram เพื่อขึ้นไปชมวิวบนจุดที่สูงที่สุดของฮ่องกง ก่อนอื่นก็ต้องหาของอร่อย ๆ ลงท้องกันสักหน่อยก่อน เราเข้าร้านอาหารเช้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม และเป็นทางผ่านระหว่างเดินไปขึ้นรถไฟ MTR ร้านนี้เกี๊ยวอร่อยมาก รสจัดสุดเท่าที่กินมา ร้านอื่น ๆ ออกแนวจืด ๆ

rbtk0mk110hw
b5egfuchgihw
t4jgm4yp4uwl
fviddqr9zfwn
3f8eywholorn

เที่ยวจนล้า แต่ไม่ถึงกับหมดแรง เราขึ้นรถไฟ MTR สถานี Mong Kok ไปลงสถานี Tai Koo

q03zfmgfnczp
yydhqcd53lfl
7y0f1pcdonh7
gx6kljmimbn7

เดินออกที่ ทางออก B และปักหมุดไป Yick Flat Building เดินแป๊ปเดียวถึง

s8qvq5tjmzuw
n4uuu32begn4
mjm7e2bq1vxn

เวลาเหลือพอสมควร จัดเครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจ ๆ กันคนละแก้ว ที่ Arabica หรือที่เราเรียกว่าร้าน % Coffee นี่แหละ โลเคชั่นดีอยู่ชั้นล่างสุดของตึกนี้พอดี

gg7t9v4d6r6y
43fewfkle2sc
tm499xz9dvpa
r5oggy9hdmln
qoh4cfkpzxyf
ouz5exhdsiv3

เดินทางต่อ โดยเดินกลับไปขึ้นรถไฟ MTR อีกครั้ง คราวนี้ไปลงสถานี Central แล้วออกทางออก J2 ไปยังถนน Garden Road มีป้ายบอกตลอดทาง ย่านนี้มองดูแล้วดูล้ำสมัยมาก ตึกใหญ่สูงปรี๊ดดดดเยอะสุด ๆ ที่ย่านนี้ เป็นเหมือนย่านที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บริษัท หน่วยงานรัฐ และธนาคาร รวมกันอยู่ที่ย่านนี้ จะสังเกตุว่ารถค่อนข้างหนาแน่นกว่าย่านอื่น ๆ ที่ไปมา

0mrcekahpm0d
wtu70xf5x9c5
v36uil1k1ecv
s8m1981jn8bk
myhvud2mkckr
8glabo2bler2
gpa4xclr1865
qbe6dkufacqn
8ptpjuxpg2bh

เดินประมาณ 10 นาที ก็จะถึง Peak Tram ด้านล่างของตึกมีช่องจำหน่ายตั๋วอยู่ เราสามารถจ่ายด้วยบัตร Octopus ได้เลย ราคา 88 เหรียญ หน้าตาของตั๋วประมาณนี้ เดินถัดไปหน่อยเดียว ก็เป็นจุดรอขึ้นรถรางแล้ว สังเกตุฉากหลัง จะมีจอ LED รอบทิศทาง ฉายภาพจำลอง ราวกับว่าเราอยู่ในป่า สร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี

nq96ei511mo0
wjimfa5uu6z8
ne45a9od9o19
0xpyn0w8y7rt
ez8u8uiyt12a
vzqw4cedhev4

มองออกจากรถรางไป ใครกลัวความสูงอาจจะหวิว ๆ หน่อย เพราะเริ่มเห็นวิวสวย ๆ และรู้สึกว่าสูงมาก ๆ แล้ว

9l7l0r783728

บนจุดที่สวยที่สุด ที่สามารถถ่ายรูปด้านบนได้ ต้องแสกนตั๋วอีกครั้ง ราคา 75 เหรียญ วิวสวยมาก ถ้ามีโอกาสได้ไปเยือนฮ่องกงอีก ก็คิดว่าจะแวะมาที่นี่อีกเรื่อย ๆ ดูบรรยากาศให้แตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู

9h9jwuq4gbhu
8mipc1b6bcge
0sguvqfavpj4
dd256v7nsx8b
iv8z2ab5tfw9

ด้านบนมีช่างภาพมืออาชีพถ่ายรูปให้ด้วย รู้มุมดีสุด ๆ จัดท่าให้อย่างดีเลย สามารถถ่ายไปก่อนได้เลย ถ้ารูปถูกใจเราค่อยซื้อกลับ หลังจากเสร็จแล้ว ช่างภาพจะให้การ์ดเรามาใบหนึ่ง เพื่อไปขอดูรูปที่ร้านชั้นล่าง ก่อนจะไปตามหาร้านถ่ายรูป เราแวะไปดูของฝาก เลือกซื้ออยู่พักหนึ่ง และต่อด้วยนั่งดื่มชามะนาวเย็นสดชื่นชมวิวสวย ๆ

00ef9v5bappd

ระหว่างที่ไม่แน่ใจว่าร้านถ่ายรูปอยู่ชั้นไหนกันแน่ ขี้เกียจขึ้นลงบันไดเลื่อนแล้ว เพราะต้องวนหลายชั้น จึงเปลี่ยนไปกดลิฟท์แทน แต่แล้วเรื่องราวไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ลิฟท์ค้างค่าทุกคนนนน นิ่งสนิท ไม่ขึ้น ไม่ลง ประตูก็ไม่เปิด เรากดกริ่งเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตอบกลับให้เราสบายใจทีนที แต่ประตูก็ยังไม่เปิด เป็นเวลาไม่นานที่รู้สึกว่ายาวนานเหลือเกิน กลัวหน่อย ๆ กังวลนิด ๆ คาดว่าน่าจะมีปัญหาที่ระบบไฟ รู้สึกว่ามีการ Reset ระบบไฟมั้ง หรืออย่างไรไม่รู้ ไฟดับไปสองรอบ พอไฟติด กดเปิดอีกครั้ง ประตูก็ถูกเปิดออก เดินออกจากลิฟท์แบบโล่งใจ และเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาถามว่า Are you okay? แม้ว่าจะไม่ค่อยโอเคเท่าไรแต่ก็ I'm okay. เพราะรู้สึกโอเคกว่าตอนอยู่ในลิฟท์ เจ้าหน้าที่มอบ Postcards เป็นของที่ระลึกมาให้หลายใบ และช่วยแก้ปัญหา ออกตั๋วขาลงให้ใหม่หนึ่งใบเนื่องจากน้องทำหายตอนไหนก็ไม่รู้ รู้สึกแฮปปี้ขึ้นมากแล้ว เรากลับกันเถอะ เป็นประสบการณ์ที่พีคสมชื่อ The Peak มาก ๆ เพราะอยู่ไทยมาตั้งนาน ขึ้นลิฟท์มาก็เยอะ ยังไม่เคยติดลิฟท์มาก่อน แต่นี่คือจุดที่ขึ้นชื่อว่าสูงที่สุดในฮ่องกง โอเอ็มจี จำได้ไม่ลืมแน่ ๆ ล่ะฉัน

ออกจากลิฟท์มาตามหาร้านรูปกันต่อ อยู่ชั้นล่างของจุดชมวิวชั้นเดียวนั่นแหละ แต่สิ่งล่อตาล่อใจอย่างอื่นมีเยอะซะเหลือเกิน เราก็เลยเดินข้ามไปข้ามมากันจนเหนื่อย จัดไปคนละหนึ่งเฟรม 168 เหรียญ

09s9zo9nzp1b
brkzw5asxpxi

เวลาพอเหมาะพอดี ถ้าติดลิฟท์นานกว่านี้ฉันตกเครื่องแน่ ๆ พวกเราเดินไปขึ้น MTR อีกครั้ง เพื่อกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม และแวะซื้อซูชิและน้ำดื่ม ร้านข้าง ๆ โรงแรม รอบนี้รถไฟโล่งมากกกกก น่าจะเพราะคนไปทำงานกันหมดแล้ว

ma7yv1iatfos
2p1gnffxrc22
t501iyznq67a

รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินอีกแล้วครับท่าน เดินที่ละนิดละหน่อย สรุปคือเดินมากกว่า 20,000 ก้าวทุกวัน เดินไปขึ้นรถบัสที่จุดรอรถ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม เดินไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงแล้ว เข้าแถวรอที่จุด A21 เพื่อไปสนามบินได้เลย

sgxp26hpl8pp
3bwvew1k237v

เมื่อถึงสนามบิน เราก็นั่งกินซูชิที่ซื้อมากันก่อน จากนั้นก็ไป Refund บัตร Octopus คืน มีค่าธรรมเนียม 11 เหรียญ ส่วนที่เหลือจากนั้น ได้คืนเป็นเงินสด จากนั้นไปเช็คอินแล้วไปที่ Gate ด้วยความที่ทอนเป็นเหรียญ เราจึงพยายามใช้เหรียญให้หมด โดยเลี้ยวเข้า Starbucks สั่งชาเขียวปั่น กินกับ มัฟฟินช็อคโกแลต อิ่มตัวจะแตก ฮ่าฮ่า จากนั้นขึ้นเครื่อง หลับปุ๋ยเลยค่า น่าจะเพราะเหนื่อยมาก ๆ เจอกันใหม่ทริปหน้าคร้าบบบ

8woz4cbg16i6
x3mr7039lqwe
s2l2t64b0gfc
2izpk6vxng7n
txti5buj3kvy

d57uni0cwes2

1. ตั๋วเครื่องบิน ไป - กลับ สายการบิน HK Express 10,000 บาท (ตรงช่วงวันหยุดยาว)
2. ห้องพัก H1 Hotel 2 คืน คืนละ 3,500 บาท รวม 7,000 บาท ตกคนละ 2,300 บาท
3. ค่าเดินทาง โดย บัตร Octopus ทั้งหมด ประมาณ 300 เหรียญ หรือประมาณ 1,500 บาท
4. ค่าตั๋ว HK Disneyland ซื้อจาก Agoda ราคา 3,400 บาท
5. ค่ากิน แลกเงินมาประมาณ 8,000 บาท แลกกลับเหลือ 3,000 บาท แปลว่ากินไปทั้งหมด 5,000 บาท
รวม ๆ แล้วก็ประมาณ 25,700 บาท

dhwvr3ltqdam

1. บัตร Octopus ควรค่าแก่การเที่ยวฮ่องกงเป็นอย่างมาก สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอน ใช้ได้ทั้งขึ้นรถ ลงเรือ รถราง จุดชมวิว หรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ

2. ตั๋ว Peak Tram ราคา ขึ้นลง 88 เหรียญ จุดชมวิว 75 เหรียญ รวม 163 เหรียญ แต่ถ้าซื้อคู่กันกับจุดชมวิวตั้งแต่ข้างล่างได้ราคาถูกกว่า อยู่ที่ 148 เหรียญ คือถูกกว่าประมาณ 15 เหรียญ หรือราว ๆ 75 บาท

3. สนามบินฮ่องกงค่อนข้างกว้าง และ Gate อยู่ไกลมาก ต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้วจึงจะไปที่ Gate ได้ ให้เราเผื่อเวลาไปสัก 3 ชั่วโมงขั้นต่ำ

4. เราจองตั๋ว Tier 3 ของ Disneyland ผ่าน Agoda ตั๋วนี้คือมาตรฐาน สามารถผ่านและเล่นเครื่องเล่นได้หมด แต่คนจะเยอะหน่อย โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ได้รอนานขนาดนั้น เข้าไปดูเรื่อย ๆ ยิ่งใกล้วันมากเท่าไร ราคาจะขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ถ้ารู้วันแล้วให้รีบจองแต่เนิ่น ๆ จะได้ราคาดีที่สุด และใครที่ไม่อยากรอเครื่องเล่นนาน ๆ แนะนำให้ซื้อตั๋ว Tier 4 ราคาจะสูงขึ้นมาหน่อย

5. แอพ HK Disneyland มีประโยชน์มาก เพราะสามารถดูแผนที่ขนาดใหญ่ได้ และบอกเวลาการแสดงโชว์ต่าง ๆ ทำให้เราบริหารเวลาได้สะดวกขึ้น

6. รถไฟฟ้า MTR ใช้บริการง่ายมาก เราสามารถโหลดแอพมาใช้ได้เลย หรือใครเครื่องเต็ม ก็สามารถตรวจสอบรอบรถ หรือ ใช้ลิงค์นี้แทนก็ได้ https://www.mtr.com.hk/en/customer/services/service_hours_search.php?query_type=search&station=119 มันจะช่วยวางแผนการเดินทาง มีเวลาบอก มีสถานีให้ดู เวลาเปลี่ยนสถานีก็บอกหมดว่าต้องออกประตูไหน ใครไม่เคยไปมาก่อนก็สามารถเดินทางด้วยตัวเองได้เลย เราเองก็ไปฮ่องกงครั้งแรก รู้สึกว่าไม่ยากเกินไป

pcvuy7fro8u1

7. ประกันการเดินทาง ครั้งนี้เราเลือกของ MSIG เราเลือกซื้อใน แอพ True Money เพราะมีประกันหลายเจ้า เราสามารถกดเลือกเปรียบเทียบอันที่เราสนใจได้เลย เราเลือกที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการมากที่สุด คือ แผนนี้ ราคา 200 บาท ซื้อใน True Money เราจ่ายไปที่ราคา 182 บาท

dmj1gl668m22

8. เราโรมมิ่งข้อมูลมือถือโดยไม่ซื้อซิม แพ็คเก็จในทวีปเซีย 7 GB ราคา 399 บาท ใช้ได้ 10 วัน เราลองกดตรวจสอบข้อมูลดู ใช้ไปไม่ถึง 3 GB ครั้งหน้าเราจะซื้อแค่ 3 GB พอ ราคา 199 บาท เน็ตดีมีตลอดทางสัญญาณไม่ขาดหาย

ความคิดเห็น