
เดินทางคนเดียวครั้งนี้ ยังคงเน้นใช้ขนส่งสาธารณะเหมือนหลายทริปที่ผ่านมาค่ะ เท่าที่รีวิวส่วนใหญ่จะเช่ารถขับเอง ซึ่งสะดวกมาก แต่งบเที่ยวของเราค่อนข้างจำกัด ฮ่า…. พอเดินทางจริง ไม่เช่ารถขับก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆ เข้าถึงสถานที่เที่ยวได้เหมือนกัน เราจะเขียนรายละเอียดทั้งหมดให้เพื่อนๆได้ตามรอยกัน ยาวหน่อยนะคะ ขอบคุณที่อ่านจนจบด้วย

[ ข้อมูลสำหรับการเดินทาง ]
วีซ่า (Visa) : เราใช้ eTA เข้าแคนาดาค่ะ เนื่องจากมีวีซ่าอเมริกาอยู่แล้ว (กรอกข้อมูล eTA ที่นี่ https://www.canada.ca/en/immigration-refugees-citizenship/services/visit-canada/eta/important-reminders-apply-eta.html?fbclid=IwQ0xDSwK6VJpleHRuA2FlbQIxMQABHnEHgmuguOwdpPJEsl5pIXfbLpTRRl7doVZ7h2cfLGbsM46_R3gxmfUv-Jr3_aem_-VVb-wvaPxGDI7joEgLTDw)
โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
1.ต้องมีวีซ่าอเมริกา ที่ยังไม่หมดอายุ
2.ต้องบินเข้าแคนาดาเท่านั้น ส่วนขาออกใช้ช่องทางอื่นได้
สิ่งที่เตรียมในการขอ eTA
-Passport ที่ยัง valid อยู่
-เลขวีซ่าอเมริกา
-บัตรเครดิตไว้จ่ายค่าธรรมเนียม 7 CAD(~168 บาท)
เมื่อ eTA approved จะได้รับทาง Email สามารถใช้ยื่นให้ Staff สายการบิน หรือ ตม.ได้เลยค่ะ
สกุลเงิน (Currency) : 1 Canadian dollars(CAD) ~ 24 บาท
Time Zone : รัฐ British Columbia(Vancouver) ช้ากว่าไทย 15 ชม.
รัฐ Alberta(Canmore Banff Jasper) ช้ากว่าไทย 13 ชม. โดยฤดูร้อนใช้เวลา MDT(Mountain Daylight Time) นะคะ
ช่วงเวลาเดินทาง : 1-9 มิถุนายน 2025
แผนการเดินทาง (Itinerary) :
1 Jun 25 Flight Bangkok-Vancouver
2 Jun 25 Vancouver
3-8 Jun 25 Flight Vancouver-Calgary
(Banff,Canmore,Jasper national park)
9 Jun 25 Back to Bangkok

เดินทางกับ Hongkong Airlines จองผ่าน Trip.com หลังจองตั๋วอย่าลืมตรวจสอบใน Manage booking ของสายการบินอีกทีนะคะ เครื่องออกตรงเวลา ไม่ดีเลย์ใช้เวลาต่อเครื่องที่ฮ่องกง 2-3 ชม. in-flight entertainment มีขัดข้องนิดหน่อย เน้นนอนยาวค่ะ
(ตอนแวะต่อเครื่อง แอพ Trip.com แจ้งเตือนว่า Flight ต่อไป Vancouver อาจจะดีเลย์ 8 ชม. แต่พอเช็คกับทางสายทางบินและรอที่หน้าเกท พบว่าออกเวลาเดิม ถ้าเพื่อนๆเจอแบบนี้ ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะเราตกใจแทนไปแล้ว ฮ่า……)
เมื่อถึงสนามบิน Vancouver ให้กรอกข้อมูลขาเข้าที่ตู้ Self-service kiosk จากนั้น จนท.ให้เดินผ่านช่องอัตโนมัติ ถามแค่ว่ามาทำอะไร มาครั้งแรกใช่มั้ย แล้วก็ให้ผ่านไปรอรับกระเป๋าได้ ทั้งกระบวนการไม่ถึง 5 นาทีค่ะ
Banff

หมู่บ้านที่รอบล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงใหญ่ งดงามยิ่งกว่าภาพวาด ดินแดนแห่งนี้อยู่ใน Dream list ของเราค่ะ
วางแพลนเที่ยวแบบประหยัดและคุ้ม เราแนะนำซื้อ Day pass แล้วเที่ยวตามโซนบัส Roam ที่ให้บริการค่ะ
ยกตัวอย่าง เขต Banff local ราคาตั๋ว Day pass 5 CAD ใช้ได้กับ Roam 4 สาย เที่ยวในวันเดียว
-สาย 1 Banff ไป Sulphur Mountain (ขึ้นGondala)
-สาย 2 Banff ไป Fairmont springs , Tunnel Mountain
-สาย 4 Banff ไป Bow falls , Cave&Basin(summer only)
-สาย 6 Banff ไป Lake Minnewanka (summer only)
สถานีรถใหญ่ๆจะมีตู้กดซื้อตั๋ว โดยใช้บัตรเครดิตแตะจ่ายได้ กรณีขึ้นจากสถานีเล็กๆที่ไม่มีตู้ซื้อตั๋ว สามารถหยอดเหรียญบนรถได้แต่ไม่มีทอนนะคะ อีกวิธีที่แนะนำคือ โหลดแอพ Transit ผูกบัตรเครดิต กดซื้อตั๋วเสร็จ ตอนขึ้นรถให้กด Activate ตั๋วในแอพให้คนขับดูด้วย

(ตู้กดตั๋ว)
Sulphur Mountain

ภูเขาที่อยู่ใน Banff National Park จากป้าย Banff High School Transit Hub ไป Sulphur Mountain นั่งบัส Roam สาย 1 ใช้เวลา 25 นาที รถออกทุก 20-25 นาที ราคาตั๋ว Day pass 5 CAD
ขาไป 5:10 - 23:10
ขากลับ 5:33 - 23:35
มีกิจกรรมขึ้น Gondola ชมวิว Canadian Rockies แม่น้ำ Bow รวมถึงเมือง Banff แบบ 360 องศา ด้านล่างมีจุดนั่งชมวิว Tunnel Mountain และสามารถเดินไปแช่น้ำพุร้อนที่ Banff Upper hot springs ได้ด้วยค่ะ

Lake Minnewanka

ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ใน Banff National Park ชื่อ ’Minnewanka’ มาจากภาษา Stoney แปลว่า ‘น้ำแห่งวิญญาณ’ (Lake of the Spirits)
จากป้าย Banff High School Transit Hub ไป Lake Minnewanka นั่งบัส Roam สาย 6 ใช้เวลา 30 นาที รถออกทุก 1 ชม. ราคาตั๋ว Day pass 5 CAD
ขาไป 8:00 - 20:00
ขากลับ 8:30 - 20:30
ช่วง Summer มีกิจกรรมเยอะค่ะ ครอบครัวรวมกันนั่งปิกนิก มีล่องเรือ ปีนเขาชมวิว พายเรือ ปั่นจักรยาน กลุ่มข้างๆกระโดดน้ำเล่นด้วย ขากลับเจอแพะภูเขาเป็นฝูงเลย และพื้นที่นี้เป็นเขตที่พบหมีได้บ่อยค่ะ

Moraine Lake & Lake Louise

เราแพลนเที่ยวสองทะเลสาบวันเดียวกันค่ะ Lake Louise เดินทางง่าย แต่ Moraine Lake จะยากหน่อย เพราะต้องจอง Shuttle bus ผ่าน Parks Canada หรือไปกับทัวร์เท่านั้น

Roam สาย 8X จากป้าย Banff High School Transit Hub ไป Lake Louise แนะนำซื้อ Day pass ราคา 25 CAD ไปกลับเลยค่ะ ใช้เวลา 50 นาที รถออกทุก 1-1.5 ชม.
ขาไป 6:00 -21:40
ขากลับ 7:05 - 22:40
ขั้นตอนการจอง Shuttle bus ไป Moraine lake
วันเริ่มเปิดจอง: วันพุธที่ 16 เมษายน 2025 เวลา 8 โมงเช้า (ตามเวลา MDT) และจะมีการปล่อยที่นั่งเพิ่มเติมให้จองได้ เวลา 8 โมงเช้า (ตามเวลา MDT) 2 วันก่อนวันเดินทาง
ช่องทางการจองของ Parks Canada
1.Online : Create Reservation( https://reservation.pc.gc.ca/create-booking/results?mapId=-2147483634&searchTabGroupId=3&bookingCategoryId=9&_gl=1*cjquvb*_ga*MTQ4ODQ2NTQxMi4xNzQ5MDA2MTMw*_ga_PC690N3X7Z*czE3NDk5Mjg2NTEkbzIkZzEkdDE3NDk5Mjg3MjEkajU5JGwwJGgw&_ga=2.24025272.363465039.1749928652-1488465412.1749006130 )เลือก day use
2.ทางโทรศัพท์ : โทร 1-877-RESERVE (1-877-737-3783)
เราโชคดีที่กดจอง Shuttle bus ได้ กดจองตอน 3 ทุ่ม ได้รอบ 12:00 วันถัดไป เมื่อชำระเงิน 11.50 CAD เรียบร้อย จะได้รับ Email ที่เป็น Barcode พร้อมรายละเอียด

จุดพีคอยู่ตรง จุดขึ้นรถระบุที่ Lake Louise Ski resort(Park and Ride) ซึ่งเปิดแมพแล้วไกลจาก Downtown Banff มากๆ
ตัดสินใจเดินเข้า Banff visitor centre ด้านในจะมี 2 เคาน์เตอร์ใหญ่ คือ Roam(ตั๋วรถบัส) กับ Parks Canada
จนท.Roam ตอบว่า : ไม่มีบัสไปถึง Ski resort ให้ติดต่อ จนท.Parks Canada
จนท.Parks Canada ตอบว่า : ต้องเช่ารถ แล้วขับไปเองเท่านั้น และที่ Banff ไม่มี Taxi บริการด้วย
ตอนนั้นยืนอึ้งอยู่พักนึง แต่ยังคงเกาะเคาน์เตอร์ไม่ยอมไปไหน ฮ่า……คิดอะไรบางอย่างเลยกดถาม ChatGPT ตอบว่าขึ้น 8X แล้วต่อ Lake Connector Shuttle ตั้งสติอีกที ให้ จนท.Roam ช่วยอีกครั้ง ปรากฎว่าสำเร็จ เย้!!!! ได้ข้อมูลมาดังนี้ค่ะ :

1.นั่ง Roam สาย 8X จากป้าย Banff High School Transit Hub ไป Lake Louise
2.เมื่อถึง Lake Louise Lakeshore จะเจอเตนท์เขียว เขียนว่าไป Moraine Lake ให้ขึ้นรถคันนั้นได้เลย
3.Parks Canada Lake Connector Shuttle จะวิ่งไปกลับระหว่าง Lake Louise กับ Moraine Lake
ปล.แนะนำแคปหน้าจอ หรือปรินท์ Barcode ไว้เปิดให้คนขับรถดู เพราะจุด Moraine lake ไม่มีสัญญานค่ะ
ก่อนจะพาไปชมภาพบรรยากาศทะเลสาบทั้งสอง ต้องขอขอบคุณ จนท.Roam ที่ช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น และจะบอกว่า Banff มี Taxi นะคะ มีป้ายติดหลังรถตัวใหญ่ว่า Taxi แต่ดูเหมือนรถเหมามากกว่า

วันนี้เริ่มเที่ยวที่ Moraine lake ก่อน จาก Parking lot เดินขึ้นเนินไปถ่ายวิวมุมสูงตรงจุด Rockpile 350 m. สูดอากาศบริสุทธิ์กับแดดอุ่นๆยามบ่าย

วิวที่นี่โด่งดังถึงขั้นเคยถูกนำไปพิมพ์บนธนบัตร 20 CAD ช่วงปี 1969–1979 หลายคนเรียกกันว่า ‘วิว 20 ดอลลาร์’ หากเพื่อนๆได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมถึงสมควรได้ตำแหน่งนี้ค่ะ


ทะเลสาบตั้งอยู่ท่ามกลางแนวเขา Ten Peaks ที่เรียงตัวสลับซับซ้อน เป็นอีกจุดที่นักเดินทางทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากมาเก็บภาพให้ได้สักครั้ง
เส้น Moraine Lake Lakeshore Trail มีความยาวประมาณ 1.3 km. เป็นเส้นทางเดินสบาย ๆ เลียบริมทะเลสาบ เดินจนสุดทางก็นั่งพักชื่นชมความสงบของธรรมชาติ
ความพิเศษของน้ำสีฟ้า เกิดจากการหักเหของแสงที่สะท้อนกับผงแร่ธาตุละเอียดจากธารน้ำแข็ง ที่ไหลลงมาสู่ทะเลสาบ โดยเฉดสีฟ้าจะเปลี่ยนไปตามมุมแสงในแต่ละช่วงเวลา
ช่วงบ่ายยังสวยขนาดนี้ ถ้าเป็นเช้าหรือช่วงเย็น ที่แสงดูอ่อนนุ่มกว่านี้ คงสวยมากๆเลยค่ะ

ก่อนขึ้นบัสกลับจาก Moraine lake จนท.แนะนำว่าควรปรินท์ตั๋วออกมาค่ะ เนื่องจากจุดนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ส่วนบริเวณ Parking lot จะมีเตนท์เขียว 2 จุด จุดแรกนั่งบัสกลับ Lake Luise และนั่งบัสกลับ Park and Ride สำหรับคนที่ขับรถมาเองค่ะ

Lake Louise
นั่งชมวิวริมทะเลสาบ Lake Louise Shoreline วิวฉากหลังของยอดเขา Victoria Glacier แบบเงียบสงบ เส้นทางนี้เดินง่าย เหมาะสำหรับทุกวัย เราเห็นครอบครัวจูงรถเข็นเดินเล่นกันอย่างอบอุ่นเลยค่ะ

แนะนำเดินต่อไปที่ Fairview Lookout ระยะทางแค่ 1.1 km เหมือนไม่ไกล แต่บอกเลยว่า เหนื่อยมาก ทางค่อนข้างชัน หยุดพักได้ไม่เยอะเพราะกลัวเจอหมี The boss ค่ะ ฮ่า…..

เมื่อถึงจุดชมวิวแล้ว รู้สึกว่าคุ้มสุดๆ วิวนี้สามารถมองสีฟ้าของทะเลสาบได้อย่างชัดเจน พร้อมโรงแรมหรู Fairmont Chateau Lake Louise บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ
ใครเลือกพักแถว Lake Louise Village North ซึ่งอยู่ห่างจากตัวทะเลสาบประมาณ 5 km ขับรถแป๊บเดียวถึง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านสะดวกซื้อให้เลือกพอสมควร บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบไม่ต้องอยู่ในโซนที่คนพลุกพล่านมากค่ะ
สำหรับใครที่ซื้อทัวร์ นอกจากจะได้มา Lake Louise , Moraine Lake นี้แล้ว ยังได้ไป Emerald lake อีกด้วยค่ะ
Johnston Canyon

จากป้าย Banff High School Transit Hub ไป Johnston Canyon นั่งบัส Roam สาย 9 ใช้เวลา 30 นาที รถออกทุก 1.5 ชม. ราคาตั๋ว Day pass 10 CAD
ขาไป 9:00 - 18:25
ขากลับ 9:40 - 19:10
เส้นทางเดินป่าผ่านหุบเขาและน้ำตก โดย Lower Falls ประมาณ 1.1 km. และ Upper Falls เดินต่อจาก Lower Falls อีกประมาณ 1.3 km. หากเดินต่ออีก 3 km. ถึง Ink Pots แอ่งน้ำแร่ธรรมชาติสีเขียวอมฟ้า

Columbia Icefield
One day trip เราจองผ่านแอพ GetYourGuide ค่ะ ทัวร์จะพาไปทั้งหมด 7 สถานที่ คือ Columbia Icefield , Skywalk , Lake Louise , Crowfoot Glacier Viewpoint , Bow Lake , Peyto Lake และ Waterfowl Lakes Viewpoint
ตื่นแต่เช้าไปขึ้นรถที่จุดนัดพบ 2801 BOW VALLEY TRAIL หรือ Visitor Centre ไกลจากที่พัก 2.4 โล ขาลากเลยทีเดียว
Crowfoot Glacier Viewpoint
จุดชมวิวธารน้ำแข็งริมทางหลวง Icefields Parkway (Highway 93) ระหว่าง Banff และ Jasper ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากยอดเขา Crowfoot Mountain น่าจะมีอายุมากกว่าหลายพันปีค่ะ

Peyto Lake
ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวที่สวยแห่งหนึ่งในแคนาดา ทะเลสาบน้ำแข็งนี้มีสีฟ้าสดมาก เกิดจากแสงแดดที่ส่องกระทบแร่ธาตุที่เรียกว่า rock flour สะท้อนออกมาเป็นสีฟ้าอมเขียวสดใสแบบนี้ค่ะ
มุมในภาพถ่ายของทะเลสาบทำให้เห็นเป็นหัวหมาป่า
ซึ่งเดินเท้าขึ้นมาจุดชมวิวเรียกว่า Peyto Lake Lookout เพียงแค่ 700 m. เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัด แต่ยังได้ชมวิวสวยๆด้วย
เดินลึกอีกนิดจะเป็นเส้น Peyto Lake Viewpoint (Bow Summit Viewpoint) ระยะทาง 3.1 km.ค่ะ

Columbia Icefield
สำหรับโปรแกรม Columbia Icefield Skywalk กับ Ice Explorer เราซื้อตั๋วแยกนะคะ (จองผ่านแอพ หรือ ซื้อหน้าเคาน์เตอร์ได้ค่ะ) เราจองช่วง 14.00 น.ตามคำแนะนำของไกด์
ระหว่างทางมีบางช่วงที่ไม่มีสัญญานโทรศัพท์ ซึ่งทำให้สัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มที่ โดยเส้นทางนี้ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน Road trip ที่สวยที่สุดในโลก มีความยาว 230 km. ระหว่าง Lake Louise และ Jasper จะได้เห็นธารน้ำแข็ง ยอดเขาสูงตระหง่าน และสัตว์ป่าที่มักพบเห็นได้บ่อย
ดื่มด่ำกับวิวอลังการข้างทางจนมาถึง Columbia Icefield Discovery Centre ซึ่งเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และร้านขายของฝาก เราต่อแถวเพื่อแลกบัตรก่อน จากนั้นรอถึง 13:45 จนท.จะเรียกขึ้นรถค่ะ (เราเลือกรอบ 14:00 นะคะ) ส่วนเพื่อนบางคนไม่ได้ซื้อตั๋ว ไกด์แนะนำให้เดินข้ามถนนไปชมวิว Glacier ฝั่งตรงข้ามได้ค่ะ

Ice Explorer
ทัวร์จะเริ่มจาก ให้นั่งรถบัสที่ Columbia Icefield Discovery Centre มาฝั่งตรงข้ามเพื่อรอขึ้นรถที่มี 6 ล้อใหญ่ โดยแต่ละล้อมีความสูงถึง 1.5 m.
สำหรับรถ Ice Explorers ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อนพิเศษ ใช้เดินทางบนพื้นน้ำแข็งหรือหิมะ โดยเฉพาะในสถานที่ทุรกันดาร เช่น ธารน้ำแข็งหรือขั้วโลก มีน้ำหนัก 27 ตัน หรือเทียบเท่ากับหมี Grizzly ตัวใหญ่ถึง 60 ตัวรวมกัน โดยมีรถทั้งหมดรวม 22 คัน ในจำนวนนั้น 8 คันติดตั้งลิฟต์สำหรับรถเข็นผู้พิการโดยเฉพาะค่ะ


เราขึ้นรถนัมเบอร์ 534 ค่ะ โดยไกด์พาไปจุดแรกคือ Athabasca Glacier ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแข็งขนาดใหญ่ในเทือกเขาร็อกกี้ของแคนาดา จุดเด่นของที่นี่คือเข้าถึงได้ง่ายมาก แผ่นน้ำแข็งหนาถึง 90–300 m. ความยาว 6 km.โดยประมาณ และกำลังหดตัวลงทุกปีเนื่องจากภาวะโลกร้อน
มีอีกกิจกรรมที่เรียกว่า Ice Walk หรือ Glacier Walk นักท่องเที่ยวต้องใส่ Crampons เดินตามไกด์ไปตามธารน้ำแข็ง
อากาศวันนั้นอยู่ที่ -5 องศาค่ะ แต่แดดแรงมาก หน้าไหม้กันเลยทีเดียว
ใช้เวลาตรงจุดธารน้ำแข็ง 30 นาที ไกด์เรียกขึ้นรถเพื่อกลับมาจุดเดิม และรอขึ้นรถบัสไป Skywalk ต่อค่ะ

Columbia Icefield Skywalk

ทางเดินกระจกโค้งวิว 360 องศา ยื่นออกมาจากหน้าผาสูง 280 m. เหนือหุบเขา Sunwapta Valley ที่อยู่ใน Jasper national park ตลอดทางเดินมีนิทรรศการกลางแจ้งให้ความรู้เกี่ยวกับธารน้ำแข็ง ธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ และสัตว์ป่าในบริเวณนั้น
มาที่นี่ต้องนั่งรถรับ-ส่งจาก Columbia Icefield Discovery Centre เท่านั้นนะคะ ไม่สามารถขับรถไปเองได้ ส่วนรถบัสขากลับ Columbia Icefield Discovery Centre จะเลือกรอบรถไหนกลับก็ได้ค่ะ

ระหว่างเส้นทางไป Bow Lake ได้เจอแพะภูเขาที่กำลังกินเกลือใต้หิน ได้เจอ Bighorn Sheep แต่ที่ตื่นเต้นที่สุดคือได้เจอ Black Bear ระยะใกล้ค่ะ



Road trip เส้น Icefields Parkway
จาก whererockies.com แนะนำขับรถเส้นทางนี้ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หรือเผื่อเวลาไว้ทั้งวันเพื่อแวะชมจุดต่างๆ อย่างเต็มที่ ดังนี้ค่ะ
1.Bow Summit จุดสูงสุดของเส้น Icefields Parkway
2.Saskatchewan River Crossing(Summer only)
อยู่ใกล้กับจุดบรรจบของแม่น้ำ Saskatchewan, Howse และ Mistaya สามารถเดินทางต่อไปตามเส้นทาง Icefields Parkway หรือเลือกใช้ทางหลวงหมายเลข 11 (Hwy 11) ไปยังทะเลสาบ Abraham และจุดขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของ Rockies Heli Canada ได้ด้วย
3.Columbia Icefield
4.Sunwapta Falls ข้ามสะพานคนเดินไปยัง Sunwapta Bluff ชมวิวหุบเขา Athabasca
5.Hwy 95A Detour(Summer only) เริ่มต้นที่น้ำตก Athabasca จากนั้นเดินทางต่อไปยังภูเขา Mount Edith Cavell ซึ่งเดิมชาวพื้นเมือง First Nations เรียกว่า ’White Ghost‘ เนื่องจากยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว และสามารถเดินทางต่อไปยังลานสกี Marmot Basin ได้อีก
Road trip เส้น Kananaskis
แนะนำจาก whererockies.com จำเป็นต้องมีบัตร Kananaskis Conservation Pass ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 15 CAD ต่อวัน ที่นี่เป็นสวรรค์ของกิจกรรมทุกฤดู ตั้งแต่เส้นทางเดินป่าที่มีอยู่มากมาย ปั่นจักรยาน และขี่ม้า ส่วนช่วงฤดูหนาวก็มีกิจกรรมเดินบนหิมะ (snowshoeing) และ Nordic skiing ค่ะ
1.Gateway to the Mountains จองเที่ยวบินชมวิวกับ Alpine Helicopters จากที่นี่ได้
2.Kananaskis Village
3.Highwood Pass ถนนลาดยางที่สูงที่สุดในแคนาดา (ปิดช่วงวันที่ 1 ธันวาคม ถึง 15 มิถุนายน)
Downtown Banff

พาเข้าเมืองกันบ้างค่ะ บรรยากาศตอนเย็นดูคึกคักนักท่องเที่ยวพากันเดินเล่นชมเมืองเข้าร้านโน้นนี้ ชิมขนมตลอดสองข้างทางเพลินๆ


ร้านอาหารที่นี่ ตอนจ่ายเงินจะมีปุ่มให้กดเลือกเปอร์เซ็นต์ทิปด้วยค่ะ แต่ไม่บังคับทิปนะคะ



จุดชมพระอาทิตย์ตกสวยๆที่อยากแนะนำคือ Cascades of Time Garden ค่ะ สวนตั้งอยู่บนเนินเขา นั่ง Roam สาย 1 ลงป้าย Garden st.
นั่งรอพระอาทิตย์ตกท่ามกลาง 14 องศา รอนานมากๆ เพราะช่วง Summer พระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตี 5 และตกสามทุ่มครึ่ง แต่กว่าจะมืดสนิทก็เกือบห้าทุ่มเลย

เราหาข้อมูลทัวร์ที่เริ่มจาก Vancouver มาแบ่งด้วยนะคะ เผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจ บริษัทราคาถูกหน่อยจะเป็น Oktour(เกาหลี) รายละเอียดที่นี่ค่ะ oktour.ca
อีกบริษัทจะเป็น Discover Canada Tours รายละเอียดที่นี่ค่ะ
www.discovercanadatours.com
Canmore
ย้อนไปเช้าวันต่อไฟท์จาก Vancouver มาลง Calgary อีเมล์จากสายการบิน Westjet เลื่อนเวลาเข้าออก โชคดีที่ยังไม่ได้จองตั๋วรถไป Canmore
Shuttle bus ออกจากสนามบิน Calgary ไป Banff และ Canmore มี 2 บริษัท Brewster Express กับ Banff Airporter ส่วนบริษัทที่ราคาถูกกว่านี้ เช่น ON-IT และ FlixBus จะออกจากตัวเมือง Calgary ซึ่งอาจจะต้องนั่งหารถเข้าตัวเมืองอีกทีค่ะ

จอง Banff Airporter รับส่งถึงหน้าที่พักใน Canmore ราคา 86.84 CAD ต่อเที่ยว (จองออนไลน์ได้ที่นี่ banffairporter.com) จุดซื้อตั๋วอยู่ตรงทางออก 5-6 ภายในสนามบิน Calgary
เราซื้อตั๋ว 3 นาทีก่อนออกเดินทาง ซึ่งรถจะออกทุก 1 ชม.นะคะ


เราเลือกพักที่ Canmore เหตุผลเพราะสงบกว่า และราคาที่พักถูกกว่า Banff อีก วันนี้เป็นวันเสาร์ถนนคนเดินใน Canmore เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ถนนเล็กๆท่ามกลางขุนเขา อากาศก็ดีด้วยค่ะ เพื่อนๆแวะทานอาหารไทยที่นี่ได้นะคะ พนักงานที่ร้านน่ารักมากๆ



Roam บัสสาย 3 Banff-Canmore regional ราคาเที่ยวละ 6 CAD
จาก Canmore ไป Banff เวลา 6:23 - 00:02
จาก Banff ไป Canmore เวลา 5:50 - 23.29
Canmore Roam free zone (ไม่เสียเงิน) วิ่งภายในเขต Canmore Local นะคะ
.บัสสาย 5C ไป Cougar Creek
.บัสสาย 5T ไป Three sisters
.บัสสาย 12 ไป Grassi lakes (summer only)

Vancouver
แอพเรียกรถจากสนามบิน แนะนำ Uber หรือ Lyft ค่ะ เดินทางภายในเมืองเราใช้บัตรเครดิต Tap ขึ้น SkyTrain, Bus, SeaBus และ West Coast Express อย่างสะดวกสบาย
เส้นหลักที่เที่ยวใน Vancouver เป็นแนว SkyTrain Canada line หรือ เส้นสนามบิน
(แมพ Skytrain ที่นี่ www.translink.ca/schedules-and-maps/skytrain)
ย้อนไปวันแรก เครื่อง Landing ถึง Vancouver 20:00 น. กับ 17 องศา อากาศสบายๆ อยู่ดีๆแอพ Aurora เด้งขึ้นแจ้งว่าคืนนี้มีโอกาสเจอแสงเหนือ โอ้มายก้อดแสงเหนือนอกฤดูกาล จากพายุสุริยะในหน้าร้อน ตื่นเต้นจัด ติดตรงไม่มีรถขับไปในที่มืดที่ห่างจากที่พักแค่ 10 โล ฮ่า… และแอพยังคงเด้งเตือนไปอีก 2-3 วันในที่พัก Canmore ด้วย สรุปอด ปลอบใจตัวเองคงได้เจอแสงเหนือทริปไหนก็ได้สักที่….

One-Day Vancouver
เริ่มต้นวันจาก Richmond นั่งบัสสาย 404(Four road) จากหน้าที่พักมาลง Skytrain สถานี Richmond–Brighouse(Canada line) เข้าสู่ Downtown ใช้เวลาประมาณ 25–30 นาที ลงสถานี Vancouver City Centre
8 โมงเช้า บนถนน Robson คาเฟ่ร้านอาหารเรียงรายเป็นแถวแต่ยังไม่เปิด เดินต่อไปสู่ถนน Eichards ไปออก Waterfront ยังรู้สึกเดินแล้วปลอดภัยอยู่ เพราะไม่ค่อยเจอ Homeless


ติดกันคือย่าน Gastown มี Gastown Stream Clock เป็นแลนด์มาร์ค นาฬิกาไอน้ำเก่าแก่ คอยพ่นไอน้ำปุ๊นๆทุก 15 นาที เป็นนาฬิกาไม่กี่เรือนบนโลกนี้ที่ยังใช้งานได้จริง เราแวะมาย่านนี้ในช่วงเย็น กะเดินมาแป้บๆ แต่ดนตรีสดร้านอาหารตรงข้ามเพราะจนนั่งฟังไม่ไปไหนนานเลย

Canada Place & Waterfront
ช่วงสายนั่งถ่ายรูปเล่นริมอ่าว เริ่มต้นที่ Canada Place แลนด์มาร์กหลังคารูปเรือใบขนาดใหญ่ มองออกไปจะเห็นวิวภูเขา North Shore ตัดกับผืนน้ำสีฟ้า วันนี้โชคดี อากาศแจ่มใสมองเห็นทิวเขาฉากหลังชัดเจนมาก

เดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอกับ Cruise Ship Terminal จุดที่เรือสำราญขนาดใหญ่มักจะมาจอดเทียบท่า เป็นอีกจุดที่คึกคักและมีชีวิตชีวา เหมาะกับการแวะถ่ายรูปหรือชมเรือแบบใกล้ๆค่ะ


เติมความตื่นเต้นเข้าไปอีกนิด แนะนำให้ลอง FlyOver Canada ค่ะ
เราเดินเลียบชายฝั่งไปยัง Harbour Green Park สวนสาธารณะที่สงบ ร่มรื่น มีห้องน้ำฟรี และยังเป็นจุดที่หลายคนมานั่งพัก อ่านหนังสือด้วย เส้นทางเดินต่อเนื่องไปถึง Coal Harbour ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยและเรือยอร์ช บรรยากาศสงบมาก ถ้ากำลังมองหากิจกรรมเบาๆในเมือง แบบไม่ต้องใช้แรงเยอะ เส้นทางนี้ตอบโจทย์มาก



Stanley Park
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ทั้งป่าไม้ ชายฝั่ง ทะเลสาบ สวนดอกไม้ และสัตว์ป่า มีทางเดินเลียบชายฝั่งเรียกว่า Seawall ประมาณ 9 km. เหมาะกับการเดิน ปั่นจักรยาน และวิ่งออกกำลังกาย ที่นี่เปิด 24 ชม. เข้าฟรีค่ะ
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ Totem poles เสาไม้แกะสลักโดยชนพื้นเมืองโบราณ


รถม้าลาก(horse-drawn carriage) กิจกรรมเที่ยวแบบไม่ต้องเดินค่ะ พาเข้าป่าสลับกับออกชายฝั่ง ทัวร์ 1 ชม. มีไกด์แนะนำตลอดเส้นทางผ่าน Totem Poles,Rose Garden,Girl in a Wetsuit statue,Beaver Lake,Vancouver Rowing Club และ Seawall views
ราคา 80 CAD ต่อคน (บริการช่วง 10:00 ถึง 21:00 )

จุดนี้จะเห็นวิวทั้งฝั่ง West Vancouver และ North Vancouver จากซ้ายไปขวาสามารถเห็น Lions Gate Bridge > Gapilang watershed > Grouse Mountain > Mount Seymour เรียงกันค่ะ
กองสีเหลืองๆที่เห็น นั่นคือ กำมะถัน ทรัพยากรจากการทำเหมืองของแคนาดาที่ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ 6 ทวีปทั่วโลก

มีจุดเช่าจักรยานบริเวณด้านหน้า Stanley Park ถ้าเพื่อนๆอยากปั่นนะคะ

จาก Stanley Park นั่งบัสสาย 246 และต่อสาย 050 ไป Granville Island


แหล่งรวมของกินหลากหลาย ชมแกลเลอรี่ ของแฮนด์เมด บรรยากาศสบายๆ คนที่นี่นั่งอาบแดด ฟังดนตรีกันที่จุดนี้ค่ะ

และจุดเดียวกันก็มี Aquabus Ferry (ค่าตั๋ว 6 CAD) ให้บริการ รวมถึง False Creek Ferry ที่เรานั่งจาก Granville Island ไปชมพระอาทิตย์ตกที่ Kitsilano Beach ด้วยค่ะ (ลงสถานี Maritime Museum ราคาตั๋วเที่ยวละ 6 CAD ค่าตั๋วไปกลับ 10 CAD)
Kitsilano Beach
แหล่งรวมกิจกรรม ว่ายน้ำ วอลเลย์บอลชายหาด พายเรือคายัค ปิกนิก ปั่นจักรยาน และวิ่งค่ะ



Capilano Suspension Bridge Park

จาก Waterfront มี Free shuttle capila bridge ไป Capilano Suspension Bridge Park รถคันสุดท้ายออกใกล้ๆ 18:30 บางวันรถอาจติดมาก
กิจกรรมนี้เราขอติ่งไว้ก่อน ไว้มีโอกาสกลับมาช่วงที่จัดกิจกรรมประจำฤดูกาล อาจเป็นช่วง Canyon lights ในฤดูหนาว(ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมกราคม) ตอนที่ไฟกระพริบตลอดแนว เคยดูภาพแล้วทั้งโรแมนติกทั้งอบอุ่น หรืออาจเป็นช่วง Love lights ใกล้วาเลนไทน์(ช่วงปลายมกราคมถึงกุมภาพันธ์) ที่สะพานจะถูกตกแต่งด้วยไฟสีชมพูแดง จะคุ้มกว่าถ้าเทียบกับค่าเข้าที่ส่วนตัวคิดว่าแพงไปนิดค่ะ (Adult 75.95 CAD)
เวลาเปิดปิด Capilano park 8:30 - 20:00
ที่นี่จะมี Evening rate ตั้งแต่ 17:00 จนถึงเวลาปิด ราคาตั๋วจะลด 25%
กว่าจะกลับมาแถว Waterfront อีกครั้งก็เกือบสองทุ่ม เพราะรถติดยาวเลยค่ะ บัสจอดให้เราลงใกล้กับ Downtown Eastside เดินเล่นหาของกินไปเรื่อย ยิ่งเดินบรรยากาศเริ่มน่ากลัว คนเริ่มต่อแถวกันเข้าบาร์ โฮมเลสเยอะ วัยรุ่นท่าทางแปลกๆเดินเคาะกระจกรถ บางคนเหมือนซอมบี้เลย เรารีบเดินกลับไปแถว Waterfront อีกรอบ
Richmond Night Market
วันสุดท้ายก่อนบินกลับไทย มาเดินเที่ยวตลาดย่าน Richmond ใกล้กับสนามบิน ซึ่งไม่ไกลจากที่เราพักในคืนแรก ย่าน Richmond มีร้านเอเชียอร่อย ๆ อย่างชาบู ซูชิ ติ่มซำ อาหารจีน
งานนี้จัดขึ้นช่วง Summer โดยปีนี้จัดวันที่ 25 เมษายน ถึง 13 ตุลาคม 2025 (เฉพาะศุกร์, เสาร์, และอาทิตย์ 19:00-24:00 น.) ค่าเข้า 7 CAD เป็นที่แรกที่ได้ใช้เงินสด ฟีลแบบตลาดนัดรถไฟของไทย




เราฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่สนามบิน หาป้าย CDS Baggage Services โดยต้องกรอกฟอร์มออนไลน์ผ่าน QR code ก่อนฝากกระเป๋า เวลาเปิดปิด 7:00 -22:00 น.
คืนสุดท้ายก่อนกลับเรานอนที่สนามบิน หน้าเคาเตอร์เช็คอิน 206 สนามบินที่นี่ Wifi ฟรีทั้งคืน มีเปียโนกล่อมนอนด้วยค่ะ
ที่พัก (Accommodations) :
Canmore Downtown Hostel
ที่พักนี้วิวอลังการมาก นั่งเฉยๆชมวิวห้องนั่งเล่นทั้งวันยังได้เลย ช่วงกลางวันจะสงบ ตกเย็นจะครึกครื้นหน่อย
จองผ่าน booking.com ห้องรวม 8 เตียง ราคา 9,486 บาทต่อ 5 คืน
ถ้าจองรถรับส่งจากสนามบิน Calgary ให้เลือกลง Coast Hotel แล้วเดินมาที่พักแค่ 200 m.
ที่พักตั้งอยู่ใน The shops of Canmore รายล้อมด้วยซุปเปอร์มาเก็ต คาเฟ่ ร้านอาหารไทย เกาหลี ญี่ปุ่น พิซซ่า และเบอเกอร์ อ้อ..มี Gong Cha ด้วยนะคะ


ส่วนใน Vancouver เราพักย่าน Richmond จองผ่าน Airbnb ที่พักชื่อ Home in Richmond (Hosted by Molly) ราคา 2,425 บาทต่อคืน เป็นห้องนอนเดี่ยว ห้องน้ำรวมสะอาด บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ไม่มี Homeless ไม่ไกลจาก Supermarket เช็คอินเช็คเอาท์ง่าย ที่สำคัญใกล้สนามบินเพียง 15 นาทีโดย Taxi (ค่ารถ 25 CAD) ขากลับเรานั่งบัสสาย 404 ป้าย Francis road หน้าที่พัก ไปลง SkyTrain Richmond-Brighouse Station แล้วต่อเข้าสนามบินที่สถานี Vancouver International Airport (YVR) อีกที ไม่ยากค่ะ


ไปไหนต่อ (Where to go next) : USA
And...More great things to do in Vancouver , Banff Canmore and Jasper? แนะนำเราได้เลยนะคะ

www.facebook.com/Inspiremyjourneys
Instagram : InspireMyJourneys
Twitter : @Inspiremyjourn1
InspireMyJourneys
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 21.41 น.





