fahpawa Chapter 19* :: ภูเก็ตเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไปเกาะรอกมาแล้วจ้าาาาาา รีวิวโดย Fahpawa - Travel and outing

.. ถามว่าภูเก็ตไปช่วงไหนดีที่สุด ถ้าเอาตามหลักภูมิศาสตร์ ตามเกาะจะสวยช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม แต่ถ้าเอาตามความเป็นจริง มันอยู่ที่ดวงคนแหละ อย่างฟ้าไง ไปทีไรนะ ฝนตกทุกทีเลย ก็เลยเลือกช่วงเดินทางที่รอดพ้นจากมรสุมก็พอ .. อย่างที่กล่าวไป ครั้งนี้ฟ่าไปภูเก็ตรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เหมือน

fahpawa Chapter 19* :: ภูเก็ตเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไปเกาะรอกมาแล้วจ้าาาาาา

fahpawa Chapter 19* :: ภูเก็ตเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไปเกาะรอกมาแล้วจ้าาาาาา


.. ถามว่าภูเก็ตไปช่วงไหนดีที่สุด ถ้าเอาตามหลักภูมิศาสตร์ ตามเกาะจะสวยช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม แต่ถ้าเอาตามความเป็นจริง มันอยู่ที่ดวงคนแหละ อย่างฟ้าไง ไปทีไรนะ ฝนตกทุกทีเลย ก็เลยเลือกช่วงเดินทางที่รอดพ้นจากมรสุมก็พอ ..

อย่างที่กล่าวไป ครั้งนี้ฟ่าไปภูเก็ตรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน (และมีแววว่าจะได้ลงไปอีก >< ) เอาเป็นว่าทริปนี้เราไม่ได้ไปคนเดียวเหมือนเดิม เรามีเพื่อนสาวเราไปด้วย และด้วยที่คราวที่แล้วเข็ดกับการเดินทางแบบไม่มีรถ รอบนี้เลยตัดสินใจเช่ารถมันไปเลยค่า 3 วัน จะได้ตระเวนถ่ายรูปกันอย่างหนำใจ

ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ...

เราเดินทางก็ก็ปลายเดือนเมษาเข้าไปแล้ว และเราก็แน่ใจชัดว่ามาภูเก็ตคราวนี้จะไม่เจอฝนแน่ๆ

อื้ม .. ฝนตกรับเราตั้งแต่ที่สนามบินเลยแหะ

แต่ไม่แคร์ เพราะเรามีรถส่วนตัวที่เช่ามา จะไปไหนยังไงเมื่อไหร่ก็ได้ ..

เรามาถึงภูเก็ต 8.30 เรียกได้ว่าเช้ามากและหิวมาก เพื่อนเรียกร้องจะไปถ่ายรูปในเมืองเก่าและเราเลยพาเพื่อนไปตั้งต้นที่ร้านอาหารที่เราชอบมากซึ่งรอบที่แล้วเราได้มาทานนั้นก็คือ " อรุณโภชนา" ร้านขายอาหารใต้อย่างโรตี ชาชัก และข้าวยำปัตตานี ซึ่งอร่อยมากกกกกกกก


หลังจากนั้นเราก็ได้สำรวจภายในตัวเมืองเก่ากันนานพอสมควรและพบว่า มันมีหลายมุมมากๆที่ให้เราถ่ายรูปเล่นกัน

และหลังจากที่เราเดินถ่ายรูปกันจนเหนื่อยและอากาศเริ่มร้อน เลยตัดสินใจกันเข้าไปเช็คอิน ณ ที่พักกัน ซึ่งในครั้งนี้เราเลือกที่จะพักที่ Nook Dee Boutique Resort หาดกะตะน้อย กันค่ะ การเดินทางไม่ยากเลยจากในตัวเมืองไปถึงที่พักแค่ 20 กิโลเอง การเดินทางก็จากตัวเมืองมาทางห้าแยกฉลองแล้วขับตรงมาทางไปกะตะค่ะ จะมีป้ายบอกชัดเจนว่าเลี้ยวตรงไหนยังไง ถนนชันนะคะ ยังไงก็ขับระวังๆกันด้วย

ตัวคอนเซปโรงแรมน่ารักมากกกกกกกกก เพราะเป็นคอนเซปความสนุกแบบไทยๆ มีความโจ๊ะในตัวและแสดงออกผ่านสีของโรงแรม ห้องแต่ละแบบจะมีชื่อแตกต่างกันออกไป ห้องอาหาร สปา และพูลบาร์ ( ชื่อเก๋มาก ชื่อว่า ยาดอง และก็มียาดองให้ดื่มจริงๆนะ )

มาถึงเราได้รับเวลคัมดริ๊งค์เป็นน้ำลำไยค่ะ หอมชื่นใจมากกก

ห้องพักที่ฟ้าเข้าพักในครั้งนี้คือห้องหลับดี เป็นห้องแบบ Deluxe room sea view ค่ะ : )

หลังจากเช็คอินเรียบร้อย เราสองคนไม่รอช้าค่ะ เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้า ทำผม แล้วดิ่งไปถ่ายรูปทันทีก่อนที่แสงจะหมด

นั่นก็คือ ที่จุดชมวิว กังหันลม ค่ะ

จุดชมวิวกังหันลมนั้นอยู่บริเวณหาดราไวย์ค่ะ ก่อนถึงแหลมพรหมเทพนิดเดียว จากหนุกดีขับมานิดเดียวจะถึงก่อนไปแหลมพรหมเทพ จุดดีที่นี่คือ คนน้อยมากกกกก แทบไม่มีนักท่องเที่ยวส่วนมากเป็นคนในพื้นที่มานั่งเล่นและถ่ายรูปกันค่ะ และที่สำคัญ ภาพฟีลมันได้ มันได้จริงๆนะดูสิ

เรากลับมาที่่หนุกดีสักพักค่ะก่อนจะออกไปหาอะไรทานกัน ที่นี่ตอนเย็นมี Sunset Cocktail ด้วยนะ เป็น rooftop bar ซึ่งจริงๆกำลังสร้างค่ะแต่เราสามารถขึ้นไปนั้งชมวิวแล้วจิบค๊อกเทลได้ วิวตอนเย็นมันดีมากๆเลยนะ


และในเช้าวันต่อมาเรามีนัดไปเที่ยวเกาะรอกกับ Love Andaman เจ้าเก่าเจ้าเดิมของเราค่ะ ติดใจการให้บริการของเลิฟจริงๆนะ ไปมาเกือบจะครบทุกเกาะละมั้งเนี้ย ฮ่าๆ และไปเกาะรอกครั้งนี้ก็ขึ้นที่ท่าเรือเดียวกันกับที่ไปเกาะไม้ท่อนเลยค่ะ และเมื่อเช้าด้วยความที่เราจะต้องเดินทางกันแต่เช้าตรู่ทำให้ไม่ทันอาหารเช้า ทางหนุกดีก็เตรียม breakfast box ไว้ให้ค่ะ น่ารักมากๆ ในกล่องเองก็มีอาหารเช้าให้เราเต็มกล่องเลย อิ่มยันเที่ยงเลยจริงๆนะ

ก่อนขึ้นเรือไกด์จะมาบรีฟเราก่อนไปเที่ียวกัน กฏข้อนึงของเกาะรอกจะเหมือนตาชัยอย่างหนึงคือห้ามนำรองเท้าขึ้นเกาะค่ะ ไม่งั้นทรายจะดำ ดังนั้นเราจึงจะต้งฝากรองเท้าไว้ที่ฝั่ง หลังจากไกด์บรีฟเราเสร็จ เราต้องจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเพราะทริปเกาะรอกนั้นค้อนข้างจะเน้นดำน้ำ จะเหลือเวลาให้เราเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เกาะไม่เยอะเท่าไหร่ดังนั้นก่อนไปควรเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยนะคะ และเราจะใช้เวลาเดินทางกัน 1.40 ชม กันนนน

มาถึงฝั่งได้ไม่นานเท่าไหร่ไกด์ก็เรียกเราขึ้นเรือเพื่อออกไปดำน้ำที่เกาะรอกนอกกันค่ะ น้ำใสมากกกกกก

หลังจากที่ดำน้ำจุดแรกเสร็จแล้วเราจะกลับมาทานอาหารบนฝั่งกันค่ะ Love Andaman ขึ้นชื่อเรื่องของว่างมากๆ จัดให้เต็มและไม่อั้นทั้งขนมและเครื่องดื่ม มากี่ครั้งก็ติดใจตลอด

โดยเฉพาะ บราวนี่ !!

หลังจากทานอาหารเที่ยงและขนมแล้วเรามีเวลาอีกประมาณเกือบๆชั่วโมงก่อนที่เรือจะออกพาไปดำน้ำที่เกาะห้าและพาเข้าฝั่ง งานนี้สาวๆจะยอมหรอคะ ไปค่ะ ไปถ่ายรูปค่ะ แคมเปญนี้ไอจีต้องสะเทือนนนน

ถ้าถามความชอบ เกาะรอกนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะมากๆเพราะมีทัวร์หลายเจ้า ฟ้าเองเป้นคนที่ชอบความสงบ อยากพักผ่อนเฉยๆ ในใจตอนนี้ที่ชอบมากๆคงจะเป้นเกาะไม้ท่อน นั้นแหละ

ถ่ายรูปเล่นกันได้ไม่นานไกด์ก็ชวนขึ้นเรือเพื่อไปดำน้ำกันต่อที่เกาะห้า แต่ไกด์บอกว่าที่เกาะห้าถ่ายรูปสวย เราสองคนเลยเลือกที่จะไม่ลงจากเรือ ถ่ายรูปเล่นบนเรือแทน ที่มีพี่ที่ไปดำน้ำเข้าบอกว่าประการังที่เกาะห้าสวยกว่าที่เกาะรอกอีกนะ อ้าวววว อดไง มัวแต่ถ่ายรูป

แต่เกาะห้าก็สวยจริงๆแหละ : )

เรามาถึงฝั่งก็ประมาณ 5 โมงเย็นก็แล้วค่ะ ด้วยความหมดสภาพเลยกลับโรงแรมก่อนที่จะกลับมาหาอะไรกินกันในเมือง เพื่อนบอกว่าอยากทานอาหารพื้นเมือง เลยไปลองกันที่ร้านตู้กับข้าวตรงเมืองเก่า เคยแต่ในยินชื่อ พอไปถึงแล้วพบว่า ร้านสวยมากกกก ชอบบบบบบ

อาหารที่นี่อร่อยมากกกกกกกก โดยเฉพาะหมี่หุ้นแกงปู (ลืมถ่ายมา >< ) น้ำพริกกุ้งสด และ หมูฮ้อง ร้านสวยด้วยต่างหาก มีดนตรีสดด้วยนะ

หลังจากที่ทานอาหารกันเรียบร้อยติดๆกันคือธนาคารกสิกรค่ะ ตอนกลางคืนสวยมากกกกก อดไม่ได้ที่จะเดินถ่ายรูป และไปถ่ายแถวๆหอนาฬิกาด้วย


กลับมาที่หนุกดีด้วยความหมดแรง หัวถึงหมอนคือหลับทันที ที่สำคัญคือกลัวพรุ่งนี้ไม่ตื่นมาทานอาหารเช้ามากกกกกก ฮ่าๆ

ใครที่มาพักที่หนุกดีอยากจะแนะนำว่าอยากให้ตื่นมาทานอาหารเช้าเร็วๆหน่อยเพราะว่า

คุณจะได้ทานอาหารเช้าในมุมแบบนี้ค่ะ เห็นทะเล 360 องศาไปเล้ยยยย

อาหารเช้าที่นี้หลากหลายกีค่ะ ฟ้าชอบมาก อาจเป็นเพราะแขกส่วนใหญ่เป็นชาวจีน (ไม่ต้องกังวลไปค่า ไม่ใช่ทัวร์จีน และแขกจีนที่นี่ค่อนข้างมีมรรยาท ) อาหารเลยมีให้เลือกหลากหลายค่ะตั้งแต่เอเชียไปจนถึงแบบอเมริกันเลย

อาหารเช้าที่หนุกดีเรียกได้ว่าอร่อยมากๆเลยแหละ กินจนเผื่อไปมื้อเที่ยงอะคิดดูววววววว

เราอยู่ที่หนุกดีกัน 3 วัน 2 คืนค่ะ เรียกได้ว่าพักผ่อนกันจนเต็มอื่ม พนักงานที่หนุกดีเซอร์วิสดีมากๆเลย เรียกได้ว่าไปทางไหนก็เจอแต่พนักงานใจดีที่พร้อมจะเทคแคร์เราในทุกเรื่อง ... ขอบคุณนะคะ : )

ก่อนกลับเราพบว่ายังพอมีเวลาเหลือค่ะ เลยไปแวะถ่ายรูปเล่นที่พิพิธภัณฑ์ไทยหัว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนชาวจีนที่ย้ายมาตั้งหลักที่เมืองภูเก็ต ภายในพิพิธภัณฑ์ทำได้ดีเลยทีเดียว

เสียค่าเข้าชม 50 บาท ถ้าถ้าใครมี museum pass ก็นำมาปั้มได้เลย

เรียกได้ว่าเป็นการมาเที่ยวภูเก็ตที่อิ่มมากๆ อาจจะยังตามเก็บลิสต์ทั้งหมดที่เราอยากไปไม่ได้เนื่องด้วยเวลาและหลายๆอย่าง แต่ครั้งนี้็ทำให้ฟ้าแฮปปี้มากๆเลย

แฮปปี้จนรู้สึกว่า ... เราน่าจะได้มาด้วยกันเนอะ : )

fahpawa*

Phuket Apr 2017

ติดตามฟ้าได้ที่ :: fahpawa travel-outing

ความคิดเห็น