Hallstatt เค็ม แต่ดี!!! รีวิวโดย Habitat PoM

คนบนโลกนี้ มี 2 ประเภท คือ คนที่เคยไป Hallstatt และ คนที่ไม่เคยไป Hallstatt เมื่อก่อนเราเป็นคนแบบหลัง คือ ไม่เคยไป ไม่รู้จัก ละ ไม่คิดจะไป Hallstatt เที่ยวแต่เท่าที่กำลังทรัพย์พอไปได้ และวันลาที่ไม่นานพอให้นายด่า เลยได้เที่ยว ญี่ปุ่น เกาหลี และ ประเทศในแถบเอเซียซะส่วนใหญ่ แต่ปีนี้(จริง ๆ

Hallstatt เค็ม แต่ดี!!!

Hallstatt เค็ม แต่ดี!!!


คนบนโลกนี้ มี 2 ประเภท คือ คนที่เคยไป Hallstatt และ คนที่ไม่เคยไป Hallstatt เมื่อก่อนเราเป็นคนแบบหลัง คือ ไม่เคยไป ไม่รู้จัก ละ ไม่คิดจะไป Hallstatt เที่ยวแต่เท่าที่กำลังทรัพย์พอไปได้ และวันลาที่ไม่นานพอให้นายด่า เลยได้เที่ยว ญี่ปุ่น เกาหลี และ ประเทศในแถบเอเซียซะส่วนใหญ่

แต่ปีนี้(จริง ๆ คิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว) ฮึกเหิม คิดการณ์ใหญ่ใจต้องนิ่ง บอกกับตัวเอง เอาวะ เก็บตังค์ให้เยอะกว่าเดิม ไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ ดู

Czech Republic เป็นประเทศแรก ๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัว เพราะเห็นถ่ายหนัง ถ่ายละครกันบ่อย แล้วก็เมืองดูสวย อากาศก็ดี เลยพาลลองคิดต่อว่า แล้วเรารู้จักที่ไหนบ้าง ของ Czech .... เอาล่ะซิ รู้จัก แต่ Prague ที่เดียว ข้อมูลแค่นี้คงไม่พอเป็นแน่กับการท่องเที่ยวเป็นแน่แท้ ว่าแล้วก็ลงมือทำการบ้านเพิ่ม เออ มันมีเมือง ที่อยู่ในอ้อมกอดของภูเขา มี Lake มีวิว และมีเรื่องเล่า ..... เมืองนี้ชื่อ Hallstatt

จากคนที่ไม่เคยไป และ ไม่เคยรู้จัก Hallstatt เริ่มเปลี่ยนเป็นคนที่อยากไป Hallstatt และเริ่มอยากทำความรู้จัก หลังจากวินาทีนั้นสายตามเริ่มมองเห็น รูป บทความ หรือแม้แต่ราคารทัวร์ไป Hallstatt มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่างว่านะ อ่านเท่าไหร่ ก็ไม่เท่าไปเห็นของจริง ดูรูปแล้วว่าสวยเท่าไหร่ แต่ก็ไม่สวยเท่าไปเห็นของจริง

Hallstatt ต้อนรับเราด้วยอากาศเย็นฉ่ำ ๆ หลังฝนตก คนบนฟ้าส่งเมฆขาวๆ ลงมาลอยเล่นเหนือยอดเขา พร้อมกับอากาศเย็น ๆ ทำให้การเดินเล่นชมเมืองได้บรรยากาศดีไปอีกแบบ เรามีรู้หรอกว่า มา Hallstatt ฤดูไหนสวยที่สุด เราว่าสวยที่สุดคงไม่มี เพราะคงสวยทุกฤดู คำว่าที่สุด คงขึ้นอยู่กับความพอใจของคนที่มอง สำหรับเรา เราว่า Hallstatt ตอนนี้ สวยที่สุด

หลังฝนตก สีของต้นไม้และใบหญ้าจึงมีสารพัดเขียว ฉากหลังของจตุรัสกลางเมือง Hallstatt จึงเหมือนเป็นลานประกวดสีเขียว เขียวชิงดีชิงเด่น ต้นไหนเขียวที่สุด ต้นนั้นชนะเลิศ

เมืองอะไร บ้านสีหวานยังกะลูกกวาด เราเดินหยุด เดินหยุด เพราะสีมันน่ารักทุกหลัง บ้านสีหวาน ๆ ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ ก็คงน่ารักดี แต่คงไม่น่ารักเท่า เอาบ้านสีลูกกวาดเหล่านี้มามาวางรวมๆกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศ เป็นเพราะสีของบ้าน หรือเป็นเพราะทิวทัศน์ของเมืองนี้ ที่เราไม่สามารถหยุดถ่ายรูปได้เลย

นอกจากสีของอาคารที่เป็นที่ดึงดูดแล้ว มีร้านขายของที่ระลึก ขายอาหาร ขายโปสการ์ด น่ารัก ๆ อยู่หลายร้าน แต่มีร้านนึงที่ดึงดูดกล้ามเนื้อตา และกล้ามเนื้อต้นขาให้พาตัวเราเข้าไปดู และ ยืนมองการทำงานของช่างอยู่นาน สองนาน ร้านนี้ ไม่รู้ชื่อร้านเพราะอ่านไม่ออก แต่เป็นร้านทำตุ๊กตาของเล่น และเครื่องใช้จากไม้ค่ะ


มัน คือ ศิลปะ!!! เอาหล่ะ ไปเหมืองเกลือกันดีกว่า เราเดินย้อนกลับมาที่ลานจอดรถค่ะ จะมี Super Market เล็ก ๆ ข้างกันนั้นจะเป็นถนน (เรียกซอยน่าจะเหมาะกว่า) เดินเข้าไปด้านในเลยค่ะ ก่อนขึ้นไปด้านบน ใครหิวหาอะไรทานก่อนสักนิดนะคะ เพราะมันใช้แรง และ เวลา เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกัน หุ ๆ


อย่างที่คุยไว้ตั้งแต่ตั้นว่า Hallstatt นั้นมีเรื่องเล่า นอกจากวิวที่เมืองนี้ส่งมาต้อนรับเรา ทำให้หลงไหลแล้ว ยังมีเหมืองเกลือที่อยู่บนภูเขา โน่นนน ใช่! บนภูเขาโน่นนนน อาคารสีเหลือง ๆ ลิบ ๆ ที่อยู่ปลายทางระหว่างยอดเขา

เรื่องเล่าที่จับใจความได้จากการเที่ยวเหมืองคือ "Hallstatt เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ Austria บริเวณที่ตั้งของเมืองนี้ ในอดีตเป็นทะเล และ เมื่อเวลาผ่านไป เปลือกโลกก็ขยับห่อหุ้มให้บริเวณที่เคยเป็นผืนน้ำทะเลถูกฝังอยู่ใต้ดิน และเมื่อ 3,000 พันกว่าปีก่อนมีชาวเมืองที่อยู่บริเวณนี้ ได้ทำบันไดทำมือเพื่อลงไปขุดเกลือที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งเป็นของมีค่ามากในพื้นที่บนภูเขาและไกลจากทะเลขนาดนี้"

ที่เล่ามาข้างบนเป็นเรื่องเล่าอย่างย่อของเหมืองเกลือ ที่Hallstatt แต่ที่อยากให้เข้าไปดู เพราะว่าด้วยแสงสี และ การท่วงท่าบรรยายที่คงหาไม่ได้จากผู้นำเที่ยวในเมืองไทย มันทำให้เรา เพลิดเพลินกับมันและใช้เวลาไปเกือบ ๆ 3 ชั่วโมง โดยไม่ได้รู้สึกว่ามันคือ 3 ชั่วโมง กับใจความเพียงแค่ไม่กี่บรรทัดด้านบน นอกจากนี้ ที่ไม่อยากให้พลาด และ ไม่ควรพลาด คือ วิธีการเดินทางของชาวเหมืองที่พิเศษสุด ๆ ซึ่งทุกคน สามารถสัมผัสได้ตอนที่เราเข้าชมพิพิธภัณฑ์ และ นั่นจะอธิบายทุอย่างว่าทำไม คุณ ต้อง เปลี่ยน เครื่องแต่งกายเป็นแบบนี้ ก่อนเข้าเยี่ยมชมเหมืองเกลือ!


อยากทำไร ทำเลยจ้า อยู่เมืองนอกไม่มีใครรู้จักเราหรอก!!! 55555

นี่คือ หน้าตาไกด์ ที่พาเราท่องกาลเวลากลับไปเมื่อ 3,000 ปีก่อน ณ เวลาที่ตรงนี้ยังทำเหมือง.... นางว่า นางเป็นไกด์ที่หน้าตาดี แต่ ลีลาการบรรยายของนางดีกว่าหน้าตา แน๊ คนอะไร อวยตัวเอง ขำดี

สิ่งที่ได้จากการชมพิพิธภัณฑ์บ้านเมืองเค้า แล้วสะท้อนถึง ของที่อยู่บ้านเรา คุณเชื่อไหม เนื้อหาที่เล่าจากด้านบน เกิดจากแค่มีพื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเคยมีการทำเหมืองเกลือ ซึ่งโอเค เหมืองเกลือบนภูเขาที่มีอยู่ใจกลางประเทศที่ไม่มีเขตติดต่อกับทะเล โอเค น่าสนใจแต่ไม่ถึงกะ WoW... และการขุดค้นพบบันได ที่ทำด้วยมือของมนุษย์ที่กาลครั้งหนึ่งเคยหายใจเมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว แม้ระยะทางของบันไดที่ขุดพบจะยาวเพียงไม่กี่เมตร และ สภาพไม่สมบูรณ์แบบ (คุณนึกภาพตามนะ ลักษณะของบันไดที่พบก็คือบันไดไม้ ที่คั่นดินให้เป็นชั้น ๆ เหมือนที่ตอนนี้เรายังสามารถพบได้ในพื้นที่เดินป่าของบ้านเรา) ถ้าเป็นของไทยคงหยุดไว้ที่สตอรี่แค่นั้น...

เชื่อไหมว่า จากสิ่งที่เขาพบด้านบน ประเทศเค้าเกิดการขุดค้นข้อมูล แล้วศึกษาขนานใหญ่ ว่า บันไดนี้มีไว้เพื่ออะไร มันสร้างยังไง ใครเป็นคนสร้าง และ คนที่ใช้งานเค้ามีกิจกรรมอะไร เพียงแค่นี้จึงเกิดการผูกเนื้อเรื่องสร้างสตอรี่ขนานใหญ่ จึงเป็นที่มาของแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และ ทำเงิน ให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกไม่น้อย

อยากให้ เมืองไทย มีการผูก Story เรื่องราวที่น่าสนใจ และ ความภูมิใจของสถานที่เล็ก ๆ ทำการ Present ให้มีคุณค่าสมควรแก่การเยี่ยมชม มากกว่าการจัด บอร์ด จัดแสง สี เสียง ให้ดูยิ่งใหญ่ตระการตา (ที่จบในคราวเดียว) และ การจัดตลาดนัด(ที่ขายแต่ของกินและเสื้อผ้า) ตามที่เที่ยวต่าง ๆ ให้คน ได้แค่มา แชะ แชร์ ชิม ... คราวหน้าจะพยายามหาที่เที่ยวดี ๆ มี Story มารีวิวให้บ้างนะคะ

ค่าเข้าชม และเวลาเข้าขม สามารถหาข้อมูลได้จาก Website : https://www.salzwelten.at/en/hallstatt/saltmine/

ขากลับจากเหมืองเกลือ แวะชม Panorama view ของ Hallstatt ด้วยนะคะ


ภาพสุดท้ายแระ ก่อนกลับ ยังไม่อยากออกจากเมืองนี้เลย แงๆ ๆ


มีเวลาอย่าลืมแวะเหมืองเกลือ Hallstatt เค็ม แต่ ดี!!

ความคิดเห็น