สะพายเป้ตะลุยพี่จีน " คุ น ห มิ ง - แ ช ง ก รี ล่ า - ลี่ เ จี ย ง - ต้ า ลี่ " แบบไม่รู้ภาษาจีนเลยซักตัว (8 วัน 17K บาท) รีวิวโดย ลุยเดี่ยวเที่ยวไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว ReadMe Thailand วันนี้ผมมา รีวิวการเที่ยวจีนของผม ไปแบบไม่รู้ภาษาจีนเลยซักกะตัว มาดูกันว่า ผมเอาตัวรอดไปได้ยังไง ขอบอกว่า รูปเยอะ!! มาก ครับ เรื่องภาษาจีน ต้องบอกเลยว่า ภาษาจีน ตัวแรกที่ผมรู้จัก ตอนไปถึงจีนแล้ว ก็คือ “元” <- ตัวนี้เลยครับ มันเป็นอัษรที่

สะพายเป้ตะลุยพี่จีน " คุ น ห มิ ง - แ ช ง ก รี ล่ า - ลี่ เ จี ย ง - ต้ า ลี่ " แบบไม่รู้ภาษาจีนเลยซักตัว (8

สะพายเป้ตะลุยพี่จีน " คุ น ห มิ ง - แ ช ง ก รี ล่ า - ลี่ เ จี ย ง - ต้ า ลี่ " แบบไม่รู้ภาษาจีนเลยซักตัว (8 วัน 17K บาท)


สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว ReadMe Thailand วันนี้ผมมา รีวิวการเที่ยวจีนของผม ไปแบบไม่รู้ภาษาจีนเลยซักกะตัว มาดูกันว่า ผมเอาตัวรอดไปได้ยังไง ขอบอกว่า รูปเยอะ!! มาก ครับ


เรื่องภาษาจีน ต้องบอกเลยว่า ภาษาจีน ตัวแรกที่ผมรู้จัก ตอนไปถึงจีนแล้ว ก็คือ “元” <- ตัวนี้เลยครับ มันเป็นอัษรที่ต่อท้ายตัวเลข !! ....... ใช่เลยยครับ มันคือ “หยวน” เหอะๆ เช่น 10元 = 50 บาท ตัวเดียวเลยครับที่รู้จักความหมาย จนกระทั่งจบทริป


ข้อแนะนำไปจีนแบบไม่รู้ภาษาจีน จากประสบการครั้งแรกของผม !!


ต้องบอกว่าผมมีนิสัยอยู่อย่างนึง คือ เวลาออกไปเที่ยวแถวๆ เพื่อนบ้านเรา คือไปถึงก็ซื้อ SIM เปลี่ยน แล้วก็ใช้เน็ตหาข้อมูลที่เที่ยว ไปเรื่อยๆ ระหว่าง อยู่ที่นั่น และการไปที่จีนครั้งนี้ ผมก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นเช่นกันครับ แต่ปรากฏว่า ......... เพิ่งจะรู้ว่าที่จีน Block social ที่บ้านเราใช้กันประจำๆแทบจะหมดทุกอย่างเลยครับ !!!!


เท่าที่รู้ว่าพี่จีน Block ก็ .... ประมาณนี้ครับที่พี่จีน block ->YouTube, Facebook, LINE, เกมส์ online บนมือถือ บางเกมส์, Instagram, Google ทุกชนิด…ทั้ง Google Web browser, Google map, Google translate, Gmail และน่าจะมีอีกเยอะมากๆ แถมการเข้าเว็บที่เป็นเว็บที่ไม่ใช่เว็บจากจีน จะดูช้าๆ ด้วย


แต่น่าแปลกใจที่ Apple map กลับใช้ได้ หรืออาจจะเพราะ Apple ลงทุนในจีนเยอะก็เป็นได้มั่ง(อันนี้ผมมั่วเดาเอานะคร้าบบ) แต่ก็ดีและอย่างน้อยก็ยังเหลือตัวช่วย
** จะให้ผมไปใช้ Buidu Map ผมก็อ่านภาษาจีนไม่ออกซักกะตัว เอิ๊กกกกก


ทีนี้มาแนะนำ app เอาใว้ใช้ที่จีน จากประสบการณ์ที่ผมเพิ่งจะพบมา กัน (ปล. ใครมี App อะไรที่น่าสนใจๆ ที่พอจะช่วยเหลือการท่องเที่ยวต่างประเทศได้ ก็เอามาแชร์กันมั่งนะคร้าบบบบ เพื่อประโยชน์กับเพื่อนๆ ท่านอื่น และผมด้วย Haha)


1. Apple map ช่วยหาสายรถเมล์ ให้เราได้ พร้อมทั้งบอกราคา ด้วยว่าสายนี้ราคาเท่าไหร ต้องไปรอที่ป้ายรถเมล์ป้ายไหน แต่มันมีข้อแม้อย่างนึงเกี่ยวกับการหาสายรถเมล์ของ apple map ก็คือ ... มันหาสายรถเมล์ ข้ามเมืองไม่ได้ เราต้องไปอยู่ในเมืองนั้นๆ ก่อนมันถึงจะขึ้นให้ เช่น ... ผมอยู่ คุนหมิง จะไปหาสายรถเมล์ ภายในเมือง ลี่เจียง แบบเนี่ย มันจะไม่ขึ้น อ่ะ (หรือถ้าใครรู้ว่า ทำยังไง ก็บอกผมมั่งนะคร้าบบบ)


2. TripAdvisor ไอ้นี้ถือว่าดีมาก เพราะบางทีเวลาเราไปถึงที่แล้วเกิดอาการไม่รู้จะไปเที่ยวไหน หรือจะกินอะไรดี app นี้ช่วยให้เราเห็นว่า แถวนั้น มีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง แถมมีคนเขียนรีวิว สถานที่นั้นๆ ไว้ด้วย มันทำให้ผมไม่ยืน งง แล้วพูดว่า “ไปไหนดี” แถมมันยัง Sync ไปที่ apple map เพื่อนำทางให้เราได้ด้วย


3. Bing translator อย่างที่รู้กัน ผมไม่รู้ภาษาจีน ก็ต้องใช้ตัวช่วยในการสื่อสาร ไอ้นี้ถือว่าโอเคเลยครับ


4. App จองโรงแรม Agoda หรือ Booking อันนี้จำเป็นสำหรับใครที่จองผ่าน agoda หรือ booking เพราะโรงแรมต่างๆ ในจีน ที่เราจองไปนั้น เอาชื่อโรงแรมไป Search ใน application Map แล้วมันมักจะหาไม่เจอ ต้องใส่เป็นตำแหล่ง ละติจูด ซึ่งมันจะดูยุ่งยากมากๆ เลย ให้ใช่วิธี Direction โรงแรมจากการใช้งาน App Agoda หรือ Booking แทน มันก็จะง่ายขึ้น


5. Web bing.com ปกติแล้วเราจะชินกับ google ซะมากกว่า แต่ทำไงได้ที่จีนมัน block google นี่น่า ก็ต้องหา Search engine ตัวอื่นมาใช้ เวลาจะค้นหาอะไรที่มันนอกเหนือจาก app ด้านบนจะช่วยเราได้ จริงๆ พวก Search engine อื่นๆ ก็เขาได้อยู่นะ แต่ผมลองใช่ Bing แล้วมันเร็วใช้ได้เลย เลยไม่ได้ไปใช้อันอื่นเลย


6. ส่วน chat อื่นๆ ที่พอรู้ว่าใช้งานได้ก็พวก beetalk, pal+, WeChat ที่จีน Wechat นิยมสุดๆ ไปเลย ถ้าใครจะติดต่อคนทางบ้านทาง Chat ก็เตรียมไอ้พวกนี้ไว้ก่อนเลยคร้าบ


หรือสุดท้าย วิธีที่จะไม่โดน block อยากไปแล้วเล่น Facebook ได้ chat LINE ใช้ google ได้ ก็เปิด Roaming ไป ราคาก็ราวๆ 300 บาท/วัน หรือตามแพคเกจของแต่ละค่ายมือถือของเราอะนะครับ


** จริงๆ ยังมีเทคนิค VPN connect เพื่อที่จะหลบการ block ของ รัฐบาลจีนอีกทาง แต่มันดูจะยุ่งยากเกินไป แล้วส่วนมากจะช้า ด้วย ถ้าใครมีวิธี เจ๋งๆ ก็มาแชร์กันบ้างนะคร้าบ



และนี่ก็คือแผนการเดินทางขอผมครับบ


December 1: กรุงเทพฯ -> Kunming -> Shangri-la
December 2: Guishan park > Napa Hai Nature Reserve
December 3: Shangri -> Lijiang > Old town
December 4: Tour White-water Terraces, Jade Dragon Snow Mountain
December 5: Lijiang -> Dali > Night city
December 6: Dali culture park > The Chongsheng Temple and the Three-Pagoda
December 7: Dali -> Kunming > Green lake> Night city
December 8: Kunming -> กรุงเทพฯ


ชื่อ สถานีรถบัสข้ามเมืองที่ต้องรู้
Kunming Eastern Bus Station: สถานีรถในคุนหมิง สายเหนือไปได้ทั้ง Shangri-la, Lijiang, Dali
Shangri-la Central Bus Station : สถานีรถในแชงกรีล่า กลับไป Lijiang หรือจะกลับไป Kunming เลยก็ได้
Dali Norh Passenger Trasport Terminal : สถานีรถใน Dali ไปที่ต่างๆ รวมถึง Kunming
XiaoXiMen : สถานีรสบัส 919B ใน Kunming ที่จะพาเราไปที่ Airport ราคา 13 หยวน
ปล. Lijiang จำม่ะได้หง่ะ แหะๆ แต่เราไปลงที่ Lijiang ตรงไหน ก็ตรงนั้นแหละคร้าบ


** ส่วนค่าใช้จ่าย ตลอดทริปตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงกลับเข้าบ้าน ก็ประมาณ 17,000 บาท ยังไม่รวมค่า Visa


ทีนี้ ก็มาเริ่มเดินทางไปด้วยกันเลยครับบบบบบบ !!


วันแรกที่จีน – คุนหมิง ไป แชงกรีล่า

เช้านี้ตื่นเต้นเล็กน้อย จะไปในประเทศที่ยังไม่เคยไปเลยด้วย ตรวจสอบของในกระเป๋าเรียบร้อยก็ออกเดินทาง ไปสนามบินดอนเมือง เพื่อบินไป คุนหมิง


ผมเดินทางไปกันเพื่อน อีก 1 คน เราเดินทางถึงคุนหมิง 12:30 ที่คุนหมิง เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมงครับ ทำการตรวจ ตม. จีนเรียบร้อยก็ราวๆ บ่ายโมงได้กว่าจะได้ออกมาจากสนามบิน


เช้ดดดดดด.... หนาววุ้ยยย ตอนนี้ที่นี่ 9 องศา


แต่เราต้องทำภารกิจต่อ !! สิ่งแรกที่เราตามหาก็คือ ซิม ประเทศจีน ครับ จะได้มีเน็ตใช้ เอาไว้หาข้อมูลต่างๆ ขณะเที่ยวอยู่ที่นี่


หลังจากออกมาเรียบร้อย ผมก็เดินหาซิม หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ โดนปกติ แค่เดินออกมามันต้องมีแล้วซิ ผมก็เลยเดินไปถามที่ Information เขาบอกว่า อยู่ตรง ทางซ้ายองทางออกนั่นแหละ .... แป่วววว - - ผมตาเซ่อ เอง HAHA


ตรงนี้มีร้านขายซิมอยู่ 2 ร้าน ราคา 100 Y !!! เช้ดดด แพงจัง 500 บาทแหนะ!! ได้แต่ปลอมใจตัวเองว่า “เอาน่าอยู่หลายวัน ยังไงก็ถูกกว่าเปิด Roaming แหละว้า”


Testๆๆๆๆ เห้ยยยยย ทำไมเล่นไม่ได้!! ใช้อะไรไม่ห็นได้เลย เลยให้แม่ค้าดู แม่ค้าลอง .... อ่าวใช้ได้ .... ตอนนั้นคิด “ทำไมว้า” ผมก็เลยลองๆ เออ บางเว็บมันก็ได้นี่น่า แต่ดูช้าๆ เนอะ เลยมาลอกเขา Bing Web browser Search Pantip ดูว่าทำไม ..... จึงได้รู้ว่า ....เช้ด จีน Block หมดเลยไอ้ที่เคยๆใช้ที่ไทย ... แม้เจ้า ทำไงดีหล่ะทีนี้ - -


ค่อยๆลองๆ ไปเรื่อยๆ จนรู้ว่า apple map ใช้ได้ นี่ก็ผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เครื่องลง กว่าจะเริ่มไปต่อได้!! เล่นเอาหน้าเสียเลย


จากสนามบิน เข้าไป Bus terminal ใน Kunming นั่งรถเมล์ 919A หรือ 919B ก็ได้ แล้วลงเดินอีกหน่อย ก็ถึง Kunming Eastern Bus Station เพื่อซื้อตั๋วไป แชงกรีล่า




ที่สถานีรถบัส ผมนี่แทมลมจับ โอ้วแม่เจ้า !! ไม่มีภาษาอังกฤษ เลย!! ทำไงละนี่ ..... ถาม! ต้อง ถาม!! เอ้า ลุย ... ผมใช้วิธีพูดชื่อสถานที่ แล้วก็ใช่ภาษากายชี้ไปที่ เคาเตอร์ ขายตั๋ว ครับ ..... แชงกรีล่า ๆ ๆ .... แล้วก็ชี้ๆๆๆๆ .... แล้วคุณลุงคนจีนก็ชี้ไปที่ช่องเลข 14 .... “อ๋อๆๆๆ Thank you so m…” ยังพูดขอบคุณไม่ทันจบเลย เดินหนีผมไปซะและ เอิ๊กๆๆๆ




และนั้นแหละ ครับ ผมเลยได้ตั๋วแชงกรีล่ามาไว้ในครอบครอง .... ส่วนตาราง เดินรถก็

From Kunming -> Shangri-la
Schedule: 08:30, 09:30, 13:00, 18:30, 19:00, 19:30, 20:30
Passengers can take the bus at Kunming West Bus Station. It takes about 10 hours and costs CNY197-228.
Return trip: 11:00, 13:00, 14:00, 15:00, 16:30, 17:30, 18:30, 19:30
(ที่มา www.travelchinaguide.com/cityguides/yunnan/shangri-la/transportation)


จากนั้น ผมก็ออกไปเดินเล่น เชิบๆ รอเวลารถออก






การเดินทาง จากคุนหมิง ไป แชง นั่งรถนอน สิบกว่าชั่วโมง ตอนแรกก็หวั่นๆ ว่าจะนอนหลับสนิทไหม แต่พอเอาเข้าจริง หลับสบายกว่าที่คิดเยอะเลย เพราะในรถนอน มีผ้าห่มผืนใหญ่ มีหมอนให้สองใบ แถมถนนในจีนก็ดีเอามากๆ และดูเหมือนรถโดยสารทุกคันจะถูกจำกัดความเร็วไว้ ทำให้ไม่วิ่งกันเร็วเป็นร้อย มันเลยนอนได้สบาย ๆ ไม่โยกเยกเท่าไหร่ ฝันดีราตรีสวัสดิ์



วันที่สองของการเที่ยวจีน ... แชงกรีล่า

พอมาถึงที่แชง เช้าวันที่ 2 Dec ต้องบอกว่า เช้ดดดด หนาวมากกกกก -4 ไม่ชินเว้ยยยย



เดินหาโรงแรม แบบสั่นงึ๊กๆๆๆๆ ในใจก็หวั่นว่า เอ้ย จองมาค่าห้อง 380 บาท/คืน ห้องมันจะเป็นไงว่ะ มันจะอุ่นไหมว่ะ ...... แต่พอมาเจอ !!! เห้ยยยยย ดีหว่ะ !! ผ้าห่มหนา แถมเตียงเป็นแบบเสียบปลั๊กอุ่นได้อีก แล้ว Reception เอาฮีตเตอร์ เข้ามาให้อีก เช้ดเข้ ดีจัง ... แหม ถ้าห้องที่ดีแบบนี้ในบ้านเราจะราคาเท่าไหรน้าาาา ... เอิ๊กๆๆๆ Shangajoy Seasons Inn เอาเข้าจริงเขาคิดแค่ 70 หยวน ราวๆ 350 บาทเอง










วันนี้ ออกไปเช่ามอเตอร์ไซด์ออกร่อนรอบ แชงกรีล่า ในราคา 60 หยวน ราวๆ 300 บาท (ก็ถือว่าไม่แพง) ... ในใจคิดว่า.. วิธีนี้คุ้มสุดๆ ไปเลย 60 หยวน อยากไปไหนก็ได้ไป แถม ไปกับไอ้ไอซ์ หาร 2 เหลือคนละ 30 หยวนเองด้วย แหมมม เป็นความคิดที่ดีสุดๆไปเลย อิอิ
ลุย!! ขับเอื่อยๆ ไปได้ซักแว๊บบบบบนึง .... !!!! เช้ดเข้ .... หนาวววววว มากกก... ป๊าดดดด ลืมนึกไป แค่อยู่เฉยๆ ก็หนาวจะตายอยู่และ ดันจะขี่มอไซด์อีก เจอลมตีหน้า ตีมือ ตีขา ... สั่นกันเป็นเจ้าเข้าเลย .. เอิ๊กกกก


ที่จีนถ้าเป็น มอไซด์ เขาจะใช้รถไฟฟ้ากัน เสียงนี่เงียบ ............ กริบ! จะโดนชนก็หลายรอบเพราะความเงียบเนี่ยแหละ!! และก็ทำความเร็วๆได้แรงสุดๆไปเลย........ 60 Km/Hr T-T .. เจอเนินนี่เหลือ 50 Km/Hr ... ช่างเป็นอะไรที่ดูใจเย็นจังเลย - -' แหะๆ แต่ก็ร่อนทั้งวันอะนะ...ทนเอา! ก็แวะไปกินกาแฟ ร้านอะไรไม่รู้ จำไม่ได้ แต่อร่อยดี(หรือเพราะมันอุ่นก็ม่ายรู้)


ที่แชงกรีล่าผมไปไปยิงธนู ไปดูพระอาทิตย์(อ่าว!!เมฆบัง) ไปวัด ไปออกกำลังกาย ไปกินเบียร์ไม่ใส่น้ำแข็งแต่เย็นได้ใจ ไปกินพิซซ่า ไปกินเห็ดหอม ไปกินชาอุ่นๆ ไปดูวิว ไปดูหลังคาบ้านคนอื่น ไปแว๊นมอไซด์ให้ลมเย็นๆซัดใส่หน้าจนหน้าแหก แต่อยากนึงที่ไม่ทำ ....... ไปคุยกับคนจีน เพราะเขาไม่คุยกับเราเลย T-T พอจะไปทัก เห็นพูดจีนไม่ได้ เดินหนีเฉยเลย เสียใจ...



ปะ ไปดูรูปกันยาวๆๆๆๆ เลยคร้าบบบ



กาแฟ หอมๆ อร่อยๆ กับร้านน่ารักๆ



ข้าวเที่ยง ณ ต่างแดน รสชาติไม่เลวเลย





รอบๆ เมือง Shangri-la




Napa Hai Nature Reserve









Guishan park







มื้อเย็นแสนอร่อย ต้องบอกว่า พิซซ่า ที่นี่อร่อยมากกก แต่น่าจะมีซอสมะเขือเทศให้ด้วย จะยิ่งดี







วันที่สาม เปลี่ยนเมือง สู่ ลี่เจียง old town



ผมออกจาก แชงกรีล่า ราวๆ เที่ยงไปที่ Shangri-la Central Bus Station ซื้อตั๋ว รถไปลี่เจียง (ราคาตั๋ว ดูในตารางรายจ่าย นะคร้าบบบ) รถลัสใช้เวลาเดินทางราวๆ 4 ชั่โมง เป็นรถนั่ง ครับ ส่วนตารางรถ ก็


From Lijiang -> Shangri-la
Schedule: 07:30 – 17:00 (every 30-40min) from Lijiang Bus Station; 08:20, 09:30, 10:30, 13:00, 14:30, 15:30 from Lijiang Express Bus Station
The duration of the whole trip is around 4 hours and the bus fare is CNY46-68.
Return trip: 07:10, 08:00, 08:30, 09:00, 09:30, 10:00, 10:30, 10:40, 11:30, 12:20, 13:00, 13:30, 14:00, 14:30, 15:00, 15:30, 16:00, 16:40, 18:00
(ที่มา www.travelchinaguide.com/cityguides/yunnan/shangri-la/transportation) มีเยอะพอ เลือกเอาตามสะดวกเลยครับ







ผมไปถึง ลี่เจียงเย็นๆ ก็เอาของไปเก็บที่ห้องก่อน ตรงนี้ผมก็ใช้ apple map นำทางไปที่พักอีกเช่นเคย ผมพักที่ Lijiang Flower Theme Hostel ราคา 2 คืน 157 หยวน ห้องพักดีเหมือนเดิน มีอุ่นเตียงด้วย ทำให้นอนสบายขึ้น ต้องบอกว่าโอเคมากๆ





ผมตั้งใจว่า พรุ่งนี้ ผมจะไปเที่ยวภูเขามังกรหยก จากที่หาขอมูลใน internet มา ได้ความว่า มันไม่มีรถประจำทางไปถึง ให้ไปกับทัวร์ หรือไม่ก็เหมารถไปกันเอง ซึ่งอย่างหลัง เหมารถ ดูท่าจะแพง ผมจึง เลือกอย่างแรก! ออกไปซื้อทัวร์


ที่ Lijiang มีร้านขายทัวร์อยู่เยอะมากๆๆๆๆๆ เพื่อนๆที่มา ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะหาร้านซื้อไม่ได้ หรือกลัวเสียเวลาเดินหาร้าน ผมอยากจะบอกว่า มันมีเยอะจริงๆ ยิ่งเขาไปเดินในส่วน Old town ยิ่งเยอะ เดินเจอเป็นว่าเล่น


ทีนี้มาต่อกันตอนเดินเข้าไปจะซื้อทัวร์ ... ที่โรงแรมก็มีขาย แต่ไม่มีคนอยู่ ผมเลยเลือกเดินออกไปหาร้านข้างนอกที่หน้าร้าน หรือชื่อร้าน มีภาษาอังกฤษ เผื่ออาจะจะพอสื่อสารกับผมได้มั่ง ... แต่ผมเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ร้านแถมๆ โรงแรม ไม่สนใจผมเลย T-T เขาไปถาม พอถามว่า Can you speak English ? เขาตอบแค่ภาษามือ บ๊ายบาย .... และไม่พยายามจะขาย Packet ผมด้วย ผมพยายามอยู่ 4 ที่ ผลเหมือนกันหมด เลยเดินกลับมาที่โรงแรม ให้ที่โรงแรมจองให้ .... ตรงนี้ก็ยากไม่แพ้กัน !! หึหึ ตรงนี้เอง !! ที่ Bing translator เขามาช่วยผม จะประสบความสำเร็จในการซื้อทัวร์ ไปเที่ยวภูเขา !! อิอิ เยสสสส!!




Note * ทัวร์ภูเขาหิมะมังกรหยก ราคา 460 หยวน (แต่ป้ายราคาแปะ 580) รวมอาหารกลางวัน, Cloth กันหนาว และ Oxygen 1 กระป๋อง โดยรถจะมารับที่โรงแรมราวๆ 7:30-8:00 กลับประมาณ 16:00 ชาวต่างชาติ ต้องเตรียม Passport ติดไปด้วย มิฉะนั้น จะขึ้นกระเช้าไม่ได้!
พอเตรียมพร้อมทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็ออกไปเดินเล่นที่ Old town ที่นี่ครึกครื้นมากยามค่ำคืน เป็นแหล่งซื้อ ของฝาก เครื่องเงิน ของกิน จิบเบียร์ ฟังเพลง ถ่ายรูป และที่สำคัญ!! ที่นี่คือหนึ่งในมรดกโลกด้วย




















เช้าวันที่สีของการเดินทางในจีน ขึ้นเขา Jade Dragon Snow Mountain


7:30 รถตู้มารับเราสองคนที่โรงแรม ไปถ่ายรูป ตีนเขา Jade Dragon Snow Mountain ก่อน ตอนนั้นเวลาราวๆ 8:00 เศษๆ อากาศหนาวววมากกก ผมใส่กางเกงยีนส์ 2 ตัวซ้อนกัน ถุงเท้า 3 คู่ เสื้ออีก 5 ชั้น ถุงมือกันลม 1 คู่ มันยังหนาวเลยคร้าบบบบบบบบ แต่ถึงจะหนาวแค่ไหน วิวตรงหน้าก็คุ้มค่ามากๆ กับความหนาวที่เจอ ^^ อิอิ





ที่ต่อไป เราไปกันที่ White-water Terraces ที่ถัดเขาไปอีกนิด ตรงนี้ ไกด์พูดอะไรไม่รู้ ยาวเหยีดดดเลย ฟังไม่รู้เรื่องซัก ประโยค - -‘ แหะๆๆ แล้วคนในรถก็เริ่มคุยกันเสียงดัง แล้วคู่รักคู่นึงก็พูดขึ้นว่า Follow me ???!!! Follow me !! ห๊ะ อ๋อพูดกับผม เช้ดดดด เย้ๆๆๆๆ นี่เป็นการสนทนาแบบมี relationship ครั้งแรก ผมจึงตอบไปว่า “OK” OKๆๆ จากนั้น ก็ค่อยๆ คุยกันกับเพื่อนๆ ร่วมทริป .. พออยู่ในสถานการณ์ ที่เขาต้องคุยกับเรา ผมว่าจริงๆ แล้ว คนจีนน่ารักนะครับ มีคู่รักสูงวันคู่นึง ที่ไปด้วยกัน เราคุยกันเยอะมากๆ เลยครับ คุยโดยใช้ภาษากาย มื้อไม้ ออกกระจาย ทุกวันนี้ ผมยัง งง อยู่เลยว่าคุยอะไรกันมั่ง !! HaHa แต่ความรู้สึกที่ได้รับคือ ความเป็นมิตร แค่นั้นก็ happy และ !! และ ถัดจาก White-water Terraces ก็จะเป็นทะเลสาป ที่ผมไม่รู้มันชื่ออะไร แต่มันสวยมากกกกก











จบตรงนี้จะมีการเบรคทานกลางวันกัน ซึ่งจะเป็นการกินชาบู ทั้วโต๊ะ หม้อเดียวกัน ลองดูบรรยากาศ ฮะ สนุกครื้นเครง และ อิ่มโพดๆ รสชาติก็ดีไม่หยอก ....




หลังจากเติมพลังกันเสร็จสรรพ ทีนี้ก็ถึงเวลา Highlight นั่นก็คือ!! Jade Dragon Snow Mountain ไกด์ก็อธิบายอะไรไม่รู้อีกยาวๆๆๆๆๆ เลย ซึ่งผมก็เดากว่าคงเป็นวิธีการใช้ชีวิตข้างบนภูเขา กับวิธีการตรวจ ก่อนขึ้นนั้นแหละครับ แล้วก็มีเสียงพูดขึ้นว่า Follow me !! ผมก็ Okๆๆๆ ตามน้ำไป เหมือนเดิมมมม เอิ๊กๆๆๆๆ





ตรงนี้แหละครับ จะมีการตรวจ passport ด้วย ก็อย่าลืมเตรียมมานะครับ .... จากจุดทางเข้า เราต้องนั่งรถบัส ไปอีกราวๆ 10 นาที เพื่อไปจุดขึ้นกระเช้า และต้องนั่งกระเช้าอีก พักนึง ถึงจะถึง บนภูเขา ซึ่งด้านบน !!! ไม่หนาวมากอย่างที่คิด !! โดยชุดที่ใส่มา ดูเยอะเกินไป รู้สึก ร้อนนน เลย HaHa





อยากจะบอกว่า จุดที่กระเช้า จอดนั้น ยังไม่ใช่จุดสูงที่สุด จุดสูงที่สุดต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก !! ดูด้วยตาก็ลิบๆ เลย แล้วด้านบนก็อากาศเบาบางด้วย เดินขึ้นบันได้ 4-5 ขั้นก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้ว ตรงนี้ Oxygen ช่วยได้เยอะมากๆ









จบนี่ก็คือจบ trip แล้วครับ ถึงเวลากลับที่พัก ผมกลับมาถึงที่พัก 16:00 พอดี ก็เลยว่าจะออกไปเดินใน Old town ต่ออีกซักหน่อย พอเข้าไป อ่าวเฮ้ย! มีเก็บค่าเข้าด้วย 80 หยวน !! แพงจัง เลยเดินถอยหลังกลับมา แล้วมานั่งคิด !! เมื่อคืนไม่เห็นเสียเลย งั้นเดี๋ยวไปดึกๆ และกัน !!
เป็นอย่างที่คาด กลางคืนไม่เสียครับ เลยได้เข้าไปเดินเล่นอีกครั้งก่อนลาจาก Lijiang ในวันรุ่งขึ้น <3





วันที่ห้า เปลี่ยนเมือง สู่ Dali Night cit




วันนี้ผมเปลี่ยนเมืองอีกแล้วครับ โดนผมเลือกพักใกล้ๆ เมืองDali เลย เพราะว่า ... ไม่รู้ดิ ก็จองมาแล้ว HaHa ต้องบอกว่าโรงแรมนี่ เป็นโรงแรมที่ยุ่งยากที่สุดในการสื่อการ และวิธีการเข้าพักเลย !! คือ เวลาเข้าห้องจะใช้รหัสผ่าน โดยรหัสผ่านจะส่งเข้ามาที่มือถือของลูกค้า!! พอจินตนาการออกไหมครับ หึหึ กว่าจะสื่อสารได้ความแบบนี้ เล่นเอาเสียเวลามากๆๆๆๆๆ ห้องพักก็ไม่มีที่อุ่นเตียงเหมือนที่ผ่านๆมา และเป็นแบบนั่งยอง เป็นที่เดียวที่พักเลยครับที่เป็นแบบนั่งยอง ... ทุกที่ที่พักเป็นชักโครกหมดเลย : Dali Lanmeng Hotel 196 หยวน / 2 คืน
หลังจาก สื่อสารกันเสร็จสรรพ ก็ถึงเวลาออกไปชมเมืองกันซักหน่อยแล้ว





วันที่หก เป้าหมายคือ The Chongsheng Temple and the Three-Pagoda


ก่อนที่จะไป Three-Pagoda ผมไปเดินเล่นที่ Dali culture park ที่อยู่ก่อนถึง Three-Pagoda 1.6 กิโลเมตร ผมนั่งรถ สาย 4 ไป ราคา 2 หยวน เองครับ ลองไปดูกันว่า จะขนาดไหน










กลับมาต่อกันที่ Highlight ของวันนี้เลยครับ The Chongsheng Temple and the Three-Pagoda ผมใช่การเดินเรื่อยๆ จาก Dali culture park ไม่นานก็ถึงครับ จริงๆ มันมีรถไปอยู่ แต่ผมเห็น่วาไม่ไกลมาเลยเดินเอา ที่นี่ มีค่าเข้าด้วย 121 หยวน!!!!! โคตรแพงเลย ตอนแรกก็คิดว่า จะคุ้มไหมเนี่ยยยย แต่ถาใครมา Dali ... มาเถอะ คุ้ม !! สวย มากครับบบ ลองไปดูกันเลย












พอเริ่มจะมืด ผมก็กลับมาเดินเล่นส่งท้าย Dali กันที่ culture park อีกรอบ เพราะ ที่นี้ กลางวันกับกลางคืนนั้น บรรยากาศต่างกัน มีความสุกกันคนละแบบ







วันที่เจ็ด กลับ Kunming


จาก Dali มาKunming ใช้เวลานั่งรถราวๆ 6 ชั่วโมง และก็มีการแวะพักบ้าง มีแวะให้กินข้าวด้วย เหมือนจะน่าเบื่อ แต่นั่งๆ หลับๆ สลับดูวิว มันก็ไม่เท่าไหร่ นะครับ เพลินดี


ที่นี่ผมพักที่โรงแรม Kunming Cloudland International Youth Hostel ต้องบอกเลยว่า ที่นี่เป็นที่ที่ประทับใจที่สุด เพราะพนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ มีโต๊ะพูล โต๊ะปิงปอง และอาหารอร่อย ราคาน่าคบหา ห้องสะอาด เตียงอุ่นได้ ถึงแม้จะเป็นแบบห้องน้ำรวมแต่ก็สะอาด น่าอยู่มากๆ แถมทำเลก็ดี อยู๋ไม่ไกลจาก Green lake, Kundu night market,อยู่ใกล้ป้ายรถเมล์ด้วย




หลังจากเช็คอินเสร็จ ก็ออกไปเดินถ่ายรูปเล่นที่ Green lake ... ดูหมือนที่ Kunming จะนิยมเต้นรำ เต้นออกกำลังกาย กันนะครับ เพราะเห็นเยอะจริงๆ






ที่นี่ ใครที่ชอบเที่ยวกลางคืนต้องนี่เลย Kundu night market มีผับให้เลือกมากมาย M2 club, Babi club, muse เป็นต้น และจากที่ถามได้ความว่า ที่ Kunming มีแค่โซนนี้ ที่มีผับ (จริงเทจประการใด ผมไม่รู้นะคร้าบ ฟังเขามาอีกทีแหะๆ)



เช้าวันที่แปด Come HOME


วันนี้กลับบ้านแล้วครับ .....



ลาจากกันไปด้วยภาพท้องฟ้าสวยๆ และกันครับ




ขอฝาก Page ลุยเดียวเที่ยวไทย https://www.facebook.com/MheePaTheiyw ของผมไว้ในอ้อมใจด้วยนะคร้าบบบ ^^ แล้วพบกันใหม่ รีวิวถัดไป บ๊ายบายยยยยยย


ความคิดเห็น