ไปรถไฟ ไปคนเดียว เที่ยวนาขั้นบันได กับไอหมอกหน้าฝน @ป่าปงเปียง-ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ รีวิวโดย การเดินทางของอีกา

ขอต้อนรับเข้าสู่ฤดูกาล"นาขั้นบันได ป่าปงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่" หากถามว่า นาขั้นบันได ในประเทศไทย ที่ไหนอลังการที่สุด เรายกให้ที่นี่เลย ป่าปงเปียง กับบรรยากาศสีเขียวในหน้าฝน ทั้งชุ่มฉ่ำทั้งไอหมอก บ้านพักโฮมสเตย์ในราคาเพียง 500 บาทต่อคน/คืน ไม่มีแอร์ ไม่มีพัดลม มีไฟฟ้าบ้าง พอให้ชาร์ตแบต สัญญา

ไปรถไฟ ไปคนเดียว เที่ยวนาขั้นบันได กับไอหมอกหน้าฝน @ป่าปงเปียง-ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ไปรถไฟ ไปคนเดียว เที่ยวนาขั้นบันได กับไอหมอกหน้าฝน @ป่าปงเปียง-ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

 วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 15.52 น.

 วันที่เดินทาง 22 ก.ย. 2560

ขอต้อนรับเข้าสู่ฤดูกาล"นาขั้นบันได ป่าปงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่"

หากถามว่า นาขั้นบันได ในประเทศไทย ที่ไหนอลังการที่สุด เรายกให้ที่นี่เลย ป่าปงเปียง

กับบรรยากาศสีเขียวในหน้าฝน ทั้งชุ่มฉ่ำทั้งไอหมอก บ้านพักโฮมสเตย์ในราคาเพียง 500 บาทต่อคน/คืน

ไม่มีแอร์ ไม่มีพัดลม มีไฟฟ้าบ้าง พอให้ชาร์ตแบต สัญญาณโทรศัพท์ ที่เราใช้ AIS พอจะมีบ้าง แต่ในบรรยากาศที่อยู่ตรงนั้น เพียงแค่ถ่ายรูปแล้วอัพลง Social ให้เพื่อนๆได้อิจฉา ก็ไม่ได้จับมันอีกเลย

**ช่วงท่องเที่ยว

ก.ค.-ส.ค. ช่วงดำนา ช่วงที่ต้นข้าวยังเป็นต้นกล้า จะมองเห็นท้องฟ้าสะท้อนกับพื้นน้ำได้อย่างสวยงาม

ก.ย.-ต.ค. ช่วงที่นาข้าวเขียวขจีไปทั่วผืนนา

ปลาย ต.ค. เป็นช่วงใกล้เก็บเกี่ยว นาข้าวจะเป็นสีเหลืองทอง

**การเดินทางทริปนี้วันที่ 6-9 กันยายน 2560

ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นการเดินทางโดยรถไฟครั้งแรกเลยนะ

เริ่มจาก การเดินทางโดยรถไฟ ค่าตั๋ว นอน พัดลม ขาไป=531 บาท ขากลับ 571 บาท

รถไฟออกจากสถานีรังสิต วันที่ 6 ก.ย. บ่าย3โมง หากตามเวลาในตั๋ว เราจะถึงเชียงใหม่ ตี4..แต่ หัวเครื่องจักรเสีย เราถึงสถานีเชียงใหม่ 8โมงเช้า จากนั้นนั่งรถแดงที่หน้าสถานี ไปลงประตูเชียงใหม่ ราคา 30บาท ต่อด้วยรถเหลืองไป อ.จอมทอง ราคา 35บาท รถจะจอดที่ท่ารถไป อ.แม่แจ่ม แต่เราลงที่ท่ารถไป อ.แม่แจ่ม แล้วเช่ารถมอเตอร์ไซค์ ร้านอยู่ข้างๆเซเว่น หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง เช่ารถมีเกียร์ ราคาวันละ 300 บาท มัดจำ 1,000 บาท

มื้อแรกบนรถไฟ กระเพาไก่ไข่ดาว 20 บาท ข้อดีของการขึ้นรถไฟ น่าจะเป็นเพราะคุณจะไม่อดตายแน่นอน เดินกันเป็นตลาดเลย ทั้งข้าว ทั้งน้ำ มีขายถึงประมาณ1-2ทุ่มนะ แต่ไม่แนะนำให้กินข้าวที่ตู้ของรถไฟนะ แพงเวอร์ ขอบ่นหน่อย คือเขาขายเป็นชุด ละ120 บาท อาหารตามสั่ง 1จาน คุ๊กกี้ 2อัน น้ำส้มที่เหมือนดีโด้ 5บาท ต้มจืดที่มีหมู 1ชิ้น โดนมาแล้วเจ็บไปจนวันตาย

รุ่งเช้าวันที่ 7 เราตื่นมาอยู่ใน จ.ลำพูน เมื่อคืนฝนตก ตื่นเช้ามาเลยมีหมอกลอยอยู่เต็ม 2ข้างทาง แค่จุดเริ่มต้นก็สดชื่นแล้ว

ถึงเชียงใหม่ เวลา 8โมงพอดี การเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา นี่สงบดีจัง ไม่ต้องแย่งกินแย่งเที่ยวกับใคร

เรานั่งรถแดงที่หน้าสถานี มาลงที่ประตูเชียงใหม่ ราคา 30 บาท เพื่อต่อรถเหลือง ไป อ.จอมทอง รถจะจอดอยู่ตรงนั้นพอดี ใช้เวลาเดินทางไปถึงจอมทองประมาณ เกือบๆ 1ชม. ราคา 35 บาท

เราลงรถที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง เพื่อหาเช่ารถมอเตอร์ไซค์ แล้วเราก็พึ่งได้รู้ความจริงบางอย่างคือ นั่งรถไป ลง อ.แม่แจ่ม ก็มีที่เช่ารถมอเตอร์ไซค์เหมือนกัน การขับรถจาก อ.จอมทอง ไป อ.แม่แจ่ม ค่อนข้างไกล เราใช้เวลาขี่มอเตอร์ไซค์ไป ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง

ภาพแผนที่จาก FB มนต์เมืองแจ่ม ครับ

แวะสักการะพระธาตุศรีจอมทอง กันก่อนไปตะลุยบนเขา


หากนั่งรถเหลือง มา อ.แม่แจ่ม จะผ่านด่านตรวจที่1 และ 2 และจะมาเจอทางแยกตรง น้ำตกแม่ปาน สามารถลงตรงนี้ แล้วโทรติดต่อรถจากที่พักให้มารับได้ เส้นทางนี้ ค่อนข้างลำบาก ต้องรถกระบะ กับรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น


เราขับเลยจุดทางเข้าแรกมา เรียกว่าอ้อมไกลเหมือนกัน เพื่อไปเข้าอีกทางคือไปทางตัวเมือง อ.แม่แจ่ม มาถึงจุดในรูปนี้ให้เลี้ยงซ้าย ขับไปจนเข้าตัวเมือง อ.แม่แจ่ม จนเจอทางแยก ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ให้เลี้ยวขวา จะมีเซเว่นอยู่ขวามือขับตรงไปจะผ่านบ้านต่อเรือ ขับตรงไปเรื่อยๆจะเจอ บ้านทุ่งยาว

ขับไปจนเจอทางเข้า รร บ้านทุ่งยาว เลี้ยวเข้าไปจะเจอ วัดทุ่งยาว ให้เลี้ยวซ้าย

เมื่อเจอแยก จะมีป้าย รร อินทนนท์วิทยา ให้เลี้ยวขวา

ขับตรงไปเรื่อยๆ จนเจอ บ้านป่าตึง ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นขับตรงไปยาวๆเลยครับ จะเจอแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านตีนผา ก็ขับตรงไปอีก ระหว่างทางนั้น ก็จะได้เห็นความอลังการของนาขั้นบันได ป่าปงเปียง

การเดินทางมาเส้นทางนี้ จะสวยมากๆ เรามาถึงตรงนี้ประมาณ บ่าย 2 ได้ยืนถ่ายรูปเพียงครู่เดียว ฟ้าเริ่มร้อง ฝนเริ่มลงเม็ดเลยรีบขับรถไปยังบ้านพัก




ครั้งนี้เราใช้บริการ บ้านของพี่วีรศักดิ์ ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าจะอาศัยโฮมสเตย์ไหน เจ้าของเขาดูแลดีมากๆๆ มากจริงๆ

**รายชื่อติดต่อบ้านพัก

- บ้านพักมาจิโพ โทร 081 020 1691
- บ้านพักของพี่ศรชัย เบอร์ติดต่อ โทร 084 435 9887 , 097 191 6131
- บ้านพี่วีรศักดิ์ โทร 093 074 2686
- บ้านพี่ทองดี โทร 080 847 8863
- บ้านพัก พี่วัฒ พี่บัติ โทร 080 794 6883 085 713 1891

เมื่อมาถึงบ้านพักพี่วีรศักดิ์ ฝนตกพอดี เรานั่งอยู่หน้าบ้าน เป็นบ้านไม้ คล้ายๆกระท่อมปลายนา สอดส่องสายตาไปทั่วๆ ป่าปงเปียง เป็นบ้านพักที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งนา มีฝนตกพรำๆ ยิ่งทำให้สีเขียวๆของทุ่งนาสดชื่นขึ้นไปอีก ทั้งไอหมอก ทั้งกลิ่นไอหมอก ลอยอยู่ตามขุนเขาทั้งวันทั้งคืน กับราคา 500 ต่อคน/คืน อาหาร 3มื้อ เกินคุ้มจริงๆ

ด้วยความเพลียจากการเดินทาง เราเอาหมอนกับผ้าห่ม มานอนเล่นอยู่ริมระเบียง ความรู้สึกตอนนั้น มีความชิว มีความสบาย

เมื่อฝนเริ่มเบาลง เริ่มมีนักท่องเที่ยว เดินลงไปถ่ายรูปที่ทุ่งนา เทรนถ่ายรูปกับชุดกันฝน สีสันสดใส คงเป็นที่นิยมสำหรับที่นี่ไปแล้ว





ส่วนบ้าน 2 หลัง กลางทุ่งนานั้น เป็นบ้านของพี่ศรชัย


เราอาจจะโชคไม่ดีนิดหน่อย วันนั้นฟ้าปิด พระอาทิตย์ตกไม่มี

พี่วีรศักดิ์ยกปิ่นโต ที่ใส่ข้าว พร้อมกับข้าว 3อย่าง เราตั้งสำรับกับข้าวที่ระเบียง มีวิวด้านหน้าเป็นทุ่งนากับไอหมอก อากาศที่กำลังเย็นสบาย นี่เป็นการกินข้าวเย็นที่มีความสุขที่สุดที่เคยกินมา คุ้มเกินราคาจริงๆ

หลังจากกินข้าวเสร็จ ฟ้าเริ่มมืด การอาบน้ำที่นี่จะทรมานหน่อยๆ คือ น้ำเย็นมากกก เราเข้าไปนอนในบ้านที่ไม่มีแม้แต่พัดลม หาแสงสว่างได้โดยการจุดเทียน เราห่มผ้าถึง 2ผืน นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเพื่อรอรุ่งเช้าวันใหม่

**เช้าวันที่ 8 ก.ย.

ตั้งนาฬิกาปลุก 6โมงเช้า เพื่อมาดูแสงแรก มีกาาแฟมาเสิร์ฟแต่เช้า (เป็นกาแฟซองชงเอง) การที่ได้ตื่นมาในตอนเช้า ธรรมชาติต้อนรับวันใหม่ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ ค่อยๆนั่งจิบกาแฟริมละเบียงบ้าน ไม่ต้องรีบทำอะไร ใช้ชีวิตแบบชิวๆ เป็นการชาร์ตแบตที่ดีมากจริงๆ

หลังจากนั่งกินกาแฟเสร็จ เราขี่รถคู่ใจ ไปทั่วป่าปงเปียงเพื่อถ่ายภาพ ถนนแดงที่โดนฝนเทลงมา สภาพก็จะเละๆหน่อย

เราขี่มาถึงทางบ้านพัก บ้านเปียงนา เป็นมุมมองที่เราชอบที่สุด ทำให้เห็นนาขั้นบันได แบบชัดเจน แถมยังมีไอหมอกลอยไปลอยมา เพิ่มความสวยงาม เติมความสดชื่นขึ้นไปอีก





ถ่ายรูปเสร็จเรากลับไปกินข้าวมื้อสุดท้าย อาบน้ำ และเก็บของเดินทางออกจากป่าปงเปียงตอนเที่ยง เรายังมีเวลาอยู่อีก 1คืน อีก 1คืนเราไปใช้ชี้วิตต่อที่ดอยอินทนนท์ โดยไม่ได้จองห้องพักไว้เลย


**ดอยอินทนนท์

แผนที่ท่องเที่ยว จากเวปโครงการหลวงครับ

เราขี่รถมอเตอร์ไซค์ กลับมาถึงด่านตรวจที่ 2 แล้วเลี้ยวขึ้นไปดอยอินทนนท์ ทางสบาย ขับง่ายๆเลยครับ

จุดแรกเราแวะที่ พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ค่าเข้าคนละ 40 บาท

พระมหาธาตุนี้สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อ ปี พ.ศ. 2530 และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2535

ช่วงที่ไปนั้นหมอกลงคลุมพระมหาธาตุทั้ง2 เรากะจะรอจังหวะถ่ายภาพสวยๆ แต่ฝนดันเริ่มตกลงมาปรอยๆ เราจึงขี่รถลงไปเพื่อหาที่พักในคืนนี้ก่อน พรุ่งนี้เราจะมาแก้มือใหม่

เรามาเจอบ้านพักชื่อ ดอยชัวร์ญ่า อยู่ในบ้านขุนกลาง ราคาคืนละ 800บาท นอนได้ 2 คน มีที่ให้เช่ากางเต้นท์ มีเต้นท์ให้เช่า มีที่พักหลายราคา ยังมีบ้านพักหลายที่อยู่ในบ้านขุนกลาง การพักที่บ้านขุนกลางจะใกล้กับดอยอินทนนท์มากที่สุดแล้วครับ เหมาะกับการตื่นเช้าเพื่อขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น


แถมยังได้วิวด้านหน้าเป็นน้ำตกสิริภูมิ

ฝนตกปรอยๆทั้งวัน เราได้แต่อยู่ในที่พักเลยจัดหมูกระทะชุดเล็ก ในราคา 400บาท เยอะมากกกก กินคนเดียวไม่หมดจนต้องย่างให้หมาองครักษ์ ที่มานอนเฝ้าเราอยู่หน้าห้อง

คืนนี้เป็นคืนวันศุกร์ ไม่มีแขกมาพักเลย เหมือนเราเหมารีสอร์ทไว้นอนคนเดียว นั่งย่างหมูกระทะคนเดียวชิวๆ นั่งมองวิวหน้าห้องเป็นน้ำตกอยู่บนเขา แล้วอาบน้ำนอนในห้องที่ไม่มีพัดลมอีกแล้ว แต่หนาวเหลือเกิน ลมเย็นที่พัดผ่านช่องประตู เราได้แต่นอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้านวมอุ่นๆ

**วันที่ 9 ก.ย.

เราตั้งนานฬิกาปลุกตอนตี 5 ล้างหน้าแล้วรีบขี่รถไปยังจุดชมวิว ที่เลื่องชื่อของดอยอินทนนท์ ที่ กม.41 จะอยู่ก่อนถึง พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เมื่อแสงสว่างเริ่มโผล่ขึ้นมา หมอกมันช่างหนาเหลือเกิน เรามองไม่เห็นพระอาทิตย์ แล้วรถที่ขึ้นมาบนนี้ก็น้อย ความตั้งใจที่จะถ่ายมุมถนนนี้พร้อมรถวิ่ง บวกกับแสงแรกของวันจึงจบลง

เราขี่รถไปต่อที่ พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เพื่อแก้มือ แต่ หมอกหนากว่าเมื่อวาน ทำให้มองไม่เห็นพระธาตุ เราได้แต่รูปสวนดอกไม้หลากสี มีสะพานไม้อยู่กลางสวน ถูกหมอกปลกคลุมไปทั่วดอย มันก็เป็นความงามอีกรูปแบบที่งดงามเหมือนกัน

เดินทางต่อไปยังยอดดอยอินทนนท์ เพื่อเข้าไปเดินท่ามกลางธรรมชาติใน อ่างกา เขียวไปทั้งผืนป่า ตะไคร่เกาะอยู่ตามราวสะพานไม้ การเดินในอ่างกาใช้เวลาไม่นานนัก ประมาณ ครึ่ง ชม. ก็ครบรอบ น้ำค้างปนกับน้ำฝนหยดลงมาเป็นระยะๆ ในนี้ไร้ผู้คน คงเพราะไม่ใช่วันหยุดยาว ทั้งป่านี้มีเราคนเดียว การที่ได้ใช้สายตามองไปเจอแต่สีเขียวมันช่างสบายตาจริงๆ

ทริปของเราคงจบลงเพียงเท่านี้ ขอลาไปกับภาพเขียวๆของธรรมชาติ แล้วเจอกันทริปต่อไปครับ



ความคิดเห็น