เที่ยวเมืองกาญจน์ : ย้อนยุค – สนุก – ผ่อนคลาย รีวิวโดย ChillWithAdi

ทริปนี้ผมออกเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดใกล้กรุงแถมมีที่เที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ, ภูเขา, น้ำตก, ประวัติศาสตร์ กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ทำให้มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย ทำให้คนส่วนมากคนที่มาเที่ยวก็จะชอบนอนริมแพ ริมแม่น้ำ หรือไม่ก็ไปน้ำตก แต่สำหรับทริปนี้อดิจะพาไปเที่ยวแบบค

เที่ยวเมืองกาญจน์ : ย้อนยุค – สนุก – ผ่อนคลาย

เที่ยวเมืองกาญจน์ : ย้อนยุค – สนุก – ผ่อนคลาย


ทริปนี้ผมออกเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดใกล้กรุงแถมมีที่เที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ, ภูเขา, น้ำตก, ประวัติศาสตร์ กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ทำให้มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย ทำให้คนส่วนมากคนที่มาเที่ยวก็จะชอบนอนริมแพ ริมแม่น้ำ หรือไม่ก็ไปน้ำตก แต่สำหรับทริปนี้อดิจะพาไปเที่ยวแบบครบรสสัมผัสมุมเที่ยวใหม่ในเมืองกาญจน์ สำหรับทริปนี้อดิ ตั้งชื่อว่า

เที่ยวเมืองกาญจน์ : ย้อนยุค – สนุก – ผ่อนคลาย

ย้อนยุค

เราเริ่มออกเดินทางสู่จ.กาญ จนบุรี ประมาณ 07.30 น.ขับมาเรื่อยๆ แบบไม่เร่งรีบ เป้าหมายแรกของเราจะไปถ่ายรูปกับต้นจามจุรียักษ์ถนนที่กาญจะถ้านอกเมืองส่วนใหญ่จะเป็นถนน สองเลนส์ ต้องระมัดระวังนิดนึงขับไปลัดเลาะผ่านบ้านชาวบ้าน มีคอกม้าด้วยตาม GPS ไปสักพักเราก็ถึงที่หมาย

  • ต้นจามจุรียักษ์

จามจุรียักษ์ที่ยืนต้นตระหง่าน อายุยาวนานกว่า 100 ปีอันเป็นความงามที่หาชมได้ยากแล้วในปัจจุบัน ต้นจามจุรีหรือก้ามปูยักษ์ต้นนี้ สามารถวัดขนาดของลำต้นได้เท่ากับ 10 คนโอบ รัศมีทรงพุ่มของต้นประมาณ 25.87 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ของร่มเงายาวประมาณ 51.75 เมตร สามารถวัดความสูงของต้นจากพื้นดินสู่ยอดได้ประมาณ 20 เมตรเลยทีเดียว ต้นกามปูแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงาอย่างสวยงาม ให้เราได้เก็บภาพสวยๆเป็นที่ระลึก

บรรยากาศของต้นจาจุรียักษ์แผ่กิ่งก้านอย่างสวยงาม

หลังจากถ่ายรูปกับต้นจามจุรียักษ์ เรารีบขับรถต่อไปที่เมืองมัลลิกา

  • เมืองมัลลิกา

ที่ต้องรีบไปให้ทันเพราะเราตั้งใจว่าจะไปทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ที่นั่นเราไปถึงประมาณ 11.30 ซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อย ราคาค่าเข้าพร้อมอาหารกลางวัน ช่วงนี้มีโปรโมชั่น คนละ 450จากนั้นเราไปเช้าชุดที่นั่นก็จะมีชุดไทยให้เลือกสีสันหลากหลายราคาชุดของผู้ชายเริ่มที่คนละ 100 บาท ผู้หญิงคนละ 200 บาทแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จเรารีบเดินเข้าไปที่หน้าประตูเมือง เพื่อเดินชมบรรยากาศของที่นั่น ตามมาดูบรรยากาศภายในเมืองกันครับ

บริเวณหน้าเมืองมีรถลากอยู่ใครอยากนั่งรถเข้าเมือง หรือนั่งถ่ายรูปสวยๆก็ได้นะครับ

ภาพถ่ายสวยๆอีกมุมของประตูเมือง

เรือนคหบดี

ย่านการค้าจะมีชาวบ้านมายืนขายขนม ของกิน ของใช้ต่างๆกันอย่างคึกคัก

หลังจากเดินเล่นสักพัก เราเดินเข้าไปเรือนไทยหมู่ด้านในเพื่อทานอาหารบุฟเฟต์อาหารที่นี่เป็นอาหารไทยโบราณ หาทานยาก บางอย่างเราเพิ่งเคยได้ยินชื่อก็วันนี้นี่เหละเดินชมเรียบร้อยตักอาหารมารสชาติอร่อยดีครับ แถมขนมแต่ละอย่างก็น่ากินทั้งนั้นเลย ตามมาดูกันดีกว่าว่าอาหารบุฟเฟต์จะทำให้ทุกคนกลืนน้ำหลายกันได้ขนาดไหน

เรือนไทยหมู่ ที่นี่เป็นเรือนสำหรับบริการอาหารเย็น และมื้อกลางวันของเราก็ทานที่นี่

อาหารไทยโบราณหาทานยาก

ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่+ไข่ต้ม น่าทานมาก

ที่นี่เลือกใช้ถ้วย ชามลวดลายสวยงาม เพิ่มอรรถรสในการทานอาหารได้เป็นอย่างดี

ขนมไทยโบราณ ม้าฮ่อ และ ขนมลืมกลืน หาทานยาก

หลังจากเที่ยวที่เมืองมัลลิกากันเสร็จ กำลังเหนื่อยได้ที่เลย เพราะพื้นที่กว้างและมีจุดให้เราแสะถ่ายรูปเป็นระยะนอกจากจะเดินเหนื่อยแล้วยังต้องออกแรงโพสต์ท่ากันด้วย ไม่รอช้าเรารีบออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังที่พักของเรา

ผ่อนคลาย

  • บ้านกกกอด

เป้าหมายหลักในการมาทริปครั้งนี้ ที่นั่นก็คือ บ้านกกกอด นั่นเอง เราขับรถแบบสบายๆ ระหว่างทางมันช่างทำให้เราเพลินเพลินไปกับต้นไม้เขียวๆ วันที่เราไปมีฝนตกบ้างเล็กน้อย เราใช้เวลาประมาณ 1 ชม 30 นาที ก็ถึงที่พักละครับ ขอบอกเลยว่าชอบที่นี่ตั้งแต่เปิดประตูรถลงมาเลย พอถึงที่พักพี่เจ้าของรับเช็คอิน ด้วยตนเอง พาเราเดินไปส่งยังห้องพัก แนะนำจุดต่างๆภายในรีสอร์ท เราจองห้องวิวเขื่อน เพราะว่าเป็นห้องที่อยู่ริมน้ำบรรยากาศดีสุด ลองมาดูกันดีกว่าว่าจะชิลขนาดไหน ที่นี่มีเซ็ทอาหารเย็นเป็นแบบขันโตก ราคาแค่ 450 บาทสำหรับ 2 คน

ถึงที่พักแล้วก็หายเหนื่อยเลยครับ บรรยากาศภายในบ้านกกกอด มีสายน้ำ ภูเขา เงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักผ่อนมาก

ห้องพักของเราตั้งใจจองที่นี่มากๆ ห้องวิวเขื่อน แต่ไม่เหมาะกับคนรักความสะดวกสบายนะครับ เพราะห้องนี้เป็นห้องพัดลม แถมไม่มีห้องน้ำในตัว แต่ห้องน้ำอยู่ไม่ไกลครับ สะอาด แยกชาย-หญิง ไม่ได้ลำบากสำหรับสายชิลแบบเราอยู่แล้ว


ภายในห้องพักวิวเขื่อน ตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความใส่ใจ มีเบาะรองนั่งให้เรานั่งชมวิว แถมหน้าห้องมีที่นั่งเล่นแบบชิลๆหน้าห้องด้วย



สะพานให้เราเดินเล่น ทางโรงแรมมีเรือให้พายเล่นฟรีด้วย แต่เสียดายวันที่ไปฝนตกเลยอดลงไปพายเรือชมบรรยากาศสวยๆของรีสอร์ทเลย

ด้วยสถานที่ตั่งที่อยุ่ริมน้ำ แถมมีต้นกกขึ้นเยอะมาก ทำให้หายสงสัยเลยว่าทำไมที่นี่ถึงตั้งชื่อ ว่า บ้านกกกอด


ดอกไม้เล็กๆ บริเวณสะพาน ช่วยแต่งเติมบรรยากาศของรีสอร์ทให้ดูสดชื่นขึ้น


บ้านพฤกษา โซนนี้เป็นโซนที่สร้างขึ้นใหม่ โซนนี้จะมีทีวี แอร์ และห้องน้ำในตัว รอบๆมีสวนที่ออกแบบตกแต่งไว้อย่างสวยงาม


ห่านเจ้าถิ่น ดุมาก กว่าจะได้รูปนี้ต้องวิ่งหนีหลายรอบ


อาหารเช้าที่นี่ เป้นแบบเซ็ท มีข้าวต้ม และกาแฟ โอวันติน แต่นั่งกินแล้วชมวิวตรงนี้บรรยากาศดีมาก


บริเวณห้องอาหารจะมีชั้นลอย แขวนที่นั่ง แบบชิลๆ

เราตื่นเช้าประมาณ 6 โมง ก็จะได้บรรยากาศแบบนี้เป็นของแถม มีหมอกจางช่วยเติมให้ภาพที่เห็นยามเช้าสวยงามยิ่งขึ้น แต่หมอกลงเยอะเลยไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่ก็สวยไปอีกแบบ

สนุก

  • สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค กาญจนบุรี

เช็คเอาท์เรียบร้อยเราเดินทางมุ่งหน้าสู่ อ.บ่อพลอย เพื่อไปเที่ยวกิจกรรมสนุกๆ ที่ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรีซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี ค่าเข้าคนไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทอย่าลืมซื้อแครอทเข้าไปให้สัตว์ด้านในด้วยนะครับราคา 100 บาทที่นี่จะเป็นสวนสัตว์เปิด ใครอยากขับรถเข้าไปด้านในเองก็ได้นะครับแต่ถ้าใครไม่อยากขับ ที่นี่ก็มีรถบัสบริการ ด้านในก็จะมีสัตว์หลายชนิดแบ่งกันเป็นโซนๆ มีกวาง เสือ สิงโต ยีราฟ และสัตว์อีกหลายชนิดแต่ไฮไลท์ของที่นี่ คงจะหนีไม่พ้น เจ้ายีราฟ แน่นอน ยีราฟที่นี่จะโผล่หน้าเข้ามาทางหน้าต่างเพื่อกินแครอท อดิให้ไปก็เสียวมือไป เพราะว่าแต่ละตัวจู่โจมแบบหลังจากให้อาหารเสร็จ ก็จะเข้าไปชมการแสดงของจระเข้ และช้างเรียกได้ว่าเป็นอีกที่เที่ยวที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น เป็นอย่างยิ่ง

ไฮไลท์ของที่นี่คือการให้อาหารเจ้ายีราฟ ที่จะโผล่หัวเข้ามากินแครอทจากมือของเราถึงในรสบัสเลย สนุก ตื่นเต้นมากๆ ให้ไปเสียวมือไปว่าจะโดนงับนิิ้วไหม แต่ก็สนุกได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่

ใครที่อยากขับรถเข้ามาเองก็ได้นะครับ แต่ว่าถ้าเข้าโซนเสือ สิงโต ต้องปิดกระจกด้วยนะครับว่าถ้าเข้าโซนเสือ สิงโต ต้องปิดกระจกด้วยนะครับ

เสือดาวนอนพักผ่อนใต้ร่มไม้


ให้อาหารสัตว์กันอย่างสนุกสนาน



หลังจากวนชมสัตว์เรียบร้อยแล้วที่นี่ยังมีโชว์จระเข้และช้าง ให้เราได้ชมกัน


ช้างแสนรู้เล่นกับนักท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน


ทริปนี้เรียกได้ว่านอกจากจะได้พักผ่อนท่ามกลางสายน้ำ ต้นไม้ ที่บ้านกกกอดแล้วเมืองกาญยังมีกิจกรรมดีๆ อีกแบบ รอให้เราได้เดินทางมาท่องเที่ยวกันรับรองว่าได้ทั้งเที่ยวแบบย้อนยุด เที่ยวสนุก ตื่นเต้น และพักผ่อนชาร์จแบตกับธรรมชาติ เรียกว่าเป็นอีกทริปที่ครบรส เด็กมาได้ ผู้ใหญ่มาดี ใครอยากชิล สนุกๆ แบบนี้ อย่าลืมตามอดิมาเที่ยวเมืองกาญจน์กันนะครับ


เพื่อนที่เข้ามาอ่านแล้วชอบฝากเข้ามากดถูกใจเพจผมได้ที่นี่เลยครับ >> ChillWithAdi

แล้วมาเป็นเพื่อนเที่ยวไปกับอดินะครับ

#chillwithadi #อดิพาชิล #อดิพาเที่ยวกาญจนบุรี

#กาญจนบุรี #บ้านกกกอด #เมืองมัลลิกา

#สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คกาญจนบุรี #ต้นจามจุรียักษ์


ความคิดเห็น