พิ่ชิตยอดดอยนางนอน (ดอยจ้อง) รีวิวโดย ละอ่อนเหนือจวนแอ่ว

ดอยนางนอน......ซึ่งตอนนี้คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักและคุ้นหูกันเป็นอย่างดี... ดอยนางนอน...เป็นภูเขาที่ทอดยาวไปกับถนน เมื่อมองดูจะเหมือนผู้หญิงนอนทอดตัวยาว ซึ่งจะมองเห็นตั้งแต่การสยายผม หัว ลำตัว ไปจนถึงเท้า คนส่วนใหญ่รู้จักดอยนี้ ก็มาจากน้องหมูป่าทั้ง 13 ที่ได้เข้าไปติดอยู่ในถ้ำเมื่อปีก่อน ทำให้ อ.

พิ่ชิตยอดดอยนางนอน (ดอยจ้อง)

พิ่ชิตยอดดอยนางนอน (ดอยจ้อง)

 วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.23 น.

 วันที่เดินทาง 26 ม.ค. 3105

ดอยนางนอน......ซึ่งตอนนี้คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักและคุ้นหูกันเป็นอย่างดี...

ดอยนางนอน...เป็นภูเขาที่ทอดยาวไปกับถนน เมื่อมองดูจะเหมือนผู้หญิงนอนทอดตัวยาว

ซึ่งจะมองเห็นตั้งแต่การสยายผม หัว ลำตัว ไปจนถึงเท้า

คนส่วนใหญ่รู้จักดอยนี้ ก็มาจากน้องหมูป่าทั้ง 13 ที่ได้เข้าไปติดอยู่ในถ้ำเมื่อปีก่อน

ทำให้ อ.แม่สาย เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วขึ้นมาก

...จุดหมายปลายทางที่ฉันจะขึ้นไปนี้ คือส่วนหัวของดอยนางนอน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นจมูกหรือหน้าผาก

แถวบ้านจะเรียกจุดที่ขึ้นไปนี้ว่า ดอยจ้อง เนื่องจากเวลามองขึ้นไปจะเป็นยอดสามเหลี่ยมเหมือนจ้อง

หรือภาคกลางเรียกว่า ร่มนั่นเอง


...ดอยที่มองจากบ้านไปก็เห็น ยอดสามเหลี่ยมแหลมพุ่งขึ้นฟ้า..ก่อนโค้งเข้าบ้านฉันก็จะมองทุกครั้ง

และได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่เราจะมีโอกาสได้ขึ้นพิชิตดอยลูกนี้เสียทีนะ..

....ต้องขอบคุณน้องชายที่ชวนพี่ไปเดินขึ้นดอยจ้องนี้ด้วยกัน...

...ยอดสูงสุดของดอยจ้องมีระดับความสูงอยู่ที่ประมาณ 1,299 วัดจากนาฬิกาที่ใช้เดินขึ้นไป

...ดอยลูกนี้ยังไ่ม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบถาวร


เช้าวันเสาร์ที่ ื26 ม.ค.62 เวลาประมาณ 10.00 น.

ทริปนี้มีทั้งหมด 6 คน แต่มีพี่ทีมนี้ที่ขึ้นไปรอพวกเราอยู่บนดอยแล้ว 1 คืน

ไม่มีลูกหาบ ทุกคนต้องแบกสิ่งของขึ้นไปเอง น้ำที่จำเป็นและพอใช้สำหรับตัวเองเผื่อทำอาหารด้วย

พวกเราถูกเอาไปปล่อยตรงทางขึ้น เยื้อง ๆ กับถ้ำหลวง ซึ่งจะเป็นสวนของชาวบ้าน

แต่จะมีเส้นทางสำหรับเดินขึ้นดอยลูกนี้...จริง ๆ แล้วจะมีอีกเส้นทางขึ้นทางบ้านผาหมี

จะใกล้กว่าเส้นทางที่เราไปนี้....แต่ก็คิดว่าน่าจะชันพอ ๆ กัน เพราะดอยเป็นรูปสามเหลี่ยมนั่นเอง

ช่วงแรก ๆ ทางก็เริ่มชันบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ยากมากเท่าไหร่

มีผู้นำทางคือพี่มล น้าของน้องชายที่ขึ้น-ลง เป็นประจำทุก ๆ ปี

เส้นทางก็จะรก ๆ หน่อย...เพราะมีน้อยคนที่จะเดินขึ้นมาก



มาถึงต้นเดื่อ..ต้นใหญ่มาก...เป็นจุดพักที่ 1 ของพวกเรา

ออกเดินทางกันต่อ...ส่วนใหญ่จะเจอเป็นหินแหลม คม ต้องระมัดระวังอย่างมาก

ไต่ ๆ กันไป...เกาะตรงไหนได้ก็เกาะไว้

มาถึงตรงจุดพักอีกจุดหนึ่ง..ประมาณ 11.30 น. ได้เวลาพักทานข้าวกลางวันกันพอดี

ข้าวห่อที่ต่างคนต่างเตรียมมา..มาแบ่ง ๆ กันทาน พอเหนื่อย กินอะไรก็อร่อย..

จากนี้ไปทางจะยากลำบากขึ้นกว่าเดิม เพราะเราจะเจอป่าไผ่ ที่ล้มตายระเนระนาด

ทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินเป็นอย่างมาก...และกว่าจะผ่านจุดนี้ก็ใ่ช้เวลาพอสมควร

กว่าจะหลุดพ้นดงป่าไผ่มาได้ ต้องคอยก้ม ๆ เงย ๆ หลบต้นไผ่ที่พาดผ่านกันไปมา..

บางทีก็โดนเกี่ยวถุงนอน เกี่ยวกระเป๋าอีก... ไปอีกสักพักก็จะถึงจุดพักที่เป็นผาหิน

ตรงนี้เมื่อคืนพี่ในทีมที่ขึ้นมารออยู่ก่อนแล้ว..ค้ามานอนอยู่ตรงนี้คนเดียว

อั๊ยยะ...อยู่ในป่าคนเดียว สุดยอดจริง ๆ มืดก็มืด แถมยังต้องอยู่ตัวคนเดียว...



ทุลักทุเลกันมากจริง ๆ แล้วทางนี้คือชันมาก ๆ ทางก็รก

..แต่ถามว่ามันส์ไหม โหดไหม สนุกไหม ตอบได้เลยว่ามันสุดจริง ๆ

ประมาณ 15.30 น. ก็มาถึงที่พักค้างแรมคืนนี้ของเราเสียที...ใช้เวลาเดินขึ้นมา 5 ชม.กว่า

จริง ๆ จะเดินยาวเลยก็ได้ แต่เราอยากชิลล์ตลอดเส้นทางมากกว่า

ตรงจุดที่เราพักนี้จะเป็นเหมือนแอ่งกระทะ และไม่ไกลจากจุดชมวิวที่เราจะขึ้นไป

ให้พี่ ๆ เค้าเตรียมอาหารเย็นไป ส่วนพวกเราขอปีนขึ้นไปรอดูพระอาทิตย์ตกก่อนนะค่ะ

จากจุดนี้ไปจุดชมวิว ไปไม่ไกลใช้เวลาประมาณ 10 นาที แต่ต้องระมัดระวังในการขึ้นหน่อย

เพราะจะเป็นหินเป็นสันคมตลอดเส้นทางเลย

ตรงนี้น่าจะเป็นจุดสูงสุด เป็นจุดปักหมุดของทางทหาร

เขียนไว้ว่า วงรอบชั้นที่ 1 เขานางนอน 5 พ.ย.28

น่าดีใจชะมัดที่ฝ่าความลำบากของการเดินทางมาถึงจุดนี้ได้... สุดเอื้อมมีความสุขมากคร้าาาา

ลุยไปต่ออีกนิดเพื่อจะไปให้สุดทาง จะได้เห็นวิวสวย ๆ อีกมุมหนึ่ง


ธงชาติไทย อยู่คู่ขนานกับธงหมูป่าอะคาเดมี่ ตั้งตระหง่านอยู่ปลายดอย...

ถ้าเราอยู่ที่บ้าน มองจากข้างล่างขึ้นมา เราจะเห็นธงเล็ก ๆ ที่โบกสะบัดไปมาอยู่ปลายยอดดอยลูกนี้

พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าแล้ว...พวกเราต้องรีบลง ก่อนที่จะมืด

ลงไปข้างล่างอาหารเย็นก็คงจะเสร็จพอดี...หิวแล้วไปทานข้าวกัน

ค่ำคืนนี้พี่ ๆ เค้าทำหลามหยวกใส่หมู อร่อย แซ่บ เว่อร์มาก....

นั่นแน่สงสัยใช่ไหมว่า หลามคืออะไร >>

>>>ก็คือการเอาอาหารที่เราจะทำใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่เผาไฟแทนที่จะใส่ในหม้อนั่นไง

พอทานไปแล้วก็หอมกลิ่นไม้ด้วยอ่ะ...

กินพร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ อร่อยเกินบรรยายกันจริง ๆ ...ข้าวเหนียวก็ใช้วิธีอุ่นในกระบอกไม้ไผ่เช่นกัน

ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการล้อมวงทานข้าวด้วยกัน 6 คน เล่าเรื่องสนุก ๆ กันไป กว่าจะนอนก็ปาไป 5 ทุ่มแล้ว


เช้าวันที่ 27 ม.ค.62

ตอนแรกตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตี 5 แต่พอชะโงกหน้าออกไปดู ก็ยังเห็นทุกคนหลับสนิท..

ฟ้าก็ยังมืด มองเห็นแต่แสงจันทร์ที่ลอดผ่านใบไม้ลงมา..เลยขยับนาฬิกาไปอีกนิดแล้วกัน

แต่สุดท้ายตอนนี้เราก็ยังไม่แน่ใจว่าพวกเราตื่นกี่โมงกันแน่ เพราะนาฬิกาเปลี่ยนเวลาไปมา

ระหว่างเวลาของไทยกับเวลาของพม่า...เช้านี้เราต้องไต่ผาหินเพื่อขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอีกรอบ

น่าเสียดายที่ช่วงนี้ไม่เห็นทะเลหมอกแล้ว พี่เค้าบอกว่าถ้าอยากเจอทะเลหมอกต้องมาช่วงธันวาคม

พวกเรานั่งใจจดจ่อ มองไปที่สุดขอบฟ้าอยู่นานกว่าที่พระอาทิตย์จะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา #Sunrise



โอวัลตินกระบอกไม้ไผ่แก้หนาวกันสักหน่อย..

มื้อเช้าของเราวันนี้คือ แกงผักกาด & มาม่าปลากระป๋อง

...อิ่มแล้วก็ช่วยกันเก็บของ เก็บขยะ...แล้วเตรียมตัวเดินทางลงดอย..

ขากลับพอลงมาถึงข้างล่าง ยืนเฉย ๆ ขาสั่นพั่บ ๆ

บอกน้องว่าไปมาหลายดอยแล้ว แต่ไม่เคยลงมายืนแล้วขาสั่นขนาดนี้เลย แหะ แหะ

ทางลงใ่ช้กำลังขาเยอะมากจริง ๆ ชันซะขนาดนั้นถ้ากลิ้งลงได้ก็จะทำแล้ว :-)

หลังจากนี้ถ้ามีเวลา คงจะได้ขึ้นไปหาเธอทุก ๆ ปี...

ฉันรักเธอ ดอยนางนอน

****ไม่แนะนำให้ไปกันเองนะค่ะ...อย่างน้อยต้องมีผู้นำทางที่รู้เส้นทางจริงค่ะ****

****เพราะเส้นทางนี้ยังไม่ได้เปิดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว****

****กลุ่มเราไปได้เพราะไปกับคนในพื้นที่ ที่รู้เส้นทางความปลอดภัยจริง ๆ *****


ความคิดเห็น