+++ ทริปปีนขอบฟ้า ท้าทะลุเฆม 4,095 เมตร ... ไปกับยอดเขา Mt.Kinabalu +++ รีวิวโดย JoinMe2TheWorld : )

ทริปนี้อยากชวนไปปีน Mt.Kinabalu ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดของประเทศเพื่อนบ้านที่มาเลเซีย โดยยอดเขานี้ตั้งอยุ่ที่เมือง Kota Kinabalu แห่งรัฐ Sabah ณ จุด summit ที่ชื่อ Low’s Peak จะมีความสูงถึง 4,095 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นยอดเขาสูงติดอันดับต้น ๆ ของอาเซียนเลยทีเดียว แต่ก่อนที่เราจะขึ้นไปยืนยิ้มแฉ่ง บนย

+++ ทริปปีนขอบฟ้า ท้าทะลุเฆม 4,095 เมตร ... ไปกับยอดเขา Mt.Kinabalu +++

+++ ทริปปีนขอบฟ้า ท้าทะลุเฆม 4,095 เมตร ... ไปกับยอดเขา Mt.Kinabalu +++

 วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 08.02 น.



ทริปนี้อยากชวนไปปีน Mt.Kinabalu ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดของประเทศเพื่อนบ้านที่มาเลเซีย โดยยอดเขานี้ตั้งอยุ่ที่เมือง Kota Kinabalu แห่งรัฐ Sabah ณ จุด summit ที่ชื่อ Low’s Peak จะมีความสูงถึง 4,095 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นยอดเขาสูงติดอันดับต้น ๆ ของอาเซียนเลยทีเดียว

แต่ก่อนที่เราจะขึ้นไปยืนยิ้มแฉ่ง บนยอด Mt.Kinabalu กันได้ ก็ต้องมีการเตรียมตัว ก่อนไปกันพอสมควร ทั้งเรื่องการเดินทาง เรื่องติดต่ออุทยานฯ การเตรียมสัมภาระ ฯลฯ ... ก็จะขอสรุปให้ฟังคร่าว ๆ ต้องเตรียมตัวกันอย่างไร พร้อมแล้วที่จะ ready to rock ก็ตามมาทางนี้ได้เลย




เตรียมตัวก่อนไป

1.) ก่อนอื่นเราต้องจองวันปีนขึ้นกันก่อน เพราะ Mt.Kinabalu จำกัดคนขึ้นไว้แค่ 135 คน/วัน จึงจองคิวขึ้นกับทางอุทยานได้ยากมากกกก ... ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเดินทางสัก 3-4 เดือน

โดยติดต่อผ่านอีเมล์ของทาง อุทยานฯ [email protected] ได้โดยตรง หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ website ทางการ http://www.mountkinabalu.com

เราแนะนำให้จองวันขึ้นกับอุทยานให้ได้ก่อน ค่อยไปจองตั๋วเครื่องบิน ... หรือไม่ก็ดูไปพร้อม ๆ กัน คือ เล็งตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าช่วงที่ราคาถูก แล้วเมล์ไปถามอุทยานว่าช่วงนี้ว่างหรือไม่ อย่าไปจองตั๋วก่อน อุทยานฯบอกวันนั้นคิวไม่ว่างทีมีเงิบ ต้องเปลี่ยนตั๋ววุ่นวาย


2.) จองตั๋วเครื่องบิน ตอนนี้จากไทยไม่มีไฟท์บินตรงไป Kota Kinabalu ... เราต้องบินจาก BKK ไปลงที่ Kuala lumpur แล้วต่อเครื่องไป Kota Kinabalu

โดยตั๋วเครื่องบินพวกเราจองผ่าน Traveloka ที่ช่วงนั้นออกโปรโมชั่นกับบัตรเครดิต K-Bank ลดค่าตั๋วเครื่องบิน 400 บาท / ใบ สรุปค่าตั๋วไปกลับของ Air Asia รวมค่าโหลดกระเป๋า 6,000 บาท / คน (ไปกลับ 4 Flight / คน)

ตอนจองถ้าเลือก Check Through ได้ ให้จองรวมกับเป็นใบเดียวเลย (แยกเป็นขาไป / ขากลับ) เวลาเปลี่ยนเครื่องจะได้ไม่ต้องไปรับกระเป๋าสัมภาระมาโหลดใหม่ อันนี้เราไปกับ Air Asia นะสายการบินอื่นไม่แน่ใจ

ส่วนเรื่อง ตม. ยังไงเราต้องผ่าน ตม.สองที่ คือ ที่สนามบิน Kuala lumpur รอบนึง กับที่ Kota Kinabalu (ทั้งขาเข้าขาออก สรุปใน passport จะโดนประทับตราที่มาเลเซีย 4 ครั้ง) ดังนั้นแนะนำให้เผื่อเวลาตอนต่อเครื่องที่ Kuala Lumpur ไว้เยอะ ๆ ด้วย อย่าไปเลือกไฟท์ที่บินติดกันเกิน ระวังตกเครื่อง


3.) ระยะเวลาเดินทาง 4D3N พวกเราเลือกช่วงเดินทางให้คร่อมติดเสาร์ อาทิตย์ จะได้ประหยัดวันลางาน เก็บไปใช้เที่ยวที่อื่นได้ โดยตารางเดินทางจะเป็นแบบนี้

  • 2 Feb 18 : เดินทาง BKK - KUL - KK นอนที่บ้านพักตีนเขา
  • 3 Feb 18 : ปีนขึ้นจาก Timpohon Gate - Laban Rata
  • 4 Feb 18 : ปีนขึ้น Summit และปีนลง กลับไปพักในเมือง KK
  • 5 Feb 18 : ออกจาก KK ไฟท์เช้า - KUL แวะเที่ยวที่กัวลาฯ ครึ่งวัน - ถึง BKK ตอนค่ำ
  • วันแรกควรไปนอนบ้านแถวอุทยานก่อนทางขึ้น เพราะต้องตื่นเช้า ... ถ้านอนในเมืองต้องตื่นเช้ามาก ๆ เพราะจากเมืองไปอุทยานฯ ไกลพอสมควร ต้องนั่งรถนาน 2-3 ชม.
  • ในส่วนวันที่สาม (หรือวันลงจากเขา) ไม่ควรซื้อตั๋วเครื่องบินกลับในวันเดียวกัน โอกาสตกเครื่องสูงมาก เพราะเราลงจากเขามาช้า อาจกลับเข้าเมืองไม่ทันเวลาเครื่องออก


การจัดของใส่เป้

4.) ควรจัดกระเป๋า เตรียมอุปกรณ์ ให้เบาที่สุด เพราะยิ่งแบกจะยิ่งหนัก (เราแบกไป 12 Kg รวมกล้องกับขาตั้งฯ ไปถึงกลางทางแทบเขวี้ยงทิ้ง เพราะยิ่งแบกยิ่งหนัก ฮ่าฮ่าฮ่า)

  • เสื้อกันหนาว & ผ้าพันคอ ข้างบนยอด อุณหภูมิหนาว -5 ถึง 5 องศา
  • เสื้อกันฝน
  • เสื้อผ้าแห้ง 1 ชุด ใส่นอน
  • เป้เดินทางควรเลือกแบบมี rain cover หรือกันน้ำได้ยิ่งดี
  • ไม้เท้าเดินป่า อันนี้สำคัญ
  • รองเท้าเดินป่าที่มีดอกยาง
  • ลูกอม ช็อคโกแลต หรือโปรตีนบาร์ ที่ให้พลังงานขณะเดินขึ้นลง
  • ถุงมือ เพราะบางจุดต้องปีนเชือก และไว้กันหนาวข้างบนด้วย
  • ไฟฉายคาดศีรษะ วันที่สองเราต้องเดินขึ้น summit ตอนตีสอง
  • น้ำเปล่าติดตัว แล้วแต่เลยใครกินมากกินน้อย
  • หัวปลั๊กแปลงไฟ เต้าปลั๊กไฟที่มาเลเซียไม่เหมือนไทย
  • อุปกรณ์อื่น ๆ เช่นเสื้อผ้าวันใส่กลับ รวม ๆ กันไว้ ... แล้วฝากที่ทำการอุทยานฯ ด้านล่างก่อนขึ้นได้ ราคาไม่แพงประมาณ 8 -10 ริงกิต / กระเป๋า


- เลือกของเท่าที่จำเป็นใส่ลงเป้ และควรกันน้ำได้ระดับนึง -


เส้นทางเดิน Mt.Kinabalu

5.) เส้นทางเดินเท้าขึ้น Mt.Kinabalu เราจะต้องเดินทั้งหมดประมาณ 18 Km ดังนี้

  • วันแรก Timpohon Gate ไปยัง Laban Rata รวม 6 Km (แต่ก่อนมีสองเส้นทาง แต่พอเกิดแผ่นดินไหวใหญ่่ เค้าปิดอีกเส้น ให้ทุกคนเดินเส้นทางเดียวแล้ว)
  • วันที่สอง จาก Laban Rata ไปยัง Low’s Peak summit ช่วงนี้ 3 Km และจาก Low’s Peak ลงไปยัง Timpohon Gate อีก 9 Km
  • รวมสองวันเราต้องเดิน 18 Km (6 Km + 12 Km)
  • อันนี้ไม่รวม package ปีนลงจากจุด sumit แบบ via Ferrata (ปีนไต่ลงหน้าผา แบบมีอุปกรณ์เซฟตี้) อันนี้เป็นแพคเกจพิเศษ ต้องจองล่วงหน้าและจ่ายเพิ่มกับทางอุทยานฯต่างหาก แยกจากเส้นทางปกติที่บอกไป


- สภาพทางเดินวันแรกจะเป็นป่าอุดมสมบุรณ์ -


ที่พัก และอาหาร

6.) ที่พัก และอาหารการกิน พอจัดการจองแพจเกจปีนขึ้น Kota Kinabalu กับทางอุทยานแล้ว ราคาจะเป็นที่พัก รวมอาหารเข้าไปด้วย ... อย่างพวกเราซื้อแพจเกจ 3D2N แบบ Dormitory ราคาอยู่ที่ 1,286 RM / คน (ประมาณ 10,400 บาท) โดยราคาจะรวมที่พักในอุทยานคืนแรก และบน Laban Rata คืนสอง รวมทั้งอาหารด้วยทั้งหมด 7 มื้อ

  • Day 1 – มื้อเย็นบุฟเพต์ที่อุทยาน (1)
  • Day 2 – มื้อเช้าบุฟเพต์ที่อุทยาน (2) + ข้าวกล่องมื้อกลางวันตอนขึ้นเขา (3) + มื้อเย็นบุฟเพต์บน Laban Rata (4)
  • Day 3 – มือโคตรเช้าตอนตีสองก่อนขึ้นเขา (5) + มื้อเช้าที่ Laban Rata (6) + มื้อกลางวันหรือบ่ายตอนลงเขามาถึงที่ทำการอุทยาน (7)
  • รวม ๆ แล้ว อาหารมื้อเย็นจะดีหน่อย เพราะมีเนื้อสัตว์ ส่วนมื้อเช้าจะเป็นแค่เส้นหมี่ ข้าวผัด ผัดผัก ขนมปัง ซุป ถ้ากลัวหิว เพราะต้องใช้แรงปีนเขาเยอะมาก ก็ควรพกอาหารแห้งจากไทยไปเองด้วย
  • ที่พักข้างบนเป็น Dorm เราไป 4 คน ก็ได้นอนห้องเดียวกัน (เตียงสองชั้น สองเตียง) ส่วนห้องน้ำรวมแต่แยกชายหญิง มีผ้าห่ม ผ้าเช็คตัว สบู่ แชมพูให้พร้อม
  • ข้างบนที่พัก Laran Rata จะมีน้ำชา กาแฟแจก แค่ตอนมื้อเช้าวันที่สองก่อนลง ที่เหลือต้องซื้อเอา Coke ตกกระป๋องละ 11 RM, น้ำเปล่าขวดเล็ก 7 RM / 0.5L, น้ำเปล่าขวดใหญ่ 14 RM/ 1.5 L
  • มีวิธีสั่งน้ำดื่มแบบประหยัดด้วย ... เค้ามีน้ำต้มใส่หยือกขาย ตกราคา 5 RM / เหยือก แต่เป็นน้ำร้อนแล้วใส่หยือกมาให้เลยนะ (ได้ข่าวว่าแต่ก่อนแจกน้ำร้อนฟรี แต่เดี๊ยวนี้ขายแทนหล่ะ ฮ่าฮ่าอ่า)
  • แล้วที่จุดที่พัก Laran Rata สูง 3,272 M และจุด Low’s Reak สูง 4,095 M. ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการ AMS ให้เตรียมยา Diamox ไปกินด้วยก็ดี


- บ้านพักที่อุทยานคืนแรกก่อนเริ่มปีนขึ้น -



- บ้านพักบนเขาคืนสอง มีอุปกรณ์สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัวให้พร้อม -


ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

7.) ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม ... ดังนั้นแลกเงินริงกิตเตรียมไปให้พอด้วย (ย้ำอีกที !!! ค่าใช้จ่ายพวกนี้ แยกจ่ายต่างหาก ไม่รวมในแพจเกจที่พัก & อาหาร แบบ 3D2N ราคา 1,286 RM / คน ที่บอกไปข้างต้น อันนี้ต้องจ่ายตัดบัตรเครดิตก่อนไป)

  • ค่าเข้าอุทยาน 15 RM / คน
  • Climbing permit fee 200 RM + ค่า Insurance fee 7 RM รวมเป็น 207 RM / คน
  • ค่า local guide บังคับต้องมี 230 RM / ไกด์ 1 คน (โดยไกด์ 1 คน จะดูแลเราได้ Max สุดที่ 5 คน ถ้าไปกันเยอะ ก็หารค่าไกด์กันได้ ... ถ้าไปคนเดียวก็จ่ายเต็ม จนแน่ๆ ฮ่าฮ่าอ่า)
  • ค่ารถจากอุทยานฯ – Timphohon Gate (รวมไปกลับ) ถ้ามากกว่า 5 คน คิด 9 RM / คน (ถ้า 1-4 คน เจอคิดเหมาที่ 34 RM)
  • ค่ารถจากสนามบินมาอุทยานฯ ขามาเราเหมา Taxi จากสนามบินตรงมาอุทยานเลย 190 RM / คัน (มากัน 4 คันก็หารกัน) ... ส่วนขากลับจากอุทยานเข้าเมือง เรารวมกับคนไทยอีกกลุ่ม เหมารถตู้เข้าเมืองตก 30 RM / คน
  • ค่าโรงแรมที่เมือง Kota Kinabalu ประมาณ 40 RM / คน (นอนห้องละสองคน)
  • ใครแบกของไม่ไหว จ้างลูกหาบได้ ราคาคิด 130 RM / 10 Kg (ขั้นต่ำที่ 10 Kg ถ้าเกินก็บวกเพิ่ม)
  • ใครจะเอา Certificate ทางอุทยานจัดให้ได้ 11 RM / คน
  • รวมทั้งหมดที่จ่ายไปทริปนี้ ... ค่าขึ้นอุทยาน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าแท๊กซี่ในเมือง ค่ากินในเมือง ก็ตกประมาณ 20,000 บาท / คนได้
  • พวกเราแบกของเอง และก็ไม่เอาใบประกาศฯ เพราะคำนวนเงินมาผิด แลกตังค์ RM มาไม่พอ ต้องเซฟค่าใช้จ่ายทุกอย่างทุกประหยัดได้เลยจ้าาาา T__T

ก็พอรู้กันแล้วว่าก่อนขึ้น Mt.Kinabalu เราต้องเตรียมตัวกันอย่างไรบ้าง ทีนี้ใครพร้อมแล้ว ก็มาเริ่มปีนขึ้นสู่ยอด Mt.Kinabalu สู่ความสูง 4,095 เมตร พร้อมแล้วตามพวกเรามากันได้เลย ... คัมม่อน ๆ เบบี้ ให้โคตา คินาบาลู ทำ (ร้าย) นายกัน : )


- ภาพยอดเขา Kinabalu จากด้านล่างอุทยาน ตอนเช้าก่อนวันเดินขึ้นวันแรก -


- ที่จุดลงทะเบียนจะให้บัตรคล้องคอมา เค้ามีเช็คบัตรตามจุดต่างๆ ห้ามทำหายหล่ะ -



- รถอุทยานฯ จะมาส่งที่ Timpohon Gate แล้วก็เริ่มเดินขึ้นกันเลย -



- ทางเดินขึ้นกันตลอด 6 Km เรียกว่าเดินจนเมื่อยเลย -




- มีป้ายบอกทางและระยะตลอด ไม่ต้องกลัวหลง -



- ไม้เท้าเดินป่า พกไปแล้วจะรู้ว่าช่วยผ่อนแรงได้เยอะมากจริง ๆ -



- ประมาณกิโลฯ ที่ 5 เราจะเริ่มอยู่เหนือเฆมแล้ว หันหลังไปดูวิวอลังการมาก -




- ถึง Laban Rata รีบกินมื้อเย็น แล้วเข้านอนเพราะต้องปีน summit แต่เช้ามืด -




- ตื่นตีสอง ลงมาเตรียมตัว แล้วเริ่มปีนขึ้นยอดกันตอน 02.30 -



- เดินขึ้นยอดเขาไป 3 ชั่วโมงกว่า พอพระอาทิตย์เริ่มขึ้น เจอท้องฟ้าระเบิดสวยมากกกก -



- จุดยอด South Peak แม้ไม่ได้เป็นจุดสูงสุด แต่ตั้งเด่นสง่ากว่ายอดอื่น ๆ มาก -


- ประเทศมาเลเซีย ถึงขั้นเคยพิมพ์ภาพจุด South Peak ไว้ในธนบัตร RM -



- หลายคนรวมทั้งเราอยากมาที่ Kinabalu เพราะอยากเห็นยอด South Peak ด้วยตาตัวเองสักครั้ง -




- เริ่มออกเดินกันต่อ เพื่อไปพิชิตจุด Low’s Peak ที่ 4,095 เมตร -



- พระอาทิตย์เริ่มขึ้น แต่ King Edward Peak ก็ยังบังไว้ซะมิด -



- มาหยุดพักหอบชุดใหญ่อีกสักรอบ ที่ St John's Peak -




- Low’s Peak เหมือนจะใกล้ แต่เดินเท่าไรก็ไม่ถึงซะที ฮ่าฮ่าฮ่า -



- ถึงซะทียอด Low’s Peak ถ่ายย้อนกลับไป คนตัวเท่ามดเลย -



- แล้วก็ค่อย ๆ ไต่ลงไปข้างล่าง ขาลงยากกว่าขาขึ้นอีก T__T -



- ปีนขึ้นก็เหนื่อย ปีนลงยังเหนื่อยอยู่นะ แต่เจอวิวแบบนี้เข้าไป มันสวยคุ้มเหนื่อยจริง -



- สวยจริง ๆ สวยจนอยากหยุดเวลาอยู่ข้างบนให้นานที่สุด -




- เริ่มรีบเดินเพื่อลงไปข้างล่างที่ Laban Rata ให้ทัน เช็คเอาท์ก่อน 10.30 -



- มองย้อนกลับไปที่ Low’s Peak โอ้โหสูงมาก ตะกี้ปีนไปได้ยังไง -



- ผ่านคุณ South Peak อีกรอบ ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้ว ก็สวยไปอีกแบบ -



- หลังจากนี้ก็เดินลงกันรัว ๆ ขาสั่นกันเลยทีเดียว -



- กำลังลงผ่านจุดเช็คพ๊อทย์ก่อนขึ้น summit … ขามาเดินตอนมืดไม่เห็นอะไรเลย -



- ผ่านจุดเช็คพ๊อทย์มาได้ ก็ปีนลงกันต่ออีก -



- จุดนี้หินก้อนใหญ่เคยถล่มลงมาทับคน เป็นจุดอันตรายต้องรีบผ่านให้เร็วที่สุด -



- จุดวัดใจต้องปีนเชือกลง ... เข้าใจเลยทำไมต้องปีนขึ้นตอนมืด จะได้ไม่กลัว ฮ่าฮ่าฮ่า -



- มีหวาดเสียวเล็กน้อย แต่ดีที่หินมันไม่ลื่น ค่อย ๆ ไต่เชือกลง ก็พอลงได้อยู่ -



- ไต่เชือกลงมาเสร็จ ก็เป็นบันไดยาว ๆ แล้ว เดินลงจนขาพับกันเลย -



- กำลังลงไปที่จุดชมวิวอีกจุด แต่ขึ้นมาสูงจริง ๆ เดินกันมาได้ยังไงเนี่ยะ -



- วิวมองลงไปสวยสุด ๆ แล้วเราอยู่สูงทะลุเฆมกันมาก ๆ -




- พักเหนื่อยสูดหายใจกันอีกรอบ กับระเบียงชมวิวสุดอลังการ -





- หลังจากนั้น ก็ยิงยาวเดินลงกันจนถึง Laban Rata เก็บของเช็คเอาท์ -


- พักกินข้าวที่ระเบียง Laban Rata วิวดีมาก .. แล้วเดินลงยาวจนถึง Timpohon Gate-


สารภาพตามตรงหลังจากกินข้าว เก็บของที่ Laban Rata เสร็จ ตอนเดินลงไป Timpohon Gate ระยะ 6 Km แต่เข่านี่สั่นพรั่บๆๆ ขาทั้งซ้ายขวาเริ่มทำงานไม่สามัคคีกันตั้งแต่กิโลแรก ๆ แล้ว ดังนั้นตอนลงนี่หมดแรงยกกล้องมาถ่ายรูปจริง ๆ

เริ่มเดินลงตั้ง 11.00 โมง มาถึง Timpohon Gate ตอนบ่ายสามโมงกว่า ๆ เรียกว่ามาถึงข้างล่างด้านสภาพพวกเรา นี่เดินเบี้ยวเซไปมาไม่มีหางเสือเบี้ยวกันทั้งแก๊งค์ ฮ่าฮ่าฮ่า ... เสร็จก็นั่งรถกลับไปที่ทำการอุทยานฯ แล้วพากันเหมารถเข้าไปพักโรงแรมในตัวเมือง Kota Kinabalu ก่อนบินกลับไทยในวันรุ่งขึ้น

เรียกได้ว่าวันแรกเดินขึ้นก็ว่าแย่แล้ว แต่เจอวันที่สองเดินลงนี่โหดกว่าสุดๆ แบบเดินจนขาเป๋กันเลย แล้วต้องตื่นก่อนตีสอง ปีนขึ้นยอดไปดูพระอาทิตย์อีก 3-4 ชั่วโมง เสร็จก็ต้องลงรวดเดียวอีก 9 กิโล ... แถมราคาค่าทริปก็เหมือนจะแพง (ไม่เหมือนจะหล่ะ ราคาแพงเลย ฮ่าฮ่าฮ่า) ทริป 4 วัน 3 คืน จ่ายไปสองหมื่นกว่าบาท แล้วต้องปีนเขาให้ลำบากอีก

แต่แนะนำเลย เพราะว่าวิวข้างบน Mt.Kinabalu นี่แบบว่าสุดๆ คือสวยได้ฟิ้วฟ้าวมาก ... ยิ่งถ้าใครเป็นสายลุย ชอบแนวผจญภัยอยู่แล้วรีบจัดเลย ไปก่อนก็ได้เที่ยวก่อน เพราะราคาค่าเข้าอุทยานขึ้นทุกปี รีบไปซะแล้วมาเล่าให้ฟังด้วย ประทับใจกันยังไงบ้าง … แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าว่ากัน : )



------------------------------------------------------------------------------------------------

ถ้าอ่านแล้วสงสัยอะไร อยากสอบถามเพิ่มเติม ก็แวะไปพูดคุยกันได้เลย : )

FB: https://www.facebook.com/JoinMe2TheWorld
------------------------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็น