เกาะนาวโอพี ไข่มุกเม็ดงามแห่งท้องทะเลเมียนมาร์ รีวิวโดย สตั๊ดดอย ร้อยเรื่องราว

เช้าวันที่สองของการ backpack ท่องเที่ยวเมืองระนองของผม วันนี้ผมมารอลงเรือที่ท่าเรือประภาคารด่านศุลการกรจ.ระนองอีกครั้ง หลังจากที่วันแรกผมได้ไปเยือนที่เกาะค็อกเบิร์นซึ่งเป็นเกาะน้องใหม่สดๆซิงๆที่เพิ่งเปิดของหมู่เกาะทะเลพม่าตามกระทู้นี้ ไปคลายร้อนที่ Cock Burn Island click ส่วนในวันนี้ผมจะไปอีกที่หนึ่

เกาะนาวโอพี ไข่มุกเม็ดงามแห่งท้องทะเลเมียนมาร์

เกาะนาวโอพี ไข่มุกเม็ดงามแห่งท้องทะเลเมียนมาร์

 วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 13.07 น.

 วันที่เดินทาง 9 ก.พ. 2561

เช้าวันที่สองของการ backpack ท่องเที่ยวเมืองระนองของผม วันนี้ผมมารอลงเรือที่ท่าเรือประภาคารด่านศุลการกรจ.ระนองอีกครั้ง หลังจากที่วันแรกผมได้ไปเยือนที่เกาะค็อกเบิร์นซึ่งเป็นเกาะน้องใหม่สดๆซิงๆที่เพิ่งเปิดของหมู่เกาะทะเลพม่าตามกระทู้นี้ ไปคลายร้อนที่ Cock Burn Island click ส่วนในวันนี้ผมจะไปอีกที่หนึ่งซึ่งเป็นเกาะที่เพิ่งเปิดตามหลังเกาะหัวใจมรกตได้ไม่นานน่าจะสักประมาณ 2 ปีได้ ซึ่งเป็นเกาะที่ทำให้ทะเลพม่าร้อนฉ่ากันทีเดียวในช่วงนั้น เกาะที่ว่านั้นก็คือ "เกาะนาวโอพี"

หลังจากทำเรื่องผ่านแดนและยื่นเรื่องที่ท่าเรือเกาะสองประเทศพม่าเสร็จแล้ว ทางไกด์ตั๊กกี้และทีมงานลูกเรือของ love andaman ก็ได้อธิบายระหว่างนั่งเรือไปเกาะนาวโอพีว่าหลังจากออกจากเกาะสองไปสักพัก เรือจะแล่นผ่านฐานทัพเรือพม่าซึ่งตรงจุดนั้นจะห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด และน้องๆทีมงานก็ได้บอกเล่าถึงจุดดำน้ำว่าเราอาจะได้พบเจอปลาอะไรบ้าง

นั่งชมวิวเพลินๆระหว่างทางไปสักประมาณชั่วโมงเศษก็ถึงหาดมาดาม เกาะนาวโอพี แต่ยังไม่ได้ลงเพียงแค่แวะส่งบรรดาทีมงานไปจัดเตรียมอาหารให้พวกเราช่วงกลางวันกันก่อน หลังจากนั้นก็นั่งเรือต่อไปยังจุดดำน้ำบริเวณหัวเกาะนาวโอพี ชื่อว่าจุดดำน้ำ the letter ที่มีลักษณะเป็นโขดหินมีต้นไม้เล็กๆอยู่ต้นนึงตั้งอยู่กลางทะเล ซึ่งถือว่าเป็นจุดไฮไลท์สำคัญที่เขาถ่ายภาพใต้น้ำกันสวยๆก็ที่จุดนี้ แต่ว่าโชคเราไม่ดี ท้องฟ้าแจ่มใสก็จริง แต่สภาพใต้น้ำคลื่นแรง และน้ำขุ่นมาก ถึงแม้ช่วงบ่ายเราจะกลับมาอีกครั้งสภาพก็ยังเหมือนเดิมทำให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ไกด์เลยเปลี่ยนจุดพาเรามายังจุดดำน้ำหน้าหาดแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของตัวเกาะ มองจากบนเรือเห็นแนวปะการังยาวเป็นพรืดขนานไปกับตัวเกาะ


มาดูมุมมองใต้น้ำกันบ้าง อย่างว่าเหมือนกับในกระทู้เกาะค็อกเบิร์นที่ผมเขียนไว้ถึงเรื่องข้อจำกัดในการถ่ายภาพใต้น้ำ ปะการังแถบนี้จะเป็นปะการังอ่อน และดอกไม้ทะเลสีม่วงมีปลาชนิดเล็กๆมากมาย และตามเคยผมไม่เจอนีโมอีกแล้ว แต่ยังโชคดีที่ทันเห็นปลาหมึกกระดองกำลังพลอดรักกันอยู่จากการตะโกนเรียกของไกด์

ใช้เวลาดำกันอยู่สักพักประมาณเที่ยงกว่าก็กลับขึ้นเรือ นั่งไปไม่นานก็กลับไปทานอาหารกลางวันที่หาดมาดาม และเราจะใช้เวลาช่วงบ่ายทั้งหมดไปกับการพักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำกันหน้าหาดอย่างจุใจ ซุ้มอาหารกลางวันเป็นซุ้มเล็กๆอยู่ใต้ร่มไม้ มีเสียงดนตรีจากลำโพง bluetooth ดังขับกล่อม อาหารกลางวันจะเป็น box set และมีส้มตำกับสลัด และก็กุ้งปลาหมึกปิ้งย่าง

หลังจากทาอาหารกลางวันแล้วใครคิดจะพักผ่อนนอนเล่นใต้ร่มไม้ หรือจะเดินไปเล่นน้ำ ดำน้ำก็แล้วแต่สะดวกเพราะมีเวลาใ้หเกือบ 3 ชม. ส่วนผมก็เดินหามุมถ่ายภาพบริเวณหาดไปเรื่อยๆ หาดมาดามจะเป็นหาดทรายขาวยาวคล้ายๆเกาะตาชัย มีแนวโขดหินกั้นหาดเล็กๆอีก 2 หาดซึ่งอยู่ถัดไป ซึ่งตลอดบนเกาะด้านนี้สงบเงียบไร้ผู้คน มีแค่กรุ๊ปเรากรุ๊ปเดียว


เดินสำรวจหาดสักพักก็หาถ่ายภาพกิจกรรมของคนในทริปโดยการหา เพื่อนร่วมทริปมาช่วยเป็นนางแบบประกอบฉากให้สักหน่อย จะถ่ายแต่ทะเลที่ท้องฟ้าสวยๆน้ำทะเลใสๆก็จะดูยังไงๆอยู่ มาทะเลถ้าไม่เอาคนมาประกอบฉากจะดูขาดสีสันไปเลย

ถึงเวลาเดินทางกลับ เรือขับวนมาอีกด้านของเกาะซึ่งตรงนี้จะมีเป็นที่พักค้างคืน เป็นสัมปทานของบ.ทัวร์อีกเจ้าหนึ่ง

สรุปการเดินทางท่องเที่ยวเกาะทางฝั่งพม่าสองวันเต็มเล่นเอาผมมึนไปพักนึงเพราะสถานที่มันคล้ายๆกัน ความสวยงามไม่ต้องพูดถึง ยังมีความดิบ ความเป็นธรรมชาติอยู่มากและการเดินทางผ่านแดนก็ไม่ใช่เรื่องลำบากแค่ใช้บัตรประชาชขใบเดียวเท่านั้น แล้วทาง love andaman จะเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด การเดินทางมาระนองของผมยังไม่จบยังเหลือวันสุดท้ายอีกหนึ่งวันที่ผมตระเวณเที่ยวในตัวเมือง รอติดตามกระทู้ต่อไปเร็วๆนี้



-ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ได้เข้ามาชม และ กด like กด share เป็นกำลังใจน่ะครับ

-แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือพูดคุย สอบถามข้อมูลการเดินทาง Fanpage : สตั๊ดดอยร้อยเรื่องราว

-ติดตามบทความเก่าๆ ได้ที่นี่ครับทริปเดินทางทั้งหมด








ความคิดเห็น