จากทริปโดนเท เซมากระบี่ หนีไปดำน้ำ เข้าถ้ำ ปีนผา ส่องฟ้าใสกับทรายขาวๆ รีวิวโดย MEEpanda

Contact and Follow me at Facebook Fan Page or Govivigo Blog จากทริปโดนเท เลยเซมาชวนเพื่อน แล้วเคลื่อนตัวลงเลไปด้วยกัน ตามนั้นเลยค่ะ เริ่มต้นจากการชวนคนนึงไปด้วยกันแล้วสุดท้ายเกิดเรื่องให้เราต้องโดนเท ทั้งๆที่บุ๊กวันลางานไว้เรียบร้อยแล้ว จนคิดว่าเออ.......คงต้องไปคนเดียวล่ะสิ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเที่ยวค

จากทริปโดนเท เซมากระบี่ หนีไปดำน้ำ เข้าถ้ำ ปีนผา ส่องฟ้าใสกับทรายขาวๆ

จากทริปโดนเท เซมากระบี่ หนีไปดำน้ำ เข้าถ้ำ ปีนผา ส่องฟ้าใสกับทรายขาวๆ

 วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 13.27 น.

Contact and Follow me at Facebook Fan Page or Govivigo Blog


จากทริปโดนเท เลยเซมาชวนเพื่อน แล้วเคลื่อนตัวลงเลไปด้วยกัน

ตามนั้นเลยค่ะ เริ่มต้นจากการชวนคนนึงไปด้วยกันแล้วสุดท้ายเกิดเรื่องให้เราต้องโดนเท ทั้งๆที่บุ๊กวันลางานไว้เรียบร้อยแล้ว จนคิดว่าเออ.......คงต้องไปคนเดียวล่ะสิ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเที่ยวคนเดียวหรอกนะคะแต่ถ้าต้องไปทะเลคนเดียวกับภาวะแบบนี้คงได้เข้าฟิว MV เพลงอกหักแน่นอน ฮร่าาาาาา

ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอกหักชอบไปทะเลคนเดียว แพนว่าไม่ค่อยจะเวิร์คเลยนะ เดี่ยวฟุ้งซ่านจับหอยมาเชือดคอตัวเองตายทำไง เพราะงั้นแพนเลยโทรชวนเพื่อนเป็นการชวนแบบปกติของพวกแพนมากเลย คือชวนตอนเช้า ไปเย็นนี้นะ แฮร่... ตามนั้นเจอกันสายใต้ก่อนทุ่มนึง และเราก็ออกเดินทางค่ะ



ชม Terser ก่อน ค่อยอ่านรีวิวนะจ๊ะ

*มีวีดีโอฉบับเต็มท้ายรีวิวนะคะ



การเดินทาง

ก็รู้ๆกันอยู่ว่าแพนมันสายยาจกจะให้ขึ้นเครื่องบินไปกระบี่ก็แหมตั้ง 2000 กว่า เลยได้ใช้บริการรถทัวร์สายใต้นี่ล่ะค่ะ ขาไปแพนซื้อตั๋วของบริษัท ลิกไนท์ทัวร์ ราคา 574 บาท เป็นรถ ม.4ข

นั่งๆนอนๆตั้งแต่เกือบ 2 ทุ่ม มาถึงขนส่งกระบี่ตอน 8 โมงเช้า พอดี๊ พอดี รถจากทาง Srisawara Casa Hotel มารอรับแล้ว จะบอกว่าเค้ามารอแพนเลทตั้งเป็นชั่วโมงแหนะ แอบเกรงใจเหมือนกันแต่ก็ทำไรไม่ได้เนาะ ก็เราไม่ใช่คนขับรถนี่นา

ขาไป : รถทัวร์ ลิกไนท์ทัวร์ สายใต้ใหม่ - ขนส่งกระบี่ 574 บาท แล้วให้รถรับส่งของโรงแรมมารับ

ขากลับ : รถทัวร์ บขส. จากขนส่งกระบี่ - สายใต้ใหม่ 545 บาท


----DAY 1----

มื้อเช้าที่ "ราชรสติ่มซำ"

พอมาถึงนี่คือหิวเวอร์ ร่างกายต้องการอาหารเช้า พี่ส้มปอยกับน้าไข่ (คนที่ช่วยดูแลและแนะนำที่เที่ยวในกระบี่ให้แพนกับเพื่อน) พาแพนมาแวะที่ร้านติ่มซำเจ้าเด็ดของเมืองกระบี่ค่ะ

ตบท้ายมื้อเช้าด้วยชาร้อนๆค่ะ จากนั้นแพนก็ไปเดินเล่นกันค่ะแถวๆโรงแรมนี่แหละ เพราะเรายังเช็คอินไม่ได้เนาะมาเช้าไป โรงแรมนี้นี่มีบริการทัวร์ทะเลด้วยนะคะของ "Kohphiphi tour" ค่ะ มันก็ง่ายดีทั้งโรงแรมทั้งที่เที่ยวอยู่ด้วยกันไปเลย ไม่ต้องไปเดินหาหลายที่ ก่อนที่แพนจะออกไปเดินเล่นข้างนอกเลยได้จองทริป "ปีนผาอ่าวไร่เลย์" เป็นแบบครึ่งวันบ่ายค่ะ คือถ้าแพนมาถึงกระบี่เร็วกว่านี้ซัก 6 โมงเช้า คงได้เป็นฟูลทริปปีนผาแบบเต็มวันไปแล้วล่ะ แต่ก็ไม่เป็นไรเรามาเดินดูเมืองกระบี่กันดีกว่า


เดินเล่นเมืองกระบี่

กว่าจะฝากของ ล้างหน้าแปรงฟัง กินติ่มซำเสร็จ ก็ปาเข้าไป 10 โมงกว่าแล้วค่ะ รถจะมารับไปขึ้นเรือข้ามไปอ่าวไร่เลย์ประมาณบ่ายโมง เลยมีเวลาเดินสำรวจเมืองเล็กน้อย

แพนออกมาจากโรงแรมตรงมาตามทางก็เจอกับสี่แยกมนุษย์โบราณเข้า เห้ยยยยเท่จัง ออกแบบสัญญาณไฟจราจรเป็นรูปปั้นมนุษย์โครมันยองด้วย แล้วจากการที่แพนได้ถามถึงที่มาของแยกนี้ เค้าบอกว่าเนี่ยคือบรรพบุรุษของคนชาวกระบี่ เมืองกระบี่มีประวัติว่าเป็นต้นกำเนิดของเหล่าโครมันยองเนี่ยล่ะค่ะ


ในวันที่แสงแดดแผดเผาแบบนี้ บอกตามตรงว่าร้อนมากกกกกกกก แต่ก็อยากเดินมากกกกกกกกกเช่นกัน ฮร่า แต่แดดแรงๆนี่มีข้อดีอย่างคือถ่ายรูปแล้วสวยนี่ไง


เดินออกจากโรงแรมไปด้านขวาสุดจะเจอสี่แยกมนุษย์โบราณ แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายมาจนสุดทางก็จะเจอเขาขนาบน้ำค่ะ ที่นี่เค้ามีเรือรับจ้างพาเที่ยวด้วยนะแต่แพนจะเก็บไว้เป็นทัวร์ล่องเรือวันหลังเพราะวันนี้เรามีนัดปีนผาซะแล้ว

ทางเดินเลียบคลองนอกจากจะมองเห็นเขาขนาบน้ำแล้วยังเป็นที่ตั้งของรูปปั้นแลนด์มาร์คของกระบี่ค่ะ อย่างรูปต่อไปนี้คือหลักกิโล 0 กม. ค่ะเป็นรูปปั้นนกออก เพราะว่าที่เขาขนาบน้ำแห่งนี้มีนกออกอาศัยอยู่จริงๆค่ะแต่มีแค่ 2 ตัวผัวเมียแค่นั้นนะ แต่จะเห็นก็ยากหน่อยแพนเลยอดได้เห็นนกออกตัวจริงเสียงจริงเลย

ส่วนภาพด้านบนนี้คือรูปปั้นแก๊งปูดำค่ะ เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองกระบี่เหมือนกัน แต่แพนไปถ่ายด้านหน้าไม่ได้เพราะคนเยอะเชียว เลยได้ภาพถ่ายตอนกลางคืนที่ปลอดคนและสวยมาก ติดตามอ่านไปเรื่อยๆนะคะอยู่ใน DAY 2


มดูที่พักกัน "Srisawara Casa Hotel"

แพนพักที่ "Srisawara Casa Hotel" ค่ะ เป็นโรงแรมที่ไม่ใหญ่มาก แต่น่ารักเว่อร์ น่ารักในที่นี้แพนหมายถึงคนนะคะ พนักงานเป็นกันเองดีจัง แพนสามารถคุยถามข้อมูลหาร้านเด็ด ร้านโดน เหมือนคุยเมาท์มอยกับเพื่อนเลย ที่สำคัญโรงแรมนี้กับ "Kohphiphi Tour" เนี่ยเจ้าของเดียวกันค่ะเค้าก็จะมีแพ็คเก็จเที่ยวบวกที่พักแบบราคาน่าคบมาออกโปรบ่อยๆ แล้วคือพนักงานเค้าก็น่ารักทั้งฝั่งเที่ยวกับฝั่งโรงแรมเลยนะ คือดีย์

จุดเด่นอีกอย่างนึงของโรงแรมนี้ก็คือการที่มันตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักของตัวเมืองกระบี่ อย่างพวกถนนคนเดิน ตลาดปูดำ ตลาดโต้รุ่ง ร้านเหล้า ร้านเบียร์ เขาขนาบน้ำ และจุดแลนด์มาร์คอื่นๆ ใกล้ในที่นี้คือสามารถเดินไปได้ไม่กี่นาทีเองค่ะ มันเริ่ดมาก

เข้ามาด้านในโรงแรมก็จะเจอ Reception คอยต้อนรับ พอหันมาด้านซ้ายมือก็จะเป็นมุมนั่งทานอาหารค่ะ สำหรับมื้อเช้า หรือจะนั่งเล่น ถ่ายรูปเล่นรอเวลาก็ตามสบายเลยค่ะ



อาหารในตอนเช้า เราสามารถนั่งทานได้ทั้งด้านในและริมถนนด้านนอก อย่างแพนชอบนั่งข้างนอกทานอาหารตอนเช้ามองคนสัญจรไปมาก็เพลินๆดี


มาดูห้องนอนกันบ้างดีกว่า

แพนว่าแพนได้ห้องที่แจ่มมาก เพราะพอเปิดระเบียงออกไปก็เจอวิวคลองอยู่ลิบๆ ไว้ช่วงเช้ามายืนดูก็เข้าท่าใช่มั้ยล่ะ

แพนเลือกเป็นห้องเตียงคู่สำหรับแพนและเพื่อน บนเตียงก็จะมีผ้าเช็ดตัวและผ้าเช็ดหน้าถูกพับไว้อย่างดี

มีกระจกบานใหญ่เบิ้ม กับทีวี รวมถึงตู้เย็น น้ำเปล่า ชาและกาแฟไว้บริการด้วยค่ะ ส่วนไวไฟมีแน่นอนแพนเอาคอมฯไปด้วย ต่อไวไฟทำงานได้สบายเลย


ไปปีนผากันเถอะ "อ่าวไร่เลย์"

พอถึงเวลาที่นัดไว้ก็มีรถตู้มารับแพนไปที่ท่าเรือค่ะ เราต้องนั่งเรือจากฝั่งอ่าวนางไปยังอ่าวไร่เลย์เพื่อไปเริ่มต้นปีนผากันค่ะ


นั่งเรือมาไม่ถึง 10 นาทีเรือก็จอดเที่ยบท่าอ่าวไร่เลย์ค่ะ หูยยยยยยย แวบแรกที่เห็นที่มันเมืองในฝันเลย มีบาร์เหล้าเต็มสองข้างทาง คนเท้าปล่าวเดินย่ำทรายจิบเบียท้าแสงแดด ครั้งนี้ถือว่าแพนแวะมาสำรวจเดี๋ยวทริปหน้าต้องจัดอ่าวไร่เลย์แบบเต็มๆซะแล้ว

เดินตามที่คนต้อนรับบอกก็มาถึงร้านปีนผาค่ะเราต้องมาใส่อุปกรณ์ปีนผาที่นี่ ก่อนจะเดินเท้าตามพี่ๆ Belayer เข้าไปยังจุดปีนผา ซึ่งเป็นจุดปีนผาสำหรับคนเลเวลน้อยอย่างแพนและเพื่อนค่ะ เพราะเรายังไม่เคยมีประสบการณ์ปีนผาของจริงเลย การจะไปตรงจุดไฮไลท์ที่เค้าถ่ายรูปกันเท่ๆก็เป็นไปได้ยากหน่อย แง......เราต้องฝึกไปก่อน

ยืนมองชาวบ้านเค้าขึ้นกันไปทีละคนสองคน จุดปีนผาตรงนี้ใช่ว่าจะเฉพาะมือสมัครเล่นนะคะ มันไม่ง่ายอย่างนั้นเลย แพนได้เห็นฝรั่งที่ดูท่าทางเจนจัดกับการไต่ผา ปีนเขา บางคนเค้าไต่ขึ้นโดยไม่มีเชือกเซพตัวเองด้วยเพื่อเค้าจะไปเกี่ยวเชือกกับด้านบนสร้างทางปีนให้คนอื่น หืม...จะเก่งไปหนายยยยย

ฝั่งคนด้านล่างก็คอยดึงเชือกไปค่ะ ความจริงเป็นหน้าที่ของ Belayer แต่ด้านคุณพี่ในภาพบนนี้คงจะขี้เกียจรอมั้ง จับเชือกเองละกัน ฮร่า เอาล่ะค่ะมาถึงคิวแพนขึ้นไปบ้าง

ปีนเส้นแรกก็ง่ายดีอยู่หรอก พอได้ลองเส้นอื่น มือไม้ถึงขั้นหมดแรง แต่ยังดีขึ้นไปแตะห่วงได้อยู่

และเบื้องหลังความสำเร็จของแพน แต่น....แตน....แต๊นนนนนนนนน ภาพต่อไปนี้เลยจร้าาาาาาา

แหมพี่ Belayer คอยดึงเชือกและกำกับการปีน คอยแนะว่าควรจับตรงไหนดี เอี้ยวตัวไปฝั่งไหนดี คือถ้าไม่ได้พี่หนูแย่แน่ แต่....เอิ่ม...หน้าพี่คือดูเบื่อหน่ายยังไงชอบกล -.-!

พอเหนื่อยจากการโหนตัวขึ้นเขา ก็ยังพอมีเวลาก่อนเรือจะมารับแพนก็เดินเล่นริมหาด ทำให้เพิ่งรู้สึกได้ว่าที่นี่แทบไม่มีคนไทยเป็นนักท่องเที่ยวเลยถ้าไม่นับรวมคนขับเรือกับพนักงานขายของตามร้าน 99%บนอ่าวไร่เลย์ชาวต่างชาติล้วนๆจร้า และนี่แหละที่เราเลิฟ ^*^


ถนนคนเดินกระบี่

กว่าจะมาถึงโรงแรมก็เย็นย่ำเชียว แพนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาของกินที่ถนนคนเดินกระบี่ค่ะ ที่นี่จะเปิดเฉพาะคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ นะคะ ตั้งอยู่ใกล้ 4 แยกมนุษย์โบราณค่ะ หลังห้างโวค ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์

ขอยืมภาพมุมสูงจาก http://www.andamanseatravel.com/trip/th/%E0%B8%97%...

ตลาดนี้เค้าขายพวกของกินของฝากค่ะ ทั่วๆไปเหมือนถนนคนเดินจังหวัดอื่นๆ แต่ไอ้ที่เด็ดกว่าแพนยกให้ของต่อไปนี้เลยคร่าาาาาาาาา

โรตีเด็ดจริง มีให้เลือกทั้งแบบกรอบ แบบหน้านุ่ม แพนก็จัดมาทั้งสองเลย แพยว่าแป้งเค้าอร่อยนะมันออกรสเค็มนิดๆตัดกับนมข้นหวาน คือไม่หวานมากกำลังพอดียิ่งกินกับชาร้อนฟินมากต้องไปลอง ร้านอยู่ติดถนนตรงแยกมนุษย์โบราณ



----DAY 2----

ดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน

ไม่รู้เป็นความโชคดีอะไรของแพน ได้ห้องวิวสวยสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางฝั่งเขาขนาบน้ำด้วย เป็นเช้าที่ทำให้เอเนจี้เต็มเว่อร์

วันนี้แพนลงทริปเที่ยว ดำน้ำ รอบเกาะพีพีค่ะ ใช้บริการของ "Kohphiphi tour" เช่นเคยและรถจะมารับตอน 8 โมง แพนเลยรีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวเช้ารอเวลา

ซักพักรถตู้ก็มารับตรงเวลามาก เราไปยังท่าเรือที่มีอาหารและที่นั่งบริการด้วยแต่แพนไม่ทันได้ถ่ายเพราะเรือมาเร็วมากต้องรีบขึ้นก่อน ใช้เวลาแปปเดียวคนก็นั่งจนเต็ม Speed Boat ขนาดกลางจุคนประมาณ 10 กว่าคน มีไกด์คือพี่มาเรียมคอยดูแลและให้ความรู้เกี่ยวกับหมู่เกาะต่างๆ แต่เวลาพี่เค้าอธิบายจะพูดเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะส่วนใหญ่ที่มาทริปนี้ก็ชาวต่างชาติค่ะถ้าเรามีข้อสงสัยอะไรก็สามารถถามได้โดยตรงกับพี่เค้าเลย



จุดแรก "อ่าวมาหยา-โละซามะ"

นั่งเรือมาไม่นานก็มาถึงจุดแรกคือ "อ่าวมาหยาค่ะ" เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ในเวิ้งหุบเขา มีน้ำใสสีฟ้าอมเขียวกับเขาสูงตระหง่าน ถ้ามาถึงอ่าวมาหยาแล้วต้องเดินไปด้านหลังค่ะเพื่อไปดู "โละซามะ"

เดินจากหน้าหาดไม่ไกลเท่าไหร่นะคะ แนะนำให้เดินเท้าเปล่าเหยียบเม็ดทรายนุ่มๆไปตลอดทางค่ะ เราจะผ่านอุโมงค์ต้นไม้เขียวๆด้วย สายกรีนอย่างแพนนี่เลิฟเลย

ไปจนสุดก็เจอสะพานไม้ที่คาดว่าถ้ามาในช่วงน้ำขึ้นกว่านี้อาจได้เห็นสะพานบนผืนน้ำสวยๆ แต่แพนมาเร็วก็ดีไปอย่างคือคนยังไม่เยอะมาก พี่มาเรียมเล่าว่าถ้าเรามาสายกว่านี้จะได้เจอกรุ๊ปทัวร์แย่งกันเดินเต็มพื้นที่แน่นอน

แวบไปถ่ายรูปแล้วก็ต้องรีบเดินกลับค่ะมาถ่ายบรรยากาศหน้าหาดซักหน่อย เรือจอดเต็มไปหมดจนแพนคิดว่านี่มันลานจอดเรือใช่มั้ย แทบไม่เห็นพื้นน้ำเลย ไอ้ตรงที่พอจะเห็นน้ำคนก็ยืนกันเต็มเชียว นี่ขนาดเรามาเร็วกว่าคนอื่นเค้านะเนี่ย ไม่อยากจะคิดถึงช่วง high season คนจะเยอะขนาดไหน


อ่าวปิเละ (Lagoon)

ออกจากอ่าวมาหยาพี่มาเรียมก็พาเราออกมาดู Lagoon สีฟ้าใส สวยเชียวล่ะค่ะ อาจเป็นเพราะภูมิทัศน์ที่มีเขาสูงสองฝั่งทำให้เว้นช่องกลางเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ แถมเรายังได้เห็นตีนเขาที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนกร่อนเข้าไปด้านในดูสวยแปลกตา


"ถ้ำไวกิ้ง" รังนกนางแอ่น

เรือชะลอให้ได้แวะถ่ายรูปที่อ่าวปิเละพักใหญ่ๆก่อนจะออกมาเจอถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่น "ถ้ำไวกิ้ง" แต่แพนไม่ได้เข้าไปหรอกนะคะแค่ได้ถ่ายรูปอยู่บนเรือ พี่มาเรียมเล่าว่าชาวบ้านจะมาเก็บรังนกจากที่นี่ไปขายค่ะกิโลกรัมละเป็นแสนเลยนะ อู้วววว อลังการงานแพง


ดำน้ำกันดีกว่า "อ่าวลิง, โละลาน่า"

พอนั่งเรือผ่านอ่าวปิเละ และส่องถ้ำดูรังนกนางแอ่นแล้วพี่มาเรียมก็พามาดำน้ำเลยค่ะ นี่แหละที่รอคอย ฮร่า วันนี้แพนได้ดำน้ำ 2 ที่นะคะคือ อ่าวลิง กับ โละลาน่า ซึ่งสถานที่ดำน้ำเนี่ยไม่ได้ตายตัวกับ 2 ที่นี้นะคะมันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และช่วงสวยงามของปะการังแต่ละจุด ความเหมาะสมของหลายๆอย่าง ทางไกด์เค้าจะจัดให้เราเองค่ะ แพนจะลงรูปรวมๆเลยแล้วกันนะคะ



แอบเสียดายเล็กๆ น้ำขุ่นกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ไม่เห็นอะไรเลย ยังคงสวยและทำให้เรารู้สึกคุ้มค่าที่ได้มา มีปลาตัวเล็กๆว่ายวนรอบตัวแค่นี้ก็ Happy โคตรๆแล้วล่ะ



กินข้าวเที่ยงเล่นน้ำใสบน "เกาะพีพีดอน"

พอได้ดำน้ำจนเค็มคอกันเต็มที่แล้วก็มาทานข้าวเที่ยงกันที่ "พีพีดอน" เป็นอาหารแบบตั้งโต๊ะมีคนมาเสริฟเหมือนโต๊ะจีนค่ะ ในส่วนของค่าใช้จ่ายอาหารก็รวมอยู่ในแพ็กเก็จทัวร์แล้วไม่ต้องจ่ายเพิ่มแต่อย่างใด นาทีนี้กินได้จนพุงกางเลย

อิ่มแล้วก็ออกมาเดินเล่นรอเวลาที่จะไปดำน้ำต่อ หาดพีพีค่อนข้างจะกว้างเลยค่ะ ยาวมาก มีคนนอนอาบแดด คนเล่นน้ำตลอดริมหาด แต่ดีตรงที่คนไม่เยอะมากทำให้แพนพอจะมีมุมดีดีๆได้ถ่ายรูปสวยกับเค้าบ้าง

เกาะไม้ไผ่

หลังจากดำน้ำเสร็จก็มาต่อกันที่เกาะสุดท้ายค่ะ "เกาะไม้ไผ่" ถือเป็นการปิดฉากทริปที่โคตรสวยเลย จริงๆนะหาดทรายกว้างมากสีขาวละเอียด ถึงจะเจอแดดแรงจากดวงอาทิตย์ยักษ์ใหญ่แต่มันไม่เป็นอุปสรรคกับการเดินสำรวจรอบหาดและลงไปดำผุดดำว่ายในน้ำทะเล แถมแสงแบบนี้ยังถ่ายรูปได้แจ่มมากๆอีกต่างหาก

ไม่รู้เป็นเพราะหาดกว้างมากหรือเพราะคนกลัวแดดกันเยอะเลยทำให้บริเวณหาดคนไม่พลุกพล่านมาก ซึ่งเป็นข้อดีของแพนในการเล่นน้ำและถ่ายรูปถ่ายวีดีโอเล่นกับเพื่อน


คืนสุดท้ายที่กระบี่กับ "ตลาดนัดลานปูดำ"

ถือเป็นคืนสุดท้ายแล้วสินะวันนี้เป็นวันจันทร์ ในทุกคืนวันจันทร์ - พฤหัสบดี จะมีตลาดลานปูดำค่ะ มีอาหารและของฝากขายเหมือนๆกับถนนคนเดินที่แพนไปเมื่อคืนก่อน แต่ดีตรงมีลานดนตรีสดด้วย แพนว่าดูชิลกว่าถนนคนเดินเยอะเลย

เบาๆกับคราฟเบียร์ก่อนนอน ทั้งของไร่เลย์และพีพี เรียกว่าปิดฉากวันนี้จริงๆแล้วสินะ เป็นการปิดวันที่โคตรชิลและน่าจดจำมากๆเลยล่ะค่ะ


----DAY 3----

ไปล่องเรือกัน

ตื่นสายหน่อยวันนี้ แพนลงมาทานข้าวเช้าที่เดิม เป็นการเปิดฉากวันสุดท้ายที่ทำให้ร่างกายพร้อมเที่ยว ด้วยว่าวันนี้แพนต้องไปนั่งรถทัวร์กลับกรุงเทพฯตอน 5 โมงเย็น ทำให้ต้องเลือกทริปเที่ยวสั้นๆหน่อยเดี๋ยวจะตกรถซะก่อน

อย่างที่บอกว่าโรงแรมศรีสวราที่แพนพักเนี่ยตั้งอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางไปตามจุดแลนด์มาร์คต่างๆได้ใกล้มาก หนึ่งในนั้นคือเขาขนาบน้ำค่ะ ออกจากตัวโรงแรมเลี้ยวซ้ายมาจนสุด 3 แยกก็เจอจุดขึ้นเรือแล้วค่ะ

พร้อมแล้วขึ้นเรือ แพนมากับเพื่อนแค่ 2 คนเลยต้องเหมาเรือแบบหารกันแพงหน่อยคือถ้ามาหลายคนก็ตัวหารเยอะจะราคาถูกลงกว่านี้

ทริปล่องเรือนี้แพนได้ "บังหมูด" มาเป็นไกด์ท้องถิ่นและคอยขับเรือให้ ในช่วงแรกบังหมูดพามาดูเขาขนาบน้ำ ลัดเลาะป่าชายเลน แอบเสียดายเพราะแพนไม่เจอนกออกแล้วก็ไม่เจอพวกตัวนากที่มักจะขึ้นมาอาบแดดบริเวณเนินทราย แง.....


ไม่เป็นไรเดี๋ยวครั้งหน้าค่อยมาดูใหม่ พอล่องเรือดูป่าชายเลนแล้วบังหมูดก็วกเรือกลับมาที่เขาขนาบน้ำ เราสามารถขึ้นไปเพื่อดูถ้ำได้ มีค่าเข้าคนละ 30 บาท

ทางเข้าถ้ำก็จะเป็นบันไดแบบภาพด้านบนค่ะ แต่ก็ได้รู้จากบังหมูดมาว่าบันไดนี้เพิ่งมีการสร้างขึ้นตอนที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์ที่นี่เมื่อหลายปีก่อน ส่วนทางเข้าแบบดั้งเดิมนะหรอคะก็ภาพต่อไปนี้เลย

จะเห็นว่าเป็นเพียงรูเล็กๆที่ต้องลงทีละคน ตอนขึ้นแพนก็ไปขึ้นทางบันไดธรรมดาค่ะส่วนตอนลงก็ขอให้บังหมูดพาลงทางรูนี้ มันก็จะตื่นเต้นหน่อยๆแต่สนุกดีแล้วก็ได้ฟังเรื่องขำๆจากบังหมูดว่าเคยมีนักท่องเที่ยวฝรั่งตัวใหญ่ลงรูไม่ได้ต้องช่วยกันอยู่นานเชียว

ด้านในถ้ำก็จะมีพวกรูปปั้นมนุษย์โบราณแล้วก็โครงกระดูกจำลอง เครื่องใช้ดินเผาจำลอง เพราะที่นี่เคยมีการขุดพบจริงแต่ว่าของจริงก็เอาไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่แพนไม่ได้ถ่ายภาพนิ่งมา ยังไงก็สามารถดูได้จากในวีดีโอนะคะ

จากในถ้ำออกมาก็ได้ล่องเรือดูปากอ่าวกว้างมากกกกกกกก สวยมากกกกกกก ลมแรงมากกกกกกก


แล้วต่อไปก็ต้องผ่านอุโมงค์ป่าโกงกาง ซึ่งถ้าน้ำลงมากๆเราจะมาทางนี้ไม่ได้นะ วันนี้แพนโชคดีเลยมีโอกาสได้ผ่านทางสีเขียวแบบนี้

บังหมูดพาเลาะอุโมงค์โกงกางมาจนถึงหมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นหมู่บ้านบนเกาะค่ะ ที่นี่ไม่มีรถยนต์ ใช้การสัญจรบนเกาะด้วยรถมอไซด์และรถสามล้อที่ประดิษฐ์เอง ถนนบนเกาะนี้เลยเล็กมากและคนที่นี่เค้าก็ยังชีพด้วยการประมง น้องๆบนแพพาแพนมาดูบ่อเลี้ยงปลา ปู แล้วก็ดูปลาเสือพ่นน้ำด้วยถ้าใครอยากเห็นก็ในวีดีโอนะคะ

ปิดทริปของจริงแล้วสินะกับ 3 วัน 2 คืน ที่กระบี่ แพนได้ไปปีนผาที่อ่าวไร่เลย์ ดำน้ำที่เกาะพีพี ชมอ่าวมาหยา ทะเลใน ชิมคราฟเบียร์กระบี่ และล่องเรือดูป่าโกงกาง หมู่บ้านชาวประมง มันคือฟูลทริปที่กิจกรรมโคตรแน่นจริงๆค่ะ จนเกือบลืมไปแล้วเชียวว่าเราโดนเทนี่หว่า ฮร่าาา ถ้าใครชอบหรือสนใจอยากเที่ยวแบบแพนข้อมูลทริปต่างๆดังนี้นะคะ



ถ้าอยากเห็นบรรยากาศของจริงทั้ง แสง สี เสียง คลื่นทะเลคลิกดูวีดีโอจ้า


++++ ข้อมูลทริปทั้ง 3 วันของแพน ++++

ทริปล่องเรือชมเขาขนาบน้ำ

ติดต่อไกด์ท้องถิ่นได้แถวๆเขาขนาบน้ำเลยค่ะ คิดเป็นราคาเหมาลำ

  • ชั่วโมงละ 500 บาท ปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงบังหมูดลดราคาให้แพน เหลือ 800 บาท
  • มีแบบเหมาทั้งวัน ไปชมทะเลแหวกและเกาะต่างๆแล้วแต่ตกลง

ทริปที่แพนใช้บริการของ Kohphiphi tour มี 2 ทริป

  • ปีนผาอ่าวไร่เลย์ (แบบครึ่งวัน บ่าย) 1200 บาท/คน
  • ทัวร์ทะเล ดำน้ำ หมู่เกาะพีพี (เต็มวัน) 1500 บาท/คน *ชาวต่างชาติอาจมีเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ 400/200 บาท
  • ที่พัก 2 คืน ที่ Srisawara Casa Hotel คืนละ 1500x2 คืน 3000 บาท
  • มีเป็นแบบแพ็คเก็จเหมาทั้งที่พักและทริปเที่ยวด้วยนะคะตามนี้

ข้อมูลเพิ่มเติมที่

เว็บไซด์เกาะพีพีทัวร์ หรือ Facebook page kohphiphitour *ถ้าช่วง Low Season ก็จะราคาถูกลงไปอีก เอาไว้เลือกตามชอบนะคะ


thx.ภาพบางส่วนจากเพื่อนร่วมทริป คุณฟารดาจร้าาาา และพี่ส้มปอยที่ชวนให้มาเที่ยวกระบี่กับ phi phi tour ^0^

ความคิดเห็น