สวัสดี...ซาปา : เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได รีวิวโดย Sabai Sabai Japan

ทริปนี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวซาปา เวียดนามกันค่ะ ตาลเลือกไปช่วง 25-30 สิงหา ช่วงนี้นายังเขียวๆอยู่ มีเหลืองบ้างประปราย ถ้าใครอยากเห็นนาเหลืองทองอร่าม ต้องไปสักอาทิตย์ที่สองของเดือนกันยาน่าจะสวยเชียว อาจได้เห็นและถ่ายรูปตอนเกี่ยวข้าวด้วย (ไว้ปีหน้าไปใหม่) แล้วก็จะมาแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากการ

สวัสดี...ซาปา : เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

สวัสดี...ซาปา : เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได


ทริปนี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวซาปา เวียดนามกันค่ะ ตาลเลือกไปช่วง 25-30 สิงหา ช่วงนี้นายังเขียวๆอยู่ มีเหลืองบ้างประปราย ถ้าใครอยากเห็นนาเหลืองทองอร่าม ต้องไปสักอาทิตย์ที่สองของเดือนกันยาน่าจะสวยเชียว อาจได้เห็นและถ่ายรูปตอนเกี่ยวข้าวด้วย (ไว้ปีหน้าไปใหม่)

แล้วก็จะมาแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากการไปเที่ยวในทริปนี้ อยากให้ทุกคนตรียมพร้อมก่อนไป จะได้ประทับใจกลับมาเหมือนตาล แต่อย่าถามว่าทริปนี้หมดไปเท่าไหร่ เหอะๆ มากโขเชียว แต่อย่าไปสนใจจ้า ไปเที่ยว ไปเปิดประสบการณ์ ไปหาความสุข เท่าไหร่เท่ากัน (เดี๋ยวตอนท้ายจะมาสรุปค่าใช้จ่ายน๊า)


เตรียมตัวอะไรบ้างก่อนไป เริ่มเลย

-1- Agency ที่เวียดนาม ที่จะติดต่อเรื่องรถรับส่ง ซื้อตั๋วรถไฟ จองที่พัก

ตาลไปกันทั้งหมด 8 คน มีพ่อกับแม่ไปด้วย ทุกอย่างต้องพร้อม เลยตัดสินใจจองกับ Ms.Huong รายการที่ตาลจองไปกับ Ms.Huong มีดังนี้ค่ะ

รถรับส่งจาก สนามบิน - ฮานอย

รถรับส่งจากฮานอย-สถานีรถไฟฮานอย (ฟรี)

รถรับส่งไปกลับจากสถานี lao cai - Sapa

รถรับส่งจากสถานีรถไฟฮานอย - สนามบิน (วันกลับ)

ตั๋วรถไฟไปและกลับ

ที่พัก Sapa Eden Hotel

คุณเฮือง (Ms.Huong) เมื่อก่อนทำงานกับ Sapa Summit Hotel แต่ตอนนี้เธอได้มาตั้งบริษัทของเธอเองแล้วนะคะ รายละเอียดบริษัทเธอตามนี้เลย

Website : vietexpresstravel.com.vn / E-mail - [email protected] / Line - huongtours90

facebook : https://www.facebook.com/nguyen.huong.7967?fref=ts

แนะนำๆค่ะ เธอน่ารักมาก ต้อนรับดีมาก บริการก็ดีแนะนำทุกอย่าง ไว้ใจได้แน่นอน ชอบเธอตั้งแต่พูดคุยตอบอีเมล์แล้ว ตาลมีคำถามนู้นนี่นั่นเยอะมาก เธอก็น่ารัก ตอบตลอด แรกๆเราคุยกันผ่านอีเมลล์ หลังๆคุยกันผ่านเฟสบุค จริงๆเท่าที่อ่านมีหลายเจ้าที่รับจองรายการต่างๆที่ตาลกล่าวมาข้างต้น ถูกกว่าบ้างแพงกว่าบาง แต่สำหรับตาลถูกใจคนนี้มากค่ะ ดีอีกอย่างที่ไม่ต้องมัดจำเงินก่อน หากใครชอบติดต่อเจ้าไหนก็ตามสะดวกได้เลยนะค๊า

อ่อ จะบอกว่าคุณเฮืองแนะนำและก็เตือนเราให้ระวังหลายๆเรื่องมากค่ะ ชอบสุดๆ เอาเรื่องที่เธอแนะนำมาบอกต่อเลยละกัน


- อันดับแรก Taxi เธอแนะนำให้ขึ้นของสองบริษัท Thanh long taxi / Thanh nga taxi (คันสีขาว) เนื่องจากราคาไม่แพง และพอขึ้นรถไปแล้ว ให้ถ่ายรูปบัตรประจำตัวพนักงานด้านหน้ารถไว้ด้วย เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไร อย่างเช่นลืมของ จะได้ตามกับบริษัทถูก และเธอยังบอกราคาค่า Taxi ว่าควรขึ้นที่ราคาเท่าไหร่ อย่างจาก old quarter ไป สุสานลุงโฮ ก็จะประมาณ 60000 VND ตาลอ่ะไปกัน 8 คน นั่งอัดกันไปในรถคันเดียว คือรถมันคันใหญ่นั่งพอ หารกันคนละไม่กี่บาทเองค่ะ ถูกมาก ซึ่งจริงๆ เค้าก็เปิดมิเตอร์ ราคาไม่ถึงหรอกค่ะ แต่คุณเฮืองบอกว่า ราคานี้เป็นราคาที่รับได้ของ Taxi เค้าจะบริการดี เค้าจะแฮปปี้กับราคานี้ ซึ่งตาลก็โอเคนะคะ ไม่มีปัญหากับราคานี้เลย เพราะถ้าเราเปิดมิเตอร์ อาจไม่ใช่ราคาที่ถูกกว่าหกหมื่นด่องก็ได้ (อาจพาอ้อมกลายเป็นหลายบาทอีก) แต่หากใครสะดวกกดมิเตอร์ ก็ได้เลยน๊า ราคาถูกกว่าหกหมื่นด่องจ้า ถ้าจำไม่ผิดน่าจะสี่หมื่นด่องนิดๆ

- เวลาลงรถไฟที่ซาปา หรือนั่งกลับมาที่ฮานอย อย่าไปกับใครที่ไม่ได้ถือกระดาษป้ายชื่อเรา อย่าให้ใครถือกระเป๋าเพราะเค้าต้องการทิป

- คุณเฮืองแนะนำร้านให้ไปกิน แหนมเนือง คือได้ยินเค้าพูดว่าแหนมเนืองนะคะ ไปกินที่ร้าน Nha Hang Dac Kim เธอบอกว่าให้สั่ง สองคนต่อ 1 เซต เพราะมันเยอะ เดี๋ยวจะกินไม่หมด ก็สั่งตามเธอบอกแต่คนขายจะให้เราสั่งเพิ่มบอกว่ามันน้อย คะยั้นคะยอเรา แต่เราไม่เชื่อค่ะ บอกไม่ตลอด ซึ่งก็จริง มันเยอะ สองคนต่อชุดกินกันอิ่ม หากไม่อิ่มค่อยสั่งเพิ่ม และบอกราคามาว่าต้องราคาประมาณนี้ ซึ่งก็คือ set ละ 90.000 VND


-2- อากาศและการแต่งกาย ขอพูดในช่วงที่ตาลไปนะคะ ฮานอยร้อนปกติเหมือนบ้านเรา เตรียมเสื้อแขนยาว หมวกไปให้พร้อม เที่ยวช่วงกลางวันร้อนตับแล็ปจ้า 555 ส่วนที่ซาปา ตอนตาลไปกลางวันอยู่ที่ประมาณ 23-24 องศา วันนั้นที่ดูอุณฯ ฝนตก อากาศเย็นๆ ไม่หนาว กลางคืน 19 องศา ก็ไม่หนาวค่ะ แปลกมาก คือเตรียมเสื้อแขนยาวหนาๆไป ไม่ได้ใส่เลย งงกับอากาศที่ซาปามาก แถมเดินๆเหงื่อออกซะงั้น แต่ความชื้นที่นี่ 98-100 เปอเซนต์เลย ยังไงก็ไม่ต้องขนไปเยอะมากน๊า คือแบบดูอุณแล้วคิดว่าหนาวแบบญี่ปุ่นเลยขนเสื้อผ้าไปซะ 555 ครีมกันแดด ทาตัว ทาหน้า อย่าลืมน๊า ตาลเอาไปแต่ไม่ได้ทาเห็นว่าไม่มีแดด สรุปกลับมา หน้าคอแขน ดำปี๋เลย


-3- รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่เวียดนาม ที่นี่เค้าบีบแตรกันปกติมาก แต่เราว่าดีนะคะ จะได้รู้และระวัง ไม่เห็นคนเวียดนามแสดงสีหน้าท่าทีไม่พอใจการบีบแตรสักคน แนะนำว่า เวลาจะข้ามถนนให้เดินแบบมั่นใจ มองซ้ายมองขวาดีๆ และ อย่า อย่าสบตาคนขี่ ไม่งั้นจะลังเลมากค๊า มองและเดินอย่างมั่นใจเดี๋ยวเค้าหลบเราเอง เมื่อคุณยู่จุดนั้น คุณจะผ่านมันไปได้แน่นอน สู้ๆ


-4- เวลาเดินเที่ยวจงมีสติอยู่เสมอ ระมัดระวังตัว หูตาต้องไว ไม่ไปในที่อโคจร เดินๆอยู่ใครชวนไปไหน ไปเที่ยวตรงนู้น ไปทำนู้นทำนี่ อย่าไปเลย!! จงไปตามแผนที่เราวางไว้ ไปตามที่ที่เราหาข้อมูลมา เนื่องจากมีคนมาเตือนมาบ่นเยอะในพันทิปเรื่องโจร ขโมย ถูกหลอก เพราะฉะนั้นเราต้องพร้อม ครั้งนี้ตาลมั่นใจมากว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี และมันก็เป็นเช่นนั้น เวียดนามไม่ได้เลวร้ายเลย โดยเฉพาะที่ซาปา ผู้คนน่ารักมาก เราหลงรักคนที่นี่สุดๆ


-5- ไฟฉาย หากใครเดินเล่นซาปาตอนดึกๆ เดินกลับทางมืด ช่วยได้ดีนักแล และอีกอย่างคือนกหวีด มีพี่ที่รู้จักแนะนำมาค่ะ พกติดตัวไว้ หากเกิดเหตุการอะไร เป่านกหวีดดังๆเลย เผื่อจะได้มีคนมาช่วย หรือพวกโจรผู้ร้ายมันอาจตกใจหนีเตลิดไปเอง


-6- แลกเงิน ตาลแลกจากไทยไปทั้งดอลล่าและด่อง ดอลล่าได้เรทที่ 35.65 ด่องได้เรทที่ 0.00162 และไปถึงสนามบินที่ฮานอยแลกอีก เอาเงินดอลล่าไปแลกด่องได้เรทที่ 21,+++ ประมาณนี้

คุณเฮืองบอกว่าเรทถูกไปหน่อยน่าจะได้สัก 22,000 แต่ว่าไม่เป็นไร นิดหน่อย ตาลไม่ซี ขี้เกียจไปเดินหาแลก

วิธีคิดค่าเงินนะคะ (อยากบอกว่าตาลโคตรงงเลขมันเยอะ สับสนไปหมด ดีที่ไปกันหลายคน ช่วยกันคิด ช่วยกันคำนวณ)

เงินดอลล่า x 35.65 = เงินไทย

เงินด่อง x 0.00162 = เงินไทย

เงินดอลล่า x 21000 = เงินด่อง

จำไว้ให้ดีๆน๊า เพราะตอนเอาเงินดอลล่าไปใช้ จะได้เงินทอนเป็นเงินด่อง จะได้คำนวนถูกว่าเค้าทอนเงินเป็นด่องมาถูกรึเปล่า


-7- Sim card สำหรับใช้งาน Internet ตาลซื้อร้านขวามือ พอลงจาก ตม. มันมีทางออกสองทางซ้ายขวา ตาลออกฝั่งขวา และซื้อซิมขวามือร้านแรก

เครือข่าย Vinaphone ราคาไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่จำได้คร่าวๆประมาณนี้

200.000 VND 1.5 GB 30 Day โทรในเวียดนามได้ 20 นาที (คือมีอีกราคาที่ถูกกว่านี้นะคะ แต่จำไม่ได้ GB น้อยกว่า ส่วนตาลซื้อแบบ 1.5 GB เพราะอันที่น้อยกว่ากลัวใช้ไม่พอ)

400.000 VND 5 GB 30 Day โทรในเวียดนามได้ 30 นาที

ความเร็วพอประมาณ ไม่ช้า แต่ก็ไม่เร็วปี๊ด บางที่ก็ไม่มีสัญญาณ อย่างนั่งรถไฟบางช่วง ที่ Topas Ecolodge บางจุด ที่เหลือก็ใช้งานได้ปกติ ใช้6 วันเหลือเฟือมากค่ะ ใครไปน้อยวัน ซื้อแบบถูกลงมาหน่อยก็ได้จ้า


-8- ประกันการเดินทาง ไปเที่ยวต่างประเทศไม่ว่าที่ไหน ใกล้ไกล อยากให้ซื้อไว้ตลอดนะคะ ของตาลซื้อของ Cigna ก่อนไปได้รับข้อความเบอร์ติดต่อของ Cigna สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลย ดีงามมาก ไปมาหลายทริปก็ซื้อแต่ของ Cigna ซื้อกันไว้ ไม่อยากใช้หรอกน๊า ส่วนใครสะดวกเจ้าไหนเลือกตามชอบเลยจ้า


พร้อมแล้วเนอะ งั้นก็ Let's go >> S A P A กันเล้ยย


25 ส.ค. 2558 ออกเดินทางไปกับแอเอเชียร์ 6:45 ถึงสนามบินนอยไบ ฮานอย 8:30

เมื่อถึงสนามบิน ผ่านตม. (ตม.ที่เวียดนามไม่ต้องเขียนใบอะไรนะคะ ยื่นแค่พาสปอตอย่างเดียว) รับกระเป๋า เดินออกมาด้านนอกก็เจอพี่คนขับรถ(ที่เราจองไว้กับ Ms.Huong) ถือป้ายชื่อ ยืนรอรับเราอยู่แล้ว ขอเวลาเค้าแปบนึง ซื้อซิมและแลกเงิน

เราไปกัน 8 คน รถหนึ่งคัน นั่งสบาย ดีงามมากๆ ระหว่างทางก็ชมความงามของบ้านเมืองเค้าไป ดูแปลกตา น่าตื่นเต้นดี โดยเฉพาะการขับรถของชาวเวียดนาม บางครั้งหวาดเสียวจริงๆ จะชนมั้ย 555


เราไปพบ Ms.Huong ที่ออฟฟิสของเค้า ตรง Old Quarter เธอก็แนะนำตามที่บอกไปข้างต้น รวมทั้งชำระเงินทั้งหมด (เธอมีน้ำเปล่าแจกคนละขวด มีแผนที่ที่เที่ยวบริเวณ Old Quarter และแนะนำสถานที่เที่ยวให้พวกเรา ดีงามมากเลย รู้สึกดี)

อาหารมื้อแรกที่เวียดนามของเรา ได้ยิน Ms.Huomg พูดว่า แหนมเนือง คือก็ไม่ชัดว่าแหนมเนืองนะคะ แต่ฟังแล้วคือคำนี้เลย แฟนเธอเดินพาเราไปที่ร้าน รสชาตพอใช้ได้ ไม่ได้อร่อยมาก

หลังจากนั้นเราก็เปิด google map เดินไป Saint Joseph's Cathedral ไม่ไกล


แดดร้อนมากๆ รีบถ่ายรูปแล้วก็ไปต่อค่ะ เราโบกแท็กซี่ตามที่ Ms.Huong แนะนำ ไป Ho Chi Minh Mausoleum (สุสานลุงโฮ) (1 คัน นั่ง 8 คน ราคา 60.000 VND) แต่ๆ พี่แท็กซี่ไปส่งเราที่ Bao Tang Ho Chi Minh งงเลย ด้อมๆมองๆด้านหน้า สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าไป

เปิด google map ไปที่ Ho Chi Minh Mausoleum สรุปมันอยู่ใกล้ๆกัน ก่อนถึง Ho Chi Minh Mausoleum เราแวะที่ One Pillar Pagoda

และเดินไป Ho Chi Minh Mausoleum แต่ๆ เข้าไม่ได้จ้า มันปิด เสียดายมากๆ คือคุยกับเค้าไม่รู้เรื่องว่าทำไมถึงปิด เลยถ่ายรูปแต่ด้านหน้ามา (กลับมาเลยมาถาม Ms.Huong ว่าทำไมปิด เธอบอกว่าควรไปก่อน 11 โมง หลังจากนั้นเค้าจะปิด เพิ่งรู้เลย เราพลาดมากทำการบ้านตรงนี้ไปไม่ดีเลย คิดว่าเหมือนทั่วๆไป เปิดถึงเย็น) วันเวลาเปิดปิดค่ะ 8-11 am Tue-Thu, Sat & Sun Dec-Sep, last entry 10.15 am

ผิดหวังก็กลับสิคะ ร้อนจะตาย Ms.Huong เปิดห้องให้เราฟรีหนึ่งห้องก่อนขึ้นรถไฟ ไว้ไปล้างหน้า อาบน้ำ ก็ไปพักนอนเอาแรง เพราะเพลียแดดมาก หลังจากนั้นช่วงเย็นเดินไปทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม เปิด google map แล้วเดินไปตามเคยค่ะ ไม่ไกล



หลังจากถ่ายรูปเสร็จเราเลยหาของกินแถวนั้น หิวมากขี้เกียจเดินหาไกล มาเวียดนามแต่ดันกินอาหารเกาหลี 555 จริงๆ Ms.Huong นัดเราที่ที่พักจะเอารถมารับไปส่งสถานีรถไฟ แต่กว่าจะกินเสร็จ กว่าจะเดินไปเลยให้เธอมารับเราที่แถวทะเลสาบ

8:30 เธอมารับไปสถานีรถไฟ เพื่อนั่งรถไฟไปซาปา เราจองแบบ Deluxe Tulico ไว้ (1 ห้อง นอนได้ 4 คน ไป 8 คน พอดี 2 ห้อง สบายไม่ต้องไปนอนกับใคร) รถไฟออก 22:00 เธอให้ตั๋วรถไฟไป-กลับเราที่สถานี และก็เธอกับแฟนก็ช่วยเรายกกระเป๋าเดินไปส่งพวกเราที่บนรถไฟ รถไฟออกตรงเวลาดีค่ะ

ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง หลับยาวๆเลย บนรถไฟมีห้องน้ำและห้องที่มีอ่างล้างหน้าแยกไว้เป็นสัดส่วนดี เวลาเข้าห้องน้ำควรใช้ขณะรถไฟวิ่งนะค๊า

บนรถไฟมีน้ำให้ฟรีคนละขวด และก็ผ้าเย็น (แต่ไม่เย็น ^^) คนละผืน มีปลั๊กให้เสียบชาร์จไฟได้

26 ส.ค. 2558 : ก่อนถึงปลายทาง Lao Cai สัก 10 นาที จะมีเสียงเพลงมาปลุกพวกเรา ให้ทุกคนเตรียมตัวตื่นเก็บข้าวของ ล้างหน้าแปรงฟัน แต่ทางที่ดีตั้งปลุกให้ตื่นก่อนสักครึ่งชั่วโมงจะดีกว่า สิบนาทีเกือบไม่ทัน รถไฟจะถึง 6 โมงเช้า เช็คข้าวของให้เรียบร้อย ใต้เตียงที่เราวางกระเป๋า ใต้ผ้าห่มที่ทับๆไว้ จะได้ไม่พลาดลืมอะไร เดี๋ยวเที่ยวไม่สนุกเน้อ...


06:00 ถึง Lao Cai มีรถมารับเหมือนเคย จาก Lao Cai ไป Sapa ประมาณ 40 นาที นั่งรถขึ้นเขา วิวข้างทางสวยมาก แต่น่าเมารถสุดๆ ใครเมารถเตรียมยาดมไปด้วยน๊า ทางที่ดีกินยาแล้วหลับไปเลยดีที่สุด

เราพักที่ Sapa Eden Hotel 2 คืน รวมอาหารเช้า

เช็คอิน : 11 a.m. เช็คเอ้า : 10:30 a.m.

อาหารเช้าเวลา 7:00-9:30 อาหารที่นี่เป็นแบบ Breakfast เหมือนตามโรงแรมทั่วไป เลือกเมนูที่เค้าเซตไว้ และก็น้ำ (กาแฟ ชา น้ำผลไม้) ถ้าไม่อิ่มสั่งเพิ่มได้


วันแรกที่เราไปก็ทานอาหารเช้าที่นี่ เนื่องจากฝนตก เดินออกไปไหนลำบาก ค่าอาหารคนละ 3 USD


ตาลพักห้อง 307 เท่าที่สังเกต น่าจะเป็นห้องที่วิวดีที่สุดแล้วค่ะ แต่ถึงกระนั้นก็แทบจะไม่ได้โผล่หน้าออกไปดูเลย 555


อันนี้เป็นห้องเตียง Twin ของน้องที่ร่วมทริปไปด้วย


วิวจากห้อง 307


วันนี้ฝนตกๆหยุดๆทั้งวัน แต่ไม่เป็นอุปสรรค ควักเสื้อกันฝนที่เตรียมมาออกมาใส่ เดินตากฝนโล้ดด

เราไปแวะพักกินกาแฟ กินน้ำผลไม้กันที่ร้าน Sapa HL Studio อยู่ไม่ไกลจากที่พักเรานัก ร้านนี้อยู่ระหว่างทางที่จะไปหมู่บ้าน Cat Cat ร้านนี้เราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ เขาชื่อ ฮู เป็นเจ้าของร้าน ชอบวาดภาพ และถ่ายรูป ได้เห็นรูปของฮูแล้ว บอกได้เลยว่าสวยมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากกล้องคอมแพ็คธรรมดา ที่ร้านเป็นเหมือนแกลลอรี่ย่อมๆที่แสดงผลงานวาดภาพของฮูกับแฟน พวกเราได้พูดคุยกัน รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะต่างคนต่างก็งูๆปลาๆในภาษาอังกฤษ

เราไม่สามรถเขียนความรู้สึกทั้งหมดได้ว่ามิตรภาพที่เราได้รับมันเป็นยังไง ดีแค่ไหน แต่บอกได้เพียงว่า คนที่เราพบเจอที่นี่ อยากให้เรากลับมาซาปาอีก หากใครเดินมาหมู่บ้าน Cat Cat อย่าลืมแวะร้าน ฮู นะคะ มาจิบกาแฟ นั่งชมวิวสวยๆ มันช่างมีความสุขมากจริงๆ

วิวจากร้านฮู

ฮูนั่งอยู่ทางซ้ายค๊า ส่วนน้องคนที่เล่นกีต้าร์คือเพื่อนร่วมเดินทางของทริปเรา


เราเดินไปไม่ถึงหมู่บ้าน Cat Cat แต่รู้สึกว่าหมู่บ้านไม่เหมือนสิ่งที่เราคิด เปลี่ยนไปจากสิ่งที่เราเคยดูรีวิว เราจึงเดินถ่ายรูปเล่นแถวนั้นแล้วกลับที่พัก เพื่อจะไปต่อที่ ฮามรอง แต่ฟ้าช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย หมอกหนามากก ขึ้นเขาไปคิดว่าคงไม่เห็นอะไรแน่ๆ จึงตัดสินใจไม่ขึ้น

เราแวะกิน BBQ ตรงทางเดินก่อนขึ้นเขา อร่อยบวกหิว กินไปหลายไม้เชียว ไม้ละ 10.000-15.000 (แต่เห็นคนท้องถิ่นจ่ายแค่ไม้ละ 4000 VND เองอ่ะ) เข้าใจๆเขา ราคานักท่องเที่ยว



หลังจากนั้นเราเดินไป Sapa Lake โอโห้...หมอกหนามากก ไม่ได้อยากทำภาพแนวฮิป-เตอร์ แต่หมอกมันลงจัดจริงๆจ้า หุหุ เลยได้ภาพซาปาเมืองแห่งสายหมอกมาแทน

แนะนำอาหาร

Hotpot แซลม่อน กับแซลม่อนสลัด

แซลม่อน 1 กิโล เอามาทำ hot pot กับมาทำกินแบบสลัด( เจ้าของร้านเรียกแบบนี้ว่าสลัดอ่ะค่ะ) ราคา 650.000 VND

สลัดยังไง ก็คือ จะมีแผ่นแป้ง ผักและเครื่องเคียงมาให้ เราเอาแผ่นแป้งวาง เอาผักและเครื่องเคียงใส่ให้ครบ และตามด้วยแซลม่อน สุดท้ายใส่วาซาบิลงไปตามชอบ ห่อๆ พอดีคำ แล้วก็เข้าปากโล้ดดด นี่แหละ เค้าเรียกว่า สลัด อร่อยดีเหมือนกันนะคะ

Hot Pot

ให้ผักเยอะมาก


27 ส.ค. 2558 : วันนี้เรามีโปรแกรมไปเที่ยวและทำอาหารกินกันที่ครอบครัวม้งค่ะ โดยติดต่อซื้อกิจกรรมนี้กับ Ethos Spirit


9 โมงเช้า เราเริ่มภาระกิจวันนี้กัน โดยมี มี กับ ซา เดินจากบ้านเค้ามารับเรา (เดินมา 9 กิโล ไกลมากกก)

เค้าจะพาเราไปซื้อของที่ Sapa Market ไว้ไปทำอาหารกินกันที่บ้านเค้า (ค่าใช้จ่ายตรงนี้ทางเค้าเป็นคนจ่าย)

มี กับผักที่เรียกว่า ซู ซู

และรถตู้ก็มารับเราไปส่งไว้ระหว่างทาง แล้วให้เราเดินต่อกันไปเองที่บ้านมีกับซา ไกลพอสมควรและทางก็ชันด้วยค่ะ แต่เราก็ต้องสู้ ฮึบๆ ชมวิวสองข้างทางไป ปาดเหงื่อไป ดมยาดมตาม 555

ระหว่างทางเดินมีต้นกระเพราขึ้นเต็มเลยค่า... อิอิ อ่าวไม่ใช่หรอ

ต้นกัญชา มีบอกว่าปลูกเอาไว้นำมาทอผ้า ทำกระเป๋า เสื้อผ้า ได้หลายอย่างเลย

ตาลซื้อกระเป๋าผ้าใยกัญชามาด้วยค่ะ อุดหนุนชาวเขา ประมาณ 800 บาท

ถึงบ้านมีกับซา เราเจอสามีของมี และลูกรออยู่แล้ว มี สามีมี และซาก็จัดแจงเตรียมของ ทำกับข้าว ส่วนพวกเราบ้างก็นั่งพัก บ้างก็ถ่ายรูป มาซาปาอย่าลืมเตรียมลูกอม ขนมมาแจกเด็กๆด้วยนะค๊า พกติดตัวไว้ตลอดยิ่งดี หากมีเด็กมาขายของ ถ้าตื๊อมากๆแล้วเราไม่ซื้อ ก็แจกขนมเลย บางทีไม่ตื๊อขายของแต่ก็ให้ขนมนะคะ เด็กๆน่ารักดี

กับข้าวอร่อยมากๆเลยค่ะ เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดที่มาเวียดนาม


กินข้าวเสร็จมีกับซาก็พาไปเดินต่อ ชมวิวสวยๆ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก


และเราก็เดินกลับมาที่รถจอดส่งเรา ตอนนั้นรถมารอรับแล้ว ขึ้นรถกลับที่พัก ระหว่างทางมีจุดสามารถจอดรถถ่ายรูปได้ ก็ลงไปถ่ายรูปเล่นกัน

สวยมากๆ

เรารู้สึกประทับใจมี ซา และครอบครัวมากๆเลย เป็นมิตร คุยสนุก ภาษาอังกฤษเค้าเก่งมากๆเลย เราแค่งูๆปลาๆเอง บอกความรู้สึกของตัวเองไม่หมดว่ารู้สึกดียังไง หากมีโอกาสลองมาทำกิจกรรมนี้ดูนะคะ ได้เดินเขา ชมธรรมชาติ เห็นวิถีชีวิตชาวเขา ได้พูดคุยกัน มันสนุกมากเลยค่ะ เป็นหนึ่งวันที่กลุ่มพวกเราประทับใจมากๆ


28 ส.ค. 2558 : วันนี้เราจะไปพักกันที่ Topas Ecolodge เดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ออฟฟิศของ Topas แจ้งให้เค้ามารับพวกเราที่ Sapa Eden จะมีรถรับส่งฟรีจากซาปาไป Topas เราต้องจองล่วงหน้านะคะ มีรอบรถเป็นเวลาทั้งไปและกลับ (ที่นี่เราติดต่อจองห้องโดยตรงกับทางรีสอร์ท) (ที่ Topas จะไม่มีแปรงสีฟัน ยาสีฟันให้ และไม่มีไดร์เป่าผม)

ที่ Topas Ecolodge ขอลงรูปรัวๆ ที่นี่สวยมาก

วิวจากห้องที่เราพัก

บริเวณทานข้าว

29 ส.ค. 2558 : วันนี้เตรียมตัวกลับซาปา ช่วงเช้าเราไปเดิน Hiking กันที่ Buffalo trail


วิวระหว่างเดินสวยมากๆ


จาก Topas กลับมาที่ซาปา และรถก็มารับไปส่งที่สถานีรถไฟ Lao Cai รถไฟออก 21:05 ถึงฮานอยหกโมงกว่า มีเสียงเพลงปลุกตามเคย แต่ยังไงก็แนะนำให้ตั้งปลุกก่อนรถไฟถึงสักครึ่งชั่วโมงนะคะ กำลังดี ลงรถไฟมารอรถตรงจุดที่ Ms.Huong นัดไว้ แล้วรีบบึ่งไปสนามบินทันที เนื่องจากเครื่องออก 9:00 แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ทันและมีเวลาเหลือเฟือ สามารถไปนั่งทานข้าวที่สนามบินได้ก่อนขึ้นเครื่อง

ได้เวลากลับบ้านเราแล้วน๊า...

ลาแล้วซาปา...พวกเราจะกลับไปอีก


...สรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริป.....

- ตั๋วเครื่องบิน Air Asia : ไป-กลับ *4,000 บาท* (รวมค่าโหลดสัมภาระไปกลับ 20 กิโล)

- รายการที่จองกับ Ms.Huong

. Private van จากสนามบินไปฮานอย 1 คัน : 15 USD / 8 คน

. Night train ไปกลับ (Deluxe Tulico) : 70 USD / คน

. Mini bus จาก Lao Cai ไป Sapa : 3 USD / คน

. Sapa Eden Hotel 2 คืน (พร้อมอาหารเช้า) : 30 USD / คืน : พัก 2 คืน = 60 USD ราคาต่อคน = 30 USD

. Mini bus จาก Sapa มา Lao Cai : 3 USD / คน

. Taxi จากสถานีรถไฟฮานอยไปสนามบิน : 15 USD / 8 คน

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราจองกับ Ms.Huong ราคาต่อคนอยู่ที่ >>> *3,913 บาท*

- ค่ากิจกรรมที่จองกับ Ethos Spirit ในวันที่ 27 ส.ค. : คนละ 21 USD (เงินไทยคิดจากเรทที่ตาลแลกมา = *749 บาท*)

- ที่พักที่ Topas Ecolodge 1 คืน (Executive Bungalow) + อาหารเย็น + อาหารเช้า : *3,000 บาท / คน*

- ค่าประกันการเดินทาง (Cigna) : *300 บาท*

- ค่ากินค่าช็อปปิ้งต่างๆ : *4,400 บาท*

สรุป...ค่าใช้จ่ายทั้งทริปของตาลอยู่ที่ >> 16,362 บาท

ฝากช่องทางการติดตามด้วยนะคะ เข้ามาพูดคุย แนะนำ หรือสอบถามได้ตลอดเลยค่ะ

Facebook > Travel-lism : https://www.facebook.com/2happyjourney


ความคิดเห็น