Maldives in Love | รีวิว "Meeru Island Maldives" ปลายทางในฝัน Honeymoon Suite แบบฟลุ๊คๆ กับงบ 40,000 บาท/คน (รูปเยอะมาก) รีวิวโดย DEKLEANGMHEE

จุดเริ่มต้นของการเดินทางไป Maldives ครั้งนี้ คือ ไปเดินงานท่องเที่ยวค่ะ คือไม่ได้แพลน ไม่ได้คิดจะไปเลยยย จริงจริ๊งงงงง แต่โปรโมชั่นในงานค่อนข้างจะบีบคั้นจิตใจเรามากกก นั่งเล่น IG อยู่ที่บ้านดีๆ ก็เห็นที่พักของเอเจนซี่นึง ที่ Follow เขาไว้นานแล้ว มีโปร Maldives 3 วัน 2 คืน 23,000 บาท

Maldives in Love | รีวิว "Meeru Island Maldives" ปลายทางในฝัน Honeymoon Suite แบบฟลุ๊คๆ กับงบ 40,000 บาท/คน (ร

Maldives in Love | รีวิว "Meeru Island Maldives" ปลายทางในฝัน Honeymoon Suite แบบฟลุ๊คๆ กับงบ 40,000 บาท/คน (รูปเยอะมาก)


จุดเริ่มต้นของการเดินทางไป Maldives ครั้งนี้ คือ ไปเดินงานท่องเที่ยวค่ะ

คือไม่ได้แพลน ไม่ได้คิดจะไปเลยยย จริงจริ๊งงงงง แต่โปรโมชั่นในงานค่อนข้างจะบีบคั้นจิตใจเรามากกก



นั่งเล่น IG อยู่ที่บ้านดีๆ ก็เห็นที่พักของเอเจนซี่นึง ที่ Follow เขาไว้นานแล้ว มีโปร Maldives 3 วัน 2 คืน 23,000 บาท

ตา โต สิคะ ถูกมากกกก รีบใส่เสื้อผ้าวิ่งออกไปงานท่องเที่ยวอย่างไว



เมื่อไปถึงที่บูธพี่ๆก็แนะนำเป็นอย่างดีค่ะ



ตัดสินใจอยู่พักนึง ถึงเวลาทุบขวดโหลใส่เงินที่สะสมมา



โดยรวมสรุปได้ว่า เป็นที่พักที่รีสอร์ท Meeru island บ้านพักเป็นแบบ water villa ค่ะ มี Jacuzzi ในบ้านเลย แค่คิดก็ฟินนนนแล้ววว

แต่เมื่อไปถึงที่พักจริงๆ มีเซอไพรค่ะ ที่พาฟินกว่านี้ค่ะ เซอไพรอะไรเดี๋ยวเล่าต่อไปนะคะ



ในโปรแกรม 3 วัน 2 คืน มีทริปดำน้ำ + ดูพระอาทิตย์ตกให้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ! ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินนะคะ



เราเลยต้องวิ่งไปกลับระหว่าง บูธที่พัก กับ Bangkok airway เพื่อเช็ควันที่ที่พักว่าง ให้ตรงกับ ตั๋วเครื่องบินมีโปรโมชั่น



สรุปเราได้ที่พักมาในราคา 23,000/คน เป็น all inclusive หมายถึง กินดะค่ะ ทั้งข้าว น้ำ คอกเทล ฟรีหมด

และ ตั๋วเครื่องบินราคา 16,490 ฿ รวม vat และกระเป๋า (เราเป็นสมาชิกค่ะ ได้เพิ่มน้ำหนัก 10 กิโล)



หลังจากจองทุกอย่างเรียบร้อย ทางเอเจนซี่ก็จะขอพาสสปอตไปทำเรื่องบุ๊คกิ้งต่างๆ เราสามารถให้เค้าจองวันเวลาที่จะออกไปดูพระอาทิตย์กับดำน้ำให้ได้ที่บูทเลยนะคะ



คราวนี้ก็มาถึงการเตรียมตัวของเราเอง แน่นอนค่ะ

การออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง ฟิตหุ่นสุดพลัง เลิกกินของทอด และขนมหวาน ต้องกำจัดพุงที่มีค่ะ

t25 t35 อะไรที่เขาว่าดี ระบำ ระบม อะไรเต้นหมด วันๆนี่หาแต่ร้านชุดว่ายน้ำค่ะ ไม่เป็นอันทำอะไร จ้องจะชอปปิ้งอย่างเดียว



ต่อมาด้วยหา snorkel กับตีนกบสำหรับใส่ดำน้ำค่ะ ทางรีสอร์ทจะมีให้เช่า แต่เอาไปเองน่าจะคุ้มกว่า และส่วนตัวดีด้วยค่ะ

(ที่หาตีนกบเพราะเป็นคนกลัวหอยเม่นมากค่ะ ไม่ถูกจริตกันจริงๆ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ)

สรุปแล้วเราไปได้ที่ outlet ตึก Bangna tower ค่ะ เซทละ 700 คุณภาพเกินราคามากๆ

และต่อมาที่ขาดไม่ได้ เลย อุปกรณ์สำคัญ กล้อง Oly Pen Epl7 แต่ยังเป็นมือสมัครเล่นนะคะ เป็นทริปแรกที่ได้ลองใช้จริงๆจังๆ ตั้งแต่ซื้อมา ขอเห่อนิสนุง และกล้อง Gopro ไปในทริปนี้ด้วยค่ะ พร้อมอุปกรณ์ pole ลอยน้ำ ที่คาดหัว แล้วก็ข้อมือ กะว่าเก็บทุก moment กันเลยทีเดียว



สรุปค่าใช้จ่าย

1. ที่พัก 23,000 บาท /คน

2. ตั๋วเครื่องบิน 16,490 บาท

3. snorkel เซท 700 บาท

เราไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมอีกแล้วแม้แต่บาทเดียว นอกจากทิปพนักงาน ซึ่งอันนี้ตามแต่ศรัทธานะคะ



ได้เวลาออกเดินทางงงง



DAY 1


ครั้งนี้เราสะดวกสบายได้ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิซึ่งค่อนข้างใกล้บ้าน เครื่องจะขึ้นเวลา 9 โมงครึ่งและเดินทางถึง MLE เวลา 11 โมง 45 ทริปนี้ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงเต็มค่ะ เพราะเวลาที่นู่นจะช้ากว่าเรา 2 ชั่วโมง บินกับ Bangkok airway ก่อนบินก็กินกันตามอัธยาศัยค่ะ


ถึงแล้วค่ะ กระจกเครื่องบินเป็นฝ้าเลยเห็นไม่ค่อยชัดเลยย หรือเป็นเพราะฝีมือการถ่ายภาพก็ไม่รู้ 5555


เมื่อเดินทางถึงสนามบิน เราก็ต้องไปเดินหาเคาทเตอร์ของทางรีสอร์ทเพื่อจะขึ้นเรือข้ามไปที่รีสอร์ท


Meeru จะอยู่เคาทเตอร์ที่ 59 ค่ะ พนักงานให้เรารอประมาณ 40 นาที

ช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้เอง ทำให้เราได้มีโอกาสเดินเล่น ไปถ่ายรูปที่ท่าเรือ


ครั้งแรกที่เห็นน้ำทะเลคือสตันมากกกกก น้ำสีฟ้า ใสสะอาดมากๆ แทบอยากจะกระโดด



ถ่ายรูปเล่นซักพักพี่พนักงานก็วิ่งมาตามเราไปขึ้นเรือค่ะ เรือค่อนข้างจะปลอดภัยเป็นสปีทโบ๊ท 2 เครื่องยนต์ มีหลังคาคลุมหมด ไม่ต้องกลัวเปียก

เดินทางทางเรือต่ออีกประมาณ 40 นาที เรือก็เทียบท่า Meeru Island Resort

ข้างหน้านี่แหละค่ะ ที่จะเป็นที่พักของเราในคืนนี้ ตอนที่เห็นนี่ยังไม่รู้ตัวนะ ว่าจะได้พักที่นี่



ขอเดินเล่น ชิวๆ เก็บภาพกันไปเรื่อยๆ

ตอนแรกที่เห็นยังไม่ว้าววนะ คือรู้สึกมึนๆกับสปีทโบ๊ทอยู่ พอลงจากเรือพนักงานก็วิ่งมาต้อนรับเป็นอย่างดี


พาเราไปที่ lobby เพื่ออธิบาย กำหนดการและแผนที่ภายในเกาะ



และที่เราบอกไว้ตอนแรกว่ามีเรื่องน่าตื่นเต้นคืออออ ทางรีสอร์ทนึกว่าเรามาฮันนีมูน

เค้าเลย upgrade ห้องให้ ฟรี!!!!! เป็น Honeymoon suite โหน้ำตาแทบไหลลล รู้สึกโชคดี

พอเซ็น ลงทะเบียนอะไรกันเสร็จรถกอล์ฟก็มารับเราพร้อมกระเป๋าไปที่ห้องพัก

(รูปภายในห้องพักนี่เป็นรูปจากเวปไซต์ของที่พักนะค่ะ คือคิดว่าถ่ายเป็นวิดีโอมาแล้วแต่กลับมาดูภาพกลับไม่มี เลยหาเพิ่มเติมเอาในเน็ตอีกทีค่ะ)



ครั้งแรกที่เห็นห้องพักคือน้ำตาซึม คือบ้านเราอยู่กลางน้ำ !!!! มี 2 ทางที่จะไปได้คือนั่งเรือ หรือว่ายข้ามไปเท่านั้นค่ะ 555555 ไม่รู้จะเรียกว่าความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง ความสวยงามหายไปพร้อมความสะดวกสบาย


แต่พี่พนักงานน่ารักมากๆ พาเราข้ามไปห้องพักอย่างปลอดภัย

ชมเพิ่มเติมได้ที่ เว็บ http://www.meeru.com/ ของที่พักเลยนะค่ะ



ในห้องจะมี 2 ห้องใหญ่ๆ คือห้องนอนและห้องนั่งเล่นค่ะ อยู่คนละฝั่ง

เมื่อเดินออกไประเบียงก็จะเจอกับ jacuzzi ขนาด นั่งได้ 3 คน คือฟินนนนนน

มองไปหน้าบ้านน้ำทะเลใส ไหลเย็นเห็นตัวปลาเลย



ในวันแรกเราให้ทางเอเจนซี่บุ๊คทริปดู sunset ดูปลาโลมาให้ พอเราเก็บของเปลี่ยนชุดกันเสร็จ ก็เรียก room boy มารับข้ามกลับไปค่ะ



ไปทานอาหารกลางวันกัน

เราไปถึงก็เลยเวลาของบุฟเฟ่ค่ะ ทางรีสอร์ทเลยให้วอชเชอร์ไปทานในร้านแบบฟรีๆ พอทานอาหารกลางวันเสร็จก็เดินเล่นงงๆ ไปที่ reception รอเรือค่ะ พนักงานจะเช็คชื่อตามที่เราบุ๊คไว้และบอกหมายเลขของเรือ วันที่เราไปเรือออกทั้งหมด 3 ลำ เราโชคดีได้ลำเล็ก วิ่งเร็วใกล้ชิดสายลมและแสงแดดมาก


พอออกไปซัก 20 นาที



เริ่มปฏิบัติการตามหาปลาโลมา หาอยู่พักใหญ่เริ่มถอดใจว่าคงไม่เจอ ทั้งๆที่ 80 เปอร์เซนจะเจอ คนขับเรือเลยวนกำลังจะกลับ แล้วเค้าก็มาาาาาา กระโดดแข่งเป็น 10 ตัว



เหยย คือมันแบบ ไม่เคยเห็นมาก่อน คือเค้าน่ารักมากๆๆๆ



แล้วพระอาทิตย์ก็สวยจนลืมวัน ลืมเวลา เราก็ตั้งใจพยายามถ่ายมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้



หลังจากทริป sun set เราก็กลับมาที่รีสอร์ทค่ะ เพื่อทานอาหารเย็น แต่ !!!!


เราดันไปผิดโซน คือน้ำตาไหลริน กินไรไม่ได้เลย อาหารไม่อร่อยเลยยยย คือเป็นโซนของห้องพักบนฝั่งค่ะ อาหารคนละเกรดกับ water villa เลย แบ่งแยกชนชั้นสุดๆ ทานเสร็จเราก็กลับห้องพักค่ะ แช่น้ำจนตัวยุ่ยย แล้วก็อาบน้ำนอนเตรียมตัวตื่นเช้าในวันต่อไป



DAY 2



เช้าวันที่สองเราตื่นช้ากว่าคุณแฟน ตื่นมานั่งส่องวิวตอน 6 โมงเช้า แล้วคือนางเจอกระเบนกับฉลามมม คือฉลามจริงๆนะคะ ไม่ใช่กระป๋องฉลามเหมือนบางแสน ว่ายวนไปวนมาอยู่บริเวณหน้าบ้าน นางรีบวิ่งไปตามเราค่ะ พอเราตื่นมาน้องปลาน้อยสองตัวหายไปแล้ว ตอนนั้นเสียดายมาก คือพลาดโอกาศที่สำคัญของทริปนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

ภาพที่คุณแฟนถ่ายไว้ แล้วเอามายืนยันกับเราว่าเห็นจริงๆนะ



พอเสร็จเราก็ล้างหน้าแปรงฟัน ดำน้ำเล่นบริเวณบ้าน ก็เจอปลาตัวเล็กๆ ปู และกุ้งสวยๆ แต่ไม่มีปะกาลัง พอได้เวลาก็ขึ้นมาอาบน้ำไปทานอาหารเช้า ครั้งนี้เราไปถูกโซนค่ะ คืออาหารเช้าฟินมาก เหมือนโรงแรม 5 ดาวในเมืองไทยปกติเลย แต่บอกตรงๆเราไม่ได้โฟกัสเรื่องกินเท่าไหร่



พอเสร็จเราก็เดินทางไป reception อีกครั้งค่ะ เพราะว่าเราจองทริปดำน้ำไว้ เรือจะออกตอน 10 โมง


ครั้งนี้นั่งเรือออกไปประมาณ 10 กว่านาที เค้าก็ปล่อยเราลงไปดำดูแนวปะกาลัง

ความประทับใจของตรงส่วนนี้ก็คือความใสของน้ำและความเป็นกันเองของปลาค่ะ สนิทกอดคอกันเลยทีเดียว



น้ำใสมากกกกกกกก



กลับมาถึงรีสอร์ทด้วยความหิวโหย ก็ไปทานอาหารกลางวันกันที่เดิม ที่ทั้ง สเต๊ก สปาเกตตี้ แกะ และขนม ผลไม้มากมาย พอทานเสร็จเราก็เดินกลับมาที่ห้องค่ะ เรียกพี่พนักงานมารับกลับห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ



กิจกรรมที่เราได้ไปลองก็มี กอล์ฟค่ะ

แล้วก็คายัค คราวนี้เราได้เจอแล้วค่ะปลากระเบน พอเจอจริงๆ กลัวซะงั้น นึกถึงในเดี่ยวของพี่โน๊ต ที่เค้าดูสารคดีปลากระเบน 5555 พอพายคายัคเสร็จตัวเปียกเหมือนเดิม ( รู้เลยทำไมฝรั่งถึงใส่ชุดว่ายน้ำ 24 ชั่วโมง )



คราวนี้เรากลับห้องค่ะ กะจะมาดำน้ำแถวห้องต่อ เลยไม่เรียกพี่ room boy แล้วว่ายกลับแทน แลดูลำบาก แต่ฟินนะ กลับห้องมาก็คว้า snorkel ตีนกบ ลงน้ำทันที คราวนี้เน้นถ่ายรูปรัวๆค่ะ 55555 น้ำใสเว่อออ

หลังจากนั้นเราก็ขึ้นมาบนห้อง เอา bubble bath เทใส่ jacuzzi เปิดเบอร์แรงสุด แล้วก็เอาไวน์ฟรีมาจิบ แทบพุ่งค่ะ ไม่ค่อยจะถูกกัน จากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัว อีกแล้ว ..

ออกไปทาน dinner กัน ตามคาดดดด อาหารดี ถึงดีมาก สเต๊ก แกะ ปลา เนื้อ ทีโบน สปาเกตตี้ มาเต็ม เครื่องดื่ม คอกเทล โหยคือฟินอะ พอทานอาหารเสร็จเราก็ไปที่ห้องกิจกรรมเล่นสนุ๊ก เล่นพูล หมากรุก เล่นเพลินถึงเที่ยงคืนก็กลับห้องกัน พี่ room boy มารับเราพร้อมส่งใบนัดหมายของวันรุ่งขึ้นวันสุดท้าย



เดินทางมาถึงวันสุดท้ายจนได้

ตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกหงอยๆ รีบตื่นเช้ามาดื่มด่ำกับบรรยากาศของทริปในฝัน



วันนี้โชคไม่ดีค่ะ ฟ้าครึ่งฝนเตรียมพร้อมจะตก เราก็เก็บของ ดูวิว นั่งเล่นหน้าบ้านกันเรื่อยเปื่อย เสร็จเราก็เก็บกระเป๋า ขึ้นเรือกลับฝั่ง ลงจากเรือปุ๊บเห็นอะไรดำๆ เห้ยยยย ฉลาม ได้เจอแล้ว ฉลามใกล้มาก ฉลามตัวเป็นๆเดินเข้าไปใกล้ๆมันว่ายหนี ตื่นเต้นจนลืมถ่ายรูป แฮ่ๆ



ไป check out ที่ reception พร้อมเดินทางกลับ ก่อนจะขึ้นเรือเราก็ไปทานอาหารเช้ากันอย่างเหงาหงอย ปรากฏว่าฝนตกค่ะ เท กระหน่ำซัมเมอร์เซลล์มากก เราต้องนั่งเรือลำเดิมฝ่าพายุกลับมาที่สนามบิน

เราค่อนข้างจะถึงเร็วกว่ากำหนด เลยมีเวลาเดินเล่นใน duty free

ใครหวังจะมาชอป ผิดหวังนะคะบอกเลย แพงทุกสิ่งอย่าง เหล้ายาปลาปิ้งเครื่องสำอางสกินแคร์

หลังจากนั่งมึนๆ มาชั่วโมงกว่าๆ ก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง สัญญานรัดเข็มขัดติ๊งตลอดด ฝ่าพายุอีกแล้วว เครื่องบินเหมือนขับบนทางลูกรัง ลุ้นกันตลอดทาง แต่ก็เดินทางถึงเมืองไทยอย่างปลอดภัยสรุปการเดินทางในครั้งนี้



ความรู้สึกส่วนตัวคิดว่าคุ้มมากๆ กับเงินที่จ่ายไป การบริการทุกส่วนของรีสอร์ทอยู่ในขั้นที่ยอดเยี่ยม พนักงานทุกคนใส่ใจเราเหมือนลูกกันเลยทีเดียว



ห้องพักที่ได้อัพเกรดฟินมากๆ ทั้งวิวและความสะดวกสบาย กิจกรรมในรีสอร์ทก็ค่อนข้างหลากหลาย



อาหารที่ใครกลัวจะทานไม่ได้ ถ้าพัก water villa ไม่ต้องกลัวนะคะ อาหารส่วนมากรสชาติใช้ได้ และเป็นอาหารนานาชาติ เราเป็นคนไม่ทานผัก แต่ก็อิ่มหนำไปทุกมือ มังเค้าก็มีจัดไว้ให้ ไม่ต้องกลัวว่าไปแล้วต้องซดมาม่า เราเตรียมไปเผื่อยังให้กับ room boy ไปตอนกลับ เพราะไม่ได้ทาน



ในส่วนของเครื่องบิน บางกอกแอร์ค่อนข้างจะรักษามาตรฐานของเค้าได้ดีมากในเรื่องของการบริการ และอาหารกลางวัน ถึงแม้จะรู้สึกเหมือนนั่งรถเมย์คันใหญ่บินได้ แต่ก็ประทับใจในความเอาใจใส่ของพี่แอร์ทุกคนมากค่ะ



ถ้าหากใครกำลังมองหาทริปที่จะพักตัว พักใจ พักสมอง ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ

ถึงแม้ว่า เราจะเดินทางในหน้าฝน แต่ไม่ได้แย่อย่างที่กลัว เพราะฝนตกไม่เกิน 10 นาทีก็หายไป ถูกและดีมันมีอยู่จริงๆ



ขอบคุณที่อ่านกระทู้จนจบนะคะ

อันนี้เป็นคลิปวิดีโอ ภาพห้องพักที่เราไปพักนะคะ เสิชเจอเลยเอามาลงให้ดูเพิ่มเติมไหนๆ ก็แท็กห้องกล้องไปแล้ว อยากจะพูดถึงเรื่อง กล้องนิดนึง เราเป็นมือใหม่ที่พึ่งมาลองใช้ Mirrorless Oly Pen Epl7 เป็นตัวแรก

สรุปจากการใช้งานในทริปนี้คร่าวๆ

อยากบอกว่าสีสวยมากกก ใช้โหมดออโต้ตลอดงาน ใช้ก็ไม่เป็นงูๆปลาๆ แต่รูปที่ออกมาก็สวยเกือบทั้งหมด(ในความคิดเรานะ)

คือมือใหม่จริงๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องการถ่ายภาพเท่าไหร่ ยกขึ้นมากดถ่าย จบ รูปทั้งหมดที่ใส่ โลโก้นี้ก็ให้เพื่อนทำให้

จริงๆมีที่ถ่ายวิดีโอไว้ด้วยแต่มันมีเสียงเรางุ้งงิ้งๆ แล้วไม่รู้จะเอาลงยังไง เราว่าภาพคมชัดสวยดีนะ สรุปว่าชอบค่ะ ใช้ง่ายดี

ส่วน Gopro ก็สะดวกเป็นมาตรฐาน ขึ้นบกลงน้ำ ไม่เคยพลาด แต่สีน้ำทะเลไม่สวย อย่างที่ได้ออกจะติดเขียวๆ เราก็ลืมเตรียม red filter ด้วย แต่ก็ถือว่าคุ้มมม



สุดท้ายนี้อยากฝากกระทู้เก่าๆ แวะเข้าไปชมกันได้นะคะ

[CR]เด็กเลี้ยงหมีพาเที่ยว | ตอน ไปลองของใหม่ที่ท้องฟ้าจำลองกันเถอะ ไปดูแสงเหนือ ออโรราาาาาาา

https://th.readme.me/p/1813

[CR] เด็กเลี้ยงหมีพาลุย | "ค่ำไหนนอนนั่น" ณ อยุธยา วังน้ำเขียว Flora park เขาใหญ่ ทุ่งทานตะวันไร่มณีศร วิวสวยสุดฟิน (รูปเยอะ)

https://th.readme.me/p/1818/


ตอนนี้เราทำเพจไว้พูดคุยกับคนที่ชอบเที่ยวเหมือนกันด้วยนะคะ มาร่วมแบ่งปันข้อมูลกันในcommunityเล็กๆนี้กันนะคะ

FACEBOOK : Dekleangmhee - เด็กเลี้ยงหมี
https://www.facebook.com/DEKLEANGMHEE/

ความคิดเห็น