มือลั่น... ฉันเลยต้องไป... ฮ่องกง รีวิวโดย Be Cool by Kru Gib

สวัสดีค่ะทุกๆคนนนนน ปิดเทอมแล้ว ก็ได้เวลาออกท่องโลกบ้างไรบ้าง ไปชาร์จแบตให้กับตัวเองซะหน่อยยยยย ทริปนี้เกิดจาก เพื่อนสนิทชาวฮ่องกง: Gib! I'll get married in October. Will you join my wedding ceremony? เรา: Well, i'm not sure but I really want to. เพื่อนสนิทชาวฮ่องกงคุยผ่าน Wechat บอกว่าจะแต

มือลั่น... ฉันเลยต้องไป... ฮ่องกง

มือลั่น... ฉันเลยต้องไป... ฮ่องกง

 วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 21.28 น.

 วันที่เดินทาง 23 ต.ค. 2561

สวัสดีค่ะทุกๆคนนนนน ปิดเทอมแล้ว ก็ได้เวลาออกท่องโลกบ้างไรบ้าง

ไปชาร์จแบตให้กับตัวเองซะหน่อยยยยย

ทริปนี้เกิดจาก

เพื่อนสนิทชาวฮ่องกง: Gib! I'll get married in October. Will you join my wedding ceremony?

เรา: Well, i'm not sure but I really want to.

เพื่อนสนิทชาวฮ่องกงคุยผ่าน Wechat บอกว่าจะแต่งงาน ชวนเราไปร่วมงานแต่งที่จะจัดขึ้นช่วงเดือนตุลาคม เราก็บอกได้แค่ว่าอยากไปนะ แต่ไม่มั่นใจ เพราะมีภารกิจหลายอย่าง

*************************************************

คืนวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม เวลา 23.35 น.

เรายังไม่นอน เล่นเฟซเป็นปกติ.....แต่บังเอิญเจอโปรโมชั่นสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคลดราคา......เราก็ตาโต กระวนกระวายใจ จนต้องเข้า แอพพลิเคชั่น Skyscanner (แอพพลิเคชั่นเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน รถเช่า โรงแแรม...เราจะได้รู้ว่าอันไหนถูกสุด...ควรโหลดไว้ที่มือถือ!!!)ทันทีทันใด....ปรากฏว่าช่วงที่เราจะไปนั้น สายการบิน low cost ดันราคาสูงกว่าสายการบิน full service อย่างคาเธ่ย์แปซิฟิคซะงั้น

นับ หนึ่ง สอง สาม...สติไม่มี....คลิกเข้าเว็บไซต์ของ สายการบินคาเธ่ย์ แล้วทำการจอง...พอจะจ่ายเงิน สติดันกลับมา เลยกดออก ไม่เอาๆ อย่าเพิ่งเลย....กลัวมีงานด่วนเข้าช่วงที่เดินทาง

จากนั้นเราก็ไปเล่นเฟซต่อ...ก็ยังกระวนกระวายใจ...เลยกลับมาที่เว็บไซต์ของ สายการบินคาเธ่ย์อีกครั้ง กดจองต่อ นับ หนึ่ง สอง สาม...มือลั่นค่ะทีนี้...จดกอง จ่ายตังค์ตัดบัตรเครดิตเสร็จสรรพ สอยมาได้ในราคา 6,645 บาท ดูหนัง ฟังเพลงมีอาหาร เครื่องดื่ม กระเป๋าโหลดได้ 30+ 7 kg ....แต่รอบนี้เราจองโปรโมชั่นเลยเลือกที่นั่งไม่ได้ (แต่สายการบินจะเปิดให้ เช็คอิน และจองที่นั่งออนไลน์ก่อนการเดินทาง 48 ชั่วโมงค่ะ) สายการบินนี้ไม่ลดราคาลงมาบ่อยๆ เราเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ555 และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของทริปนี้ ถ้ามือไม่ลั่นตอนห้าทุ่มกว่า ก็คงไม่ได้ฤกษ์กลับไปเยี่ยมฮ่องกงที่รักซะที หุหุ รอบนี้เป็นการไปฮ่องกงครั้งที่ 4 ของเราค่ะ

*****************************************************************

ก่อนอื่นเราขอออกตัวก่อนเลยว่า เราเคยมีโอกาสได้เรียนที่ฮ่องกง 1 ปี พอผ่านมาหลายปีก็ลืมรายละเอียดการเดินทาง เราก็กลับไปเยี่ยมเพื่อนที่นั่น ก็ไม่จำเป็นต้องจำอะไรเลย เพราะมีเพื่อนนำทาง พาไปนู่นนี่นั่น....แต่ครั้งนี้เราจะจำรายละเอียดต่างๆ เพื่อมารีวิว ให้ทุกคนได้อ่านและนำไปใช้ประโยชน์ค่ะ ดูทุ่มเทเนอะ5555 อ้อ!! รอบนี้เราไปแอบตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเราจะไปงานแต่งงานเพื่อนด้วย ซึ่งพิธีก็จะเป็นแบบฮ่องกง จีนแท้ๆ นี่เราไปเรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อมาเล่าสู่กันฟังนะเนี่ยยยยยย

*****************************************************************

"ฮ่องกง" ในความคิดเรานะ

อย่างแรกเลย คือเรามีเพื่อนสนิทที่นั่น ได้มีเพื่อนสนิทชาวจีนก็รู้จักจากที่นี่ มีความทรงจำดีๆที่นี่ เป็นช่วงเรียนที่ได้หัวเราะทุกวันเลยแหละ ต่างชาติ ต่างภาษา แต่คลิ๊กกันได้เร็วมาก ทุกวันนี้ยังติดต่อกันตลอดค่ะ...

อย่างที่สอง เที่ยวง่ายมาก สะดวกสบาย จะข้ามไปเที่ยวมาเก๊าก็ไปง่ายมาก ไปกลับภายในวันเดียวก็ได้ จะข้ามไปเสินเจิ้นที่จีนก็ไปง่ายมาก เห็นมั้ยว่า ฮ่องกง เป็นที่ที่เพื่อนๆควรจะมา!!!!

อย่างที่สาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฮ่องกงคือสวรรค์นักช้อป!!!

******************************************************************

แผนการท่องเที่ยว 5 วัน 4 คืน (23 - 27 ตุลาคม 2561) ที่วางไว้แต่แรก

Day 1 ออกจาก BKK 12.35 น. ถึง HK 16.30 น. ตามเวลาในฮ่องกง ดู Symphony of Lights

Day 2 Victoria Peak, Ngong Ping 360

Day 3 One day trip in Macau เที่ยวมาเก๊าใน 1 วัน

Day 4 ร่วมงานแต่งเพื่อนตั้งแต่เช้าตรู่ถึงดึก

Day 5 Shopping เล็กๆน้อยๆก่อนกลับ ออกจาก HK 15.55 น. ถึง BKK 17.50 น. ตามเวลาในไทย

แต่!!!!!! พอเอาเข้าจริงๆ เปลี่ยนแผนค่ะ

Day 1 ออกจาก BKK 12.35 น. ถึง HK 16.30 น. ตามเวลาในฮ่องกง กินติ่มซำกับเพื่อนๆ (เพื่อนเลี้ยง)

Day 2 Hollywood Road, Man Mo Temple, Ngong Ping 360 กินมื้อเย็นกับเพื่อน (เพื่อนเลี้ยง)

Day 3 One day trip in Macau เที่ยวมาเก๊าใน เวลา 3 ชม. กินข้าวเที่ยงกับเพื่อน (เพื่อนเลี้ยง) เย็นๆ เพื่อนที่อยู่ฮ่องกงก็เลี้ยงข้าวอีก ค่ำๆ ก็ shopping

Day 4 ร่วมงานแต่งเพื่อนตั้งแต่เช้าตรู่ถึงดึก พิธีเค้าเยอะมากทั้งวันเพลียไปตามๆกัน

Day 5 ตื่นสายยยยยยยจ้าาาาาา เพราะเหนื่อยมากกับงานเมื่อวานนน รีบๆอาบน้ำ เก็บกระเป๋า นั่งรถบัสไปสนามบิน ออกจาก HK 15.55 น. ถึง BKK 17.50 น. ตามเวลาในไทย

**สรุปค่าใช้จ่าย (ไม่รวมค่าช้อปปิ้ง และค่าโรงแรม เพราะเราพักกับเพื่อนฟรีค่ะเลยประหยัดค่าโรงแรมได้เยอะเลยค่ะ) บางครั้งก็แอบอายนะ5555 นี่ไปฮ่องกงหมดเงินนิดเดียว คือเพื่อนเลี้ยงข้าวตลอด บอกว่านานๆเจอกันที นอกจากนี้ได้เงินกลับมาซะงั้น 55555 คือเราไปเป็นหนึ่งในทีมเพื่อนเจ้าสาวไง เจ้าภาพแจกซอง ทั้งแม่เจ้าสาวแจก แม่เจ้าบ่าว เจ้าสาว เจ้าบ่าวแจก นี่รวมๆ ก็เกือบๆค่าเครื่องเลยนะ5555

1. ค่าเครื่องบินไปกลับ 6,645 Baht

2. ค่าบัตร Octopus 300 HK$ (1,260 บาท)

3. ค่า Crystal cabin (Single trip) 215 HK$ (903 บาท) ปล. หากนั่งกระเช้าธรรมดาถูกลงอีกนะคะ

4.ค่าเรือไปกลับมาเก๊า 171 + 160 = 331 HK$ (1,390.2 บาท)

รวม 10, 198.2 บาท

>>การเตรียมตัวนะคะ ปลั๊กไฟที่ฮ่องกงใช้แบบนี้นะคะ

อันนี้เราเตรียมไปค่ะ อันเดิมตั้งแต่สมัยอยู่ที่ฮ่องกง

และแลกเงินไปให้เรียบร้อย อย่าแลกของธนาคารที่สนามบินนะคะเราแลกที่ Super Rich ค่ะ

>>ค่าเงินที่แลก 1 HK$ = 4.2 Baht ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2561

เกริ่นมาซะเยอะ...... เอาเป็นว่า ไปเที่ยวพร้อมกันเล้ยยยยยย!!!!

******************************************************************

Day 1 เราเลือกไฟล์ทเที่ยงกว่าๆ (เราเข้าไปเช็คอินในแอพพลิเคชั่นของ Cathay Pacific เลือกที่นั่งติดหน้าต่างฝั่งซ้ายนะถ้าไม่อยากโดนแดดส่อง )เพราะไม่อยากเร่งรีบ ไม่อยากตื่นเช้ามาก (เคยไปไต้หวันแล้ว บินดึกถึงเช้า ปรากฏว่าสังขารไม่ให้ค่ะ5555 ง่วงงงงง อยากงีบมากกกก) เรามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 10.55 น. เครื่องออก เวลา 12.35 น.

ภายในเครื่อง

เครื่องขึ้นซักพักก็เสิร์ฟอาหาร

เรามาดูหน้าตาอาหารกันค่ะ

ตามด้วยไอศครีม

ทานอิ่มแล้วนั่งดูหนัง ฟังเพลง แป๊บๆก็ถึงค่ะ 16.30 น. ตามเวลาในฮ่องกง

เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนเดินเข้าไปในสนามบิน (นี่ยังไม่ถึง ตม.นะ) ด้วยความที่เราเดินทางคนเดียว เป็นผู้หญิงด้วย เจ้าหน้าที่เลยเข้ามาถามจ้าาาาาา....คือเราคิดในใจแระ เพราะตอนปี 2012 เดินทางคนเดียว ตอนนั้นมีเรียกเข้าไป เพื่อขอเปิดกระเป๋าเลยจ้าาา

ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็เริ่มถามเลยจ้า ว่ามากับใคร พอเราบอกว่ามาคนเดียว ก็เริ่มถามมารัวๆจ้า (คือชื่อเสียงหญิงไทยไม่ค่อยดีในสายตาชาวโลกไง เราก็ตอบคำถามไป... หากคนที่พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ก็ให้เตรียมข้อมูล เช่น ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และ โรงแรมไว้ค่ะ ก็ไม่ต้องห่วงหรอกได้เข้าแน่ๆ เค้าแค่เช็คข้อมูลเฉยๆ ^^)

เจ้าหน้าที่ก็ถามต่อว่ามาทำไม? เราก็ตอบว่ามาเยี่ยมเพื่อน

พักที่ไหน? เราก็ตอบว่าพักกับเพื่อน.... ขอดูที่อยู่เพื่อนหน่อย.... เราก็มีรูปในมือถือก็ยื่นให้ดู

ยัง...ยังคงถามอีกว่า กลับวันไหน? เราก็บอกว่า 27 ตุลา ขอดูตั๋วบินกลับไทยอีก เราก็ยื่นมือถือให้ดู

เจ้าหน้าที่คนนี้ก็ปล่อยให้เราเดินต่อ....ต่อไปที่ ตม. (เค้าก็คงวอหากันแหละ 5555 เออ หน้าตาเราน่าสงสัยยยย)

มาต่อที่ ตม. คำถามเดิมจ้า ยืนตอบคำถามนาน รอบนี้เราก็บอกว่า มาเยี่ยมเพื่อนและมางานแต่งเพื่อน

จนท.ก็ขอดูตารางงานแต่งเพื่อน สถานที่จัดงาน

เราเลยเปิด Wechat ที่เราคุยกะเพื่อนให้ดู จากนั้น จนท. ตม. ก็ ผายมือไป หา จนท. ผู้ชายอีกคน

จนท.ชายคนดังกล่าวก็เชิญเราไปนั่งที่เก้าอี้ที่มีแผงกั้นจ้า555 ดีนะเราไม่รีบ ที่สำคัญสนามบินมีเนตให้เล่น เลย Wechat คุยกะเพื่อนๆว่าออกไปช้าหน่อย

จนท.ชายคนดังกล่าวก็ถามคำถามเดิมๆ ถามอีกว่ามากี่รอบ แล้วเค้าก็เช็คข้อมูลซักพักประมาณ 3 นาที จากนั้นฮีก็เดินกลับมาผายมือ ให้เราไปได้

และแล้วววววว.....ก็ได้เข้าฮ่องกงจ้าาาาาา

จริงๆเราจะเข้าเมืองเอง แต่เพื่อนคนที่จะแต่งงาน (ฟรานเซส )บอกว่าอยากมารับที่สนามบิน เราเลยนั่งรอ

จนกระทั่งฟรานเซสมา ก็วิ่งกอดกันนนนนน พร้อมกับเอา Sim โทรศัพท์มาให้เรา บอกว่าซื้อไว้ให้

เราใช้ตัวนี้

จากนั้นเราก็ทำการเติมเงินในบัตร Octopus (บัตรนี้ใช้ซื้อของในร้านต่างๆได้ ตื๊ดค่ารถไฟฟ้า รถบัส รถราง ได้) เราใช้บัตรเดิมสมัยที่มาเรียนมีรูปอันน่าเกลียด น่ากลัวของตัวเองสมัยเรียนติดด้วย ใช้ไปผวาไป5555

เราเติมเงินใส่บัตรไป 300 HK$ ตอนแรกจะเติม 500 ฟรานเซสว่าเยอะไป

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็เดินทางเข้าเมืองกัน

เราเลือกนั่งรถบัส A11 จากสนามบินไปลงที่พักเพื่อนอีกคน (ซึ่งเป็นคนจีน ชื่อ จิ้ง ค่ะ) ในราคา 40 HK$ ถูกกว่า รถไฟฟ้า Express ตั้งเยอะ ถ้ารถไฟฟ้า Express น่าจะ 100 HK$

ในรถบัสนี้หากเราเลือกนั่งที่นั่งชั้นบน กระเป๋าเดินทางเราอยู่ชั่นล่างไม่ต้องห่วงค่ะในรถมีกล้องวงจรปิด ชั้นบนมีจอให้เราดูกระเป๋าเราได้ตลอดค่ะ

ก่อนเข้าเมืองเรามาดูแผนที่ MTR ของฮ่องกงกันก่อนค่ะ

เรากะฟรานเซสก็นั่งรถบัสกันประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงที่พักของจิ้ง เราไม่ได้พักกับเพื่อนที่เป็นเจ้าสาวนะ เพื่อนที่เป็นเจ้าสาวมารับเราที่สนามบินเพื่อไปส่งที่พักจิ้ง ซึ่งก็อยู่ในกลุ่มที่เราสนิทด้วยนั่นแหละ

ที่พักจิ้งอยู่ฝั่ง Hong Kong Island ค่ะ ย่าน Causeway Bay เลย ถ้าสถานีรถไฟฟ้าก็ สถานี Tin Hau นั่นเองค่ะ ที่พักเพื่อนเราสะดวกสบายมาก ข้ามถนนก็สถานีรถไฟฟ้าเลย ร้านอาหารชื่อดังมากมาย ย่านช้อปปิ้งด้วยค่ะ

พอถึงที่พักเพื่อน เก็บของ ดื่มน้ำ พักนิดหน่อย ที่พักเพื่อนเรามี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถง มาดูห้องพักเราดีกว่า เพื่อนจัดห้องรอต้อนรับเราน่ารักมาก

จากนั้นเพื่อนทั้งสองก็พาเราเดินไปทานติ่มซำกันเพราะหิววววววววกันแล้ววววว

ข้างในจะหวานๆ เค็มๆ

เราชอบอันนี้ไส้หมู

ฮะเก๋าของโปรดดดดด กุ้งตัวเป้งๆ

ทานอิ่มแล้ว ฟรานเซสขอจ่าย บอกว่าเลี้ยงต้อนรับ

อิ่มแล้วเราก็แยกย้ายไปเดินเล่น และนั่งรถราง (Tram) ชมเมืองยามค่ำคืน รถรางนี่คลาสสิคสุดๆ เราชอบมาก แถมราคาถูกด้วย 2.6 HK$

มีหลายสไตล์

นั่งไปลงย่านช้อปปิ้ง Causeway Bay

มีนิทรรศการมิกกี้เม้าส์ด้วย ถ่ายรูปเพลินๆ


เป็นอันจบวันแรก

ก่อนนอน จิ้งเดินมาบอกว่า คนจีนและคนฮ่องกงมักจะเอาผ้าปิดกระจกก่อนนอน เค้าบอกว่ามันไม่ดี (คงจะเกี่ยวกับผีมั้ง เราไม่กล้าถาม555 เพราะมโนเก่ง ปกติที่ไทยเราก็ไม่อะไร นี่เพื่อนบอกเลยเอาผ้ามาปิดกระจกตามเพื่อนดีกว่า55555)


Day 2 Hollywood Road, Man Mo Temple, Ngong Ping 360 ทานมื้อเย็นกับเพื่อน (เพื่อนเลี้ยง)

วันนี้เราก็ตื่นมาประมาณ 8 โมง ส่วนจิ้งนั้น ก็ไปทำงานตามปกติ เราก็กว่าจะเริ่มทริปได้ก็ออกจากที่พักประมาณ 10 โมง ในใจก็นึกว่าไปไหนดี แต่แล้วก็นึกถึง Hollywood Road ขึ้นมาทันทีเพราะว่าเราชอบถ่ายรูป เลยมุ่งหน้าไปที่ MTR สถานี Tin Hau เดินข้ามถนนจากที่พักเอง


ไปลงที่ สถานี Sheung Wan แล้วเดินออก Exit A2 เดินไปเรื่อยๆ อ่านป้าย คือจริงๆแล้ว แถวๆนั้นจะมีภาพสวยๆตามผนังตึก คือเราเดินไปเรื่อย ชอบตรงไหน ถ่ายตรงนั้น เราแนะนำเลยถ้าใครชอบถ่ายรูปนะ

อยากมีรูปตัวเองมั่ง...ทำไงดี คนแถวนั้นก็ไม่มี....ถ่ายเองก็ได้วะ

มุมมหาชน...เราก็เซลฟี่ตลอด ถามให้คนอื่นถ่ายให้ก็ไม่ถูกใจ จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งขอให้เราถ่ายรูปให้ เราเลยขอให้เค้าถ่ายให้เรามั่ง คุยภาษาอังกฤษกันซะนาน คุยไปคนมา อ้าววว....คนไทยนี่เอง หัวเราะกันใหญ่ ต้องกราบบบบขอบพระคุณนะคะที่ทำให้เรามีรูปเต็มตัวกะเค้าบ้าง ^^

คือจริงๆ แต่ละถนนเราก็จำชื่อไม่ค่อยได้หรอก เดินไปเรื่อยๆ เห็นกรุ๊ปทัวร์ก็เดินตามเค้าบ้าง เพราะถ้ากรุ๊ปทัวร์ไป มันต้องมีที่ที่น่าสนใจแน่ๆ....เดินไปเรื่อยๆ ตามป้ายก็เจอวัด Man Mo หรือคนไทยเรียกว่า วัดหม่านโหมว ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเกาะฮ่องกง

คือตอนนั้นเราเดินไปเรื่อยๆ แถวๆสถานี Central แหละ แต่เราก็หา MTR ไม่เจอซะที ได้แต่รูปมา 555

เลยตัดสินใจนั่งรถรางไปลง Wan Chai ข้ามถนนก็สถานี MTR Wan Chai เราเลยได้นั่งย้อนกลับมาลงที่ สถานี Central เพื่อเปลี่ยนเป็นสายสีส้ม นั่งสุดสายไปลงสถานี Tung Chung พอถึงก็ทานเค้กและนม รองท้อง เพราะต้องรีบไปต่อคิวซื้อตั๋วนั่งกระเช้า จริงๆถ้าจองออนไลน์จะไม่ต้องต่อคิวนาน ต้องจองก่อนวันนึง (https://www.np360.com.hk/en/ticketing/tickets-tour...)

แต่เราไม่จองเพราะเราต้องดูสภาพอากาศช่วงเช้าก่อน ไม่งั้นขึ้นไปบนเขาก็ถ่ายรูปไม่สวย เจอแต่หมอก....พอสภาพอากาศดี เราเลยตัดสินใจอย่างด่วน

***************************************************************************************

เราต่อคิวซื้อบัตรประมาณครึ่งชั่วโมง เราเลือกกระเช้าแบบพื้นกระจก เพราะแบบธรรมดาเคยนั่งแล้ว ซื้อเที่ยวเดียวในราคา 215 HK$ ถ้าซื้อไป-กลับราคาก็ 315 HK$ แต่เราอยากนั่งรถบัสลงจากเขา ลองหลายๆแบบสนุกดี

เมื่อซื้อตั๋วได้แล้ว

เราก็ต้องไปต่อแถวขึ้นกระเช้า เราก็ว่าเราอ่านป้ายดีแล้วนะ แต่ก็ยังไปต่อแถวผิดจ้าา เป็นงี้ตลอดเว55555 เราไปต่อแถว Standard Cabin ซึ่งแถวยาวเว่อร์.....

ดีนะยังพอมีแต้มบุญเหลือ เรานึกได้ก็รีบมุดไปต่อแถวของ Crystal Cabin ซึ่งแถวสั้นกว่าเยอะ รอไม่ถึง 3 นาทีก็ได้ขึ้น

ช่วงแรกที่ขึ้นเราตื่นเต้นกับการถ่ายรูป เลยลืมไปว่ามันเสียว และโหวงเหวงขนาดไหน พอนึกขึ้นได้ก็แอบขาสั่นเหมือนกัน แต่เราว่ามันก็คุ้มนะ

นั่งไปน่าจะเกือบๆครึ่งชั่วโมงได้ก็ถึงแล้ววววว มีร้านค้าของที่ระลึกเต็มไปหมด คนก็เยอะเพราะเป็นที่นิยมมากัน


เดินไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปไหว้พระใหญ่กัน เห็นพระอยู่ไกลๆ เดินต่อปายยยยยย

เดินเยอะหน่อยวันนี้ ปวดขากันเลยทีเดียว

เอาล่ะ ได้เวลาตะเกียกตะกายหอบสังขารขึ้นไปชมความงามกันแล้ว 1....2....3....ลุย!!

หอบสังขารขึ้นมาแล้วววว เล่นเอาหอบกันเลยทีเดียว

ทริปนี้ได้แต่ภาพเซลฟี่


เดินชมวิว ไหว้พระและ บริจาคเสร็จแล้วเราก็เดินลงมา เพื่อเข้าไปชมวัด

นั่งพัก นั่งดูผู้คนเดินไปมา และแล้วก็ถึงเวลากลับ เพราะมื้อเย็นจิ้งนัดจะเลี้ยงข้าวเรา หน้าที่เราต้องกินนนน55555

ดีนะที่ตอนกลับเราตัดสินใจจะนั่งรถบัสกลับ เพราะแถวขึ้นกระเช้าโคตรรรรรยาวอ่ะ เว่อร์วังอลังการมากกกกก อย่างต่ำต้องรอเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้น

ส่วนเราน่ะหรอ?? รอรถบัส ลงเขาชิลล์ๆคร่าาาาา

เดินออกประตูนี้เลยค่ะ

แล้วก็เจอป้ายบอกทาง

ช่วงแรกเราไปรอผิดป้าย แต่ก็ถามคนข้างๆ เค้าบอกว่าถ้าจะไป MTR ต้องไปรอรถบัสที่ป้ายนี้

เราก็รีบวิ่งไปต่อคิวเลยจ้า คิวไม่ยาว เรารอตอนนั้นประมาณ 15 นาทีก็ได้เวลาขึ้นรถบัส

นั่งชมวิวไปเพลินๆ เผลอหลับบ้างประมาณชั่วโมงนึงก็ถึง สถานี MTR Tung Chung เราก็นั่งมาลงสถานี Central และเปลี่ยนมาสายสีน้ำเงิน กลับสถานี Tin Hau เพื่อทานมื้อเย็นกับจิ้งที่ภัตตาคารแถวๆที่พัก

เป็ดปักกิ่ง ของโปรดดดดดด แต่ถ้า original ต้องไปทานที่ปักกิ่งนะ มีเชฟมาหั่นเป็ดให้ที่โต๊ะอร่อยมาก

เราทานที่ฮ่องกงก็อร่อยยยยยยยยยยย

ห่อกินนนนนนนนน ยัดเข้าปากกกกกก ฟินนนนนนน

ลุยยยยย!!! หญิงไทยต้องถึก แล้วก็กินเก่ง เรามีคุณสมบัติครบ555555555555555

อิ่มแล้วก็....ยังไม่ดึก ก็ต้องเดินย่อยกันหน่อย นั่งรถรางเล่นไปชมวิวดีกว่าแถว Central เพื่อไปชม Hong Kong Observation Wheel ริมอ่าววิคทอเรียซะหน่อย เราไปช้าเลยไม่ทันดู Symphony of Lights ตอนช่วงสองทุ่มก็ไม่เป็นไร เคยเห็นแระ555 แอบปลอบใจตัวเอง


ลมเย็นๆ กินไอติมไปด้วย ก็ถึงเวลากลับไปนอนพักผ่อน วันนี้เดินเยอะมาก ปวดขาชะมัดดดด

Day 3 One day trip in Macau เที่ยวมาเก๊าใน เวลา 3 ชม. กินข้าวเที่ยงกับเพื่อน (เพื่อนเลี้ยง) เย็นๆ เพื่อนที่อยู่ฮ่องกงก็เลี้ยงข้าวอีก ค่ำๆ ก็ shopping

วันนีัเราก็ตื่นสายนิดๆ จิ้งก็ออกไปทำงานตามปกติ ส่วนเรานั้นจะไปทักทายเพื่อนที่มาเก๊าซะหน่อย แต่จะไม่กลับมาฮ่องกงค่ำ เพราะจิ้งบอกว่าให้รีบกลับ จะเลี้ยงข้าวอีก 555 นี่ยังไม่ได้เสียตังค์กินข้าวเองเลยยยย

เราเริ่มออกจากที่พัก 10 โมง เพราะ Ferry ที่จะขึ้นเรือไปมาเก๊านั้นใกล้ๆที่พักเราเอง นั่งรถ MTR จาก Tin Hau ไปลงที่ Sheung Wan (อ้อ...เมื่อไม่กี่วันมานี้ทางการเค้าได้เปิดสะพานระหว่างฮ่องกงกับมาเก๊า ฉะนั้นการเดินทางจาก ฮ่องกงไปมาเก๊าก็มีรถบัสอีกวิธีนะจ๊ะ เห็นเค้าว่าวิวสวยเลยทีเดียว....อ้อ เกือบลืม ยังมีอีกวิธีหนึ่ง เฮลิคอปเตอร์ด้วยจ้า ราคา ก็ 2000 กว่าเหรียญมั้ง เกือบหมื่นแหนะ)

จากนั้นก็เดินตามป้ายไปซื้อตั๋วกันค่ะ เราซื้อของ Turbojet

เราไปถึง 11 โมง เลยได้เวลา 11.15 น. เราซื้อตั๋วกลับไว้เลยเพราะจะต้องรีบมาทานข้าวมื้อเย็นกับจิ้ง จิ้งบอกจะเลี้ยงอีก นอกจากเที่ยวแล้วเราต้องกินข้าวกับเพื่อนอีกนะ5555

เราจองตั๋วกลับเวลา บ่าย 3 โมงครึ่ง แสดงว่าเรามีเวลาในมาเก๊าไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เพื่อนที่มาเก๊า รีบๆๆๆพาเราทานข้าว รีบๆๆๆๆ เดินชมมาเก๊า5555

มาดูภายในเรือกันค่ะ ที่นั่งสะดวกสบาย มี wifi ให้เล่น

นั่งไป ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้วววว

เตรียมตัวผ่าน ตม.กัน

พอถึงมาเก๊า เพื่อนก็ยืนรอรับ หลายปีมากที่ไม่ได้เจอกัน

เพื่อนเราก็พาเราไปดูคาสิโนก่อนเลย พาไปชม แต่เค้าห้ามถ่ายรูป ดูเสร็จ ก็พากันเดินลัดเลาะริมทะเล เพื่อจะไปทานมื้อเที่ยงกัน


เราบอกเพื่อนว่าอยากทานแบบร้าน local ที่คนมาเก๊าทานกัน

เพื่อนเราเลยพามาลอง

เมนูแรกที่เสิร์ฟก็ซุปกระดูกหมูก่อน รสชาติเหมือนแกงจืดบ้านเราแหละ

จากนั้นเพื่อนเราสั่งเมนูนี้มาให้เราพร้อมข้าวสวย เมนูนี้นั้นเป็นสไตล์โปรตุเกส ซึ่งรสชาตินั้นก็เหมือนกับมัสมั่นไก่บ้านเรานั่นเอง อร่อยยยย ทานกับข้าวสวยร้อนๆ แต่จะต่างกันหน่อยเพราะเค้าโรยด้วยลูกเกด และมะกอก

ทานอิ่มแล้วก็ดื่มชานมร้อนๆ แบบที่คนมาเก๊าเค้าชอบดื่ม แต่เราต้องเติมน้ำตาลหน่อย

ทานอิ่มแล้วเราก็รีบๆๆๆๆๆ เดินไปถ่ายรูปจ้า

เราบอกเพื่อนว่า ไม่ได้ไปหลายที่ก็ไม่เป็นไรเพราะนี่คือครั้งที่ 3 ที่เรามา มาเก๊าแล้ว เราก็แค่แวะมาทักทายเพื่อน และถ่ายภาพสวยๆ มาเขียนรีวิวเฉยๆ ตอนแรกเราอยากไปประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล(Ruins of St.Paul) แต่เนื่องด้วยเวลาไม่เอื้ออำนวย เพื่อนเราเลยพาเดินไปใกล้ๆกับร้านอาหาร ไปนั่ง tram รถรางชมวิวมาเก๊าซึ่งเราก็ยังไม่เคยไป

แต่เราโชคดีเกินไป555 เค้าปิดปรับปรุง

เราเลยเดินเข้าไปดูหน่อย มีสวนสัตว์ในสวนสาธารณะนี้

จากนั้นเพื่อนเราเลยพาเดินไปถ่ายรูปที่ Latin Road เราชอบที่นี่ พอจะได้ภาพสวยๆบ้าง

คาสิโนแห่งแรกของมาเก๊า ตอนนี้ยกเลิกกิจการแล้วว่างั้น

เดินมาเรื่อยๆ ก็มีตึกสวยๆเยอะแยะ สไตล์โปรตุเกส เพราะแต่ก่อนโปรตุเกสมาล่าอาณานิคมที่มาเก๊า

การจะได้รูปเต็มตัวในทริปนี้ก็จะลำบากหน่อย เพราะเราเที่ยวคนเดียวซะส่วนใหญ่

เราใช้ให้เพื่อนกดชัตเตอร์ บอกเพื่อนว่า ถือกล้องแบบนี้นะ ชั้นจะวิ่งไปอยู่ตรงนี้นะ กดถ่ายเลยนะ.......นี่ถ่ายเป็นร้อย ได้ภาพดีๆ ไม่เกิน 5 รูปอ่ะบอกเลย 55555 ถือว่าพอมีแต้มบุญเหลืออยู่อ่ะ




บางสถานที่ก็เตรียมงานต้อนรับเทศกาล Halloween กันแล้ว

หลอนๆ กันหน่อยๆ

รูปสุดท้ายของผีๆ พอแระๆ

พอถ่ายรูปได้พอสมควร ก็ได้เวลาเดินกลับไปที่ท่าเรือ เตรียมนั่งเรือกลับฮ่องกงแล้ว คือจริงๆถ้าใครไม่รีบกลับค่ำๆก็ได้นะคะจะได้ดูแสง สี ของมาเก๊ายามค่ำคืน สวยยย อลังการเลยทีเดียว

นั่งรอเวลาขึ้นเรือกลับ

แอร์เย็นๆ เล่นเนตไป ชมวิวทะเลไปก็ถึงฮ่องกง

พอกลับฮ่องกง ก็เหมือนเดิมจ้า ตม.ถามเยอะ ตามเคย มาคนเดียวไง ผู้หญิงด้วย555

เราเลยใช้เวลาซักพักที่ ตม. ฮ่องกงจ้า

จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับที่พักเพื่อไปหาจิ้ง

เราบอกจิ้งว่าวันนี้ขอทานพวกที่มีหมู หรือเป็ดกับข้าวอ่ะ จิ้งบอกว่าร้านแถวที่พักเลยยย ร้านดังว่างั้น


เห็นพวกห่าน เป็ด ไก่ ที่ห้อยอยู่หน้าร้าน เราเห็นแล้วอยากกินทั้งหมดเลย....ใจเย็นๆๆๆแก55555

ที่เราสั่งจะเป็นหมูกับห่านจ้า(BBQ Pork และ Roasted Goose) เมนูมีภาษาอังกฤษนะคะ


ผักลวก ใส่ซอส สไตล์ฮ่องกง

กินหมด เหลือข้าวนิดหน่อย เพราะเค้าให้ข้าวเยอะ

กินอิ่มเดินย่อยโดยการไปช้อปปิ้งต่อ

กินชานมไข่มุกไปด้วยยยย ก่อนหน้าไปรอร้านดัง คิวยาวเว่อร์ เราไม่รอจ้า5555 กินร้านนี้ก็ได้ กินต่อไปไม่รอแล้วววว

เนี่ยแถวร้าน Tiger ร้านดัง คนเยอะเว่อร์ นี่จิ้งบอกว่าน้อยแล้วนะ555 เราเห็นคิว ถึงขั้น ถอยยยย ไม่กินก็ได้

นี่เราเดินจนห้างปิดอ่ะคิดดู ได้เวลากลับไปพักแล้วววงั้น

นั่งรถรางชมวิวยามค่ำคืน

พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปร่วมงานแต่งเพื่อน คือนอนดึกทุกวันเลยยยย

Day 4 ร่วมงานแต่งเพื่อนตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึก พิธีเค้าเยอะมากทั้งวันเพลียไปตามๆกัน แต่ก็สนุกดี ได้เรียนรู้วัฒนธรรม

วันนี้เรากังวลมาก....เราเป็นคนที่ตื่นสาย เคยตั้งปลุก 5 ด่าน ไม่ตื่น!!! คิดดู....แล้ววันนี้เราต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเมคอัพ และรีบนั่ง MTR ไปหาเพื่อนที่โรงแรมย่าน Shatin

เราก็ตื่นตั้งแต่ตี 2 ....ตี 4 กังวลไง5555 สุดท้ายก็ตื่นมาตีห้าครึ่ง รีบๆ อาบน้ำ แต่งตัว หอบชุดที่เจ้าสาวได้ซื้อไว้ให้ และกระเป๋า

6.30 ก็มุ่งหน้าสู่สถานี Tin Hau ไปลงที่ สถานี Admiralty เป็นเป็นสายสีแดง ลงที่ สถานี Yau Ma Tei และก็เปลี่ยนเป็นสายสีเขียว ไปลงที่ สถานี Kowloon Tong และเปลี่ยนเป็นสายสีฟ้าไปลงที่ Shatin กว่าจะถึงเล่นเอาเหนื่อยยยย

สักพักก็มีคนมารับเราไปโรงแรมที่เพื่อนจัดงาน

พอไปถึงรีบๆๆๆเปลี่ยนชุด

แม่เจ้าสาวก็เริ่มแจกซองบรรดาเพื่อนเจ้าสาวจ้าาาา (อุ๊ย....ดีใจ5555)

ซักพักเจ้าสาวก็เริ่มแจกซองอีกจ้า

พอเจ้าบ่าวมา ก็แจกซองอีกจ้าาาาา

ณ ตอนนั้นเราก็ทำการ FaceTime ถ่ายทอดสดบรรยากาศด้านนอกให้เจ้าสาวและพ่อเจ้าสาวได้เห็น

มีเกมให้เจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวได้เล่น สนุกสนานกันเลยทีเดียว

พิธีที่นานหน่อยก็จะเป็นการยกน้ำชา ญาติผู้ใหญ่แต่ละคนมาพร้อมกล่องกำไลทอง สร้อยทอง ซอง เสร็จพิธีทางฝั่งเจ้าสาวยังไม่พอนะจ๊ะ

นั่งรถบัสเคลื่อนขบวนไปทางบ้านเจ้าบ่าวอีก

พอถึงบ้านเจ้าบ่าวแม่เจ้าบ่าวก็แจกซองให้กับเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว นี่เราก็เริ่มคำนวณแระว่าจะได้เท่าไหร่55555 (นิสัยไม่ดี55555)

บ้านเจ้าบ่าวก็เตรียมพวกอาหารรองท้อง เค้ก ขนม ผลไม้ ไว้ต้อนรับแขก ย้ำว่า...รองท้อง!!! ใจนี่อยากกินมาก แต่ต้อง keep look รักษาภาพพจน์บ้าง555

พิธีก็จะคล้ายๆกันกับตอนเช้า พิธียกน้ำชานั่นเอง เสร็จจากนี่พ่อแม่เจ้าบ่าวก็เชิญไปร้านอาหารเลี้ยงบรรดาแขกๆ ด้วยติ่มซำ เต็มที่ไปเล้ยยยยยยย

ใส่ชุดราตรี แทะตีนไก่ เก๋ๆ5555

ไข่เค็มผัดใส่ผัก

ฮะเก๋า กับซาลาเปาไส้ครีม อร่อยยย

อาหารแค่บางส่วนพอแระ รูปเยอะไป

เสร็จจากนี่ก็พากันเคลื่อนทัพไปบ้านใหม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวอีกนะ

ที่ไทยเราจะให้ผู้ใหญ่เป็นคู่สามีภรรยามานอนเตียงเพื่อเป็นสิริมงคล แต่ของที่่ฮ่องกง และจีน จะให้เด็กผู้ชายมากระโดดที่เตียง คงจะมีความหมายว่าให้มีทายาทไรงี้

จากนั้นก็เคลื่อนขบวนไปโรงแรมที่จัดเลี้ยงงานตอนเย็น เหล่าบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ตากล้อง ผู้ติดตาม พากัน หลับเป็นแถววววในรถบัสกันเลยทีเดียว พิธียาวนานมากถ้าเทียบกับของไทย ของไทยเรายังพอมีช่วงว่างตอนบ่ายๆ ให้ได้งีบบ้าง

มีของว่างให้ทานเล่นก่อน


ในงานนะ ในระหว่างที่รอ เค้าพากันเล่น ไพ่กันด้วย555 (อันนี้เอาเงินจริงจังด้วย เออ แปลกดี) และอีก 2-3 โต๊ะเค้าเล่น Mahjong หรือที่คนไทยเรียกว่า ไพ่นกกระจอก นั่นเอง การเล่นไพ่นกกระจอกเพื่อฆ่าเวลาเป็นปกติของที่นี่ เพื่อนเราบอกงี้

พอตอนเย็นยิ่งพีคไปอีก กว่าจะได้เริ่มทานอาหารก็ สองทุ่มอ่ะ กิจกรรมเยอะเว่อร์

เริ่มจากพิธีจดทะเบียนสมรสมีเจ้าหน้าที่ทางการมาทำพิธีให้ จากนั้นเจ้าสาวก็ไปเปลี่ยนชุด เจ้าสาวเปลี่ยน 4 ชุด มีชุดที่พีค และฮือฮาคือ ชุดสีแดง ที่เจ้าสาวจะใส่ทองที่ได้จากตอนเช้าบนตัวทั้งหมดจ้าาาาา อลังการงานสร้างมากกกกก

เพื่อนเรานะใส่แขนไม่พอ เอากำไลมาร้อยใส่เชือกมาห้อยคอ

สร้อยไม่มีที่ใส่....ก็ใส่หัวอ่ะ

เดินออกมาทีแขกในงานทุกคนร้อง ว้าววววววววววว กันเลยทีเดียว

เออ...ที่ไทยเราก็ทำงี้มั่งดิ555555

พิธีก็เยอะหน่อย

พอสามทุ่มครึ่งเราและจิ้งก็ขอตัวกลับ

วันนีัยาวนานเหลือเกิน...แต่พอถึงห้อง...เราก็ไม่นอนจ้าาาาา

ทำไรให้ทาย??? เอาซองมานับ คำนวณจ้าาาาา55555555555 โอ้ยยย!!! ดึกแล้วนะแก นอนเถ๊อะ!!!

นี่ๆเราคำนวณได้ก็ เกือบๆ ค่าเครื่องเลย5555

Day 5 ตื่นสายยยยยยยจ้าาาาาา เพราะเหนื่อยมากกับงานเมื่อวานนน นั่งรถบัสไปสนามบิน ออกจาก HK 15.55 น. ถึง BKK 17.50 น. ตามเวลาในไทย

ตอนแรกเรากะว่าจะตื่นซัก 9 โมงเพื่อเดินรอบๆที่พัก ซื้อขนมเพิ่มอีก ที่ไหนได้ ไม่ตื่นจ้าาาาา

มาตื่นตอน 11 โมง จิ้งนั้นไปทำงาน บอกว่าจะกลับมาเที่ยงครึ่งพร้อมของที่เรายังไม่ได้ทาน

เราก็รีบๆอาบน้ำ เก็บกระเป๋า กระโดดทับกระเป๋าสุดริด

พอจิ้งกลับมาก็มาพร้อม เกี๊ยวซ่า วาฟเฟิลฮ่องกง และชาไข่มุก น่ารักมาก เพื่อนเราบอกว่านานๆเรามาฮ่องกงที ต้องเลี้ยงต้อนรับให้ดี จิ้งบอกว่าให้กินรองท้องเฉยๆ แต่เราบอกว่ากินต่อไม่ไหว เพราะขึ้นเครื่องก็มีอาหารทาน

บ่ายโมงกว่าเราและจิ้งก็ไปสนามบินพร้อมกันนังรถบัส A11 เจ้าเดิม เราบอกว่าไม่ต้องไปส่งก็ได้ แต่จิ้งบอกว่าอยากไปส่ง

และเรากับจิ้งก็ say goodbye กัน เรากะจิ้งบอกว่า แล้วนัดเจอกันอีก

ในช่วงที่เรานั่งรออยู่ Gate นะ มีคนมาให้ตอบแบบสอบถาม ใช้เวลาไม่นาน ได้ magnet มาฟรีด้วย


นั่งรอไม่นานก็ได้เวลาขึ้นเครื่องกลับบ้าน

มาดูอาหารตอนกลับดีกว่า

แล้วในที่สุดเราก็ถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ ....ช้าไปชั่วโมงหนึ่งเพราะเครื่องดีเลย์ ถือเป็นอันจบทริปอย่างน่าประทับใจ ^^

*********************************************************************

มิตรภาพ ไม่ว่าจะชนชาติไหน ภาษาอะไร ถ้าจริงใจและหวังดีต่อกัน มิตรภาพก็ยั่งยืน มิตรภาพระหว่างเรากับเพื่อนๆนี่ก็ประมาณ เกือบ 10 ปีได้....เราเลยมีเพื่อนสนิทเป็นคนจีนและฮ่องกงจนถึงทุกวันนี้

อย่าลืมออกไปท่องโลกกว้างกันนะคะ

ขอบคุณที่อ่านรีวิวอันยาวววเว่อร์ของเราจนจบนะคะ

พูดคุย เพิ่มเติมกับเราได้ที่ เพจ Be Cool by Kru Gib (https://www.facebook.com/becoolbykrugib/) นะคะ


ความคิดเห็น