นาน น๊าน นาน แสนนานมากๆ เรียกได้ว่าลืมไปเลยก็ได้สำหรับ Trip นี้ ผมเลยนำ Trip นี้กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้งนึง ว่าจะเอารีวิวหลายต่อหลายครั้ง แต่พอกลับมาจากทำงานก็ว่า จะมาเล่าเรื่องให้ฟังให้ชม แต่ก็นะ ความขี้เกียจมันขึ้นหัว….อาบน้ำ แล้วก็นอน….อยู่วันยังค่ำ

ณ บัดนี้ก็ได้เวลาละครับ ที่จะสลัดความขี้เกียจมา Review Trip นี้ให้เพื่อนๆชม เพื่อที่จะได้กระตุ้นอารมณ์ของเพื่อนๆ ที่จะอยากจะไปเที่ยว Fukuoka บ้าง ตัวหนังสือที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเรื่องของผมเองไปเที่ยวกับแฟน โดยไม่มี Sponsor ใดๆทั้งสิ้น กินอยู่ ออกตังกันเอง อาจจะมีจำผิดถูกอะไรบ้าง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เรื่องมันมีอยู่ แว๊…..เอ้ย ว่า... กลางเดือนตุลาคม 2014 มีโปรโมชั่นของตั๋วสายการบิน "JS" ออกมาบินตรงไป Fukuoka เราก็นะ จริงๆก็เห็นอยู่บ่อยๆ สำหรับสายการบินนี้ แต่ก็ไม่รู้สินะ อะไรดลใจให้จอง บอกตามตรงก็ไม่รู้ว่ามีอะไร จะไปที่ไหน สวยยังไง จองไปก่อน ค่อยมาทำ plan ทีหลัง ผมได้ตั๋วรวมค่ากระเป๋ารวมที่นั่ง รวมนั่น นี่ นู้น….ประมาณไม่เกิน 9000 บาท จำไม่ได้ละเท่าไหร่ เสร็จสรรพจบกระบวนความ ก็ต้องจองที่พักครับ ผมจองที่ APA Hotel Fukuoka Hakata-Ekimae 7 คืนรวดค่าใช้จ่ายประมาณ 18000 กลางๆ เป็นห้องเล็กๆ มีห้องน้ำในตัว โดยรวมก็ ok ครับ

และแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทางในวันที่ 10 Dec 2014 – 17 Dec 2014 สายการบิน JS นี้ผมว่าเด่นตรงเวลาออก 2:15 ถึงเช้า ผมว่ามันเจ๋งมากๆครับ ส่วนเรื่องความสะดวกสบาย ผมเป็นคนตัวสูง ก็อย่างว่าแหละครับ ขาติดแหง๊กๆ แต่ดีที่มีแฟนนั่งข้างๆ ก็พาดไปสิ (แมนโคตรๆ) แต่ขากลับนี่แบบว่าทรมานสุดๆ เครื่องมันออกตอนกลางวัน แล้วแบบว่ามัน Delay ไปเกือบชั่วโมงอ่ะครับ นอนก็นอนไม่หลับ ร้อนก็ร้อน แนะนำเพิ่มตังอีก 800 ให้ขามันยืดได้จะ เลิศเลอเพอเฟ็คมากๆเลยนะครับพี่น้อง

เครื่องลงที่ Fukuoka Airport ผ่าน ตม.เข้าเมืองก็ไม่มีอะไร มีแค่ถามแฟนว่ามากับใคร แฟนก็ชี้มาที่ผม จากนั้นก็ผ่านฉลุย เสร็จแล้วก็เดินตามป้ายไปครับประมาณ 20 ก้าวก็ถึงหน้าสนามบิน เราต้องขึ้น Free Shuttle Bus ไปต่อ Metro เพื่อที่จะไปสถานี Hakata ครับ ไม่ยากครับ ไม่ยาก พวกคุณทำได้แน่นอน ผมซื้อตั๋ว Metro one day pass 620 เยน เพื่อการเดินทางในแต่ละวันครับ ยกเว้นวันที่ไป นอกเมืองผมจะใช้ JR North Kyushu กับ Fukuoka Tourist city pass ซึ่ง JR Pass ผมได้ซื้อจากไทยมาแล้วครับ ในราคา 2150 บาท (แต่ล่าสุดที่ผมไปซื้อ ณ เดือนมกราคม 2016 ราคา 2615 บาทละครับ) หลังจากที่ขึ้น Metro มาจนถึงที่ Hakata ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการเดินทางตั้งแต่ซื้อบัตรยันขึ้นมาสถานีนะครับ พอขึ้นมาปุ๊ปผมก็ตรงดิ่งไปแลก JR Pass พร้อมจองที่นั่งเลยครับ ผมเข้าไปดูในเวป www.hyperdia.com/en คุณสามารถศึกษาการเดินทางได้จากเวปนี้ได้ทั้งประเทศญี่ปุ่นครับ การเตรียมการเดินทางสามารถทำได้ง่ายมากครับ ข้างหน้าก็จะมีกระดาษให้เราเขียน สถานนีต้นทาง ปลายทาง วันเวลา เที่ยวที่เราต้องการจะจองที่นั่ง แล้วก็ไปยื่นตรง Information เลยครับง่ายนิดเดียว

รูปตั๋ว Fukuoka Tourist City Pass / Fukuoka One day Pass / ตั๋วเดินทางที่ใช้ JR Pass แลกมาครับ


จองทีนั่งเสร็จสรรพ ท้องก็ร้องแล้วครับ เผอิญว่าที่จองมันจะอยู่ใกล้ๆ ครัวซองเทพ ที่เค้าว่ากันว่าอร่อยมากที่สถานี Hakata ซึ่งจำชื่อไม่ได้แล้วแหละว่าชื่อไร แต่สังเกตุคนต่อคิวย๊าว ยาว ยาว นั่นแหละครับร้านนั้นเลย แต่ผมเหลือบไปเห็นว่า 3-4 คิวผมก็เลยจัดมา 3 ชิ้น 3 สไตล์ โดยลิ้นรสชาติของผม มันบอกว่า Original มันอร่อยสุดครับ เดินทะลุออกด้านหน้าก็จะเป็น Zone เศรษฐกิจตึกทำงานเยอะแยะเต็มไปหมด อีกด้านของสถานีก็จะเป็น ห้าง Yodobashi มั้งครับถ้าจำไม่ผิด อยู่ๆไปหลายๆวันก็จะเดินถูกเองครับDAY 1 ทำความรู้จักกับเจ้าบ้านซะหน่อยเป็นไง

บอกเลยว่า ถ้ามาที่ Fukuoka ต้องไป ศาลเจ้า Dazaifu ครับถ้าไม่ไป…ถือว่าผิด (แมร่งคนละเรื่องกันละ แห่ะๆ) ไม่ผิดๆ แต่ท่านจะไม่ได้ลิ้มรส วัฒนธรรมท้องถิ่น กลิ่นไอ ยังไงดีบอกไม่ถูกจริงๆครับ ต้องไปดู

การเดินทางไปศาลเจ้า Dazaifu มี 2 ทางครับคือ

A. จาก Hakata สำหรับสาวก JR ก็ขึ้น JR Kagoshima Line Rapid ไปลงสถานี Futsukaichi แล้วก็เดินไปที่สถานี Nishitetsufutsukaichi เพื่อไปต่อรถไฟ Nishitetsu Dazaifu line ไปลงสถานี Dazaifu

B. จาก Hakata ผมเลือกเดินทางวิธีนี้ครับ จับรถไฟ Kuko line ไปสถานี Tenjin แล้วเดินไปที่สถานี Nishitetsufukuoka (Tenjin) แล้วไปต่อรถไฟ Nishitetsu Tenjin-Omuta Line ไปลงสถานี Nishitetsu futsukaichi แล้วไปต่อ Nishitetsu Dazaifu line to DAZAIFU St.

งงมั้ยครับ งง งง ผมก็ งง แต่เชื่อเถอะถ้าท่านหาข้อมูลมาบ้าง อ่านป้ายเอายังไงๆก็ไปถูกแน่นอนครับ

ในศาลเจ้าร่มรื่นมากๆครับ ไม่ใช่อะไรหรอก เหมือนฝนจะตกฟ้าเลยครึ้ม รูปเลยออกมาเป็นแบบนี้ครับ

ดื่มด่ำกับ Dazaifu พอสมควรก็ถึงเวลาจากลา ป้ายต่อไปผมนั่งรถไฟไปลง สถานี Kawabata เพื่อที่จะไป Kawabata shopping road เป็นถนนมีหลังคายาวประมาณ 300 – 400 เมตร สินค้าเป็นพวกทั่วไปขายนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีไรน่าสนใจ สุดถนนผมก็ขี้เกียจเดินกลับไปขึ้นรถไฟแล้วเพราะมันไกลมาก ท้องก็หิวเหลือบไปเห้นร้าน Yoshinoya อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนก็ตรงดิ่งเข้าไปเลยครับ

พออิ่มหมีพีมัน กันเสร็จสรรพรู้สึกว่า ตรงหัวมุมถนนมีคนเดินไปเยอะ ความรู้สึกส่วนตัว มันต้องมีอะไรแน่นอน ก็ตรงดิ่งตามๆเค้าไปครับปรากฏว่า มันคือ Canal city ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน Fukuoka ก็เดินชมแบบชิวๆเล่น เพราะตามแพลนจริงๆ ต้องกลับแล้วแต่บังเอิญเจอ ก็โชคดี วันอื่นไปจะได้รู้ทาง

Day 2 ทำตัวให้ชิน…..

ตื่นเช้ามาในวันที่ 2 ของการเดินทาง (เอ่อ…จริงๆก็ไม่ได้เช้าหรอก 09:30 อ่ะ…ฮ่าๆๆ) เนื่องจากว่าอากาศมันขมุกขมัว อุณภูมิประมาณ 6 องศา เริ่มจะชินกับอากาศหนาวมากขึ้นแล้วในวันนี้ ออกมานอกโรงแรม ดูท้องฟ้าเหมือนว่าฝนจะตกแต่ก็ไม่ยักจะตก อากาศดูทรงๆ มึนๆ อึนๆ แต่ก็ช่างเหอะ จะมาคิดกังวลไปก็เสียเวลา ว่าแล้วก็สะพายกระเป๋า เดินไปสถานี Hakata เลยครับ แผนเดินทางวันนี้ผมจะเดินทางไป วัดโทโจจิ และ Marinoa City Outlet Shopping mall และ ปิดท้ายด้วยเดินเล่นย่าน Tenjin ผมซื้อ Fukuoka Tourist Pass ราคา 820 Y ในการเดินทางในวันนี้ครับ


ผมนั่งรถไฟจาก Hakata ไปลง Gion ถ้าจำไม่ผิดมันแค่สถานีเดียวนะครับ พอขึ้นจาก Metro มาประตูวัด โทโจจิ ก็อยู่ด้านหน้าเลยครับ บรรยากาศภายใน สวยงามมากๆ ไม่ว่าจะเป็น สวน ต้นไม้ สถาปัตยกรรม ถูกจัดให้ลงตัว และที่สำคัญมีเจดีย์แดงที่โดดเด่น และยังมีพระองค์ใหญ่ให้เราได้สักการะบูชา เสียอย่างเดียวฟ้าไม่เปิด ถ้าท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส โอย…..ไม่อยากจะคิด มันเยี่ยมยอดแซ่บอีหลีกระเดี๊ยวเลยอีน้องเอ้ยยยยย



ดื่มดำกับวัดโทโจจิได้ซักพัก ผมก็ขึ้นรถไฟจาก Gion เพื่อไปลงสถานี Meinohama ซึ่งเป็นสถานุดท้ายของสายนี้เพื่อที่จะไปต่อรถ “โชว์ว่ะBus" เอ่อมันชื่อนี้จริงๆนะ ผมล้อเล่นนะครับ ภาษาอังกฤษเค้าเขียน Showa Bus อือก็ตามนั้นแหละ นั่ง Showa Bus หน้าสถานีแล้วไปลงสุดสายเลยนะครับ แต่เหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึนเลยกับผมคือ ด้วยความที่ตื่นเต้น เห็นคนต่อคิวเยอะๆ ลนๆลานๆ เอ้าไปต่อคิวกับเค้า ได้ที่นั่งด้วย ทันทีที่รถออก ก็เลี้ยวซ้ายออกไป ผมมองวิวไปพร้อมกับสถานีที่ รถ Bus จอด เฮ้ย…ทำไมชื่อมันคุ้นๆกับสถานีรถไฟที่เราขึ้นมาเมื่อกี้ ยัง ยัง ยังนั่งต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ว่ามันคงอ้อมหน่อยมั้ง จนถึง Tenjin Kawabata ป้ายสุดท้าย Hakata *_*| เอ่อกรูนั่งรถชมเมืองช่ายมั้ยย…..ว่าแล้วก็ไปตั้งต้นใหม่ ใช้บัตร Tourist pass คุ้มเลย 2 รอบ

ที่นี่มี Brand name ของลดราคา แรงๆอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Coach Axis ABC Rockport อื่นๆอีกมากมาย มีประมาณ 3 Hall ใหญ่ๆเดินได้เป็นวัน มาถึงก็ท้องร้องเลยครับ มาถึงญี่ปุ่นมันก็ต้องหาอะไรรองท้องก่อนเดิน ที่เป็นปลาดิบหน่อยสิใช่ม่ะครับ ก็เลือกร้านนี้เลย ราคาไม่แพงนะครับ อร่อยดี สดดี รสชาติเป็นเลิศ



อิ่มท้องแล้วก็เดิน เดิน เดิน ครบจริงๆครับ เดินๆไปแถมยังมี Gindako ร้าน ทาโกยากิ ต้นฉบับจากญี่ปุ่นเลย แม้จะอิ่มๆอยู่แต่ก็ เอาเว้ยลองดูอีกซักตั้ง ปรากฏว่ากินจนหมดแบบไม่รู้ตัว……..จนลืมว่า เอ้า….กรูอิ่มไม่ใช่หรอออ?


ผมเดิน 3 Hall จนถึงมืดเลยครับ ออกมารอรถขากลับ ได้เห็นวิวของปราสาท อะไรไม่รู้ ไม่ได้หาข้อมูลมาครับว่ามันเป็นปราสาทของอะไร ของใคร แค่ถ่ายรูปมาให้ดูก็สวยงามมากมายละครับ ขากลับก็แวะย่าน Tenjin ซื้อของใน Supermarket ลดราคาไปกินที่ห้องครับ ตามสูตรเที่ยวประหยัด ฮ่าๆๆ

DAY 3 ความใฝ่ฝันสูงสุดของสมี

วันนี้ตื่นเช๊า….เช้า เพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟ LTD EXP.Huis Ten Bosch เพื่อที่จะไป Huis Ten Bosch วันนี้เป็นวันแรกที่ผมใช้ JR North Kyushu นะครับ ตั๋ว JR นี้ใช้บริการติดต่อกันได้แค่ 3 วันนะครับ Plan ทริปกันดีๆนะครับ

พอมาถึงสถานี Huis Ten Bosch ไม่มีคำพูดใดๆต้องอธิบายครับ วินาทีที่ผมลงมาจากรถไฟ ผมถึงกับตะลึงกับภาพวิวทิวทัศน์ที่เห็น โรงแรมใน Huis Ten bosch โดดเด่นเป็นสง่า (ใช่โรงแรมรึเปล่าไม่แน่ใจครับ แต่คงใช่แหละ ฮ่าๆๆ) อากาศที่นี่บอกเลย “พี่หนาวววววว หน๊าววหนาวววว" มือนี่เจ๊บบบ แสบ ซี๊ดซาดดมากๆ ลมหนาวนี่ตีหน้า พล่างๆ ดูเป็นคนเย็นชามาก

อารัมภบทกันเยอะแหละ ซื้อตั๋วแล้วเดินเข้ามา Zone 1 เลยครับเป็น Zone ของ Teddy นะครับน่ารักอ่ะ มีพลอตให้ถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย ผมเลือกวันธรรมดา เพราะว่าคนไม่เยอะดี ถ่ายรูปง่ายดีครับ

ขยับเท้ามาใกล้ๆกันจะเป็น zone ของต้นไม้ใบหญ้า ที่โดดเด่นคือ กังหันลม แหม่ๆๆๆนึกว่าอยู่ Amsterdam ที่ Netherland มีกังหันลมมั้ยครับช่วยบอกที ผมไม่เคยไปอ่ะ

เดินจนสุดสวนดอกไม้ก็จะเจอ Shop ของ One piece คอยหลอกล่อนักท่องเที่ยวด่านแรก ประมาณว่าเฮ้ย…ซื้อก่อนเลย อันนี้แจ่มแล้ววววว บอกเลยก็แจ่มจริงๆอ่ะ แต่ข้างในก็มีอีกนะครับเดวค่อยเล่าให้ฟังต่อไปใน zone ต่อๆไป แล้วก็เดินผ่านน้ำผุคล้ายๆใน โรม โอ้โหนี่กรูมาทั้ง Amsterdam ทั้ง Rome ฮ่าๆๆ


เดินผ่านน้ำพุมาจนสุดทาง ก็ข้ามสะพานมาจะเป็น Zone ของภูตผีปีศาจ เอ่อไม่ต้องกลัวครับ แบบว่าผีน่ารักๆอ่ะ “ดูรูปด้านล่างครับ หลังจากที่ผมถ่าย คนมาจากไหนไม่รู้เยอะมาก คือเค้ามีการแสดงบนเวทีครับ"


Zone ต่อไปเหมือนคล้ายๆจะเป็น zone ของปราสาทเทพนิยาย ประมาณนั้นอ่ะครับแต่ไม่ได้ถ่ายมา จากรูปด้านล่างมันบรรยากาศยุโรปชัดๆ ฮ่าๆๆ

ถัดจาก Zone นี้น่าจะเป็น zone ของ English Town ครับมีเรือโจรสลัด ตึกหอคอย สวยงามจุงเบยยยยย แต่น่าเสียดาย ฝนเริ่มมาครับ ดูฟ้าจะไม่เป็นใจแต่ก็ช่างเหอะ เข้ามาหลบฝนในตึกซักพักก็ออกมาเดินใหม่


มา Zone ที่ผมต้องการจะมาให้ได้ ซึ่งเป็น Highlight ของทริปนี้เลยครับนั่นคือ มาสัมผัสกับเรือ One piece โห….มันปลื้มปิติยินดีมานะมานีชูใจ เป็นอย่างมากครับ วินาทีที่เห็นเรือเข้าท่านี่ แบบว่าอยากจะร้องไห้….ทำไมนะหรอ…..เพราะว่า ฝนตกปรอยๆอีกแล้ว ผมก็เลยตัดสินใจไม่ขึ้นเรือ แล้วก็คอตกเดินกลับไป Shop ของเล่น One piece เลย


Shopping เสร็จสรรพ ภารกิจ Completed กับวันนี้ก็เดินเล่นๆเรื่อยๆ จนถึงทางออก บอกเลยที่นี่อยู่ได้ทั้งวันครับ แต่มันหนาวมากๆครับ หนาวจนหัวชา เลยตัดสินใจกลับดีกว่า ตั๋วรถไฟของผมจองรอบกลับไว้ บ่ายสี่โมง แต่ตอนนั้นมัน บ่ายสอง ผมเลยไปเปลี่ยนตั๋วใหม่เป็นกลับบ่ายสอง ได้ตั๋วมาก็รีบเลยขึ้นรถไฟ บอกเลยจุดหักเหด้วยความรีบ ขึ้นรถไฟผิด เลยไปสถานีต่อไปของ Huis Ten Bosch ชื่อไรไม่สนละ เสียเวลาไปกลับ ประมาณครึ่งชั่วโมงแน่ะ เป็นสถานีที่ยาวนานมาก เพราะฉะนั้นอย่าลนนะครับผู้ชมทุกๆท่านDay 4 ความใฝ่ฝันสูงสุดของภรรเยีย

ตื่นเช๊า เช้าอีกแล้วเพื่อที่จะไปตามหาความฝันของคุณภรรเยีย นั่นคือ……Harmony Land ถ้าใครจำภาคที่แล้วที่ผมไปโตเกียวได้ เธอก็ได้ไปที่ Sanrio Puroland มาครั้งนี้แน่นอนครับพลาดไม่ได้กับ ดินแดน Kitty ภาคสวนสนุก ไปชมกันเลยครับ ผมเดินทางด้วยรถไฟ LTD.EXP Sonic ไปลงสถานี kitsuki แล้วต่อรถบัสหน้าสถานีแหละครับ ก่อนขึ้นถามก่อนนะว่าไป Harmany Land มั้ยมันจะมี 2 สายนะครับ สายนึงไปไหนไม่รู้นะเออ อย่าลนๆ คราวนี้ไม่ได้ แดร๊ก กรูแล้ว ค่ารถถ้าจำไม่ผิดน่าจะคนละ 270 Y นะครับ

ภาพด้านล่างคือ zone ด้านหน้า และเดินเข้าไปจนถึง Zone ปราสาทที่จะมีการแสดงเป็นรอบๆครับ


พอแสดงเสร็จ ก็จะตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น Kitty Denial Kiki Lala bad badzumaru My melody pompompurin และอื่นๆอีกหลายตัวมาให้เราๆถ่ายรูปคู่กับตัวละครพวกนี้นะครับ


นี่คือ zone สวนสนุกเป็นสวนสนุกๆเล็กๆครับ มีเครื่องเล่นไม่เท่าไหร่แต่ จุดเด่นของที่นี่มันอยู่ที่การแสดงโชว์นั่นแหละครับ จะมีซักกี่คนที่ได้ถ่ายรูปกับตัวละคร Kitty ที่ Harmony Land เอาดิเอ้ออออ…


งานเลี้ยงยังมีเลิกรา เวลาของเราในวันนี้ก็ค่อยๆหมดไป ตอนออกไปรอรถ ผมได้สัมผัสกับหิมะโปรยมาชิวๆผ่านสายลมตกลงบนพื้น แล้วก็ละลายหายไป คงเหลือไว้แค่ความหนาวเหน็บ กลับไปที่ Hakata ถึงก็ประมาณ ทุ่มกว่า ยังไม่ง่วงก็เลยไปเดิน Canal city อีกรอบเลยได้รูปที่สวยงามแบบนี้ครับ


Day 5 เมืองแห่งขุนเขา สายน้ำ ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม….

เริ่มต้นที่มื้อเช้าของวัน ที่สถานีรถไฟ Hakata ผมซื้อข้าวห่อสาหร่าย (ย้ำมันคือสาหร่ายกับปลาซาบะดองที่อร่อยมาก ของโปรดของผมเลยครับ) เพื่อที่จะไปกินบนรถไฟครับ

วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปที่ Yufuin ด้วยรถไฟ Yufuin No mori นะครับเป็นรถไฟที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรถไฟสาย Romantic อีกสายนึงนะครับ บนรถไฟตกแต่งสวยงาม ดูดีมากเลย ไฮโซอ่ะ


พอถึงสถานี ก็เดินตรงอย่างเดียวเลยครับ ข้างทางก็มีร้านขายของ ร้านของกิน คอยบริการให้เราไม่เหงากันเลยทีเดียว

คุณภรรเยีย แวะอีกแล้วๆ มันมีทุกที่เลยใช่ม่ะเนี่ย


เดินมาเรื่อยๆก็จะผ่านร้านไอศครีม และ ช๊อคโกแลคชาเขียว ครับ คนต่อคิวกันเยอะมากแต่อากาศมันหนาวอ่ะ ขอผ่านดีกว่า


เดินมาจนสุดทางตามทาง ตามป้าย หรือดีที่สุดก็ตามคนไปแหละครับ จะเจอลำธาร

เดินไปเรื่อยๆก็จะเจอทะเลสาบ คิรินโกะ สวยงามจริงๆครับ ด้วยรูปที่จำกัดผมเลยลงแค่ภาพเดียว แต่บอกตามตรงครับผมหลงอยู่กับบรรยากาศตรงนี้นานทีเดียวครับ ทั้งๆที่ก็เป็นทะเลสาบธรรมดา ต้องลองไปดูครับ สวยงาม บรรยากาศดีจริงๆครับ


ลาด้วยภาพฟ้าใสๆ หน้า Supermarket ที่ Yufuin ที่ของถูกมากมายฮ่าๆๆ


Day 6 เก็บตก

หลังจากตื่นเช้ามาสามวัน โอยยยเหนื่อยโคตรๆ วันนี้เลยสายมากกกกก จริงๆใช้คำว่าสายไม่ได้ครับ เกือบเที่ยงอ่ะ ประมาณ 11 โมงอ่ะ ปรากฎว่าช่วงเวลาที่กำลังแต่งตัวกำลังจะออก มีเสียงหวอดัง และก็มีคนพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น เหมือนกำลังไล่เราอ่ะ จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ครับ ว่าเสียงนั้นมันไล่เราจริงหรือเปล่า ใครรู้บอกด้วยครับ

ทริปวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเยี่ยมชมศาลเจ้า Hakozaki การเดินทางไปไม่ยากครับ นั่งรถไฟไปลงสถานี Hakozaki Miyamae ขึ้นมาก็เดินตรงไปเลยครับ จะเจอหน้าศาลเจ้าเลยครับ

บรรยากาศภายในศาลเจ้าครับ

ดื่มด่ำกับ ศาลเจ้า Hakazoki ซักพัก ผมก็เดินทางไปที่ Fukuoka tower ครับ ฝั่งตรงข้ามก็เป็นทะเลและมีสวนเดินเล่น ดูร่มรื่นดีครับ การเดินทาง ผมก็นั่งรถไฟไปลงสถานี Nishijin Exit 1 แล้วก็เดินไปต่อไปซักพัก เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย มั่วๆไป ไม่ได้มองป้ายครับ แต่เราจะเห็น Fukuoka Tower ยืนเด่นเป็นสง่า ผมก็เดินมั่วๆไปเรื่อยๆผ่านโรงเรียนเด็กอนุบาล เด็กประถม มัธยมด้วย เสียงเจี๊ยวจ๊าวเชียว นั่นแหละ อยู่ๆก็มาโผล่ Fukuoka Tower เลย แฮ่ะๆ sense ล้วนๆ


เดินที่ Fukuoka tower ผมก็เดินกลับไปที่ Nishijin ครับก็เดินเล่นแถวๆนั้นแหละครับ


Day 7 Last day

วันนี้ตื่นมากี่โมงจำไม่ได้ละ แต่รู้ว่า ไม่มีแผนจะไปไหน ฮ่าๆๆๆ หมด หมด หมด ทำไงอ่ะ งง ดิจะอยู่โรงแรมเดี๋ยวก็โดนเสียงหวออีกอ่ะดิ ก็ google สิครับ คุณแฟนก็ลองให้หา ร้านมือสองใน Fukuoka ปรากฎว่ามีกระทู้นึงแนะนำทางไป ห้าง North Tenjin ขออภัยครับจำชื่อเจ้าของกระทู้ไม่ได้ บอกเลยว่าประทับใจมาก เพราะชั้น บนๆอ่ะจำไม่ได้ 4-5 มั้งเป้นที่ตั้งของร้าน book off ขายของมือสอง โอ้โห….เพลินดิ อีกชั้นนึงก็เป็นชั้นของเล่น เพียบครับทุก cartoon อยู่ที่นี่หมด บอกเลยครับ ทั้งวัน ย้ำทั้งวันจริงๆ

ปิดท้ายด้วย….เอ่อ…..บับบายครับ



สุดท้ายครับ รีวิวนี้เป็นรีวิวลางๆ ที่มีอยู่น้อยนิดในความทรงจำของผม ขออภัยจริงๆถ้าข้อมูลใดผิด แต่ก็น่าจะเป็นแรงบันดาลใจ ในการปลุกพลังของพวกคุณให้ไปเที่ยวด้วยตัวเองกันครับ เที่ยวเองไม่ยากอย่างที่คิด ถ้า Plan ทริปไปดีๆ มั่นใจเถอะครับ คุณเองก็ทำได้

ความคิดเห็น