ใส่เสื้อกันหนาวเที่ยวทะเลเจจู รีวิวโดย Tharasaki

สวัสดีค่ะ ทริปนี้ไปมาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2559 ด้วยความที่ดองเค็มมากความจำอาจเลือนลางให้ภาพเป็นตัวเล่าเรื่องละกันนะคะ ทริปนี้เราไปกับทัวร์ค่ะ ซื้อทัวร์ของ ทรู เวิลด์ ทราเวล ค่าทัวร์คนละ 9,900 บาท กรุ๊ปเราไปกัน 15 คน ส่วนตัวเราประทับใจกับการจัดการของทัวร์ค่ะ ถึงแม้คนจะเยอะแต่การจัดการของทัวร์ถือว่า

ใส่เสื้อกันหนาวเที่ยวทะเลเจจู

ใส่เสื้อกันหนาวเที่ยวทะเลเจจู

 วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 20.34 น.

 วันที่เดินทาง 24 ส.ค. 2561

สวัสดีค่ะ ทริปนี้ไปมาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2559 ด้วยความที่ดองเค็มมากความจำอาจเลือนลางให้ภาพเป็นตัวเล่าเรื่องละกันนะคะ

ทริปนี้เราไปกับทัวร์ค่ะ ซื้อทัวร์ของ ทรู เวิลด์ ทราเวล ค่าทัวร์คนละ 9,900 บาท กรุ๊ปเราไปกัน 15 คน ส่วนตัวเราประทับใจกับการจัดการของทัวร์ค่ะ ถึงแม้คนจะเยอะแต่การจัดการของทัวร์ถือว่าดีมาก

วันแรก ทัวร์นัดเจอที่สนามบินสุวรรณภูมิห้าทุ่ม ไปถึงสนามบินมีคนเข้าแถวรอเช็คอินเยอะมากการจัดการของทัวร์ถือว่าดีไม่มีความวุ่นวาย ขึนเครื่องตีสอง แล้วก็หลับยาวถึงสนามบินเชจูเก้าโมงเช้า

หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองกันแล้ว ทัวร์ก็ให้เวลาล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนชุดกันหนาว แล้วพาพวกเราไปกินอาหารกลางวันเป็นเมนูจับแช่ หรือวุ้นเส้นเกาหลี


สถานที่ท่องเที่ยวแรกในเจจูที่เราจะไปกันคือ ภูเขาซองอัค เป็นภูเขาไฟที่สวยงามอีกหนึ่งลูกบนเกาะเจจู สามารถชมวิวท้องทะเล ภูเขาไฟฮัลลานซานและเกาะแก่งกลางทะเลมากมาย มีชายหาดหินริมทะเล ชายหาดที่นี่จะไม่ได้เป็นทรายสีขาวแต่กลับเป็นหินสีดำ น้ำทะเลสีดำแปลกตา เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมของกลุ่มแฮนยอ มีอุโมงค์เก่าแก่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีย์ชื่อดังหลายเรื่อง แต่ด้วยสภาพที่เราไปถึงหมอกลงหนามากจะขึ้นไปดูวิวภูเขาก็มองไปเห็น พวกเราเลยเดินเลียบชายหาดของดูวิวทะเลดีกว่า


จากนั้นไปไห้วพระกันที่ วัดซันบังซา SANGBANGSA TEMPLE วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระประธาน ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านบนเกาะเจจู และชาวเกาหลีใต้ที่นับถือศาสนาพุทธ ภายในบริเวณรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล ไกด์บอกว่า พระของเกาหลีใต้จะไม่ออกบิณฑบาตรดังนั้นคนที่มาวัดจึงนิยมถวายข้าวสารเพื่อเป็นอาหารสำหรับพระสงฆ์ หรือ การทำบุญโดยการถวายเทียน


ด้วยความที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขา เลยเป็นจุดชมกับวิวทะเลที่สวยงามมากแต่หมอกลงหนาขนาดนี้ไหนหละวิวทะเล


หลังจากไห้วพระแล้ว ทัวร์ก็พาไปชม โชว์กายกรรม (CIRCUS WORLD SHOW) ก็จะมีการโชว์หวาดเสียวและความยืดหยุ่นของร่างกาย เช่น โชว์ลอดห่วง โชว์ต่อตัว ซึ่งไฮไลท์ของโชว์นี้ คือ มอเตอร์ไซค์ผาดโผนในพื้นที่จำกัดหรือรถมอเตอร์ไซค์ไต่ถังบ้านเรานี่เอง นักแสดงจะเป็นเด็กชาวจีนค่ะ แต่ด้วยความที่นั่งเครื่องมาไกลทั้งคืนการชมโชว์เลยเป็นการกล่อมให้นอนหลับเอาแรงที่ดีมาก พวกเราหลับเอาแรงกันทุกคนเลยดังนั้นจึงไม่มีรูปโชว์กายกรรมค่ะ

หลังจากที่นอนหลับเอาแรงกันแล้ว ทัวร์พาไปที่ พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค (O’Sulloc) ที่นี่จะแบ่งออกเป็นสองโซนคือไร่ชาเขียวที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ที่ใครไปก็ต้องถ่ายภาพที่ระลึกกับถ้วยชา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของไร่ชาเขียวที่นี่และ โซนอาคารซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงประวัติและวัฒนธรรมการชงชาอันหลากหลาย รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชานานาชนิด ด้านในยังมีคาเฟ่ที่จำหน่ายชาเขียวทั้งร้อนและเย็น ไอศรีม ชาเขียว และโรลชาเขียวที่คนแน่นมากจนเราไม่ได้กินอะไรเลย


ถ่ายรูปไร่ชามาก็เยอะแล้ว ถ่ายรูปกับดงดอกไม้ในไร่ชามั่งดีกว่า


หลังจากนั้นฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก พวกเราไปเที่ยวต่อกันที่ ฮัลโหลคิตตี้ (HELLO KITTY JEJU ISLAND) ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับคิตตี้ หลากหลายเวอร์ชั่น รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นคิตตี้ทั้งหมดรวบรวมไว้ที่นี่ พร้อมเรื่องราวและประวัติความเป็นมา และมีร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ มากมาย

มองไปทางไหนก็มีแต่ความน่ารักของเหล่าคิดตี้เต็มไปหมด


อาหารมื้อเย็นทัวร์เสริฟเป็นเมนูนี้ค่ะ (ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร) และการเสริฟผลไม้เป็นลิ้นจี่แช่แข็งที่ถ้าเป็นที่ไทยเราคงไม่กินแน่นอน


สำหรับที่พัก พวกเราพักกันที่โรงแรม Sea & Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมกลางทุ่งนาบรรยากาศสงบมาก แต่ก็สามารถเดินไปซื้อของร้านมินิมาร์ทต่างๆ เช่น G25 , 7-11 แต่ด้วยบรรยากาศที่ฝนตกปรอยๆ พวกเราเลยเลือกนอนเอาแรงดีกว่า หมดวันแรกที่เจจูค่ะ


วันที่สอง ตามโปรแกรมเราจะต้องไป ยอดเขา ซองซาน อิลซุงโบล (SONGSAN SUNRISE PEAK) กันแต่เพื่อเป็นการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวของทัวร์ ไกด์เลยพาเรามาพักรถกันที่ห้องน้ำที่สวยที่สุดในเจจู เป็นห้องน้ำรูปเรือที่สวยจริงแต่กลิ่นแรงมาก หลังจากได้เวลาแล้วก็พาพวกเราไปกิจกรรมหลักของทัวร์คือการพาไปศูนย์น้ำมันสนแดง สำหรับกิจกรรมทัวร์ก็ใช้เวลาไม่นานมากนะคะ ไปฟังการบรรยายสรรพคุณ ใครจะซื้อก็ซื้อ ใครไม่ซื้อก็ไปรอที่รถ


ไปถ่ายรูปกับดอกไม้กันต่อที่ทุ่งดอกยูแซ ช่วงเวลาที่เราไปดอกเหลือค่อนข้างน้อยแล้วค่ะ แต่สำหรับเราก็ยังถือว่าชอบอยู่นะ ชอบความบ้านๆ ของทุ่งดอกไม้ด้วยคืออารมณ์เหมือนทุ่งดอกทานตะวันบ้านเราที่จะมีชาวบ้านปลูกไว้ในไร่ แล้วคอยเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวนะ


ได้เวลาที่ดีของคณะเราแล้วก็เดินทางไปกันที่ ยอดเขา ซองซาน อิลซุงโบล (SONGSAN SUNRISE PEAK) เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ เป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น เป็นหนึ่งใน 10 สถานที่สวยงามในเกาะเจจู และถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลก และเช่นเคยค่ะคุณสามารถเลือกเดินขึ้นบันไดไปดูปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว และเดินลงไปชมวิวทะเล


ซึ่งแน่นอนว่าเห็นบันไดเดินไกลขนาดนั้น เราเลือกเดินลงไปชมวิวทะเล ลมแรงมาก อากาศดีสุดๆ


จากนั้นทัวร์พาไปที่ AQUA PLANET พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย


ดูสัตว์น้ำตู้นั้นดู้นี้เสร็จแล้ว ก็ออกมารอรถด้านนอกอควาเรียม มองไปไกลๆ เห็นปล่องภูเขาไฟซองซานอิลซูบง ด้วย


ได้เวลาอาหารกลางวันมื้อนี้กินอร่อยนะคะ จำไม่ได้แล้วว่าคืออะไรแต่ร้านนี้อยู่หน้าสถานที่ท่องเที่ยวถัดไปที่เราจะไปเลยค่ะ เรียกได้ว่ากินอิ่มปุ๊บเดินเที่ยวต่อปั๊บ


กินอิ่มแล้วข้ามถนนไป หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” (SONGEUB FOLK VILLAGE) หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง เอกลักษณ์ของการสร้างบ้านที่นี่คือจะใช้ดินเหนียว ผสมกับมูลม้า เป็นตัวยึดก้อนหินและก้อนอิฐเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้างของตัวบ้าน

ซึ่งการมาหมู่บ้านนี้ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการขายของคือมาชมหมู่บ้านโบราณพ่วงไปด้วยการขาย น้ำหมัก “โอมีจา” หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ โดยชาวบ้านจะนำผลเบอรี่ป่ามาใส่ลงไปในไหพร้อมกับน้ำผึ้ง และหมักไว้สามปี ก่อนที่จะนำมารับประทานได้ รสชาดหวานอมเปรี้ยว และในสมัยก่อนก็เคยถูกใช้ในการรักษาคนป่วย แถมด้วยยากระดูกม้าที่ราคาแรงมากกกก หลังจากทริปนี้เราไปโซลเจอน้ำหมักโอมีจา ที่ Lotte mart แบบยืนขำกับเพื่อนเลยเพราะราคามันถูกมากที่นี่ขายขวดเกือบ 800 บาท lotte mart ราคาไม่ถึง 100 บาท


สถานที่ต่อไปคือการไปดูสวนม้า และ สนแดง ซึ่งเราก็ งงๆ ว่าพาเรามาทำไม ห้องอาหารแน่นใช่ไหมเลยพามาเพื่อรอเวลา


แล้วก็เป็นจริงอย่างที่เราคิด อาหารเย็นสำหรับวันนี้คือบุฟเฟ่อาหารทะเล ซึ่งบัสเราไปถึงกรุ๊ปสุดท้ายอาหารไม่ค่อยเหลือแล้ว เลยต้องรีบกินเพราะกลัวของหมดมื้อนี้ไม่มีรูปค่ะ สำหรับอาหารเย็นเรากลับมากินที่โรงแรมทั้ง 2 วันค่ะ กินอิ่มแล้วไปเดินเล่นชายหาดแถวโรงแรม ได้บรรยากาศแบบชาวเจจูแท้ๆ ชอบมาก


วันที่สาม สำหรับวันนี้ไม่มีที่เที่ยวแล้วค่ะ เป็นกิจกรรมทัวร์ล้วนๆ เริ่มจากศูนย์โสม ศูนย์สมุนไพรฮ็อกเกตนามู ช็อปปิ้งร้านปลอดภาษี และ ร้านละลายเงินวอน


ส่วนรูปนี้เป็นวังโบราณอะไรซักอย่าง อยู่หน้าทางเข้า Jeju Jungang Underground Shopping Center


ลาไปก่อนสำหรับรีวิวดองเค็มทริปเจจู ซึ่งอาจจะมีข้อมูลอะไรไม่มากนักแต่คงช่วยเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้กับคนที่กำลังสนใจซื้อทัวร์ไปเที่ยวเกาะเจจูได้

ขอบคุณที่เข้ามาชมกันค่ะ



ความคิดเห็น