มาหา Naha! Okinawa!! รีวิวโดย JaguarBoomy

รีวิวครั้งแรกกับการเดินทางไปตามหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ Okinawa... หลังจากที่ Peach Air ได้เปิดโปรโมชั่นถี่ๆ จึงเป็นแรงผลักดันว่าขอลองซักครั้งเถอะ NaHa!! เพราะเหตุผลหลายอย่างจึงจำเป็นต้องจองตั๋วช่วงติดวันเสาร์-อาทิตย์ ก็เลยทำให้ราคาโปรไม่ค่อยมี แต่สุดท้ายเราก็ได้ตั๋วไป-กลับ วันที่ 21-24 ก.ค. เมื่อตั๋ว

มาหา Naha! Okinawa!!

มาหา Naha! Okinawa!!

 วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 00.37 น.

 วันที่เดินทาง 26 ก.ค. 2561

รีวิวครั้งแรกกับการเดินทางไปตามหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ Okinawa... หลังจากที่ Peach Air ได้เปิดโปรโมชั่นถี่ๆ จึงเป็นแรงผลักดันว่าขอลองซักครั้งเถอะ NaHa!!

เพราะเหตุผลหลายอย่างจึงจำเป็นต้องจองตั๋วช่วงติดวันเสาร์-อาทิตย์ ก็เลยทำให้ราคาโปรไม่ค่อยมี แต่สุดท้ายเราก็ได้ตั๋วไป-กลับ วันที่ 21-24 ก.ค. เมื่อตั๋วพร้อม!! ใจพร้อม!! ก็ลุยกันเล้ยยยยยยย

(ราคาสรุปในตอนท้ายจ้า)

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

- ด้วยความระแวงจึงซื้อประกันเพิ่มกับเจ้านี้ Sompo ในเบี้ยประกันหน่อมแน้ม พร้อมใช้โปรโมชั่นเสริมลดราคาอีก

- ถอย Sim2Fly เพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง

- วางแผนเส้นทางในการเดินทาง เพราะขับรถไม่เป็น จึงจัดสินใจซื้อ Oneday Tour

- จองที่พักผ่าน website booking และ Agoda

เรื่อง Surprise

ในเช้าวันที่ 20 ก.ค. ด้วยความตื่นเต้นที่จะกำลังจะเดินทาง ก็กดดูสภาพอากาศที่ Okinawa ทันใดนั้นเอง... พายุใต้ฝุ่นกำลังจะเข้าเกาะในเช้าวันที่ 21 ก.ค. !!!! ตอนนั้นได้แต่หัวตื้อ งง จนต้องของีบเพื่อตั้งสติ... จนเมื่อเวลา 10โมงเช้ามี Email จากสายการบินเด้งมาแจ้งเรื่องยกเลิกเที่ยวบิน OTL... ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม 5555

สิ่งที่ต้องทำคือติดต่อประกันว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และเลื่อนเที่ยวบิน ได้ตั๋วตรงกับช่วงหยุดยาวแทนซะงั้น โดยบินลัดฟ้าวันที่ 26-30 ก.ค. และติดต่อที่พักกับทัวร์ที่ซื้อไว้ ทั้ง 2 ที่เข้าใจเหตุจำเป็นจึงทำการWaive ทุกอย่างทั้งหมดโดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ปลื้มปริ่มมาก (TwT)...

เพิ่มเติมเอกสารเคลมกับประกัน 1.หนังสือยืนยันจากสายการบิน 2.สำเนา boarding pass และตั๋วเครื่องบิน 3.สำเนาพาสปอร์ต 4.สำเนาหน้าสมุดบัญชี 5.ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการเคลม

เราสามารถขอเอกสารการยกเลิกเที่ยวบินผ่านทางหน้าเว็ปไซต์ของ Peachair ได้เลย เพียงแต่ต้องเปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษก่อน จากนั้นก็ scan เอกสารทุกอย่าง ส่งผ่าน Sompo เลยค่ะ และไม่กี่วันทางบริษัทจะติดต่อมาอีกที... สบายใจทุกอย่างแล้วมาเริ่มเดินทางกันเล้ย!!!!

Day 1

บินตรง 4.30ชม. ก็มาถึงสนามบิน Naha เช้าตรู่แล้วววว ที่นี่เป็นโกดังเก่าที่เอามาทำสนามบิน ทั้งเล็กทั้งแคบ อากาศร้อน แต่ไม่อ้าวมาก เพราะลมทะเลพัดสบายๆ (หรือเราคนเดียวที่เฉย) มาถึงก็ต่อแถวนั่ง Shutter Bus สนามบินฟรีไปยังอาคารในประเทศ ด้วยความ Slow Life ก็แวะทานข้าวเช้ากันก่อน เช้าๆ แบบนี้มีร้านเปิดไม่เยอะ แต่วิวดีและพนง.บริการดีมากๆ

หลังจากอิ่มท้องก็แวะไปที่ Tourist Information ที่อยู่ที่ชั้น 1 เพื่อซื้อ Pass Yuirail + Bus 1 day ในราคา 3000Y ตอนคุยกับจนท.รู้สึกเหมือนคุยกับ NPC เกมส์เลย เขาจะวนอยู่คำตอบเดิม ภาษาเราอ่อนแอกันทั้งคู่ก็ตามน้ำกันไป อิอิ

เอาตั๋ว Bus ที่ซื้อไปแลก Yuirail 1 day ที่สถานี เพื่อตรงไปที่พักก่อน เลือกพักที่ Estinate 3 คืน ฝากของและจัดการธุระเราให้เสร็จก็ออกเดินทางต่อกัน สถานีถัดไปคือ ปราสาทชูริ

มาถึงสถานีแล้ว แต่ก็ต้องเดินดุ้มๆ ต่อไปอีกประมาณ 1.5km ค่าเข้าชม 800Y แต่หากมี Yuirail 1day pass สามารถใช้เป็นส่วนลดได้จะเหลือที่ 660Y กิจกรรมที่นี่นอกจากชมปราสาทแล้ว ก็มีการล่าสแตมป์ที่เอาไปแลกของที่ระลึกกันได้ ถือเป็นกิมมิกอย่างหนึ่งของที่นี่เลย (^__^)



ระหว่างเดินชมความโอ่อ่าของสถานที่ ฟ้าก็ครึ้มเป็นระยะ แต่ไม่ยักกะมีฝนมาไล่เรา แค่บรรยากาศอาจจะขมุกขมัว ภายในมีจุดให้นั่งพักหลายจุด มีร้านขนมชื่อ Sasunoma อยู่ภายในปราสาท เขาบอกว่าเป็นขนมที่ทานสมัยโน้น แล้วก็พยายามอธิบาย แต่...เป็นภาษาญี่ปุ่น... ซึ่งขนมก็แปลกๆ ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แต่ชอบตู้เก็บรองเท้าและชาของเขามากกกกก

หลังจบภารกิจแลกของเรียบร้อย ขากลับก็ลองเถลไถลไปอีกเส้นทาง เจอะวัดดารุมะ ไม่น่าเชื่อว่ามีวัดซ่อนอยู่ แถมยังไม่มีใครที่นี่ก็จะเหงาๆ หน่อย


กลับไป Check-in พักผ่อนกันซักแป้บ ก็ออกไปลุย Kokusaidori กันต่อ แวะเดินเล่น ทานข้าวเย็น วันนี้เราจบการเที่ยวแค่นี้ (^w^)

Day 2

วันนี้ใช้บริการทัวร์ของ https://www.cerulean-blue.co.jp/bus_tour/en/ รวมค่าเข้าสถานที่ทุกอย่าง โดยจะมารอขึ้นรถที่หน้าห้าง Palette Kumoji ให้เรามาก่อนเวลารถออก 10-15 นาที คุณไกด์จะมารับเราและออกเดินทางตรงเวลาเป๊ะๆ ล้อหมุน 8.30น. นะเจ้าคะ... ระหว่างทางคุณไกด์ก็จะเล่าเรื่องราวตลอด ซึ่งคุณไกด์ก็เล่าเป็นภาษาญี่ปุ่น อินเนอร์มาเต็มและพูดเก่งมากๆ ไม่มีหยุดเลยจริงๆ 5555 ก็นั่งฟังไปเรื่อยๆ และนั่งดูวิวไป โอ้วทะเลแสนงามมมมมม


ใช้เวลาประมาณ 2ชม. จุดแรกที่มาจอดคือ Kouri Beach โดยจะปล่อยให้เราชมวิวและถ่ายรูปเล่นเป็นเวลา 20 นาที


จุดที่ 2 ไม่มาไม่ได้ Churaumi Aquarium เลือกมาวันธรรมดาหวังว่าคนจะน้อย แต่เปล่าเลย... เด็กน้อยเยอะมากกกกกกก มีเวลาที่นี่ 2.30ชม. ซึ่งตอนแรกคิดว่าน่าจะชิลๆ ที่ไหนได้เวลาไม่พอ แถมยังอดดูโชว์อีกตางหาก สถานที่ใหญ่มากกกกกก และด้วยความไม่ระวังก็ดันทำไม้เซลฟี่หายที่นี่อีก... แม้จะเศร้าแต่ก็ประทับใจกับตู้โชว์ฉลามวาฬ สวยงามหน้าทึ่งมาก (*w*)



จุดที่ 3 แวะโรงงานมันม่วง อารมณ์เหมือนมาแม่กิมลั้ง ที่นี่ดีตรงที่สามารถเดินชิมขนมได้ และวิวยังดีอีกด้วย


จุดที่ 4 แหลมมันซาโมะ ปล่อยที่นี่ 20 นาที เป็นหน้าผา 1 ใน แลนมาร์คของเขาหล่ะ


จุดที่ 5 ปิดท้ายด้วยหมู่บ้านริวกิว อยู่ที่นี่ 60 นาที ที่นี่เป็นหมู่บ้านจำลอง มีการแสดงโชว์น่ารักๆ แต่เพราะโชว์เล่นกลางแจ้ง อากาศร้อนมาก... โชว์สไตล์ญี่ปุ่นจะเป็นแบบให้เราร่วมสนุกกับเขา ร้องรำ ทำเพลง น่ารักดีแต่เพราะร้อนมากๆ เลยไม่สู้จีจี...


หลังจบทัวร์มาส่งที่เดิม ก็เลยแวะกินข้าวต่อที่ร้านในตรอกย่าน Kokusaidori ร้านนี้ตามรอยรายการ Sugoi Japan มา มีการเล่นดนตรีพื้นเมือง ของกินอร่อย ไม่แพงด้วย... อิ่มหนำสำราญ ก็กลับไปพักผ่อน



Day 3

วันนี้ลองเดินทางเองด้วย Bus Pass หรือ "บัตรเบ่ง" ถือโชว์โดดขึ้นได้เลย เดินทางรถบัสใช้ app japan travel ช่วยได้ระดับหนึ่ง จะคำนวณสายรถที่จะมาถึงในบริเวณนั้น และแนะนำวิธีเดินทางคร่าวๆ พร้อมจุดขึ้นรถ (ซึ่งจุดขึ้นรถก็ตรงบ้าง ผิดด้านบ้าง แต่อยู่ที่โซนเดียวกันนั่นแหล่ะ) มามากกว่า 2 คน แนะนำขับรถ+ขี่มอไซต์จะสะดวก ค่าเช่าค่าน้ำมันไม่ต่างจากบ้านเรา ทำใบขับขี่สากลไม่ยากจ้า มีใบขับขี่ปกติครบ 1 ปี ไปติดต่อขนส่งเสียค่าทำประมาณ 500กว่าบาท ขี่มอเตอร์ไซต์แนะนำเพจ Japan raider ช่วยแนะนำหลายอย่างดีค่ะ ขอแชร์ต่อแม้ไม่ได้เลือกใช้แผนนี้ (^ ^)

การใช้งานบัตรไม่ยาก เอาเหรียญขูดวันที่ เดือน ปี ก็สามารถใช้งานได้เลยทุกเส้นทาง แต่ใช้กับสายรถ 117 และ 111 ไม่ได้นะงับ

จุดหมายแรก คือ Okinawa World เป็น Theme Park ของเกาะ ค่าเข้าจะมีแบ่งหลายแบบ แต่เพื่อความอยากรู้ทุกจุดเลยจัดชุด 1650Y มาดู ได้ส่วนลดจากการไปทัวร์เมื่อวานเหมือนจะลดไปนิดหน่อย ที่นี่มีการแสดงโชว์ที่แข็งแรงมาก มีถ้ำยาวที่ทำทางเดินได้สวยงาม และมีการแสดงงู แต่เหมือนงูจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยประทับใจกับการแสดงงูที่นี่ และได้ลองกาแฟจากซากปะการัง มาครั้งหน้าคงไม่กินละไม่อร่อย 5555

ที่นี่ของฝากหลายจุดและเยอะมาก หลังจากเดินดูของก็แวะทานข้าวเที่ยงที่นี่ มื้อนี้จัดอุด้ง อร่อยฝุดๆ

หนังท้องตึงก็โบกรถไปต่อที่ Peach Memorial & Museum ถ้าให้เปรียบก็เหมือนสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ณ เมืองกาญฯ เดินเที่ยวดูรอบๆ ฟรี หากเข้าชมพิพิธภัณฑ์จะมีค่าเข้า 300Y

ใช้เวลาทั้งวันเสร็จก็มีเสียงแว่วมาว่าอยากเล่นทะเล เลยพาไปสำรวจที่หาดในเมือง ซึ่งก็คือ Naminoue Beach มาถึงก็มีความตกใจกับการกั้นหาด ถึงรู้อยู่แล้วว่าเล็ก แต่เขาเล็กจีจีนะ 5555 เพราะมาถึงเย็นแล้วเลยเดินเลียบๆ หาดดูสาวๆ ก็พอ จากนั้นก็แวะขึ้นเนินไปสักการะที่ศาลเจ้าสักหน่อย และแวะกินสเต็กย่าน Kokusaidori เช่นเคย เป็นอันจบทริปงงๆ วันนี้

Day 4

วันนี้ย้ายถิ่นฐานไปนอนแถว American Village เพราะว่าจะมีงานพลุฤดูร้อนที่หาดแถวนั้น นั่งบัสยาวๆ ไปประมาณ 1 ชม. และเดินไปฝากของที่พัก Emi Full Resort ซึ่งชอบที่นี่มากกกกกกก เทียบห้องพักน่าจะเหมือนไปนอนคอนโด เพราะมีทุกอย่างและห้องกว้าง ห้องน้ำก็แยกสัดส่วน มีครัวและเครื่องซักผ้า ระบบป้องกันภัยตรงประตูที่ใช้มือสแกนแล้วเลขจะปรากฎแล้วให้เราทัชสกรีนใส่รหัสนี่ชอบสุดๆ (ซึ่งในทางตรงข้ามก็กึ่งๆ อันตรายถ้ารู้รหัสห้องอ่านะ 555) มาถึงกันตอนเที่ยง แต่ให้เข้า Check-in ก่อนได้เพราะว่าห้องเสร็จแล้ว แวะเก็บของแล้วออกไปเล่นทะเลกันเถอะ!!! แต่ก่อนอื่นแวะรองท้องกันก่อนดีกว่า

ราเม็งเจ้านี้!!!!!!!!! โออิชิ!!!!!!!!!!! แน่นจุก มิน่าคนต่อแถวเยอะ... ป่ะๆ เล่นน้ำต่อ...

หาดและทะเลโซนนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ น้ำสีขุ่นๆ ไม่ใสเหมือนทะเลกับหาดอื่นที่แวะมา มีพื้นที่ในการเล่นน้ำมากกว่า Naminoue แต่คลื่นเบากว่า ตื้นกว่า และคนจีนเยอะกว่า... ซึ่งก็เจอคนจีนทำพฤติกรรมไม่น่ารักตอนอยู่ในห้องน้ำ ก็เลยเซ็งๆ ไปเหมือนกัน (-_-") ... จบการเล่นน้ำก็ถึงเวลารอคอย มาเฝ้าดูพลุหน้าร้อนกันเถอะจ้าาาาาาาา

จบกิจกรรมดอกไม้ไฟ อยากถ่ายรูปจากมุมสูงเลยลองขึ้นชิงช้าสวรรค์ครั้งแรก ค่าชิงช้า 500Y และเพิ่งรู้ตัวว่า... เรากลัวชิงช้าสวรรค์ (TwT) เพราะมันช้า มันโยก มันแกว่ง ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย 5555

แกว่งชิงช้าเล่นเสร็จเดินขาสั่นๆ ไปร้านเกมส์ SEGA เล่นให้หายแค้นนนนน (แล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย)



Day 5

วันสุดท้ายหลังจากเก็บของเสร็จก็ไปสำรวจรอบๆ ซื้อของฝาก ซึ่งของที่นี่ราคาถูกกว่าในเมืองหลายอย่าง แม้กระทั่งตู้กดน้ำ ราคายังถูกกว่า 10-30Y เลยทีเดียว แวะกินซูชิจานหมุน และไปรอขึ้นบัสสาย 120 ไปลงสนามบิน ระหว่างรอเครื่องออก ใช้บัตร JCB ไปนั่งในเลาจน์สนามินในประเทศได้ฟรี พร้อมดื่มน้ำไม่อั้น 5555 หากหิวให้กินข้าวที่นี่เลย เพราะที่อาคารที่เราต้องขึ้นเครื่องกลับจะไม่มีร้านอาหาร มีแต่ขนม และตู้กดขนมปังเท่านั้นนะงับ

สรุป Okinawa ที่นี่มีให้แต่การพักผ่อน (แล้วที่เดินอย่างบ้าคลั่งล่ะ555) เมืองไทยสวยงามไม่แพ้ Okinawa ต่างกันเรื่องความเป็นระเบียบและความสะอาด อยู่ที่ว่าเราอยากมาทำอะไรมากกว่าล่ะนะ ^^

🌸ค่าใช้จ่าย 5 วัน 4คืน / คน กินอิ่มอยู่สบายไม่ตึงจนเกินงาม🌸
✔️ค่าตั๋ว = 5,950 (รวมโหลดกระเป๋าเฉพาะขากลับ/ตั๋วโปรที่ถูกกว่านี้ส่วนใหญ่จะปล่อยมาในวันธรรมดา)
✔️SIM2FLY = 296.5 (ซื้อผ่าน shopee โปรมาบ่อย)
✔️ที่พัก Estinate 3 คืน (ในเมือง) = 3,667
✔️ที่พัก Emi full 1 คืน (ใกล้จุดพลุ) = 1,284.5
*ที่พักหากต้องการมีห้องน้ำส่วนตัวแนะนำขนาดห้อง 12ตรม.ขึ้นไป เพราะจะมีพื้นที่ในการเดิน และวางกระเป๋า
✔️ประกัน = 352.12 (Sompo ดีที่หากป่วยจนต้องเข้า รพ. ไม่ต้องสำรองจ่ายเหมือนค่ายอื่น)
✔️Oneday Tour = 1,535
✔️ค่าเดินทางบนเกาะ = 1,539
✔️ค่ากินทุกอย่าง = 4,655.7
✔️ค่าจิปาถะ = 898.5
❤️รวม = 20,178.32

*หมดตัวกลับไปทำงานที่เรารักต่อเถอะค่ะ*

ความคิดเห็น