3 จังหวัด...จัด 100 โล...บิดรับลมหนาวแรกของปี รีวิวโดย Nuim Navigator

#HondaS90 #WeekendRiderThailand ลมหนาวแรกของปีนี้ พัดมาปะทะผิวเบาๆ ช่วงกลางสัปดาห์ในต้นเดือนพฤศจิกายน ที่งานออฟฟิศกำลังยุ่งพอดี แต่นั่นเป็นเรื่องของ Weekday เพราะ Weedend นี้ผมมีนัดกับเจ้าคุณปู่ Honda S90 ตัวเก่ง กะว่าจะควบไปสัก 100 กม. ให้ลมหนาวผ่านหู ปะทะหน้า เข้าชั้นผิว...ก่อนที่ความหนาวจ

3 จังหวัด...จัด 100 โล...บิดรับลมหนาวแรกของปี

3 จังหวัด...จัด 100 โล...บิดรับลมหนาวแรกของปี


#HondaS90 #WeekendRiderThailand

ลมหนาวแรกของปีนี้ พัดมาปะทะผิวเบาๆ ช่วงกลางสัปดาห์ในต้นเดือนพฤศจิกายน ที่งานออฟฟิศกำลังยุ่งพอดี

แต่นั่นเป็นเรื่องของ Weekday เพราะ Weedend นี้ผมมีนัดกับเจ้าคุณปู่ Honda S90 ตัวเก่ง กะว่าจะควบไปสัก 100 กม. ให้ลมหนาวผ่านหู ปะทะหน้า เข้าชั้นผิว...ก่อนที่ความหนาวจะเป็นความร้อนตามเคยแบบ กทม.

เสาร์ 10 โมงเช้า เริ่มบิดเบาๆ จากบางบัวทอง นนทบุรี เข้าเขตนครปฐมที่อำเภอนครชัยศรี วิ่งผ่านแอร์ออร์คิดร้านกล้วยไม้เจ้าดังของจังหวัด เลยแวะฉี่สักหน่อย (ฮา) อากาศเย็นเลยทำให้เข้าห้องน้ำบ่อย สักพักก็ผ่านตลาดน้ำวัดลำพญาที่คนกำลังเข้ามาเที่ยวกันเรื่อยๆ สองข้างทางช่วงนี้ทุ่งนาก็ยังเป็นสีเขียว แต่ส่วนใหญ่กลายเป็นน้ำซะแล้ว ไม่ใช่เพราะน้ำท่วม แต่จะเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งตอนต้นปี

ผมวิ่งผ่านตัวอำเภอบางเลนที่การจราจรจอแจ และแวะเติมน้ำมัน 100 บาท จากนั้นเส้นทางยาวประมาณ 25 กม. โล่งสบายดี มีไอดินกลิ่นทุ่งเป็นเพื่อน และบางก็มีกลิ่นไอเสียรถบรรทุกเข้ามาแจมเป็นระยะๆ จนถึงจุดหมายแรกที่จะแวะพักคือ…

ตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 ถือเป็นตลาดบ้านเก่าเหล่าเต๊งไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี คนจีนแต้จิ๋วหนีสงครามเข้ามาอยู่บริเวณแม่น้ำท่าจีนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และประกอบอาชีพค้าขายในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขายยา ขายหมู ค้าไม้ รวมถึงค้าฝิ่น (เป็นเรื่องในอดีต) และอีกมากมาย เวลาผ่านไปหนึ่งศตวรรษ รูปแบบตึกแถวเรือนไม้ยังคงเดิมอยู่มาก ถือเป็นเหล่าเต๊งไม้แบบดั้งเดิมที่ยาวที่สุดในไทย (ยาวกว่าตลาดสามชุก สุพรรณบุรี) ส่วนความเป็นอยู่ของคนจีนที่นี่ก็ยังเดิมๆ ร้านหนังสือก็ยังมีหนังสือพิมพ์จีนขาย ร้านยาก็ยังขายยาสมุนไพรและแผนปัจจุบันควบคู่ไปด้วย

ที่นี่ยังมีโรงเรียนสอนภาษาจีนชื่อว่าเจี้ยนหัว เปิดสอนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2491 ถือเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนคุณภาพอันดับต้นๆ ของประเทศ และมีครูสอนภาษาจีนมากที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ตั้งอยู่ข้างๆ ตลาด…คลาสสิกมากครับโรงเรียนนี้

ส่วนสภากาแฟอย่างร้านเจี่ยซุ่นกี่ (ชื่อไทยคือกาแฟพ่อปาน) ก็ยังคงขายกาแฟโบราณให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ขอบอกว่าถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มเดินตรงไหนของตลาด ลองมานั่งร้านนี้ก่อน แล้วค่อยไปเที่ยวเดินเล่นก็ได้ เพราะเรือนแถวไม้นี้มีแค่ 2 ซอยเอง

ผมจัดกาแฟเย็นโบราณ ไข่ลวก และน้ำเปล่ามาเติมพลังเป็นเซ็ทแรก ราคาออกมาน่าคบอยู่ที่ 40 บาท ตบท้ายด้วย Signature ของที่นี่นั่นคือชุนเปี๊ยะ ที่ขายมาตั้งแต่รุ่นปู่กว่า 70 ปี ลักษณะจะคล้ายๆ ปอเปี๊ยะทอด แต่ไม่ใส่เนื้อสัตว์เลย รสชาตินี่อร่อยไม่เหมือนที่ไหน และหากินยากจริงๆ ผมจึงจัดไปชุดหนึ่ง 5 ชิ้น 20 บาท หากมาตอนคนเยอะพีคๆ ต้องรอคิวนะครับ...แต่รับรองว่าอร่อยแน่นอน

พออิ่มท้องแล้ว ผมก็ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิมที่ชาวบ้านนับถือ ก่อนปักหมุดเป็นระยะทางอีก 10 กม. เพื่อข้ามจังหวัดไปสุพรรณบุรี...วัดไผ่โรงวัว

เมื่อเราข้ามสะพานบางหลวง จากชื่อแม่น้ำนครชัยศรีจะเปลี่ยนเป็นท่าจีนทันที พร้อมกับเข้าเขตเมื่อเหน่อน่ารักๆ ของเด็กสุพรรณ ความทรงจำครั้งแรกของผมกับสุพรรณ คงต้องย้อนไปตั้งแต่ ป.4 กับทัศนศึกษาที่วัดไผ่โรงวัวนี้ ความตื่นตาตื่นใจในตอนนั้นคือ การที่ได้เห็นว่านรกและสวรรค์เป็นอย่างไร? ผ่านทางรูปปั้น Action ชวนจินตนาการที่ทางวัดทำไว้มากมาย

วันนี้ทุกๆ อย่างได้เปลี่ยนไป ผู้คนมาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสายเช่นเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเดิมคือพระกกุสันโธ พระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์ใหญ่สีขาวที่เด่นมาตั้งแต่ไกล ที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 และกลายเป็นจุดแรกๆ ที่คนมาวัดนี้ต้องแวะก่อนเป็นอันดับแรก ผมเองก็เช่นกัน จากนั้นผมโบกมือลาวัดไผ่หรือวัดโพธาม ชื่ออย่างเป็นทางการ (ผมก็เพิ่งรู้) เพื่อไปร้านกาแฟกลางทุ่ง...บ้านริมนาคาเฟ่

หากเราเห็นครัวกางนา นั่นแหละบ้านริมนาคาเฟ่…สรุปเป็นร้านเดียวกัน ร้านกาแฟกลางทุ่งที่หันหน้าออกทุ่งนาสีเขียวๆ เหลืองๆ มีระเบียบไม้ให้นั่งห้อยขาชิลล์ๆ หรือจะไปนั่งศาลาริมนาเพื่อความเป็นส่วนตัวก็ได้

ผมเลยจัดอเมริกาโน่เย็นมานั่งรับลมเย็นๆ อยู่ด้วยกันข้างๆ จากนั้นก็มีคนสั่งอาหารมากิน…ที่นี่เขาจะเสิร์ฟเป็นสำรับให้เข้ากับรรยากาศบ้านทรงไทยที่ออกแบบมา ซึ่งบ้านริมนาคาเฟ่เปิดให้เปิดที่พักด้วย บ้านหลังเรือนแถว 1,000 บาท/คืน บ้านทรงไทยชั้นบน 1,800 บาท/คืน และยังมีส่วนต่อเติมที่กำลังก่อสร้างอีก คาดว่าอีกไม่กี่เดือนก็คงเสร็จ…สรุปว่าใครมาไหว้พระวัดไผ่แล้ว ควรแวะมาริมนาคาเฟ่ด้วยเลย บรรยากาศดีมาก เพราะอยู่ห่างกันแค่กิโลนิดๆ เอง

นั่งไปนั่งมาเพลินจัด ซัดไปชั่วโมงกว่าๆ คงได้เวลาบิดกลับท่ามกลางแดดร้อนๆ ตอนบ่าย 2 ระหว่างทางเห็นโรงเรียนบรรหารแจ่มใสของอำเภอสองพี่น้อง เลยจัดไปสักภาพ เพราะถือเป็นโรงเรียนที่มีครบทุก 10 อำเภอ เรียกว่าเป็นที่เช็คอินได้อย่างดีว่ามาถึงสุพรรณบุรีแล้ว

ตลอดขากลับ ลมหนาวก็ยังคลอเคลียผิวเป็นเพื่อนตลอดทาง และเหล่าไบค์เกอร์ท้องถิ่นก็ผ่านมาเรื่อยๆ พร้อมกับคำทักทายตามประสาคนคอเดียวกัน

จบทริป 3 จังหวัด…นนท์ คร’ฐม สุพรรณ...เดินตลาดเก่า ไหว้พระ กินกาแฟริมทุ่ง...ไปกลับ 115 กม. พอดี


สรุปค่าใช้จ่ายทริป “3 จังหวัด...จัด 100 โล...บิดรับลมหนาวแรกของปี”

• ค่าน้ำมัน 100 บาท

• ค่ากาแฟโบราณ / ไข่ลวก / น้ำเปล่า (ตลาดบางหลวง) 40 บาท

• ค่าชุนเปี๊ยะ (ตลาดบางหลวง) 20 บาท

• ค่าอเมริกาโน่เย็น 60 บาท

...เท่ากับ 220 บาทขาดตัว

ความคิดเห็น