ไปโตเกียว เที่ยวฟูจิ (ตอน นาริตะมีดี ไม่ใช่แค่ทางผ่าน) รีวิวโดย เที่ยวตามใจ WHEREVER

ไปโตเกียว เที่ยวฟูจิ ตอน นาริตะมีดี ไม่ใช่แค่ทางผ่าน เที่ยวชมถนนสายโบราณแห่งเมืองนาริตะ หลังจากเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิในตอนที่แล้ว ก็ได้แค่เก็บภาพความประทับใจมาตลอด หากใครยังไม่ได้รับชม ตอน ฟูจิซัง สวยจับตา งามจับใจ สามารถติดตามย้อนหลังได้ตามลิงค์ด้านล่างได้เลยจ้า https://th.readme.me/p/21578 ผม

ไปโตเกียว เที่ยวฟูจิ (ตอน นาริตะมีดี ไม่ใช่แค่ทางผ่าน)

ไปโตเกียว เที่ยวฟูจิ (ตอน นาริตะมีดี ไม่ใช่แค่ทางผ่าน)

 วันพฤหัสที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เวลา 21.40 น.

 วันที่เดินทาง 21 เม.ย. 2561

ไปโตเกียว เที่ยวฟูจิ

ตอน นาริตะมีดี ไม่ใช่แค่ทางผ่าน

เที่ยวชมถนนสายโบราณแห่งเมืองนาริตะ


หลังจากเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิในตอนที่แล้ว ก็ได้แค่เก็บภาพความประทับใจมาตลอด หากใครยังไม่ได้รับชม ตอน ฟูจิซัง สวยจับตา งามจับใจ สามารถติดตามย้อนหลังได้ตามลิงค์ด้านล่างได้เลยจ้า

https://th.readme.me/p/21578


ผมเดินทางจากเมืองคาวากูจิโกะโดยรถบัสด่วนพิเศษไปยังสถานีรถไฟโตเกียวอีกรอบ เพื่อไปต่อรถไฟ JR ไปเที่ยวต่อเมืองนาริตะครับ

ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆก็เดินทางถึงสถานีรถไฟ JR นาริตะครับ

เนื่องจากผมเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้ จึงต้องหาห้องพักและค้างคืนที่นี่ 1 คืน เพื่อมีเวลาในการเที่ยวเมืองนี้อย่างเต็มที่

หลังจากเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาในการสำรวจเมืองนาริตะแห่งนี้

ที่พักของผมเหมือนเดิม เป็นฟูกนอนตามแบบต้นฉบับของคนญี่ปุ่น

เมืองนาริตะนั้นมีดีมากมายไม่ใช่แค่เมืองที่เป็นทางผ่าน เพราะหลายคนคงไปขึ้น-ลงเครื่องที่สนามบินนาริตะ แต่รู้หรือไม่ว่าเมืองนาริตะแห่งนี้ก็ยังซ่อนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่นะ

ผมเดินเท้าไปเรื่อยๆตามถนน เพื่อไปที่ถนนสำหรับช้อปปิ้ง ชื่อถนนว่า Omotesando Street

ระหว่างทางเจอกับร้านอาหารไทย สังเกตุจากธงชาติ ร้านอาหารไทยแท้แน่นอนครับ อิอิ แต่ว่าร้านปิดวันนี้!

ถนนแห่งนี้มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สองข้างทางของถนนขนาบไปด้วยตึกเก่าแบบดั้งเดิม ได้อารมณ์ญี่ปุ่นย้อนยุคจริงๆ เหมือนหลุดไปในยุคก่อนเลย! และยังเป็นเส้นทางที่จะนำเรามาสู่วัด Naritasan Shinshoji โดยจะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกเปิดให้เราได้ช้อปก่อนจะเดินไปถึงวัด เรียกว่าที่เดียวได้เที่ยวถึงสามแบบเลยนะครับ



นอกจากนี้ เมืองนาริตะขึ้นชื่อเรื่องปลาไหล ร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่จึงมีเมนูปลาไหลอยู่ทุกร้านเลย และยังมีการโชว์การชำแหละปลาไหลแบบสดๆให้ดูด้วย




เดินมาเรื่อยๆจนถึงวัด Naritasan Shinshoji Temple ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่แห่งนาริตะ



วัดแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งเมืองนาริตะที่อยู่ใกล้สนามบินมากที่สุด ในส่วนของความเก่าแก่นั้นขอบอกเลยว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 1,000 ปี ความเก่าแก่จึงเพิ่มความขลังและศักดิ์สิทธิ์ให้แก่วัดแห่งนี้ ทำให้วัดมีผู้คนมากมายแวะมาสักการะขอพรกัน

ปิดท้ายด้วยการเดินเที่ยวชมวัด ก่อนกลับโรงแรมที่พักเพื่อพักผ่อน เตรียมพร้อมเดินทางกลับในวันถัดไป


เดินทางกลับประเทศไทย

สำหรับผมแล้วการท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้นับว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าทางจิตใจมากๆ ผมชอบและรักประเทศนี้ไม่แพ้ประเทศไทยเลย ได้เวลาออกจากห้องพักเก็บความประทับใจมากมายที่พบเจอกับการเดินทางตลอดระยะเวลา 5 วัน

การเดินทางจากเมืองนาริตะไปสนามบินนาริตะใช้เวลาแค่ 10 นาทีโดยประมาณจากสถานีรถไฟนาริตะ

เมื่อถึงสนามบินแล้วผมได้ทำการเช็คอิน และโหลดกระเป๋า รวมถึงแวะซื้อของฝากไปให้เพื่อนๆที่เมืองไทย

เสียงจากกัปตัน

เครื่องได้เทคออฟจากสนามบินนาริตะ กับตันตีโค้งเลี้ยวขวาเพื่อไปยังเส้นทางที่นำทุกท่านในเที่ยวบินนี้สู่ดินแดนขวานทอง เครื่องบินบินผ่านนนานฟ้าของโตเกียวด้วยนะ

เครื่องเทคออฟไปสักพักก็ได้ยินเสียงประกาศจากกัปตัน

"...สวัสดีครับท่านผู้โดยสารทุกท่าน นี่คือเสียงจากกัปตันครับ ท่านผู้โดยสารที่นั่งริมหน้าต่างทางขวาให้มองออกไปหน้าต่างของท่าน ขณะนี้เรากำลังบินผ่านภูเขาไฟฟูจิครับ ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเดินทางกับเรานะครับ ขอบคุณครับ..."

สำหรับทริปครั้งนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมนะ

ขอบคุณครับ :)


ฝากติดตามเพจทาง Facebook ด้วยนะครับ

https://www.facebook.com/tiewtamjaiwherever


ความคิดเห็น