“11 จุด Check-in เขาใหญ่” ฉบับ One day trip รีวิวโดย LEFT HOME หนีออกจากบ้าน

กรุงเทพยังไม่หนาวสักที ทริปนี้เลยขอหนีไปรับไอเย็นที่เขาใหญ่กันนน “11 จุด Check-in เขาใหญ่” ฉบับ One day trip สำหรับคนมีเวลาแค่วันเดียวหรือที่พักเต็มหมดแล้ว ไปเช้าเย็นกลับก็ทำได้! ทริปนี้แบมเก็บหลายที่เพราะไหนๆก็ออกมาไกลละต้องเอาให้คุ้มค่าน้ำมัน สำหรับใครดูแล้วเหนื่อยเกินไปก็ตัดออกบางรายการได้ค่า

“11 จุด Check-in เขาใหญ่” ฉบับ One day trip

“11 จุด Check-in เขาใหญ่” ฉบับ One day trip

 วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 23.06 น.

 วันที่เดินทาง 7 ธ.ค. 2561

กรุงเทพยังไม่หนาวสักที ทริปนี้เลยขอหนีไปรับไอเย็นที่เขาใหญ่กันนน

“11 จุด Check-in เขาใหญ่” ฉบับ One day trip สำหรับคนมีเวลาแค่วันเดียวหรือที่พักเต็มหมดแล้ว ไปเช้าเย็นกลับก็ทำได้!

ทริปนี้แบมเก็บหลายที่เพราะไหนๆก็ออกมาไกลละต้องเอาให้คุ้มค่าน้ำมัน สำหรับใครดูแล้วเหนื่อยเกินไปก็ตัดออกบางรายการได้ค่า

เราเริ่มออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า กลับถึงบ้าน 4 ทุ่ม เดินทางกทม-เขาใหญ่ประมาณ 3 ชม.กว่าๆ

ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนบ้างง

ปล. ฝากเพจด้วยน้าค้าา www.facebook.com/LeftHomeTraveller


ท่องเที่ยวธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ค่าเข้า 130 บาท/2 คน)

  • ผาเดียวดาย
  • ผาตรอมใจ
  • น้ำตกเหวสุวัต
  • ทุ่งหนองผักชี
  • อ่างเก็บน้ำสายศร

ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ใกล้เคียง

  • บ่อน้ำผุดธรรมชาติ (เข้าฟรี)
  • ไร่ทานตะวันมณีศร (40 บาท/คน)

กิจกรรม Entertainment

  • วงกต Pate Maze (300 บาท/คน)

Cafe&Restaurant

  • Birder’s Lodge
  • Ribs Mann
  • Escape


เราเริ่มขับรถออกจากกรุงเทพ 6 โมงเช้า ถึงอุทยานประมาณ 9 โมงกว่าๆ ขับเข้ามาในอุทยานอากาศดีมากกก เปิดกระจกรับลมได้เลย ชิวมาก

ค่าเข้าอุทยาน 130 บาท สำหรับ 2 คน

ระหว่างทางก็เจอลิงมาคอยต้องรับอยู่เรื่อยๆ

เข้ามาในอุทยานก็ไม่ลืมที่จะแชะภาพบนถนนสวยๆ เช้าๆยังไม่ค่อยมีรถ ถ่ายได้


และที่แรกที่เราจะไปก็คือออ “ผาเดียวดาย” นั่นเองคร่าาา

และนี่คือทางเข้าผาเดียวดาย ต้องเดินเขาไปไม่กี่ร้อยเมตร เดินง่ายมากเพราะทำทางเดินไม้แล้ว บวกกับอากาศดีสุดๆ ตอนนั้นประมาณ 20 องศาได้แหนะ

ระหว่างทางเดิน มันสวยก็ต้องถ่าย

เดินมาแป้ปเดียวเท่านั้นก็ถึงหน้าผา!!

และนี่คือจุดพีคของผาเดียวดาย คือสวยและเสียวมากๆเพราะไม่มีอะไรกั้นเลย ตกแล้วตกเลย แล้วลมก็แรงมากด้วย

แต่วิวดีมากกกก มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา

เสร็จจากผาเดียวดายแล้วก็เดินกลับอีกทาง เพื่อที่จะไปผาต่อไปกันค่าา


ขับจากจุดผาเดียวดายมาไม่เกิน 1 นาทีก็จะถึงจุดที่ 2 คือ “ผาตรอมใจ”

มานั่งดูวิวเขาใหญ่และเป็นจุดพักดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำด้วยค่า


เสร็จจาก 2 ผาแล้ว จุดหมายต่อไป เราจะไปกันที่นี่!! “น้ำตกเหวสุวัต”

ด้วยความที่ตอนนี้ก็เป็นหน้าแล้ว น้ำก็จะมีประมาณนี้ แต่ถ้ามาหน้าฝนที่นี่จะอลังการมากค่า ใครมาเขาใหญ่ต้องห้ามพลาดเลย

อีกอย่างทางเดินเข้าง่ายด้วย ไม่ต้องปีนป่ายเยอะ เดินลงไม่ไกล พาครอบครัวมาได้สบายๆ


Check point ต่อไปในอุทยาน ตรงนี้ขับรถผ่านพอดีเลยลองแวะเข้ามาหน่อย

“ทุ่งหนองผักชี” เป็นจุดที่มีหอคอยไว้ส่องสัตว์ป่า ใครชอบแนวๆนี้ก็ควรแวะมาสักหน่อย

ทางเดินเข้าก็จะเป็นทุ่งหญ้าชิคๆแบบนี้ ถ้ามากลางวันก็จะร้อนหน่อยเพราะไม่มีร่มเลย


มาถึงจุดสุดท้ายที่ใครมาอุทยานก็ต้องมาตรงนี้!! “อ่างเก็บน้ำสายศร”

มาถ่ายรูปยืนริมน้ำแบบฮิปๆ ฝั่งตรงข้ามเป็นวิวป่า ลมพัดเย็นๆอากาศดีมากก

ที่จริงในอุทยานยังมีจุดท่องเที่ยวอีกเยอะเลย แต่เราเก็บมาได้เท่านี้


ออกจากอุทยานตอนเที่ยงกว่าๆพอดี หิวแล้วก็ขอหาอะไรลงท้องหน่อย

และจุดที่พลาดไม่ได้เลยถ้ามาเขาใหญ่ก็คือ “Birder’s Lodge”

ที่นี่เป็นคาเฟ่สไตล์แบบเกร๋มากก และคนก็เยอะมากเช่นกัน

ที่นี่เค้ายังมีโซนที่พัก เป็นบ้านพักสไตล์ฮิปสเตอร์ด้วยนะ

ฝั่งนี้จะเป็นโรงนาที่ดัดแปลงแล้ว ทำเป็นโซนขายสินค้า



และเนื่องจากร้านก่อนไม่มีอาหาร เราเลยต้องหาร้านใหม่ แต่!! อุปสรรคที่เจอในวันนั้นคือ จะเข้าร้านไหนก็เต็ม เนื่องจากทัวร์ลง

จนสุดท้ายก็มาลงเอยที่ร้าน “Ribs Mann” ดูจากชื่อต้องเป็นร้านซี่โครงแน่ๆ ก็เอาเลยเพราะหิวมาก



ช่วงบ่ายๆแดดร้อน เลยตกลงกันว่าจะไปหาที่เย็นๆก่อนมั้ย เลยตัดใจว่าจะไป “บ่อน้ำผุด” ที่คิดว่าจะไปนั่งเอาเท้าจุ่มน้ำรอแดดร่ม

บ่อน้ำผุดธรรมชาติ (เข้าฟรี) ของจริงคือสวยมากก น้ำใสเห็นพื้น สีเขียวมรกต อาณาเขตไม่ได้กว้างมาก ไปถึงตอนบ่าย 2 กำลังมีคนมาเล่นน้ำกันเยอะเลย

และเนื่องจากว่าที่นี่มีข่าวคนจมน้ำบ่อย (ส่วนใหญ่มาจากเมาแล้วลงน้ำ) เลยขอแนะนำว่าควรระมัดระวังมากหน่อยนะคะ เพราะมีหลายจุดที่น้ำลึก 2เมตรกว่าๆ แต่ดูไม่ออกเพราะมันใสมาก และไม่ควรดื่มกันในบริเวณนี้

และที่นี่ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย ทางที่ดีที่สุดคือดูแลตัวเองกันเนอะ


ขึ้นจากบ่อน้ำผุดก็แดดเริ่มร่มแล้ว ประมาณเกือบๆ 4 โมง เราเลยไปกันต่อที่ “Pete Maze”

เขาวงกตพื้นที่ใหญ่ใช้ได้เลย ค่าเข้าคนละ 300 บาท

นี่กว่าจะหาทางออกได้เป็นชั่วโมง



พระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว เราเลยรีบออกจากวงกต ไปจุด(เกือบ)สุดท้าย “ไร่ทานตะวันมณีศร”

ซึ่งอยู่ห่างจาก Pete Maze แค่ 5 นาที ค่าเข้าคนละ 40 บาท

มาถึงทัวร์ลงอีกแล้ว แต่ดีที่ไม่เยอะมาก ระหว่างทางเดินเข้าไร่จะมีตลาดนัดย่อมๆ ขายผลิตภัณฑ์ทานตะวันต่างๆ

บรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกก็จะประมาณนี้ค้าา


มาถึงจุดสุดท้ายๆจริง!! ของทริป ที่เพิ่มขึ้นมาโดยไม่ได้แพลน แต่ดั๊นไปขับรถผ่านแล้วมันเตะตาพอดี

“Escape BBQ Garden” คือตอนนั้นฟ้ามืดแล้ว ขับรถผ่านหน้ารีสอร์ท Escape แล้วเห็นไฟประดับวิบวับเลยเข้าไปสอบถาม ได้ความว่ามันคือโซนทานอาหารเย็น เป็นบาร์บีคิวในสวน บรรยากาศน่านั่งมากกก เราเลยอดใจไม่ไหว ขอแวะทานก่อนกลับกรุงเทพละกันน้าา



และแล้ว One day trip ของเราก็จบลง ถึงจะมีเวลาน้อยแต่เราก็ไปรวบรวมสถานที่หลายๆที่มาให้เพื่อนๆชมกันเป็นตัวเลือกค่า

สามารถติดตามรีวิวที่เที่ยวอื่นๆทั่วไทยและต่างประเทศได้ที่ www.facebook.com/LeftHomeTraveller

ความคิดเห็น