Review Korea Winter 2019 : รีวิวเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ตอน 블링크 - เกาหลีจ๋ามาหา Blackpink รีวิวโดย Kamonchanok Adirektanasan

อันนนยองค่ะ ทุกคน การไปเกาหลีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของฝ้ายแล้ว และรอบนี้ก็ยิ่งฟินหนักเพราะอยู่ในช่วงอินกับ Blackpink เพิ่งไปดูคอนมาด้วย ประทับใจสุด ๆ >//< การไปเที่ยวเกาหลีครั้งนี้จึงฟินมากกกกก 55555 แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่ blink อย่าเพิ่งปิดหนีน๊าาา เพราะเนื่องจากมาครั้งที่ 2 แล้วเลยอยากจะมาแช

Review Korea Winter 2019 : รีวิวเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ตอน 블링크 - เกาหลีจ๋ามาหา Blackpink

Review Korea Winter 2019 : รีวิวเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ตอน 블링크 - เกาหลีจ๋ามาหา Blackpink

 วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 09.25 น.

 วันที่เดินทาง 23 ม.ค. 2562

อันนนยองค่ะ ทุกคน การไปเกาหลีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของฝ้ายแล้ว และรอบนี้ก็ยิ่งฟินหนักเพราะอยู่ในช่วงอินกับ Blackpink เพิ่งไปดูคอนมาด้วย ประทับใจสุด ๆ >//< การไปเที่ยวเกาหลีครั้งนี้จึงฟินมากกกกก 55555 แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่ blink อย่าเพิ่งปิดหนีน๊าาา เพราะเนื่องจากมาครั้งที่ 2 แล้วเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์การเตรียมตัวมาเกาหลีหน้าหนาว พร้อมรับมือกับ ตม. ที่เค้าว่าโหดแสนโหด

สำหรับการเตรียมตัวเที่ยวเกาหลีหน้าหนาว ตอนไปสูงสุดที่ -7 ตํ่าสุดอยู่ที่ 2 :

1. เริ่มแรกเลยเสื้อโค้ทตัวนอกสุด ที่เกาหลีไม่นิยมใส่เป็นสีนะคะ ถ้าจะใส่กลมกลืนควรเป็นสีดำ สีนํ้าตาล พวกเอิร์ธโทนพวกนี้ได้อยู่ แนะนำซื้อร้านมือสองที่ IG มีหลายร้านมาก ร้านที่ซื้อมีชื่อว่า IG : Coatparka ราคาไม่ถึงพัน สินค้าดีทุกตัวแบรนด์ดัง ๆ เพียบ นี้ไม่ได้ค่ารีวิวอะไรนะ แต่อยากจะแนะนำจริง ๆ ดีกว่าไปซื้อตัวละหลายพัน ข้อเสียร้านนี้คือจองให้ทันแล้วกัน 5555

2. เสื้อตัวใน ฝ้ายใส่ตามนี้คือ ฮีทเทคยูนิโคล่ > จากนั้นใส่เสื้อไหมพรมอีกตัว และทับด้วยเสื้อโค้ท รวมเป็น 3 ชั้น เอาอยู่ค่ะสำหรับอุณหภูมิติดลบ ซึ่งบางคนอาจจะไม่อยู่ถ้าขี้หนาวมากก็ใส่อีกตัว ส่วนกางเกงฝ้ายใส่ตัวเดียวเอาอยู่ ซื้อที่เป็นบุขนข้างใน ของแบรนด์ Coatover

3. สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือถุงมือ ถุงเท้า และ mask ปิดหน้า ซื้อตามร้าน IG ก็รู้สึกเฉย ๆ ไม่ช่วย เพื่อนซื้อที่เกาหลีก็ไม่ช่วย คิดว่าเอามือล้วงเสื้ออุ่นที่สุด ส่วนถุงเท้าฝ้ายซื้อถุงเท้าลายน่ารัก ๆ 20 บาท 555 เอาอยู่ไม่หนาวเท้าเลย ใส่รองเท้า adidas เดินสบายมาก แต่ใครขี้หนาวมากก็หาซื้อดี ๆ นะคะ ฝ้ายซื้อให้แฟนของ Muji ก็รู้สึกว่าโอเคเลย ส่วน mask ปิดหน้า จะเห็นคุณค่าตอนลมพัดมา ช่วยมากจริง ๆ

4. ถุงร้อนต่าง ๆ ส่วนตัวฝ้ายไม่ได้ใช้เลย แค่นี้ก็คือเอาอยู่ แต่บรรดาเพื่อนรวมทริป มีใช้บ้าง มีที่ซื้อเตรียมไป คือยี่ห้อที่ขายอยู่ร้านญี่ปุ่น ที่สยามสแควร์ จำชื่อไม่ได้ แต่ลองหาดูค่ะ ถุงแดง ๆ อันนี้ก็เห็นว่าดี


การเดินทางไปเกาหลี :

ฝ้ายเดินทางสายการบินแอร์เอเชีย จองช่วงโปรโมชั่น ที่เลือกสายการบินนี้ก็เหมือนเดิมคือ บินตรง ไม่ชอบต่อเครื่อง แปปเดียวนั่งได้ ยังไม่เคยเจอดีเลย์นาน ๆ นานสุดก็ครึ่งชั่วโมง อาหารโอเค ไปต่างประเทศก็เลยมักจะเลือกสายการบินนี้ตลอด และก็การเดินทางอย่าลืมทำประกันด้วยนะคะ


วิธีผ่านด่าน ตม. เกาหลี :

ถ้าเกิดตั้งใจไปเที่ยวจริง ๆ แล้วไม่ต้องกลัวอะไร ฝ้ายไปสองรอบไม่โดนถามสักรอบ และก็ยังเชื่อว่าถึงแม้จะโดนถาม แต่ถ้าเรามีเอกสารครบ ใบรับรองเงินเดือน แพลนเที่ยว ใบจองที่พัก ตอบคำถามได้ ถึงแม้จะไม่เก่งภาษาแต่จับใจความตอบได้ ก็ผ่านแน่นอน หน้า ตม. เกาหลี เค้าจะโหดก็จริง แต่ถ้าเราใจดีสู้เสือ นึกว่าฉันมาเที่ยวนะ เอาเงินมาให้นะ ยังไงก็ผ่าน ไปทริป 6 คนผ่านทุกคนค่ะ แม้คนพาสขาวก็ผ่าน สาวสองก็ผ่านแบบไม่โดนถาม เพราะพวกเรามั่นใจ !! เพราะฉะนั้นมีสิ่งเดียวที่อยากจะแนะนำคือ มั่นใจและเตรียมพร้อมให้มากสุด เพราะตอนไปมีคนติดเยอะเหมือนกัน แต่ท่าทางเค้าก็ดูน่าสงสัยจริง ๆ


พร้อมสำหรับการเตรียมตัว ออกจาก ตม. ได้แล้ว มองหาป้าย Train ค่ะแล้วก็เดินตามป้ายเลย พุ่งตัวไปซื้อบัตร T-Money ที่ตู้ ราคาบัตร 4,000 Won ตู้เติมเงินก็อยู่ข้าง ๆ ควรเติมที่ละ 10,000 Won ก็พอค่ะ เดียวบัตรหาย ยุ่งเลย ข้อดีคือมีบัตรเดียวใช้ได้ทุกอย่าง รถไฟฟ้าใต้ดิน , รถเมล์ , รถบัส และอื่น ๆ อีกล้านแปด

หลังจากได้บัตรแล้ว ให้เดินตามป้ายไปขึ้นรถไฟ ที่พักฝ้ายอยู่สถานี Noksapyeong Station มีการเปลี่ยนสาย ซึ่งอยู่ใกล้ย่าน itaewon ที่เลือกพักย่านนี้เพราะฝ้ายมีพี่ที่รู้จักมารับราชการที่นี่เลยได้มาพักด้วย เพราะฉะนั้นรีวิวนี้เลยจะไม่มีรีวิวที่พักน๊าาาา
App ที่ฝ้ายใช้ระหว่างอยู่เกาหลีคือ : Kakaomap และ Seoul City Metro Lite


- DAY 1 -

วันแรกมาถึงเกาหลีบ่ายสามแล้วกว่าจะมาถึงที่พักก็เย็นแล้ว ด้วยความหิวโหยเลยกินร้านแถวที่พัก ซึ่งเป็นร้านดั้งเดิมมาก ๆ ร้านเล็ก ๆ ไม่มีภาษาอังกฤษเลย ชื่อร้านก็เกาหลี ปิ้งย่างเกาหลีคือที่สุด สุดยอดดด พิมพ์ไปก็นํ้าลายไหลไปอยากกินอีก กิน 4 คน ประมาณ 7 หมื่นวอน กินเยอะมาก อีก 2 คนกินแต่เนื้อเลยแยกโต๊ะ พิกัดไปขอพี่ที่อยู่ที่นั้นมา : https://store.naver.com/restaurants/detail?id=18727834 ใครอยู่ย่าน itaewon แวะมาก็ได้น๊าาดีมาก

ใช้เวลากินกันนานพอสมควร เปลี่ยนไปสามเตาละ อาจุมม่าคงดีใจ เห็นเด็กพวกนี้กินอย่างอร่อย 55555555 จากนั้นเราก็ไปเดินเล่นย่าน itaewon ต่อ ซึ่งตลอดเวลาที่เดินไม่ได้ถ่ายรูปเลยจ้าาาาา เพราะมือเย็นเฉียบ แต่ย่านนี้ดีนะ เป็นย่านที่ผับนี้แน่นเชียว ต่างชาติเยอะด้วย


- DAY 2 -
มาต่อวันที่ 2 ด้วยความรวดเร็ว สถานที่แรกที่เราจะไปคือ มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา เป็นแลนด์มาร์คใหม่ มาครั้งก่อนไม่ได้มาก็มาซะหน่อย เห็นว่าถ่ายรูปสวย ฮิตมาก การเดินทางมาง่าย ๆ คือ มาลงที่ Ewha Womans Univ. Station ทางออก 2

วิธีการขึ้นรถไฟฟ้านะคะ ของฝ้ายคือเปิด App Seoul City Metro Lite ที่มันเป็น map ภาพรวมเลย ส่วนตัวฝ้ายดูแล้วจะงงน้อยกว่า Search ชอบดูแบบนี้ เข้าใจง่ายดี ซึ่งแล้วแต่คนเลยว่าถนัดแบบไหน จากภาพคือฝ้าย ต้องนั่งมาลงสถานี Hapjeong เพื่อเปลี่ยนสายไปสายสีเขียว สถานี Ewha Womans Univ. Station ซึ่งตอนเข้าไปในสถานีแล้วมันจะไม่บอกปลายทาง มันจะบอกแค่สถานีถัดไป

เช่นฝ้ายอยู่สถานี Noksapyeong Station ฝ้ายลงไปที่สถานีมันจะมีสองทางให้เลือกคือ Samgakji กับ itaewon จากรูปฝ้ายจะต้องไปยืนรอฝั่งที่ไป Samgakji เพราะฉะนั้นเราจะรู้แต่สถานีปลายทางไม่ได้นะคะ ต้องรู้ว่าสถานีที่เราจะไปมันต้องผ่านอะไรก่อน ส่วนวิธีการเปลี่ยนสายไม่ยากแค่ตามป้าย Transfer Line ไปแค่นั้น สุดท้ายมันก็จะ งง ๆ บ้าง บางสถานี แต่ว่าไม่ยากค่ะ

ออกสถานีมาแล้วเดินผ่านย่านช้อปปิ้งอีแดด้วย อดใจไว้ก่อนไปถ่ายรูปก่อน เพื่อนจะแวะตั้งแต่ร้านแรก กลุ้ม 55555

และแล้วก็มาถึง สวยมากกกกกกก อิจฉาเลย ตอนไปฝ้ายไปวันธรรมดาคนเลยอาจจะดูไม่เยอะมาก แต่ก็มีมาตลอด อาศัยจังหวะถ่ายเอาค่ะ ก็ถ่ายอยู่แค่ข้างหน้านะ ไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะสองจุดนี้ก็น่าจะพอแล้วไม่เป็นการรบกวนด้วย อีกอย่างสองจุดนี้ก็ถ่ายรูปเป็นชั่วโมงแล้วจ้าา

ถ่ายรูปเสร็จก็ได้เวลาช้อปปิ้ง ลืมบอกว่าเรากินขนมปังรองท้องไปแล้ว ซึ่งอร่อยยยยมากกกกก ชื่อร้านว่า Isaac Toast & Coffee ร้านนี้มีหลายสาขาหากินกันได้ อร่อยมาก ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นขนมปังที่อร่อยมากกกก ประมาณ 2,000 won เอง

กลับมาต่อถัดจากมหาลัยหน้ามหาลัยมันจะเรียกว่า ย่านอีแด (이대) เป็นย่านที่อยู่หน้าม.สตรีอีฮวา เลย ร้านนู้นนี้เยอะมาก ทั้งเสื้อผ้าเครื่องสำอาง ที่สำคัญเค้าบอกว่าถูกด้วยเพราะอยู่ในย่านแถวมหาลัย ส่วนตัวยังไม่เคยมาย่านนี้ แต่พอมาก็ชอบนะ ควรมาเลยแหละ และตามชื่อรีวิวเลยว่า เกาหลีจ๋ามาหา Blackpink 55555555 ก็มาเจอนี้เลย นู๋เจนดึก ร้านนี้เข้าไปเลยจ้าาา มี Shop Blackpink เล็ก ๆ อยู่ข้างใน ได้ของแถมด้วย กรี๊ดดดด

นอกจาก Blackpink ยังมี Shop Line ด้วยนะ แต่ ณ จังหวะนั้นมองข้ามไปก่อน เพราะจะไปอีกที่อยู่แล้ว 555 ข้างในมีร้านเสื้อผ้า Star 101 ด้วย ถูกมาก เริ่มต้นแค่ 300 บาทไทย แต่คัตติ้งดีเว่อร์ ชุดกันหนาวน่ารัก ๆ เพียบ ใครไม่อยากขนมามาซื้อนี้เลย ถูก ๆ หรือจะขนกลับก็มีชุดที่เอามาใส่ที่ไทยได้

ออกมาปุ๊บ ก็ล้มละลายกันไปอีกหลายร้าน แต่ย่านนี้คือเสื้อผ้าดีมากกกกกกกน่ารักมาก เพื่อนก็สายช้อปกันทั้งนั้นหิ้วกันสนุกเลย

เพื่อนที่ใส่คอนแทคเลนส์ของ Olens ที่ Blackpink ใส่นั้น นางบอกว่าดีมาก และราคาไม่แพงเลย ใครใส่คอนแทคควรตำ shop มีทุกย่านเยอะมาก หาง่าย

และก็ยังมีอีกหลายร้านมากกกกก ที่แบบถ่ายยังไงก็ไม่มีวันหมด เยอะแยะไปหมดจนเวลาล่วงเลยไปบ่าย 2 ยังไม่ได้ไปไหนต่อเลย ไม่ต้องบอกเนอะว่าล้มละลายกันรึยัง 555555555 จนเห็นท่าไม่ดีแล้วไม่ได้ไปไหนเลย เลยย้ายย่านแล้วกัน

ไปกันต่อที่ย่านยอดฮิตมากี่ครั้งก็ต้องมา ก็คือ ย่านฮงแด (홍대) นั้นเอง การมาย่านฮงแด อยู่ไม่ไกลจากอีแด สายสีเขียวเหมือนกันมาลงที่สถานี Hongik Univ. Station ทางออก 8 สถานีนี้ดูคึกคักเว่อร์ ป้ายศิลปินเกาหลีเต็มไปหมด

ย่านนี้เหมือนทำให้เพื่อนล้มละลายรอบสอง เพราะตั้งแต่มาถึงผึ้งก็แตกรังไปคนละทาง ตื่นตาตื่นใจ ส่วนตัวมาแล้วก็เลยเดินแบบชิว ๆ บวกกับไม่ได้สายช้อปเครื่องสำอางด้วย แต่จุดประสงค์ที่มาฮงแดเลยก็คือ มาหาบ้าน Blackpink House ใช้เวลาเดินหาอยู่พักใหญ่ก็เจอจนได้ นํ้าตาจะไหลนี้ซินิที่เรียกว่าได้เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี แต่นี้คือได้เห็นประตูชมพูพิงค์

ตอนไปมีคุณลุงทาสีอยู่ประตูเลยเปิดออกนิดนึง เราก็ถ่ายรูปแบบเงียบ ๆ 55 อายุวัย 26 มาติ่งวงเกาหลีตอนนี้55


สำหรับย่านอีแด ฮงแด เนี้ยควรมาวันเดียวกันเพราะอยู่ใกล้กัน และก็ถ้ามาสองที่นี้ควรเตรียมตัวมาช้อปเลย เพราะของถูกหลายอย่าง แฟชั่นย่านนี้ก็คิ้วมากกกกก วันนี้ทั้งวันได้หมดไปกับสองย่านนี้แล้วไปไหนต่อไม่ได้แล้ว เพราะทุกคนเต็มไม้เต็มมือไปหมด เลยตัดสินใจหาอะไรกินแถวนี้ จริง ๆ เราทำการบ้านมานะว่า มาแถวนี้กินอะไร สุดท้ายก็คือเจอร้านไหนก็เข้าร้านนั้น และก็ลืมชื่อร้านไปแล้วด้วย 55555 แต่อร่อยมากกกก

และระหว่างเดินก็มีแวะกินร้านแบบนี้ด้วย มากี่ครั้งก็ชอบร้านแบบนี้ อร่อยมากกกกกถูกด้วย อยู่หน้าฮงแดทางออก 8

มีไปเจอช็อคโกแลตที่เค้าฮิต ๆ กันช่วงนี้ ก็อร่อยดีนะแต่กินคนเดียวหมดกล่องแอบเลียนนิดนึง 555555

และย่านนี้ขายสตอเบอร์รี่เสียบไม้เยอะมากกกกก นี้ก็ไม่ไหว โดนมา 1 ผลปรากฏคือ สตอเบอร์รี่อ่ะอร่อยมาก แต่มันจะมีตัวเคลือบนํ้าตาลอยู่ข้างนอก นี้ต้องให้แฟนกัดเอาออกให้ก่อน ไม่ชอบเลย หวานแบบตายแน่ ๆ แต่เห็นคนเกาหลีกินเยอะมาก จำราคาไม่ได้น่าจะ 4,000 won

กว่าจะกินเสร็จก็ปาไปเกือบ ๆ 2 - 3 ทุ่มแล้ว ซื้อสภาพร่างที่ตื่นตั้งแต่ 7 โมง เดินทั้งวัน พากันแบกของอีก บวกกับตอนที่ไปยิ่งดึกยิ่งหนาว ติดลบขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยกินไก่เสร็จก็กลับกัน แต่ที่ฮงแดยิ่งดึกยิ่งครึกครื้นนะคะ ชอบมีคนมาเต้นโคฟ มีมาร้องเพลง งานดีกันทั้งนั้น ใครใคร่อยู่ก็อยู่ให้ดึก ๆ ไปเลย 555555555


- DAY 3 -
วันนี้เราจะออกนอกโซลไปเที่ยว สวน anyang art park ซึ่งกระแสช่วงนี้บูมมากกก ถ่ายรูปออกมานี้ดีสุด ๆ วิธีการเดินทางให้ไปลงสถานี Anyang Station ซึ่งการเดินทางเกือบชั่วโมงได้ การขึ้นรถไฟฟ้าก็เหมือนเดิมคือดูสถานีถัดไปไม่ใช่สถานีปลายทางนะคะ และเนื่องจากสถานีนี้ไกลเหมือนกัน มีการเปลี่ยนสายแน่นอนก็ดูตาม App ก่อนเลย ไม่หลงแน่นอน มาถึงแล้วออกทางออกที่ 1 จะเห็นป้ายรอรถเมล์ให้ต่อรถเมล์สาย 2 สีเหลือง ใช้บัตร T-Money ได้ ลงสุดสายเลย ในรีวิวบางคนจะให้แท็กซี่แต่พวกเรามาเยอะเลยนั่งรถเมล์ดีกว่าไม่อยากแยกกัน เพื่อความชัวร์ก่อนขึ้นถามคนขับก่อนนะคะ

พอลงป้ายรถเมล์แล้วก็เปิด App Kakaomap พิมพ์ว่า anyang art park แล้วเดินต่อ ก็เดินตามทางเรื่อย ๆ ละ map ก็บอกว่าถึงแล้ว เลย งง ว่าไหนอ่ะที่ถ่ายรูป ยืน งง ๆ ในดงนั้นสักพัก ก็มีคุณลุงคนนึงเดินมาถาม และก็พาเราเดินไปส่งถึงที่เลย เค้าบอกว่าทั้งหมดนี้ก็คือ Anyang แต่ที่ถ่ายรูปก็จะมีเป็นจุด ๆ ไป ละนางก็พาเดินไป คือใจดีมากกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักมากปลื้มเลยอ่ะ คุณลุงพูดไทยได้นิดหน่อยด้วย รู้จักภูเก็ตและพัทยา 55

ที่นี่มีป้ายข้อความภาษาไทยด้วย เขียนว่าศาลาสุขาวดี

คุณลุงก็แนะนำพูดไปเรื่อย ๆ ภาษาเกาหลีบ้าง อังกฤษบ้าง งง ๆ กันไป แต่คุณลุงก็พาเรามาถึงจ้าาาาาาาาาาาาาา

สวน anyang art park ที่อ่านรีวิวมาคือมีประมาณ 25 จุดให้ถ่ายรูป แต่เราถ่ายไม่ถึง และก็หลัก ๆ คิดว่า 2 จุดนี้สวยสุดและก็ใช้เวลาถ่ายรูปนานมากเช่นเคย 5555555555 สำหรับใครมาหน้าหนาวต้นไม้ใบหญ้าก็จะมีความแห้ง ๆ แต่สวยอยู่ แต่คิดว่าถ้ามาใบไม้เปลี่ยนสีคือต้องดีมากแน่ ๆ กว่าจะมาถึงกว่าจะถ่ายรูปมองนาฬิกาก็บ่าย 3 แล้ว ก่อนมากินอะไรรองท้องไปนิดเดียว และเห็นว่าทางเดินมาร้านอาหารเยอะมากกกก เลยตัดสินใจเสี่ยงเอาสักร้าน

ความพีคคือ ไม่มีเมนูอังกฤษ ในร้านพูดเกาหลีใส่รัว ๆ เลย แต่อาจุมเค้าน่ารักมากกกกกกก ใจเย็นพยายามอธิบาย ยิ้มแย้มมาก ผู้คนย่านนี้คือทำให้เราประทับใจ ก็พากันจิ้ม ๆ รูปและก็ translate กันไป ก็เลยออกมาหน้าตาแบบนี้

ทั้งหมดทั้งมวล คืออร่อยยยยยยยยยยมาก อร่อยแบบดีไปหมด ในหม้อนี้คือปลาหมึกสดมาก ๆ ตัวใหญ่เว่อร์ ซดร้อน ๆ อากาศหนาว ๆคือฟิน ใครมาแถวนี้ควรมากินเลยห้ามพลาดเลย ราคาทั้งหมดรวมกันแล้วประมาณ 70,000 Won หารกันแล้วไม่แพง คุ้ม เพราะว่าสดมาก ปิดท้ายเหมือนอยู่ดี ๆ น่าจะเป็นเจ้าของร้านเดินมาคุยด้วย เค้าพูดอังกฤษได้ ถามว่ามากี่วัน พักที่ไหน เป็นคนที่ไหน อาหารอร่อยมั้ย พูดไปยิ้มไป แบบน่ารักมาก ๆ

และก็ตอนมาก็แอบกลัวเพราะไม่มีคนรีวิวของกินเลยนอกจากสวน กลัวไม่มีอะไรกิน 555 แต่จริง ๆ แล้วไม่ต้องกลัวนะคะ มีทุกอย่าง เยอะด้วยอร่อยด้วย ซื้อขนมกินกรุบกริบพวกเราก็เดินทางกลับ เพราะมันใช้เวลาพอสมควร ถึงที่พักก็ประมาณ 6 โมงเย็นแล้ว วันนี้เรามีแพลนกินข้าวที่บ้าน เพราะทุ่มพลังไปกับสวนเยอะเหมือนกัน แนะนำว่าใครจะมาสวนครึ่งวันไม่น่าจะพอนะคะ วันที่มาสวน anyang art park ควรวางแพลนไปต่อแบบใกล้ที่พักดีกว่าไม่ควรไปไหนไกลแล้ว


พวกเราเลยกลับมาบ้านปิ้งย่างกันที่บ้าน หมูผัดเกาหลีกินกับผักอร่อยมากกกกกกกก ไปหากินได้ตามร้านต่าง ๆ แนะนำว่าต้องกิน มันดี ฟินนน ส่วนปิ้งย่างหมูย่าง นี้คือ ดีงามมมมม อย่างที่บอกปิ้งย่างที่เกาหลีนี้คือที่สุด หมูเค้าคือดีมากกก บรรดาผู้ชายก็กินกับโซจู แกล้มด้วย ojingjing มันเป็นปลาหมึกคล้าย ๆ รสของไทยอร่อยดี แต่พอดูซองมีภาษาไทยด้วย น่าจะนำเข้ามาขายที่นี่ เพราะเห็นว่าคนเกาหลีชอบกินแกล้มกับโซจู คงฟินกันน่าดู จบวันที่ 3 แบบฟิน ๆ สำหรับคํ่าคืนนี้


- DAY 4 -
วันนี้วันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวแบบเต็ม ๆ ก็ยังวนเวียนอยู่กับย่านต่าง ๆ เนื่องจากแลนด์มาร์คเกาหลี วังต่าง ๆ ไปมาแล้วมารอบนี้ก็เน้นเดินตามย่านอย่างเดียว เอาใจเพื่อนร่วมทริปมาช้อปกันต่อที่ ถนน Sinsadong Garosu-gil Road (신사동 가로수길) เป็นย่านที่แนะนำว่าอยากให้มามาก การเดินทางมาลงที่ Sinsa Station ทางออกที่ 8 ออกมาแล้วเดินตรงมาเรื่อย ๆ จะเจอป้ายถนนให้เลี้ยวเข้าไป เป็นย่านที่ไฮไซนิดนึงแต่ว่าดูเป็นเกาหลีชิค ๆ ดี ใครอยากช้อปแบรนด์เนมก็มาย่านนี้ได้

แต่สาเหตุที่เรามาคือมา Shop Blackpink จ้าาาา 5555 เพราะว่าสาขานี้ของเยอะกว่า เรียกได้หมดเกือบแสนวอน แต่ข้อเสียคือ Shop นี้พนักงานหน้าบูดมาก ซื้อเยอะไม่มีของแถมด้วย

ปล.มีหลายวงน๊าาา น่ารักมากกกกกกกกกก สาวกติ่งต้องล้มละลาย และก็ที่นี่มีหลายชั้นน๊าาา ชั้นล่างสุดมีที่คีบตุ๊กตาด้วย

ถัดมาใครมาที่ Garosu-gil Road อย่าลืมแวะมา Line Friend Store น๊าาา สาขานี้ดีงามมาก มีที่ถ่ายรูปด้วย แถมมีคาเฟ่อยู่ชั้นล่างสุดด้วย ไอติมละมุนอร่อย ประมาณ 3,900 Won ถ้าจำไม่ผิด จริง ๆ แล้วเข้ามาที่ถนนนี้ Line Friend จะอยู่หน้า ๆ เลยหาง่าย

แล้วก็มี Shop อีกมากมาย ใครชอบแบรนด์ The Abnormal Beauty ต้องมาที่สาขานี้เลย มีของแถมด้วย Shop 3CE ก็ใหญ่น๊าา ABC Mart ก็มี เป็นย่านที่ต้องมามาก ๆ

ใช้เวลานานอีกแล้วจ้าาาาาาา คือกะจะมาแปป ๆ ก็ไม่แปปได้สักที ได้กันทุกคน ถึงเวลาไปต่อ เราไปกันที่ คลองชองกเยชอน Cheonggyecheon จริง ๆ เคยมาแล้วแต่ว่าเพื่อนร่วมทริปอยากมาอีกเลยพามา เป็นคลองยอดฮิตที่คนชอบมาถ่ายรูป ยิ่งกลางคืนยิ่งสวย คู่รักเกาหลีชอบมาเดินหนุงหนิงกันที่นี่ด้วย 55555555

อยู่นี้ไม่นาน นั่งพักสักแปป หาอะไรกิน ก็ไปกินกันต่อที่ย่านมยองดง หรือที่คนไทยเรียกว่า เมียงดง นั้นเอง ส่วนตัวฝ้ายว่าย่านนี้เหมาะกับมากิน Street food แต่ว่าถ้าอยากซื้อของแนะนำย่านอีแดหรือฮงแดจะดีกว่า

ขนมไข่อร่อยมากกกกกกกกกก ต้องกิน ร้านไหนก็ได้แหละ อร่อย

หางกุ้งล็อบเตอร์ แพงหน่อย แต่ว่าดีงาม เนื้อแน่นมากกกกกกก ต้องกิน เป็นของที่ต้องกินในย่านนี้

โอริโอ้ คนรีวิวเยอะมาก ส่วนตัวไม่ชอบ ไม่อร่อยเลย กลับไปกินโอริโอ้เซเว่นดีกว่าเยอะ แต่ใครไปแล้วก็ลองก็ได้ค่ะ อาจจะชอบ ของแบบนี้ต้องลองเองเนอะ

ชีสย่าง พอกินได้ ถ้ามีนมราดเยอะกว่านี้คงอร่อย แต่ราดนมน้อยอ่ะเลยจืดกินไม่หมด

กิน ๆ เดิน ๆ และก็วนอยู่ในเมียงดง ช้อปเยอะมาก จริง ๆ คนก็เยอะมากเช่นกัน ย่านนี้ มาเกาหลีไม่มาเมียงดงก็เหมือนมาไม่ถึงอ่ะเนอะ

ช้อปเรียกได้ว่ารถไฟขบวนสุดท้ายเกือบตกรถไฟเลยทีเดียว นานมากกกกกก จะช้อปอะไรกันขนาดนั้น 55555555555555


- DAY 5 -
วันสุดท้ายแล้ว จริง ๆ วันนี้เราไม่ได้ไปไหนตื่นมากินข้าวเช้าและก็เตรียมขึ้นรถบัสไปสนามบิน ไฟท์บิน 4 โมงเย็น เลยจะเขียนสรุปคร่าว ๆ ให้ก็คือ ประเทศเกาหลี ถ้าคุณเป็นคนชอบศิลปิน ดาราเกาหลี ควรมามาก ๆ ฟินไปสามชาติ ถ้าเป็นสายช้อป สายบิ้วตี้ ยิ่งต้องมา มีเงินเท่าไหร่ขนมาให้หมดค่ะ มีล้มละลายแน่นอน ช้อปเครื่องสำอางเรียงยาวเป็นกิโล หลัง ๆ มาพนักงานคนไทยแถบทุกร้าน ขายเก่งจริง แม้แต่เกาหลีแท้ ๆ ก็พูดสรรพคุณเป็นภาษาไทยได้คล่องเว่อร์ มาช้อปพกกระเป๋าเป้ กระเป๋าผ้ามาด้วย ตามร้านสะดวกซื้อไม่ให้ถุงนะจ๊ะ เครื่องสำอางบางช้อปให้ บางช้อปเสียเงินประมาณ 50-100 won ของแถมยุคนี้ให้น้อยกว่าแต่ก่อนมากก แม้จะซื้อเยอะแค่ไหนก็ตาม ถือว่าน้อยกว่าเมื่อก่อน สำหรับใครที่มากับแฟน ผู้ชายอาจจะเบื่อได้ นอกจาก ABC Mart ก็ไม่มีอะไรให้ซื้อ แนะนำจูงมือไปญี่ปุ่นดีกว่า และเก็บเกาหลีไว้กับแก๊งค์เพื่อน 5555555555555


สุดท้าย ฝ้ายเคยเจอคนที่บอกว่าไปทำไมประเทศเกาหลีเค้าดูถูกเรา ตม.ก็เข้ายาก นู้นนี้ จริง ๆ จะบอกว่าทุกประเทศบนโลกใบนี้มีทั้งคนดีและไม่ดีนะคะ อย่าไปเหมารวมกัน อยู่ที่ประสบการณ์แต่ละครั้งเราไปเจอมาแบบไหน ฝ้ายมาสองรอบ รอบนี้ก็ประทับใจเหมือนเดิม ยิ่งตอนไปสวน anyang art park เจอแต่คนน่ารัก บางคนไม่เคยมาเกาหลีก็ไปดูถูกไปว่าเค้าซะละ แบบนี้ไม่น่ารักเลย และถ้าหากใครยังไม่เคยมาเกาหลี ก็อยากให้ลองมากันนะคะ แล้วชีวิตอาจจะล้มละลายได้ อิอิ : ) เจอกันใหม่ทริปหน้าน๊าาา

ปล. อากาศติดลบทุกวัน ไม่ค่อยได้หยิบกล้องถ่าย ทริปก็อาจจะ งง ๆ หน่อย ติชมได้นะคะ ^______^
ปล. 2 จริง ๆ เกาหลีคาเฟ่เยอะมาก มีโอกาสควรเข้านะคะ น่ารักกกทั้งนั้น แต่แก๊งค์นี้เพื่อนมัวแต่ช้อป อดเข้า T^T



ความคิดเห็น