รถไฟ ป่า เขา ดาว และ เรา (อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล) รีวิวโดย Mariabamboo

9th - 10th February 2019 เพราะการเยือนอุโมงค์รถไฟขุนตานคราวก่อนทำให้เกิดไอเดียอยากพาเด็กน้อยที่บ้านมาฝึกเดินป่าระยะสั้น แม้ว่าบ้านเราจะ hiking เบา ๆ กันอยู่บ่อยครั้งแต่หนนี้คงเป็นครั้งแรกสำหรับโมเสสที่จะได้นอนเต้นท์ นอนดอย และทำ nature trail แบบเต็มคราบสินะครับ จขบ.เลือกอช.ขุนตาลเป็นคาร์แคมป์

รถไฟ ป่า เขา ดาว และ เรา (อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล)

รถไฟ ป่า เขา ดาว และ เรา (อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล)

 วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 12.38 น.

 วันที่เดินทาง 9 ก.พ. 2562

9th - 10th February 2019

เพราะการเยือนอุโมงค์รถไฟขุนตานคราวก่อนทำให้เกิดไอเดียอยากพาเด็กน้อยที่บ้านมาฝึกเดินป่าระยะสั้น แม้ว่าบ้านเราจะ hiking เบา ๆ กันอยู่บ่อยครั้งแต่หนนี้คงเป็นครั้งแรกสำหรับโมเสสที่จะได้นอนเต้นท์ นอนดอย และทำ nature trail แบบเต็มคราบสินะครับ

จขบ.เลือกอช.ขุนตาลเป็นคาร์แคมป์ที่แรกให้โมเสสค่ะ คือคาร์ของเราส่วนแคมป์ของอช.มาเช่าเอาซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกสบาย แทนการเกาะรถไฟมาลงที่อุโมงค์ขุนตานแล้วเดินเท้าต่อไปที่อช.เหมือนหลายคนทำกัน เราเลือกการขับรถขึ้นที่อช. ทีแรกก็หวั่น ๆ ทางขึ้นแต่ทางขับง่าย ขับได้อยู่ค่ะแม้จะชันอยู่บ้างก็ตาม ^^

ราคาเต็นท์ หรือบ้านพัก หรือแม้แต่ทางที่จะมาที่ อช.สามารถติดต่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงที่ facebook.com/DoiKhunTanNationalPark

หรือโทร 081 032 6341

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน (44.21 km)
เทศบาลเมืองลำพูน 51140


อช.ดอยขุนตาน



อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ทาจังหวัดลำพูนและอำเภอห้างฉัตรอำเภอเมืองลำปางจังหวัดลำปาง สภาพพื้นที่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำ สามารถเดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟขุนตาน ซึ่งเป็นที่ตั้งอุโมงค์ขุนตาน อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างโดยชาวเยอรมัน

ป่าดอยขุนตาลเป็นป่า 1 ใน 14 แห่ง ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ประกาศให้ป่าในท้องที่บางส่วนของตำบลท่าปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยขุนตาล ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 116 (พ.ศ. 2506) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 80 ตอนที่ 82 วันที่ 13 สิงหาคม 2506 เนื้อที่ 39,206.25 ไร่ และในท้องที่บางส่วนของตำบลเวียงตาล ตำบลวอแก้ว อำเภอห้างฉัตร และตำบลบ้านเอื้อม อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยขุนตาลตาม กฎกระทรวงฉบับที่ 359 (พ.ศ. 2511) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 85 ตอนที่ 109 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2511 เนื้อที่ 120,625 ไร่

เครดิต : wikipedia

.

.

.



ออกจากเชียงใหม่ แวะซื้ออะไรติดรถไว้กินตอนดึก ๆ และรุ่งเช้าแล้วไปที่ อช.กันต่อเลยค่ะ ถึงที่นั่นประมาณบ่ายสองกว่า ๆ ที่ทางเข้าเราจ่ายค่าธรรมเนียมราคาตามภาพข้างล่างค่ะ

จอดรถแล้วติดต่อเช่าเต้นท์ค่ะ

ราคาเต้นท์หลังละ 150 บาท นอนได้สามพ่อแม่ลูก

แผ่นรองแผ่นละ 20 บาท หมอนใบละ 10 บาทค่ะ ถุงนอน 30 บาทค่ะ เบ็ดเสร็จ 210 บาทค่ะ


เพราะยังบ่ายสามกว่า ๆ จนท.บอกมันยังร้อนที่จะเตรียมเต้นท์ให้

พื้นที่ตรงลานชมดาวนี่สนามกลางแดดดี ๆ นี่เอง เราเลยเลือกจะพาโมเสสเดินเท้าเข้าป่า ลงเขาไปอุโมงค์ขุนตานดูรถไฟกันค่ะ

ระยะทาง 1.300 เมตร เริ่มจากเดินออกจาก อช.กันค่ะซึ่งมันก็จะย้อน ๆ นักเดินทางคนอื่นเขาอยู่หน่อย ๆ เพราะเขาเดินขึ้น เราเดินลง ตามนั้นค่ะ 555


จากอช.ดอยขุนตาล เดินมาสัก 100 เมตรจะเจอต้นไม้ใหญ่กลางถนนตรงโค้งนี่แหล่ะค่ะ เตรียมเจอทางเข้าที่ทางซ้ายมือค่ะ


มีป้ายบอกชัดเจนด้านซ้ายมือ

กุมภากับป่าเต็งรังเปลี่ยนสีอย่างนี้ มันก็ดูดีเหมือนกันนะคะ

มาช่วงนี้ฝุ่นเยอะค่ะ หาความเขียวไม่ค่อยจะมี

เราคิดถึงอากาศเย็น ๆ ช่วงหน้าฝนแล้ว คิดว่าหน้านั้นคงเดินป่าฟินกว่าเนาะ



ระยะโลนิด ๆ กับทางลงเขาที่ดินปนทรายบางช่วงเด็กน้อยอย่างโมเสส "ลื่น" ล้มไปสองรอบ อ๋อย

..เอ็นดู..

และแล้วก็ถึงสักที

ทางลง ที่บรรจบกับทางลงของวัดขุนตาน





หิวน้ำไปหาน้ำดื่มกันคับ

กับจังหวะที่หัวจักรก็วิ่งมา


ภาระกิจวันนี้ถือว่ายังไม่เสร็จถ้ายังไม่ได้เห็นรถไฟลอดอุโมค์

มันเป็นสิ่งที่เด็กน้อยต้องพิชิตให้ได้ในทริปนี้

เวลาเหลือ ๆ ก่อนที่รถไฟจากเชียงใหม่จะมาถึงขุนตาน ในรอบ 4.50

อีกครึ่งชั่วโมงเลยหาเรื่องเหนื่อยขึ้นวัดขุนตานกันค่ะ เพราะบันไดล่อใจดีเหลือเกิน

ไปกันค่ะ


ข้างบนเป็นวัดตามแบบไทยเหนือ

วัดกลางธรรมชาติก็จะสวยประมาณนี้

จังหวะที่ชาวบ้านเผาใบไม้

(ต้นเหตุของการป่วยของอิชั้นอยู่นี่เอง)

ใกล้เวลารถไฟมาละค่ะ

พาเด็กน้อยลงมารอข้างล่าง แสงเย็นก็จะประมาณนี้..


จบภาระกิจของเด็กน้อยแล้ว

เดินเท้ากลับเต้นท์กันค่ะ ขาลงไม่เหนื่อยเท่าขาขึ้นเนาะ



.....




ห้าโมงกว่าแล้ว

ถึงแล้วได้เวลาเก็บของเข้าเต้นท์กัน สภาพพ่อ ลูกก็เหนื่อยตามระเบียบเนาะ




ข้าวเย็นเสร็จที่ร้านค้าของ อช.ค่ะ มีอาหารตามสั่งให้เลือกอยู่ มีร้านเล็ก ๆ ขายพวกของใช้จำเป็นด้วยค่ะ ใครลืมพกไรมาก็จบที่นี่ได้


หลังข้าวเย็นเป็นเวลาเก็บของเข้าเต้นท์กันค่ะ

"ลานชมดาว"

คืนนี้เราจะดูดาวด้วยกันที่นี่



หมุ่บ้านข้างล่าง "ลำพูน" แม่ทา



มืดค่ำ แสงเริ่มลา

เกือบทุ่มก็มืดสนิท และดาวก็เต็มฟ้าให้ดูจนสาแก่ใจกันเลยแหล่ะ แต่ว่า.. ที่ตั้งเต้นท์นั้น

จขบ.ผิดหวังนิดหน่อยที่ ไฟสว่างมากจนเก็บรูปดาวไม่ได้ค่ะ ก็รอจนดึกก็ไม่มีวี่แววว่าจะปิดไฟสักดวง

ไม่เป็นไรมองดาวตาเปล่าก็สวยดี

เป็นเวลาของเด็กน้อยได้เรียนรู้นอกตำรา อาบน้ำกลางป่าก็หนาวดี

ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นเสียบ้าง เหนื่อยซะบ้าง ลำบากซะบ้าง

จะได้เข้าใจว่าชีวิตแม้ไม่สะดวกก็อยู่ได้

เสียงดังตามประสา แม่เอ็ดไปก็หลายรอบ

อุดอู้อยุ่เต้นท์ก็เบื่อไปส่องเขียดแก้เบื่อเนาะ 555 ไม่น่าเชื่อว่าเสียงระงม !! ที่สระนอกเต้นท์นั่นน่ะ


ดึกดื่นนอนหนาว.. อากาศก็ราว ๆ 18 องศา

.

.

.

เช้านั้น.. ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินเสียงไก่ขัน

เราก็ตื่นกันตามระเบียบเจ้าบ้านปลุก.. หลังนอนชั่งใจอยู่ทั้งคืนว่าจะเดินไป ย.1 ย.2 กันไหวไหม ดูสภาพตัวเองและลูกชายแล้ว ไม่นาไหวเลยได้ค้างไว้ตรงนั้นว่า.. ไว้โอกาสหน้ากันเนาะลูก ใจจริงอยากเดินมาก !!


จิบกาแฟ และอาหารเช้าที่ค่อนข้างเช้ามากก็จะฟิน ๆ กับอากาศเย็น ๆ นอกเต้นท์นั้นค่ะ






อิ่มแล้วเดินสำรวจรอบ ๆ

และเลยไปสำรวจทางไป ย.ต่าง ๆ ไว้รอบหน้า





เลยลานชมดาวไปนิดเดียว

เราเจอทางขึ้นไป ย.1 ค่ะ





เจ็ดโมงกว่า ๆ รถไฟมา เสียงหวูดที่เราได้ยินกันทั้งคืนจากอุโมงค์ขุนตาน มาถึงที่พัก กับรูปนี้.. หลายคนที่พักที่เต้นท์ก็วิ่งมาดูอย่างตื่นเต้น ^^

สิ้นเสียงหวูดรถไฟ เราเก็บของ ลาเต้นท์ ลา อช.เพราะร่างกายเหมือนจะไม่สบาย

แพ้ควัน

กลับมาป่วยที่บ้านร่วมอาทิตย์ค่ะ เอาเป็นว่านอนเต้นท์รอบหน้าคงได้ปลายฝนกว่านี้ เลี่ยงควันไฟน่ะ



จบทริป รถไฟ ป่า เขา ดาว และเรา หวังว่าโอกาสหน้าคงได้ไปเยือน ย.ต่าง ๆ บ้างแหล่ะเนาะ

ขอบคุณที่แวะมา


ความคิดเห็น