A Day in Ranong : สองสถานที่ระดับโลกที่เมืองแร่นอง... รักนอง... ระนอง... [VACA VACA] รีวิวโดย VACA VACA

"เมืองแร่นอง..." "เอ้ย!! รักนอง...""เอ้ย!! ระนอง...""มีสถานที่ระดับโลกด้วยนะ" "และไม่ได้มีแค่เพียงแห่งเดียว แต่มีถึงสองแห่งเลยนะ" เที่ยวระนองมาหลายวัน* ได้คุยกับใครหลายคนเลยทำให้ได้รู้ว่า ระนองมีสถานที่ระดับโลกอยู่ 2 แห่งลองถามอากู๋ดูแล้ว ไม่ไกลจากตัวเมือง อยู่ห่างจากภูเขาหญ้าไปนิดเดียววันนี้เที่ยว

A Day in Ranong : สองสถานที่ระดับโลกที่เมืองแร่นอง... รักนอง... ระนอง... [VACA VACA]

A Day in Ranong : สองสถานที่ระดับโลกที่เมืองแร่นอง... รักนอง... ระนอง... [VACA VACA]

 วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16.05 น.

 วันที่เดินทาง 6 ก.พ. 2562

"เมืองแร่นอง..."
"เอ้ย!! รักนอง..."
"เอ้ย!! ระนอง..."
"มีสถานที่ระดับโลกด้วยนะ"
"และไม่ได้มีแค่เพียงแห่งเดียว แต่มีถึงสองแห่งเลยนะ"

เที่ยวระนองมาหลายวัน* ได้คุยกับใครหลายคนเลยทำให้ได้รู้ว่า ระนองมีสถานที่ระดับโลกอยู่ 2 แห่ง
ลองถามอากู๋ดูแล้ว ไม่ไกลจากตัวเมือง อยู่ห่างจากภูเขาหญ้าไปนิดเดียว
วันนี้เที่ยวระนองวันสุดท้าย ต้องขอไปชื่นชมสักหน่อย

สถานที่ระดับโลกที่ว่าคืออะไร ตามไปดูกันนนน ^^

---------------------------------------------------

*ขอแอบโฆษณาหน่อยจ้าาาา ^^
ติดตามเรื่อง
- A day in Andaman Sea : ปันใจให้เธอ หัวใจมรกต Emerald Heart Island [VACA VACA] ได้ที่ https://th.readme.me/p/22849
- A Day in Andaman Sea : รักเธอนะบัดนาว สาวเจ้านาวโอพี Nyaung Oo Phee Island [VACA VACA] ได้ที่ https://th.readme.me/p/22883
- A Day in Ranong : คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ําแร่ มุกแท้เมืองระนอง อยู่ไหนบ้างนะ?? [VACA VACA] ได้ที่ https://th.readme.me/p/22938
- The Galla Hotel : โรงแรมบูทีค บรรยากาศสบายๆ ใจกลางเมืองระนอง Rating 9.00/10.0 [VACA VACA] ได้ที่ https://th.readme.me/p/22884

ท่ามกลางโลกสมัยใหม่ที่หมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว ความคลาสสิคของชีวิตที่เรียบง่ายสบายๆ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ความฉับไวศิวิไลซ์กลับย่างกลายก้าวเข้ามาแทนที่ในชีวิตของพวกเราทุกคน
วันเวลาที่ผ่านพ้นไปจึงทำให้ใครหลายเริ่มคนโหยหาความทรงจำเก่าๆ
ระนองที่กำลังค่อยๆ พัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ กลับยังคงกลิ่นไอบรรยากาศเก่าๆ ที่เราคุ้นเคยเมื่อครั้งยังเด็ก

ไม่เชื่อก็ลองแวะไปดูตลาดเช้าใจกลางเมืองระนองดู ^^

ไม่ไกลจากตลาด มีร้านอาหารชื่อ "บังกีโรตีอาหรับ"
ค้นหาจากเว็บใด ใครๆ ก็แนะนำว่า ร้านนี้ของเค้าดีมีรสชาติ
ไม่อยากพลาดของดี เลยขอลองแวะชิมสักหน่อยก่อนจากเมืองระนอง

^ ร้านบังกีโรตีอาหรับ ตั้งอยู่ริมถนนไม่ไกลจากตลาดเช้าใจกลางเมืองระนอง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/Rotibungkee/?_rdc=1&_rdr ^

ร้านบังกีโรตีอาหรับ เป็นร้านอาหารมุสลิมขนานแท้ เปิดตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายแก่ๆ
ทางร้านมีบริการอาหารหลากหลาย ว่ากันว่าเนื้อแพะนุ่มมาก โรตีก็มีมากมายหลายแบบที่เราอาจไม่คุ้นตา

ก็ขอบอกตามตรงว่า ไม่กล้าลองของไม่คุ้น เพราะต้องขับรถอีกไกล คงได้แต่ลิ้มรสเมนูง่ายๆ ซึ่งก็ถือว่ารสชาติดีมากกกก
- ไก่ทอด ไก่เนื้อซุยๆ มีชั้นไขมันแทรก คนละแนวกับไก่บ้านทั่วๆ ไป
ยิ่งต่างกันคนละแบบกับไก่อุตสาหกรรมที่เนื้อแน่นๆ ไร้ไขมัน ที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ
ข้อสำคัญคือทอดได้กรอบกำลังดี เคี้ยวตุ้ยๆ ได้ไม่มีเบื่อ
- ข้าวหมก หอมเครื่องเทศพอดีๆ กินได้เพลินๆ ไม่สะดุด
- โรตีธรรมดา (ชื่อตามเมนู) แห้งกรอบอร่อยตามท้องเรื่อง ไม่มีกลิ่นหืนเนยหรือน้ำมันใดๆ ให้เสียอารมณ์
- โรตีอาหรับ เนื้อฟูแต่กรอบนอก อร่อยแปลกใหม่ รสชาติแตกต่าง เพิ่งเคยลองโรตีแบบนี้ครั้งแรก
- ชาเย็น รสชาติและกลิ่นชายังอยู่ครบ แต่หอมนมมาคู่กัน หวานมันกำลังดี
- ชาร้อน รสชาบางๆ พอเหมาะพอดีไว้ตบท้ายมื้อ

ทั้งหมดนี้คือหนึ่งอิ่มในราคาเพียงร้อยบาทนิดๆ
คุณภาพเกินราคา ห้าดาวถือว่าน้อยเกินไป ^^

อาหารอร่อยแบบนี้ใครไม่แวะมาลองลิ้มชิมรสบอกได้เลยถือว่าผิดดดด!!




ก่อนออกจากร้าน แวบเห็นตู้โรตีแช่งแข็ง
ใครติดใจรสชาติ จะซื้อโรตีธรรมดา (ชื่อตามเมนู) กลับไปทอดกินเองที่บ้านก็สนนราคาเบาๆ 5 แผ่น 50 บาทเท่านั้น

อ้อ!! ใครมาทานอาหารที่ร้านตอน 8 โมงเช้า แค่ร่วมยืนตรงเคารพธงชาติกับทางร้าน ก็รับส่วนลดค่าอาหารอร่อยๆ อีก 5% ไปด้วยเลย ว้าวๆๆๆ

เอาล่ะ... เมื่ออิ่มท้องดีแล้ว ก็ได้เวลาไปค้นหาสถานที่ระดับโลกแห่งแรกกันแล้ว
ขับรถออกจากตัวเมืองระนอง ไปตามถนนเพชรเกษม (ทางเดียวกับทางไป "ภูเขาหญ้า" ออกจากเมืองไป) แค่ราวๆ 12 กม.
และสถานที่ระดับโลกแห่งนั้นก็คืออออ...



สถานที่ระดับโลกแห่งแรกที่เราไปเยือนในวันนี้ก็คือ วัดบ้านหงาว

วัดบ้านหงาว คืออะไร??

วัดบ้านหงาว คือ วัดที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง ตั้งอยู่ที่ ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง แต่เดิมทีเป็นเพียงที่พักสงฆ์ จนกระทั่งหลวงพ่อเขียดธุดงค์จากปัตตานีมาปักกรดบำเพ็ญ แล้วชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา จึงได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. 2530 และนิมนต์ให้ท่านพำนักที่วัดแห่งนี้
ในปัจจุบัน วัดบ้านหงาวได้รับการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมากมายจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง โดยมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างน้อยๆ 3 สิ่ง ได้แก่
1. พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์ พระพุทธรูปประธานของวัด ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากดีบุกองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
2. อุโบสถหลังใหม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุโบสถที่มีความปราณีตอ่อนช้อยสวยสดงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง
3. วังมัจฉา ซึ่งถือได้ว่าเป็นวังปลาขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยปลาขนาดมหึมาจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ปลาบึก ปลาจาระเม็ดน้ำจืด ปลาดุกยักษ์

^ วัดบ้านหงาว ตั้งอยู่ที่ ต.หงาว เข้ามาจากถนนเพชรเกษม บริเวณ กม.ที่ 626 ฝั่งขาเข้าอำเภอเมืองระนอง ประมาณ 300 เมตร อยู่ใกล้ๆ กับภูเขาหญ้า และอยู่ตรงข้ามกับน้ำตกหงาว
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.emagtravel.com/archive/wat-baanngaw.html ^

วัดบ้านหงาว ตั้งอยู่บนทางหลวงสายรอง เลี้ยวเข้าจากถนนเพชรเกษมชั่วอึดใจ หากขับจากตัวเมืองระนองก็มุ่งหน้าตามทางลงไปยังจังหวัดพังงา เมื่อเห็นน้ำตกหงาวอันสูงใหญ่ (แต่ไม่มีน้ำในช่วงไร้ฝน) ตั้งตระหง่านอยู่ริมทาง ก็ค่อยกลับรถ แล้วเลี้ยวเข้าทางน้อยๆ ก็จะพบวัดแห่งนี้แบบไม่ยากเย็น (ไม่หลง เพราะมีป้ายบอกตลอดทาง 555)

ภายในวัด อาณาบริเวณกว้างขวาง อุโบสถหลังใหม่ที่ถูกก่อสร้างด้วยโทนสีเหลืองทองดูเด่นสะดุดตา
ตัวอุโบสถมีลักษณะเป็นอุโบสถ 2 ชั้น หรือที่เรียกว่าอุโบสถลอยฟ้า มีบันไดพญานาค 4 ทิศ ใช้เดินขึ้นไปยังอุโบสถ
แม้บรรยากาศจะร้อนไปนิด แดดจะแรงไปหน่อย แต่ก็มีลมพัดโกรกตลอดเวลาและมีร่มเงาให้หลบแดดได้อยู่

ไฮไลท์สำคัญของวัดบ้านหงาวอยู่ภายในอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานของวัด "พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์" อันมีความหมายว่า “พระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่เป็นสิริมงคลและศักดิ์ศรีของเมืองระนอง” ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากดีบุกองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

พระพุทธรูปดีบุก ปางมารวิชัย องค์นี้ และพระอัครสาวก คือ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ถูกหล่อขึ้นเมื่อที่ 10 สิงหาคม 2551 โดยใช้แร่ดีบุกมากถึง 3 ตัน เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของแร่ดีบุกที่เคยมีมากและได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับเมืองระนองมาช้านาน

นอกจากองค์พระที่มีพุทธลักษณะงดงามน่าเลื่อมใสแล้ว ภายในอุโบสถยังตระการตา
ผนังอุโบสถตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนต่ำลวดลายพุทธประวัติและเทพพนม
บานประตูอุโบสถแกะสลักลวดลายอ่อนช้อยวิจิตร

กราบสักการะพระพุทธองค์แล้ว ออกมาภายนอกอุโบสถก็สวยสดงดงามไม่น้อยกว่ากัน

บันไดพญานาคประดับลวดลายปูเจ้าฟ้าหรือปูน้ำตก (Phricotelphusa Sirindhorn) ซึ่งเป็นสัตว์น้ำประจำจังหวัดระนอง

บริเวณผนังด้านข้างอุโบสถเป็นหินแกะสลักเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองระนอง

โดยรอบอุโบสถเป็นลานกว้าง มีอาคารศาลารายรอบ

ด้านล่างของอุโบสถเป็นห้องโถงใช้สำหรับการประชุมและสัมมนา

บริเวณด้านหน้าของอุโบสถ มองออกไปเห็นน้ำตกหงาวอยู่ไม่ไกล

ด้านหลังอุโบสถ บนเนินเขาลูกเล็กๆ กับบันไดประมาณ 300 ขั้น เป็นจุดชมวิวอีกแห่งที่น่าสนใจ


ทำบุญกราบสักการะพระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์และชมความงามของอุโบสถแล้ว จากนั้นก็ขอแวะไปทำทานที่วังมัจฉาสักหน่อย

วังมัจฉาแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นวังปลาขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยปลาขนาดมหึมาจำนวนมาก
ใกล้ๆ กันมีร้านค้าจำหน่ายขนมนมเนย รวมทั้งอาหารปลาทั้งชนิดเม็ดและขนมปัง

แวะทำบุญทำทานและชมสิ่งที่น่าสนใจ 3 สิ่ง ของวัดบ้านหงาวเรียบร้อย
แต่ภายในวัดยังมีสถานที่ที่ควรสละเวลาเข้าไปชมและไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ถัดจากวังมัจฉา

ภายในพิพิธภัณฑ์ที่ดูเงียบเหงา กลับเปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นที่เก็บรวบรวมพระพุทธรูป ข้าวของเครื่องใช้ และของเก่าหายากต่างๆ เพื่อรักษาให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า

ด้านหน้าอาคาร มีเหล็กที่ตักสินแร่ขนาดย่อมๆ วางอยู่ให้รำลึกถึงอดีตอันรุ่งโรจน์เมื่อครั้งอุตสาหรรมแร่ดีบุกยังโชติช่วงชัชวาลอยู่


- สักการะ “พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์” พระพุทธรูปที่สร้างจากดีบุกองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
- ยลอุโบสถสวย ศิลปะและความปราณีตคนละแบบกับวัดในภาคกลาง แลเห็นคนพม่าจูงมือกันมาไหว้พระไม่ขาดสาย
- จากอุโบสถ มองเห็นน้ำตกหงาวในหน้าแล้ง
- แวะให้อาหารปลาที่วังมัจฉา ปลาตัวใหญ่ ขอให้อายุยืนยาวนะ
- ชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ใครชอบของเก่าของโบราณต้องไม่พลาด ใครไม่เคยเห็นที่ตักสินแร่ แวะมาชมได้
- อ้อ!! ให้อาหารน้องหมา ในวัดน้องหมาวัดเพียบ น้องๆ ตื่นคน ไม่ชินอาหารสุนัขสำเร็จรูป แต่สุดท้ายก็กินทั้งหมด

ทำบุญทำทาน อิ่มใจสบายตาที่วัดบ้านหงาว
ที่สุดในโลกก็ผ่านไปหนึ่งแห่งแล้ว

ใช่!! เรามาถึงแล้วววว ^^

หลังจากอิ่มท้องกับโรตีบังกี อิ่มใจที่วัดบ้านหงาว ก็ได้เวลาไปค้นหาสถานที่ระดับโลกแห่งต่อไปกันนั่นคือ พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง
ไม่ใกล้ไม่ไกลแค่ 5 กม. จากวัดบ้านหงาวเท่านั้น ไปกันเลยยยย

ขับรถออกจากวัดบ้านหงาว เลี้ยวขวาไปตามถนนสายรองเส้นเดิม (มีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ)
ผ่าน "ร้านโรตีนิสรา" ร้านโรตีชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง
น่าเสียดายที่ร้านนี้ปิดเร็ว ขายถึงแค่ประมาณบ่ายโมงครึ่ง เลยไม่มีโอกาสได้เปรียบเทียบรสชาติกับร้านบังกีโรตีอาหรับที่ได้ชิมเมื่อเช้า
ปักหมุดไว้ก่อน

ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็มาถึงสถานที่ระดับโลกแห่งต่อมาที่เราไปเยือนในวันนี้ นั่นคือ พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง

พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง คืออะไร??

พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง คือ ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่งทะเล ขนาดใหญ่ประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร ที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล เมื่อปี พ.ศ. 2540 ซึ่งถือเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งล่าสุดของประเทศไทย และเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลหนึ่งในจำนวน 651 แห่งของโลก

ทั้งนี้ พื้นที่สงวนชีวมณฑล หมายถึง พื้นที่ระบบนิเวศบนบก ทะเลหรือชายฝั่งทะเล หรือพื้นที่ซึ่งประกอบด้วยระบบนิเวศดังกล่าวรวมกัน ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑลขององค์การยูเนสโก โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน และการสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยและฝึกอบรมต่างๆ

^ พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง ตั้งอยู่ที่ ต.หงาว เข้ามาจากถนนเพชรเกษม บริเวณ กม.ที่ 626 ฝั่งขาเข้าอำเภอเมืองระนอง ประมาณ 5 กม. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unesco.org/mabdb/br/brdir/directory/bio... https://www.dmcr.go.th/detailAll/6294/pc/2 และ http://digital.forest.ku.ac.th/RBIO/index.php ^

พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง ตั้งอยู่บนทางหลวงสายรอง เข้ามาจากถนนเพชรเกษม เลยจากวัดบ้านหงาวมาราวๆ 5 กม.
ถนนเล็ก แต่ทางเรียบและรถน้อย ขับไม่ยาก
ชาวบ้านโดยรอบสองข้างทางแลดูกิจวัตรไม่เร่งรีบ
บรรยากาศรวมๆ ตลอดทาง ดูชิลๆ สบายๆ

เมื่อมาถึงบริเวณพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง พื้นที่อนุรักษ์ที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลของโลก บรรยากาศเงียบสงบร่มครึ้มแลดูสบายตา อากาศสดชื่นสูดหายใจได้อย่างสบายใจ
ภายในพื้นที่เล็กๆ ไม่ถึง 1 ตารางกิโลเมตร ของพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองส่วนที่เปิดให้เข้าชมจากพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมดประมาณ 180 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ จุดชมวิวและเส้นทางเดินทัศนศึกษาป่าชายเลน

จุดชมวิว เดินเข้าจากปากทางที่จอดรถ (เลยผ่านทางเข้าเส้นทางเดินทัศนศึกษาป่าชายเลน) ขึ้นเนินเขา ระยะทางราวๆ 2-300 เมตร
บนนั้นเห็นแต่สีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
ประมาณไม่ถูกว่าส่วนใดคือส่วนที่เปิดให้เข้าชม และส่วนใดคือป่าปิด
ที่แน่ๆ คือ ดีใจที่เห็นป่าเมืองไทยกว้างใหญ่ไพศาลอุดมสมบูลย์ถึงเพียงนี้


เดินย้อนกลับลงมาเข้าไปยังเส้นทางเดินทัศนศึกษาป่าชายเลน
ที่ปากทางมีรูปปั้นแม่หอบ* ขนาดยักษ์ แวะถ่ายรูปสักหน่อย
โอ๊ะ!! เหลือบเห็นไม้ป้องกันลิงให้ยืม
ใช่แล้วๆ ป่าชายเลนย่อมอยู่คู่กับลิงแสม
มาดูกันว่าวันนี้จะเจอลิงหรือแม่หอบเยอะกว่ากัน

*แม่หอบ (Mud lobster, Mangrove lobster) คือ สัตว์น้ำรูปร่างคล้ายกุ้งผสมกับปู ประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำพวกครัสเตเชียนชนิดหนึ่ง กำเนิดมาตั้งแต่ยุคไมโอซีนยาวนานถึง 16 ล้านปี
สิ่งมีชีวิตโบราณหรือซากดึกดำบรรพ์มีชีวิตที่ดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบันชนิดนี้เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าชายเลน โดยมันจะขุดรูอยู่อาศัยตามพื้นป่าชายเลน โดยใช้ขาคู่แรกที่มีขนาดใหญ่คล้ายก้ามปู ทำหน้าที่ขุดรูและขนดินออกมากองเป็นเนินสูงคล้ายจอมปลวก
โดยชื่อภาษาไทยของมันมีที่มาจากความเชื่อที่ว่า เนื้อของมันสามารถใช้รักษาอาการหอบหืดได้ สอดคล้องกับชื่อวิทยาศาสตร์ Thalassina ที่หมายถึง "การย้อนกลับทางเดินหายใจ" เพื่อให้เหงือกไม่มีสิ่งสกปรกสำหรับ
สถานะปัจจุบันของแม่หอบถือได้ว่าหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์ อันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ประกอบกับเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างบอบบางตายง่าย

เส้นทางเดินทัศนศึกษาป่าชายเลนดูกว้างขวางร่มรื่น เดินได้เพลินๆ เกินครึ่งชั่วโมงหน่อยๆ ก็วนครบรอบพอดี
ทางเดินเรียบ มีศาลารายทางถูกสร้างไว้ให้พักนั่งอยู่พอสมควร ผู้สูงอายุหรือเด็กๆ มาเดินได้ไม่น่ามีปัญหา
ถ้าสนใจอ่านป้ายที่ติดตามทางเดินหรือศาลารายทางก็มีเป็นระยะๆ ให้สะสมความรู้

บรรยากาศโดยรวม พื้นดินมีแสงส่องถึง มองด้านบนดูเหมือนป่าปกติทั่วไป
แต่มองลงไปบนพื้น ระบบรากของต้นไม้บนดินเลนน้ำท่วมถึงช่างยุ่งเหยิงสลับซับซ้อน
บนดินมีแอ่งน้ำเหมือนโดนขุดอยู่ทั่วไป ฟองอากาศโป่งขึ้นแล้วแตกบนผิวน้ำเป็นช่วงๆ
หากสังเกตดีๆ มีปูตัวใหญ่น้อยเดินเย้ไปโยกมาขวักไขว่

จริงๆ แล้วมีป้ายประชาสัมพันธ์นั่งเรือชมป่าชายเลนอยู่
แต่คาดว่าเพราะจำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่มาก จึงไม่ได้เปิดให้บริการแต่อย่างใด
เห็นในโบรชัวร์ท่องเที่ยวมีขายทัวร์ล่องเรือชมป่าชายเลนที่ปากแม่น้ำกระบุรีอยู่ แต่ตรงนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ถ้าได้ล่องเรือที่นี่น่าจะได้เห็นป่าชายเลนแบบอลังการทีเดียวเชียว

ป้ายข้อมูลต่างๆ ยิ่งอ่านยิ่งได้รู้ว่า ป่าชายเลนมีความสำคัญต่อระบบนิเวศมาก เพราะเป็นทั้งบ้านของสัตว์บกและสัตว์น้ำ แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์ และเป็นปราการธรรมชาติป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง
เหล่านี้คือประโยชน์แค่บางส่วนของป่าชายเลนเท่านั้นนะเนี่ยยยย

- ดูวิวที่จุดชมวิว เห็นแต่สีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
- เดินชมเส้นทางเดินทัศนศึกษาป่าชายเลน กว้างขวางร่มรื่นอุดมสมบูรณ์
- ไม่เจอแม่หอบหรือลิงแสมสักตัว พบแต่ปู 555
- อ่านป้ายได้ความรู้ ป่าชายเลนมีความสำคัญต่อระบบนิเวศมาก ช่วยรักษาธรรมชาติกันน้าาาา

ภารกิจฟอกปอดผ่านไป สดใสสดชื่นที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง

ที่สุดในโลกก็ผ่านไปอีกหนึ่งแห่งแล้ว

ใช่!! เรามาถึงแล้วววว ^^

"เที่ยวชมสองสถานที่ระดับโลกที่เมืองแร่นอง..."
"เอ้ย!! รักนอง..."
"เอ้ย!! ระนอง..."
"...เรียบร้อยแล้ว..."

พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์ พระพุทธรูปที่สร้างจากดีบุกองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง พื้นที่อนุรักษ์ที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลของโลก

ครบถ้วนกระบวนความ ทริประนองก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ^^

แถมท้าย ^^

เมื่อวันเสาร์ ตอนที่มาถึงตัวเมืองระนอง ได้ขับรถผ่านถนนเรืองราษฎร์ เห็นชาวบ้านกำลังขมีขมันจัดแผงค้าร้านรวง
เทศบาลเมืองระนองเค้าจัดถนนคนเดินระนองทุกเย็นวันเสาร์นั่นเอง
ได้เดินเล่นตอนโพล้เพล้แลเห็นทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสเพลิดเพลินบรรยากาศ เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย


ค่ำๆ เดินผ่าน "ร้านอาหารพื้นเมือง J&T"
อาหารเมนู "ยาวเย" ชื่อไม่คุ้น แต่ดูลักษณะคล้ายข้าวยำวางขายอยู่ร้าน
ลองสั่ง "ซุ่นเปี๊ย" ลักษณะคล้ายไส้อั่วทอดกรอบ รสชาติไม่คุ้นลิ้นแต่กินได้
ใบเหลียงผัดไข่ร้านนี้ดูแปลกตา ทว่าผักกลับนุ่มกว่าที่เคยกิน
แกงเหลืองกุ้งยอดมะพร้าวอ่อนดูไม่ข้นขลั่ก แต่รสชาติร้อนแรงสไตลส์แกงใต้แท้ๆ
รวมๆ รสชาติให้ 3 ผ่าน ถือเป็นร้านอาหารอีกแห่งหนึ่งที่ขอแนะนำให้มาลองชิมกันได้เลย


เที่ยวระนองมาหลายวัน อยากบอกว่า จังหวัดไม่ใหญ่ไม่โตแห่งนี้เล็กดีรสโต

จะแวะมาเที่ยววันเดียวก็ได้ อยู่ไปยาวๆ ก็ไม่มีเบื่อ

พูดไปก็อาจจะเชื่อยาก อยากขอท้าให้มาลองดูเองละกันน้าาาา ^^

# # # # #

#VACAVACA #Thailand #Ranong #BanNgaoTemple #RanongฺBiosphereReserve

#ประเทศไทย #ระนอง #วัดบ้านหงาว #พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง #อยู่ประเทศไทยก็เที่ยวได้ทุกวัน #ประเทศไทยวันเดียวก็เที่ยวได้

# # # # #

เรื่องเล่าจากการไปเที่ยวระนอง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562

# # # # #

สำหรับผู้ที่กรุณาอ่านรีวิวของเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมตตาช่วยกดไลค์กดแชร์ เราต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหรือถูกใจในรีวิว มีข้อแนะนำหรือติชม รวมทั้งสนใจพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็ทักทายในกล่องข้อความด้านล่างรีวิวนี้หรือตามลิงค์ต่างๆ ด้านล่างได้เลย จักยินดีเป็นอย่างยิ่ง
อ้อ ฝากติดตามผลงานภายใต้ชื่อ VACA VACA นามปากกาใหม่ของเราบน Readme.me ด้วยน้าาาา
https://th.readme.me/id/sk38129
ขอบคุณมากครับ/ค่ะ ^/i\^

# # # # #

http://www.iamsk38129.com/
https://www.facebook.com/FootballandThailandLovers
https://instagram.com/ftls_store/?ref
https://twitter.com/FTLs_Store
https://plus.google.com/103925332040178584760/about
https://www.youtube.com/channel/UC_x851zlq7ufNa-dpQz04bQ

# # # # #

ดูรายละเอียดข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดระนอง (Ranong) ได้ที่ https://thai.tourismthailand.org/%E0%B9%80%E0%B8%8...
ดูรายละเอียดข้อมูลโครงข่ายการคมนาคมขนส่งมวลชนของจังหวัดระนอง (Ranong)ได้ที่ -


ความคิดเห็น