#Phuket อิน ซัมเมอร์ 2019 รีวิวโดย LifeIs

ไม่เกริ่นอะไรมากมายเนอะ ถึงคราวได้ไปเที่ยวภูเก็ตบ้างแล้ว ทริปนี้บอกเลยว่าโคตรร้อน โคตรเพลีย เพราะก่อนวันเดินทางคืองานเยอะมากจ้า แต่แบบต้องไปเที่ยวแล้ว เรียกว่าไม่ได้นอนเลยจ้าเพราะต้องตื่นตีสอง นัดเพื่อนไว้ที่สนามบินดอนเมืองตีสี่ แต่เครื่องบินบินหกโมงนะ 5555555555555 ทริปนี้ไม่อะไรมากมาย เป็นทริปแบบ

#Phuket อิน ซัมเมอร์ 2019

#Phuket อิน ซัมเมอร์ 2019

 วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 10.06 น.

 วันที่เดินทาง 25 มี.ค. 2562

ไม่เกริ่นอะไรมากมายเนอะ ถึงคราวได้ไปเที่ยวภูเก็ตบ้างแล้ว ทริปนี้บอกเลยว่าโคตรร้อน โคตรเพลีย เพราะก่อนวันเดินทางคืองานเยอะมากจ้า แต่แบบต้องไปเที่ยวแล้ว เรียกว่าไม่ได้นอนเลยจ้าเพราะต้องตื่นตีสอง นัดเพื่อนไว้ที่สนามบินดอนเมืองตีสี่ แต่เครื่องบินบินหกโมงนะ 5555555555555 ทริปนี้ไม่อะไรมากมาย เป็นทริปแบบ 3 วัน 2 คืน ตอนลิสต์รายการที่จะไปแล้วโอ้โห โคตรเยอะ จะไปยังไงให้หมดวะ เลยอาศัยทัวร์อะ ไม่แพงมาก ไว้ใจได้ ขอแบบสบายหน่อย เพราะไม่มีเวลาแพลนมากเท่าไร


มาเริ่มตารางทริปนี้ดีกว่า เอาคร่าวๆนะ จำไม่ค่อยได้งิ

วันที่ 1

06.20 น. ออกเดินทางจากสนามบินดินเมือง

08.00 น. ถึงภูเก็ต

10.00 น. ถึงจุดชมวิวเสม็ดนางช

11.30 น. ท่าเรือคลองเคียน ล่องเรือชมอ่าวพังงา

12.40 น. อ่าวพังงา เขาตะปู เขาพิงกัน

13.00 น. ทานอาหารบนเรือ

14.00 น. เกาะห้อง พายเรือแคนู ถ้ำหินงอกหินย้อย

15.00 น. เดินทางกลับภูเก็ต

17.00 น. ถึงโรงแรม Vapa Hotel

18.30 น. ออกไปรับประทานอาหาร ภัตตาคารริมน้ำไทยวิลเลจ (PHUKET THAI VILLAGE)

19.30 น. ไปกินไอศกรีมร้าน Torry's icecream - เดินกลับโรงแรม


เนี่ยยยย แค่วันแรกก็เหนื่อยเอาเรื่องแล้วจ้า


มาๆ วันที่ 2

08.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

10.30 น. ออกเดินทางไปร้านอาหารโรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต (Pearl Hotel)

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

12.00 น. เดินทางไปท่าเรืออ่าวมะขาม

12.30 น. ถึงท่าเรืออ่าวมะขาม เดินทางไปเกาะไม้ท่อน โดยเรือใบคาตามารัน

13.45 น. ถึงเกาะไม้ท่อน

14.30 น. ดำน้ำ ชมปะการัง

15.30 น. รับประทานอาหาร

17.00 น. เดินทางกลับ ชมพระอาทิตย์ตกดินบนเรือ ชมโลมา

18.30 น. ถึงท่าเรืออ่าวมะขาม เดินทางกลับโรงแรมฯ

19.30 น. ไปถนนคนเดิน


จัดเต็มมมมมมมมม เหลืออีกวันนึงงง

วันที่ 3

08.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมฯ

10.00 น. แหลมพรหมเทพ

11.00 น. จุดชมวิวเขารัง

12.00 น. วัดพระใหญ่ "พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี"

13.00 น. วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม

14.00 น. ร้านอาหาร ตู้กับข้าว

15.00 น. ชมย่านตึกเก่า ชิโนโปรตุกิส

16.00 น. จุดชมวิวเขารัง

16.30 น. แวะซื้อของฝาก

17.00 น. สัมผัสเครื่องบินแลนดิ้งระยะประชิดที่ หาดไม้ขาว

18.30 น. ถึงสนามบินนานาชาติ ภูเก็ต

20.20 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ

21.45 น. ถึงกรุงเทพฯ กลับบ้าน นอนตายยยยย Zzzzzzz

OMG จะได้เริ่มลงรูปสักที !!!!!

อะ วันแรก ตื่นตีสอง อาบน้ำแต่งตัว ไปหนามบินกันจ้าาา ไปถึงก็ทำตามสเต็ปกันไปโน๊ะ และแล้วววววว เจ็ดโมงกว่าเราก็มาถึงสนามบินภูเก็ต นัดทัวร์ไว้เก้าโมงแน่ะ อีกเป็นชั่วโมง ใครใคร่หิวก็กิน ใครใคร่อิ่มแล้วไปเตรียมตัวเถอะ เราก็กินจากบนเครื่องมาแล้วงิ ไม่หิว ทุกสามารถไปเปลี่ยนเสื้อกันที่ชั้นสามของสนามบินมีฟู้ดคอร์ทททททท ไม่ใช่อะไรนะนัดทัวร์ไว้ตรงนี้....

แถวๆเน้จะมีห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อโลดพวกเราาาาาา

เปลี่ยนเสร็จพอมองไปชั้นล่างก็จะเจอจุดดร็อปกระเป๋าแหละ


พอ 9 โมงทัวร์ก็มารับให้ลงไปชั้น 1 เลย ออกเดินทางไปจุดชมวิวเสม็ดนางชีกันเถอะ เย้

พอถึง Sametnangshe boutique เสม็ดนางชีบูทีค จะมีให้ขึ้นรถสองแถวต่อขึ้นมาอีกที แปปเดียว 1 นาทีก็ถึง แต่ให้เดินขึ้นเองไม่ไหวนะจ๊ะพี่จ๋า มันค่อนข้างชันและแดดร้อนเปรี้ยงมาก แล้วพี่สองแถวก็ซิ่งฝุดๆเลย มุมสวยมากๆ บางคนก็ชอบที่มาค้างที่นี่เพื่อรอพระอาทิตย์ขึ้น ข้างบนนี้จะมีโซน BAY VIEW CAFE สำหรับจำหน่าย ขนมหวานเค้ก เครื่องดื่ม ไอศครีม เย็นชื่นใจเลยทีเดียว มีทั้งรีสอร์ท และกางเต็นท์ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ


และที่ต่อไปก็คือ อ่าวพังงา เราต้องนั่งรถต่อไปยังท่าเรือคลองเคียนเพื่อไปขึ้นเรือใหญ่ ซึ่งเดินทางไปยังอ่าวพังงา เราสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ที่ชั้นบนของเรือได้ แต่เผอิญเรามาช้า เลยได้นั่งชั้นล่างสุดไปเลย จย้าาาา









พอใกล้จุดเขาตะปู ต้องนั่งเรือหางยาวไปเพื่อลงที่เขาพิงกัน แล้วเดินไปอีกด้านจะพบเขาตะปูนั่นเอง งงมะ



เงยหน้าขึ้นไป..


ลงเรือจะพบเขาพิงกันก่อนนะ ทัวร์ลงเยอะมาก มีต่างชาติมากมาย หาที่กันเอาเองจ้า


ตรงนี้คือเย็นที่สุดในบริเวณนี้เลยอะ


พิงกันๆๆๆ


พอถึงจุดไปชมเขาตะปู ถือเป็นแลนด์มาร์คภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ 007 เค้าเลยเรียกกันว่า James Bond Island


เสร็จแล้วเราหิว กินอาหารบุฟเฟ่ต์บนเรือกัน อิ่มแล้วก็ง่วงงง Zzzzz แต่นอนไม่ได้จ้าต้องไปพายแคนูต่อแถวๆเกาะห้อง ใครพายไม่เป็นไม่ต้องห่วงนะ เค้ามีเจ้าหน้าที่พายให้ ใส่ชูชีพกันด้วยนะ เพื่อความปลอดภัย แต่จริงๆไม่มีอะไรหรอกมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว



น้ำสีสวย



ตอนลอดถ้ำนี่ต้องนอนราบไปเลยนะ เดี่ยวหัวโขกกกกก


พอเข้ามาแล้ว สวยเว่อร์วัง


ต่อไปเราต้องพายเข้าไปในถ้ำนี้ล่ะ ตอนแรกไม่รู้หรอกว่ามืดตื๋อออออ ถ้าให้เข้าคนเดียวคงไม่กล้า ทางเข้าค่อนข้างแคบมาก พี่เจ้าหน้าชำนาญ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรน่าห่วง



คนแน่น การจราจรติดขัดนิดนุงงง



สุดทางละ


เสร็จจากนี้ก็ได้เวลากลับเรือแล้วเดินทางไปโรงแรมกันแล้นนนนนนนน แล้วก็ไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ภัตตาคารริมน้ำไทยวิลเลจ (PHUKET THAI VILLAGE) หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ มันต้องต่อด้วยของหวานอย่างไอศกรีมสิ เราไม่หวั่นความอ้วน แม้มันจะมืดหรือดึกแค่ไหนจ้า ร้านนี้เลย Torry's icecream https://www.facebook.com/torrysicecream/ เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมด แต่สาขาที่เราไปจะอยู่ในเมือง ร้านจะเปิดตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 3 ทุ่มครึ่งเลยทีเดียว


เราสั่งเมนู Signature เลยเรียกว่า 'บีโกหมอย ข้าวเหนียวดำเสิร์ฟคู่กับไอศกรีมรสกะทิอัญชัญ'




และอันนี้จำชื่อเมนูไม่ค่อยได้แต่คิดว่าน่าจะใช่อันนี้แหละ 555555 'Honey croissant & honey grahams ice cream'




คนแน่นเหมือนกันขนาดมืดแล้ว


ถึงเวลากลับคราวนี้เราจะเดินกลับกันจากร้านไปโรงแรม เรียกว่าเดินย่อยนั่นเอง 55555 พอออกมาหน้าร้านก็จะเจอภาพนี้เพ้นท์อยู่ตามกำแพงตึก ไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไร คล้ายๆ Street Arts แหละ ภาพนี้จะเริ่มตั้งแต่ตรงข้ามร้าน Torry's icecream เลย




พอออกจากร้านเดินไปทางซ้ายตรงไปเรื่อยๆ


จะพบจุด Street Art อีกจุดนึงคือ กำแพงข้างปากซอยรมณีย์ น้อง Mardi ขนมเต่าสีแดง ที่คนที่นั่นก็จะเชื่อว่าเป็นขนมแห่งความอายุยืนทุกคนอาจจะคุ้นๆเหมือนที่กรุงเทพฯ Alex Face



และบริเวณเดียวกันก็จะมี รูปนกอินทรีย์ เห็นแล้วอยากกินกูลิโกะเลย มีใครสังเกตเห็นมั้ย


ระหว่างเดินทางกลับก็จะพบเห็นสถาปัตยกรรมของตึกรามบ้านช่องที่นี่หรือเรียกว่า 'ชิโนโปตุกีส' สวยมากๆ อันนี้กลางคืนไง ซึ่งวันที่เรามาร้านค่อนข้างปิดเยอะ ไม่แน่ใจว่าก่อนวันเลือกตั้งด้วยหรือเปล่านะ

เจอ หอนาฬิกาพรหมเทพ ด้วยตอนแรกต้องเลี้ยวขวาไปเลย แต่เห็นมุมข้าง อยากเห็นข้างหน้า เลยรอจังหวะไฟจราจรตรงนั้นข้ามไปถ่าย เป็ช็อตที่สนุกดี เพราะเพื่อนคนอื่นทิ้งไปแล้ว เหลือเพื่อนอีกคนอยู่ข้ามถนนไปถ่ายด้วยกัน หลังจากนั้นก็กลับที่พัก เก็บแรงไว้วันต่อไป

เช้าวันที่สอง นัดทัวร์ไว้ประมาณสิบโมงครึ่ง เราเลยตื่นลงมารับปะทานอาหารเช้าของโรงแรมราวๆแปดโมง แล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมของสำหรับทรืปดำน้ำที่เกาะไม้ท่อนในวันนี้ ซึ่งทัวร์ก็พาเราไปรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมเพิร์ลก่อน แบบว่าเพิ่งกินข้าวเช้ามาละก็ไปกินต่ออีก จัดไปปปปป แล้วเดินทางไปท่าเรือต่อ

พอถึงท่าเรือเราก็เดินทางโดยเรือคาตามารัน หรือคนอื่นเรียกเรือยอร์ช เรือใบอะไรก็แล้วแต่ คือเรือนั่นแหละ


ถึงเกาะไม้ท่อนแล้วจ้า เดินทางบนเรือประมาณ 40 นาที ฟินมากกกกกกกกก

พอขึ้นมาก็นัดเวลาสำหรับดำน้ำ ประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง ตอนดำน้ำไม่ได้เอากล้องไปด้วยจ้า แต่บอกได้ว่าน้ำใสแจ๋วมาก ใครว่ายไม่เป็นไม่ต้องกลัว มีชูชีพกับบอร์ดให้เกาะไป อ๋ออ เราดำกันหน้าหาดไม่ไกลมาก แค่หน้าหาดก็เห็นปะการัง กับ ปลาเล็กปลาน้อยชัดเจน ลืมบอกอีกอย่างเป็นการดำน้ำแบบสน็อคเกิ้ล มีจุดให้ไปยืม กับฝากของ แปปๆก็เกือบหมดเวลาบุฟเฟ่ต์ ต้องรีบไปกิน เดี๋ยวเค้าปิดครัวววววว

พอดำน้ำเสร็จเราก็มาเดินถ่ายรูปเล่นเพื่อรอเวลาขึนเรือกลับช่วงห้าโมงเย็น อากาศค่อนข้างดี และคนไม่เยอะมาก มุมุนี้จะไม่ให้ดำน้ำเด็ดขาด เนื่องจากว่าโขดหินเยอะมาก แต่สามารถมาถ่ายรูปเล่นได้ จริงๆจะมีมุมชิงช้าด้วยนะ แต่ว่าลืมถ่ายมา !!


ถึงเวลากลับแล้ว แต่ก่อนกลับเราก็จะดูพระอาทิตย์ตกบนเรือได้ด้วย สวยฝุดๆ แต่ฝีมือเราไม่เอื้อจริมๆ เอาเป็นว่าแนะนำให้ทุกคนมาดูด้วยตาตัวเองเถอะ


ระหว่างล่องเรือกลับเราพบปลาโลมาด้วยนาจา น่ารักมั่กกกกกกกกกกก น้องออกมาเจอเราหลายรอบมาก แบบธรรมชาติด้วย แต่ถ่ายไม่ได้หรอกมีแต่คลิปแบบสั้นๆ โคตรสั้น...

ใกล้ถึงฝั่งละ แงงงงงงง

พอขึ้นฝั่งเราก็กลับโรงแรมกันก่อนแล้วถึงค่อยไปเดินหาของกินที่ถนนคนเดิน ตรงใกล้กับที่เราถ่ายภาพ Street Arts ไปเมื่อคืนน่ะแหละ มีทั้งของกิน ของฝาก จิปาถะมากมาย จากที่คิดว่าคนน้อยจัง แต่จริงๆคนมารวมกันที่นี่




วันสุดท้ายแล้วสินะ เศร้า ไม่อยากกลับเลย วันนี้ตื่นเวลาเดินเช่นเคย นัดทัวร์เร็วขึ้นนิดนึงประมาณเก้าโมงครึ่ง ที่แรกที่ไปเลยก็คือ แหลมพรหมเทพ มาช่วงสายๆแดดดีอะไรอย่างนี้ แต่ช่วงเวลาเย็นเราไม่มีเวลาเลย ดูแพลนพวกเราสิ 555555 แต่สายๆคนไม่เยอะมาก ถือว่าดี ทนแดดเอาหน่อย สามารถถ่ายรูปชิคๆ คูลๆ เก๋ๆ ต้องอดทน!!

และที่ต่อไปคือจุดชมวิวสามอ่าว มองเห็นวิวหาดกะตะน้อย กะตะ กะรน

มาที่ภูเก็ตต้องมาวัดเพื่อความสิริมงคลกันบ้างเนอะ วันแรกจะเป็นวัดพระใหญ่ หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ประดับด้วยหินอ่อนหยกขาวจากพม่า

ต่อด้วยวัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม เค้าว่ากันว่าขออะไรก็จะได้ตามนั้นด้วยนาจา



เวลานี้ก็บ่ายสองควรรับประทานอาหารเที่ยงได้แล้วช้า มันเลยเถิดมาก ต่างจากเมื่อวานเลย ร้านนี้เราจองโต๊ะไว้เพราะกลัวว่าจะไม่มีโต๊ะนั่นเอง ร้านชื่อดังมากในภูเก็ต ใครที่ชอบอาหารพื้นเมืองของภูเก็ต ต้องมากินร้านนี้เลย ร้าน 'ตู้กับข้าว' https://www.facebook.com/tukabkhao/ เมนูที่เราสั่งจะมี กุ้งโสร่ง ทอดมันปลากราย หมูฮ้องภูเก็ต ปลากระพงทอด ยำมะม่วง โป๊ะแตกทะเล แกงหอยแครงใส่ใบชะพลู ยำส้มโอ ห่อหมกปลา ผัดผักเมียงวุ้นเว้นกุ้งเสียบ เยอะมากกกกก แถมด้วย โอ๊ะเอ๋วภูเก็ต

พอกินข้าวเสร็จก็เดินชม ชิโนโปตุกิส ช่วงบ่ายกันบ้าง





แล้วต่อด้วย Street Arts อีกนิดหน่อย อันนี้อยู่ข้างๆร้านตู้กับข้าวเลย


จุดนี้อยู่ทางเข้ามูลนิธิแสงธรรมภูเก็ต ตรงข้ามร้านตู้กับข้าว เป็นภาพแนวตั้งโต๊ะไหว้เทวดา คนเล่นดนตรีและคนเชิดหุ่น


จุดนี้อยู่ต้นถนนพังงา รูปคุณลุงที่กำลังทำ “โอวต๊าว” คล้ายๆหอยทอดแบบที่เรารู้จัก

ก่อนไปซื้อของฝากเราก็แวะจุดชมวิวเขารัง ชมวิวได้ 180 องศา

และที่สุดท้ายก่อนกลับจริงๆ คือ หาดไม้ขาว เป็นที่เรียกว่า Unseen เลย เราสามารถชมเครื่องบินแลนดิ้งได้แบบโคตรใกล้ ซึ่งตอนที่เราไปน่าเสียดายคือไม่มีเครื่องบินแลนดิ้ง มีแต่เครื่องบิน Take Off เลยถ่ายคลิปมาได้แบบคร่าวๆ เท่านั้น

ถึงเวลากลับจริงๆแล้ว ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า บับบุยยยยย


ความคิดเห็น